หลังจากผ่านศึกรักอันโชกโชน เฟยหรงไม่ได้พักผ่อนแต่อย่างใดเขาปล่อยให้บรรดาภรรยาของเขานอนหลับกันไปส่วนตัวของชายหนุ่มนั้นหาห้องว่างและนั่งลงปรับพลังในทันที การร่วมรักในครั้งนี้ทำให้ไม่เพียงแต่ความสุขสมทางกายเท่านั้นแต่มันยังไปกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในร่างกายของเฟยหรงเช่นกัน
โดยเฉพาะการได้ร่วมรักกับถังหยาที่มีกายพิษสวรรค์ พิษนั้นคือสิ่งที่มังกรทุกตนล้วนมีกันทุกตนดังนั้นร่างกายของมังกรนั้นจึงต้านพิษได้เป็นธรรมดา แต่ทว่าพิษสวรรค์นี้ไม่เพียงแต่ถูกต้านไว้เท่านั้นมันยังประสานเข้ากับกายเทพมังกรของเขาอีกด้วย ทำให้นับจากนี้ไม่ว่าพิษได้ก็จะไม่ส่งผลกระทบให้กับเฟยหรงได้อย่างแน่นอน
และยังไม่หมดเพียงเท่านั้นพิษสวรรค์นี้ยังไปกระตุ้นสิ่งที่เขาผนึกเอาไว้จากการได้ร่วมรักครั้งแรกกับภรรยาที่เส้นลมปราณและกายศักดิ์สิทธิ์ โดยจะประกาบไปด้วย น้ำแข็งสุดขั่ว ที่ได้จากการผสานรวมกันของเก้าหยิน หยกจันทรา เหมันต์บรรพกาล และสุดท้ายคือเหมันต์ปฐมกาล และอย่างที่สองคือเปลวเพลิงวิหคสีชาดที่ได้จากกายวิหคเพลิง และเส้นลมปราณวิหคเทพเปลวเพลิง หากถามว่าทำไมเฟยหรงถึงผนึกไว้แล้วไม่เอามันออกมาใช้ คำตอบก็ช่างง่ายดาย การหลอมรวมเปลวเพลิงกับน้ำแข็งนั้นเป็นสิ่งที่ยากลำบากเอามากๆ
ยิ่งเป็นน้ำแข็งสุดขั่วและเพลิงวิหคสีชาดยิ่งไม่อยากจะคิดธาตุทั้งสองนี้ประดุจมีสติปัญญาและเอาแต่ใจลำพังแค่เปลวเพลิงวิหคสีชาดเฟยหรงสามารถสยบมันได้เพราะมีบัลลังก์ราชันแต่น้ำแข็งสุดขั่วนั้นเขาไม่มีทางสยบได้เพราะต้องไม่ลืมว่าบัลลังก์ราชันเหมันต์อยู่ที่เสวียเหม่ยเพราะฉนั้นหากเขาผลีผล่ามหลอมรวมแล้วผิดพลาดขึ้นมาร่างกายของเขาจะรับไม่ไหวและระเบิดอย่างแน่นอน
ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่เฟยหรงผนึกพวกมันเอาไว้ แต่ทว่าในเวลานี้ไม่มีทางผนึกได้อีกต่อไปแล้วดังนั้นสิ่งที่ทำได้ก็แค่เพียงต้องลองเสี่ยงดูเท่านั้น หากประสบความสำเร็จเฟยหรงจะได้รับพลังมหาศาลแต่หากไม่ก็ต้องจ่ายในราคาที่มากมายเช่นกัน
เฟยหรงนั่งสมาธิและวาดมือเป็นวงกลมพร้อมกับเคลื่อนน้ำแข็งสุดขั่วมาไว้ทางซ้ายส่วนเปลวเพลิงวิหคสีชาดไว้ด้านขวา ชายหนุ่มเมื่อแยกพลังทั้งสองออกจากกันได้แล้วก็ค่อยๆประสานมือเข้าหากันพร้อมด้วยใช้เติมเต็มพลังที่ขัดแย้งเข้าหากันช้าๆกระบวณการนี้จำเป็นต้องละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก หากเสียสมาธิแม้แต่นิดเดียวนั่นคือความตาย เฟยหรงนั้นไม่ได้อยากที่จะจุติใหม่อีกแล้วดังนั้นเขาจึงต้องตั้งใจในการผสานพลังต่อไป
"เป็นแบบนี้ไม่ดีแน่ ข้าควรจะหาอะไรมาเป็นตัวกลางรักษาสมดุลย์เอาไว้"เฟยหรงกล่าว แล้วจะเอาอะไรมาเป็นตัวกลางกันละ พิษสวรรค์ก็หลอมหลวมกับกายเทพมังกรอมตะไปแล้ว บัลลังก์ราชันก็มีเพียง อัสนี อัคคี วายุ ความมืด แสง หินผา เฟยหรงไม่อาจจะนำมันมาอยู่ระหว่างกลางของสองธาตุที่แตกต่างนี้ได้
ขณะที่เฟยหรงกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นหอคอยเทพมังกรพลันเปร่งรัศมีเรื่องรองออกมาในทันใด เฟยหรงที่สัมผัสได้ถึงกับดวงตาเบิกกว้างในทันที เจ้าหอคอยเทพมังกรนี้มันจะไม่สารพัดประโยชน์เกินไปหรอกหรือ
ชายหนุ่มเมื่อได้รับการช่วยเหลือจากหอคอยเทพมังกรก็ไม่คิดรอช้าอีกต่อไป เขาผสานทั้งน้ำแข็งสุดขั่วและเปลวเพลิงวิหคสีชาดเข้าด้วยกันอย่างง่ายดายอีกทั้งมันยังเข้ากันได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
จนในที่สุดผ่านไปหกชั่วยามเฟยหรงก็ผสานพลังเสร็จและลืมตาตื่นขึ้น ร่างกายภาพนอกนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากเพียงแค่หลังมือซ้ายมีสัญลักษณ์รูปจันทร์เสี้ยวและเกล็ดหิมะสีขาว ส่วนทางด้านขวามีสัญลักษณ์รูปดวงตะวันและวิหคเพลิงเท่านั้น
ส่วนพลังที่เขาได้มานั่นคือหนึ่งต้านทานความหนาวเย็นและน้ำแข็งทุกชนิด สองคือต้านทานเปลวเพลิงได้ทุกชนิด ส่วนสามคือใช้ออกด้วยทักษะของเส้นลมปราณหรือกายศักดิ์สิทธิ์ของบรรดาภรรยาของเขาได้อย่างง่ายดาย แม้จะไม่ได้เพิ่มพูนตบะให้แต่การที่ได้รับพลังและทักษะใหม่ๆมาเช่นนี้กลับทำให้เฟยหรงยินดียิ่งกว่า
ชายหนุ่มลุกขึ้นมาและเดินออกไปชำระร่างกายและสวมอาภรณ์จนเรียบร้อย ขณะนี้หญิงงามทั้งสิบสามนางกำลังนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่บริเวณสวนด้านใน เมื่อเห็นว่าเฟยหรงออกมาแล้วพวกนางก็ยกยิ้มให้แต่ในใจกลับเจือความเศร้าเล็กน้อยเพราะนี่หมายถึงชายหนุ่มกำลังออกเดินทางแล้วนั่นเอง
"พวกเจ้ามาอยู่กันพร้อมหน้าเชียว เดินไหวแล้วหรือ"เฟยหรงกล่าวหยอกล้อ เหล่าหญิงงามที่ได้ยินพลันหน้าแดงระเรื้อและมองไปยังเฟยหรงด้วยแววตาคาดโทษเล็กน้อย ในระยะเวลากว่าสิบที่ศึกรักได้เริ่มต้นขึ้นและสิ้นสุดลงพวกนางถึงกับขยับไม่ได้อยู่เป็นวันเลยทีเดียว เจ้าตัวร้ายนี้นับวันจะยิ่มป่าเถื่อนเข้าไปทุกที นี่ขนาดสิบสามคนรุมยังต้องพากันหมดสภาพทุกคนไป
เฟยหรงเดินมานั่งข้างๆถังหยาก่อนจะโอบกอดนางก่อนจะกล่าวออดอ้อน"นี่เจ้ารู้หรือไม่ กายพิษสวรรค์ของเจ้าสร้างปัญหาให้ข้าไม่น้อยเลยทีเดียวนะ เจ้ามีอะไรที่จะตอบแทนสามีคนนี้ก่อนออกเดินทางหรือไม่"
"หืม! เจ้าตัวร้ายตอบแทนอะไรกันที่ผ่านมานี่เจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ"ถังหยาตีมือเฟยหรงเบาๆเหล่าหญิงสาวที่เห็นพลันหัวเราะกันยกใหญ่ เฟยหรงยังคงสนทนาเรื่องต่างๆกับภรรยาสาวทั้งหมดต่อไปอีกพักใหญ่ก่อนที่จะพาออกไปด้านนอกในเวลาถัดมา
กล่าวตามตรงหากไม่ใช่เพราะว่นับจากนี้พวกนางจะได้ฝึกฝนกับระดับนิรันทร์บรรพกาลเฟยหรงอยากจะพาพวกนางไปด้วยทุกที่ทุกเวลาเลยก็ว่าได้ แต่ทว่าในเวลานี้หากพูดถึงองค์ประกอบต่างๆของเขาในจักรวาลนี้นับว่าตนเองยังอ่อนแอเกินไปไม่มีพลังมากพอที่จะพาพวกนางท่องเที่ยวโดยปราศจากอันตราย ดังนั้นสิ่งที่เฟยหรงทำได้คือระหว่างที่พวกนางฝึกฝนกันเขาเองก็ต้องแสวงหาความแข็งแกร่งต่อไปเพื่อให้คงอยู่ได้โดยไม่ต้องหวาดกลัวผู้ใดในจักรวาล
ชายหนุ่มหลังจากออกมาแน่นอนว่าเขาพูดคุยกันพ่อแม่ และครอบครัวของเขาเป็นที่เรียบร้อย และเตรียมตัวออกเดินทางในทันที การเดินทางครั้งนี้มีเพียงหวูหลิงเท่านั้นที่จะตามไปด้วย ส่วนเฟิงหลินเทียนและเฟิงจื่อเหมยที่เป็นพ่อตาแม่ยายของเขานั้นในตอนแรกเขาได้ชักชวนไปแล้วเนื่องจากว่าจะไปตระกูลเฟิงพอดี แต่ทั้งสองก็ปฏเสธไปแล้วให้เหตุผลว่าพวกเขาต้องการจะอยู่ที่นี่กับบุตรสาวและหลานของตนเอง แน่นอนเฟยหรงก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด
ส่วนบุตรสาวทั้งสองของเขานั้นตอนแรกก็แทบจะร้องห่มร้องไห้กันยกใหญ่เพราะต้องการจะไปกับเฟยหรงด้วยแต่ก็ถูกบรรดาแม่ๆของพวกนางห้ามเอาไว้เสียก่อน เฟยหรงกล่าวบอกลาทุกคนในที่สุดก็ตัดสินใจหันหลังออกเดินทางในที่สุด
"เจ้าหนุ่ม งานประลองจักรวาลจะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า ข้าหวังว่าเจ้าจะกลับมาทันนะ"ในขณะที่เฟยหรงกำลังลอยขึ้นไปบนท้องนภา เสีงของเทพสมุทรพลันดังกึกก้องขึ้นมาทำให้เฟยหรงต้องเงยหน้ามอง พร้อมกับสิ่งที่ที่ลอยลงมาหาเฟยหรงสามชิ้นด้วยกัน หนึ่งคือหยกคุ้มภัยที่ใช้ในการหลบหนีเมื่อเจออันตราย สองคือแผนที่จักรวาลเก้าลักษณ์ และสามคือหยกแสดงตัวตนของนักบุญแห่งทะเลดวงดาว
"ขอรับ ข้าจะกลับมาให้ทัน"เฟยหรงกล่าวพร้อมรับของทั้งสามเอาไว้ แม้จะไม่รู้ว่างานประลองจักรวาลคืออะไร แต่ทว่าเฟยหรงคิดว่ามันน่าสนุกเอามาก แล้วเขาจะพลาดได้อย่างไร การที่เทพสมุทรถึงกับบอกเขาเอาไว้ขนาดนี้แสดงว่าย่อมเห็นความสำคัญในตัวเขาอย่างหาที่สุดมิได้ การประลองจักรวาลคงจะมีอะไรน่าสนใจเป็นแน่แท้
"เช่นนั้นทุกคนเฟยหรงขอลา แล้วข้าจะรีบกลับมานะขอรับ"เฟยหรงผสานมือคาราวะและพุ่งทะยานออกไปในทันที เทพสมุทรที่เห็นดังนั้นก็พลันยกยิ้มก่อนจะเปิดม่านพลังทั้งร้อยชั้นที่ปกคลุมทะเลดวงดาวให้เฟยหรงได้ออกไป แม้จะเสียดายที่ไม่ได้ฝึกสอนชายหนุ่มด้วยตัวเอง แต่ในความคิดของเทพสมุทรมังกรอย่างไรก็คือมังกร แม้จะไม่ได้รับการฝึกสอนจากใครเลยแต่เขามั่นใจว่าเฟยหรงจะต้องเติบโตได้อย่างแน่นอน ดังมังกรที่เพียงเติบโตตามธรรมชาติก็สามารถแข็งแกร่งได้เป็นอนันต์
เฟยหรงเมื่อพุ่งทะยานออกมาแล้วชายหนุ่มก็ไม่ได้หันกลับไปมองแต่อย่างใด ใช้เวลาเพียงไม่ถึงก้านธูปเฟยหรงก็ออกมาจากม่านพลังทั้งร้อยชั้นได้อย่างสบายๆก่อนที่จะเปิดแผนที่ออกเพื่อดูตำแหน่งของตระกูลวิหคเพลิง
"ไกลปานนี้เชียว ทะเลดวงดาวอยู่เกือบสุดเขตตะวันตกส่วนตระกูลวิหคเพลิงอยู่บริเวณใจกลางเขตตะวันออกใกล้ๆกับตำหนักเทพเจ้าสวรรค์ เห้อ คงต้องใช้เวลาหลายปีด้วยกันกว่าจะไปถึง"เฟยหรงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายพร้อมพุ่งทะยานออกไปในทันที ในห่วงจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้การที่ได้โบยบินไปอย่างไร้ข้อกังวลเฟยหรงกลับรู้สึกว่ามันแสนจะอิสระเสียจริงๆ
"หยาลี่รอข้าก่อน ข้ากำลังจะไปหาเจ้า"เฟยหรงกล่่าวพร้อมยกยิ้ม ในใจมีแต่ความตื่นเต้นที่จะได้พบเจอภรรยาสาวอีกครั้ง