ยอดยุทธชุดชมพู

    69.เด็กก็มีหัวใจเหมือนกัน

    69.เด็กก็มีหัวใจเหมือนกัน

                   “ข้าจะรีบไปบอกไป๋หลงว่าเจอเจ้าอยู่ที่นี่”เสี่ยวเมิ่งปรับสีหน้าให้เป็นปกติพยายามไม่แสดงพิรุธใดๆออกมา

                   “อ้อ...”เสี่ยวไป๋ทำเสียงรับรู้    “เจ้ายังไม่ต้องรีบร้อนก็ได้”เสี่ยวไป๋ว่าพลางกอดเอวคนงามแน่นขึ้นขณะที่อีกมือใช้นิ้วพันปอยผมหญิงสาวเล่น “คุยกับข้าเสร็จแล้วค่อยไป”เสี่ยวไป๋ว่าพลางใช้มือไล้ใบหน้างดงามเล่น

                   เสี่ยวเมิ่งถูกการกระทำที่หยอกเย้าใกล้ชิดเช่นนี้ทำให้รู้สึกอายจนหน้าแดงก่ำ ท่าทางของเสี่ยวไป๋ยามนี้ช่างเย้ายวนน่ามองยิ่งแววตาคู่สีเงินนี้พราวระยับด้วยความขี้เล่น ยิ่งทำให้นางรู้สึกใจเต้นผิดจังหวะ

                   ‘เจ้ากระต่ายสมควรตาย!’เสี่ยวเมิ่งแอบก่นด่าในใจ ดูเหมือนว่าเจ้ากระต่ายนี่กำลังโปรยเสน่ห์ใส่เธอเสียแล้ว...ซ้ำตอนนี้เธอก็นอนพาดอยู่บนอกของเจ้าเสี่ยวไป๋ จนไม่เหลือช่องว่างแม้เพียงนิด

                   เสี่ยวเมิ่งรู้สึกได้ถึงกล้ามมัดที่แข็งแกร่งของเรือนร่างเสี่ยวไป๋อีกทั้งกลิ่นกายของมันช่างหอมกรุ่น ใบหน้าก็งดงามชวนให้คนลุ่มหลงทุกอย่างที่ประกอบขึ้นมาเป็นเสี่ยวไป๋กำลังล่อลวงจิตใจเธอ! อีกทั้งเธอก็ไม่ใช่คนจิตแข็งเท่าไหร่นักที่จะต้านทานเสน่ห์ของคนตรงหน้าได้!

                   ดังนั้นแต่เดิมที่เธอคิดจะดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนของเสี่ยวไป๋หรือใช้พลังเวทซัดมันสักทีเพื่อให้เสี่ยวไป๋ปล่อยมือ เธอจึงล้มเลิกความคิดนั้น

                   ‘อืมดูเหมือนเจ้าเสี่ยวไป๋จะหุ่นดีเหมือนกัน’เสี่ยวเมิ่งคิดขณะรู้สึกเหนือความคาดหมายอยู่บ้างที่ร่างผอมๆของเจ้าเสี่ยวไป๋ที่แท้แล้วมีกล้ามเนื้อมากขนาดนี้

                   “มีอะไรต้องคุยอีก!”เสี่ยวเมิ่งทำสีหน้าบึ้งตึงกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเอง

                   “ก็เรื่องที่เจ้าคือแดงน้อยอย่างไรละคนสวย”เสี่ยวไป๋ไล้ใบหน้างามผุดผ่องเล่นเสี่ยวเมิ่งถลึงตาใส่ทำให้เสี่ยวไป๋ยอมรามือจากผิวเนียนนุ่ม

                   “แดงน้อย?”เสี่ยวเมิ่งแสร้งตีสีหน้างุนงง ขณะถูกกอด ร่างพาดอยู่บนตัวเสี่ยวไป๋

                   “เจ้าแสร้งทำเป็นไม่รู้!”เสี่ยวไป๋ขมวดคิ้วสีหน้าจริงจัง

                   เสี่ยวเมิ่งรู้สึกหนาวๆร้อนๆเมื่อถูกเสี่ยวไป๋จ้องมองอย่างจับผิด ถึงกระนั้นเสี่ยวเมิ่งก็ยังคงแสร้งตีสีหน้างุนงงต่อไปไม่ยอมรับความจริงเสียอย่าง ใครจะทำอะไรได้!

                   “ถ้าข้าจำไม่ผิดแดงน้อยคือสหายของเจ้าที่ตายไปแล้วมิใช่หรือ?”เสี่ยวเมิ่งถามกลับสีหน้างุนงงแววตาเต็มไปด้วยความสงสัยประหลาดใจ “จู่ๆเจ้ามาบอกว่าเทพอย่างข้าที่อยู่มานับแสนปีคือจิ้งจอกแดงซึ่งเป็นเพียงสัตว์อสูรธรรมดาตนนึงนี่หรือ?”เสี่ยวเมิ่งแสร้งทำท่าประหลาดใจ

                   “ข้าจะเป็นนางไปได้อย่างไรในเมื่อข้าเกิดก่อนนางและข้าก็ยังไม่ตายด้วยซ้ำ!”เสี่ยวเมิ่งให้เหตุผล

                   ‘หรือนางจะไม่ใช่แดงน้อย?’เสี่ยวไป๋ที่กำลังทำตัวเจ้าชู้กรุ้มกริ่มใส่อีกฝ่ายถึงกับวางตัวไม่ถูก มีวูบนึงที่เสี่ยวไป๋ใจหาย เมื่อคิดว่าตนอาจจะเดาผิด

                   ทว่า..เมื่อมันคิดดูดีๆมันมั่นใจว่าไม่มีทางที่จะมีใคร มีกลิ่นอายคล้ายแดงน้อยอีกแล้วไม่มีใครที่ให้ความรู้สึกเช่นนี้อีกแล้ว... เพราะฉะนั้นนางต้องโกหกอย่างแน่นอน!

                   “เจ้าหยุดเสแสร้งได้แล้ว!”เสี่ยวไป๋สีหน้าโกรธเคือง “ข้าได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้เจ้าทำสงครามกับจอมมารสุดท้ายจึงเข้าสู้นิทราไม่ได้สติมาหลายหมื่นปีจนดวงจิตเสียหาย เศษเสี้ยวของดวงจิตเจ้าต้องไปเกิดใหม่แน่นอน! ข้ามั่นใจว่าเจ้าต้องไปเกิดเป็นแดงน้อย!”

                   ก่อนหน้านี้เสี่ยวไป๋ออกตามหาโคมประสานวิญญาณเพื่อทำให้ไป๋หลงคืนชีพอีกครั้งมันออกเสาะหาโคมและสืบเรื่องดวงจิตของแดงน้อยที่เทพเซียนนำกลับไปด้วยสืบไปสืบมามันก็ได้ยินเรื่องข่าวลับๆ ของเทพอสูรเก้าหางนามเฉินเมิ่งไฉว่านางไม่ปรากฏตัวในท้องพระโรงเก้าชั้นฟ้ามาหลายหมื่นปีแล้วทำให้เหล่าเทพเซียนล้วนสงสัยว่าอาจเกิดเรื่องขึ้นกับนางตั้งแต่สงครามกับจอมมารในครั้งนั้น

                   โชคชะตาก็คล้ายจะเล่นตลกมันสืบทราบว่าที่แท้โคมประสานวิญญาณอยู่ในเผ่าเก้าหางโดยอาวุโสของเผ่าเป็นผู้เสาะหามาเพื่อช่วยชีวิตใครบางคนในเผ่า

                   เสี่ยวไป๋ที่ปกติแอบเข้าออกคลังสมบัติเหล่าเทพเซียนเพื่อหาโคมประสานวิญญาณ ไม่เคยเกรงกลัวเทพเซียนองค์ใดเล่นงานตนถึงปางตายแต่คราวนี้มันไม่กล้าไปเยือนเผ่าเก้าหางด้วยตนเอง

                   เนื่องจากตอนเด็กมันแอบได้ยินบิดามารดาคุยกันว่าตอนที่มันเกิดเผ่าเก้าหางได้หมั้นหมายมันให้กับเทพเฉินเมิ่งไฉ ซึ่งแก่กว่ามันนับแสนปีดังนั้นเมื่อเผ่าเก้าหางมาเยือนบ้านมันเสี่ยวไป๋จะรีบหนีหายเข้าป่าไปหลายวันไม่ยอมโผล่หน้าออกไปเจอเผ่าเก้าหางเนื่องจากหวาดกลัวที่จะต้องแต่งงานกับคนแก่....

                   และครั้งสุดท้ายที่เผ่าเก้าหางมาเยือนก็คือช่วงเวลาที่แดงน้อยตายดังนั้นมันจึงหนีออกจากบ้านและไม่กลับไปอีกเลย จนเมื่อหกเดือนก่อนจู่ๆพี่ชายก็พบตัวมันและลากตัวกลับพร้อมกับแจ้งว่าท่านแม่ได้เบาะแสของแดงน้อยแล้ว...

                   ดังนั้นมันจึงยินยอมกลับเผ่าแต่โดยดีแต่สิ่งที่ท่านแม่บอกทำให้มันตกตะลึง คิดว่าท่านแม่อาจจงใจโกหกเพื่อให้มันยอมแต่งงานกับเฉินเมิ่งไฉ

                   ท่านแม่บอกว่าเมื่อก่อนเคยพบเฉินเมิ่งไฉและจดจำกลิ่นอายเทพเซียนของนางได้ตอนที่ท่านแม่พบแดงน้อยครั้งแรกท่านแม่ก็คิดว่ากลิ่นอายของแดงน้อยนั้นประหลาดนักคล้ายกลิ่นอายเทพเซียนของเฉินเมิ่งไฉแต่เนื่องจากท่านแม่ไม่สะดวกจะไปสอบถามว่าเกิดเรื่องขึ้นกับเฉินเมิ่งไฉจนทำให้นางต้องจุติหรือไม่

                   เรื่องล่าสุดที่ท่านแม่ได้รับแจ้งจากทางเผ่าเก้าหางก็คือช่วงเวลาที่อาวุโสทำสัญญาจะหมั้นหมายเสี่ยวไป๋ ให้เฉินเมิ่งไฉนั้นตอนนั้นเฉินเมิ่งไฉดวงจิตเสียหายจากสงครามจอมมารและนอนไม่ได้สติเป็นเวลาหลายหมื่นปี

                   ตอนที่ขอหมั้นทางเผ่าปกปิดความจริงนี้ไว้เพราะกลัวครอบครัวเสี่ยวไป๋จะปฏิเสธเพราะคงไม่มีใครอยากได้สะใภ้ที่นอนไม่ได้สติเช่นนั้นตลอดเวลา

                   ทางเผ่าเก้าหางส่งอาวุโสมาขอโทษเผ่าจิ้งจอกเงินที่ทำเรื่องนี้ลงไปอย่างเห็นแก่ตัวแต่พวกเขาก็ให้เหตุผลว่าที่ทำเช่นนั้น เพราะเผ่าเก้าหางมีความเชื่อเรื่องคู่ครอง

                   หากจิ้งจอกที่มีคู่ถึงคราวใกล้ตายมันจะไม่ยอมให้ตัวเองตายเด็ดขาดจะอดทนให้ถึงที่สุด เพื่อกลับไปหาคู่ของมันให้ได้  ไม่ยอมให้ความตายมาพรากมันจากคู่ของตนดังนั้นผู้อาวุโสต่างลงความเห็นว่าหากเฉินเมิ่งไฉมีคู่หมั้นเสีย วันนึงนางอาจจะกลับมาหรือกลับมาเร็วขึ้นก็ได้

                   และสุดท้ายเฉินเมิ่งไฉก็ตื่นขึ้นมาหลังจากที่มีการหมั้นหมายเกือบร้อยปีบัดนี้ผ่านมานับพันปีผู้อาวุโสจึงมาทวงถามเรื่องหมั้นหมายนี้พร้อมเปิดเผยความจริง

                   เนื่องจากทางเผ่าเก้าหางพอเดาได้ว่าเสี่ยวไป๋ที่หลบหน้าทุกครั้งตอนอาวุโสไปเยือนเผ่าเพื่อจะพบเสี่ยวไป๋เป็นเพราะมันไม่อยากแต่งงานกับสตรีที่แก่กว่า ดังนั้นทางอาวุโสของเผ่าจึงแจ้งว่าให้เสี่ยวไป๋ลองไปพบเฉินเมิ่งไฉดูสักครั้ง หากว่าไม่ชอบนางจริงๆทางผู้ใหญ่จะยกเลิกสัญญาหมั้นหมายนี้...

                   เสี่ยวไป๋ที่ตอนแรกไม่ต้องการเฉินเมิ่งไฉสุดท้ายถูกส่งตัวกลับมายังอาณาจักรเฟย เพื่อพบเฉินเมิ่งไฉเดินทางมาที่นี่เข้าร่วมชมงานประลองยุทธ

                   ที่มันยินยอมกลับมาอาณาจักรเฟยก็เพื่อจะมายืนยันด้วยตนเอง ว่าสิ่งที่มารดาสงสัยเป็นเรื่องจริงหรือไม่สิ่งที่ตัวมันเองสืบมาเป็นเรื่องจริงไหม แต่คิดไม่ถึง ว่ามันกลับไปได้ยินในสิ่งที่ไม่ควรได้ยินเสียก่อนสุดท้ายมันจึงถูกทำร้ายปางตาย ยังไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ความจริงทั้งหมด

                   ช่วงเวลาที่มันใกล้ตายใช้แรงเฮือกสุดท้ายร่ายเวทหนีมันกลับคิดถึงที่พักของเทพเฉินเมิ่งไฉที่มันแอบสืบรู้มาเนื่องจากมันสงสัยเกี่ยวกับตัวเฉินเมิ่งไฉ ดังนั้นก่อนตายมันจึงมาปรากฏตัวที่นี่

                   แต่ตอนที่มาถึงสติของมันเริ่มเลือนรางช่วงเวลานั้นมันใกล้ตายเสียแล้ว แต่จู่ๆเฉินเมิ่งไฉก็ปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลานั้นมันได้กลิ่นของแดงน้อยชัดเจน แต่มันกลับคิดว่าตนเพ้อไปเอง...  

                   เสี่ยวไป๋มองหน้าคนงามแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์‘ไม่ว่าเมื่อไหร่เจ้าก็ต้องเป็นของข้าเท่านั้นแดงน้อย!’ในเมื่อชะตาเลือกนางเป็นคู่หมั้นให้ตั้งแต่เขาเกิดดังนั้นนางจะต้องเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว! ไม่ว่าภพชาติใด!

                   “ใครบอกเจ้าเรื่องที่ข้านอนสลบไม่ได้สติหลายหมื่นปี!”เสี่ยวเมิ่งขมวดคิ้วด้วยความตึงเครียดเรื่องนี้เป็นความลับที่รู้กันเพียงไม่กี่คนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายในเผ่าขึ้น อย่างเช่นว่ามีคนคิดก่อกบฏหรือมีเผ่าอื่นคิดโจมตีเผ่าเก้าหาง ความลับนี้เหตุใดเจ้าเสี่ยวไป๋จึงรู้!  

                   “เรื่องใหญ่ขนาดนั้นเจ้าคิดว่าจะปิดไปได้ตลอดหรืออย่างไร”เสี่ยวไป๋แบะปาก“นี่มันผ่านมากี่หมื่นปีแล้วชาวสวรรค์ไม่เห็นเจ้าปรากฏตัวพวกเขาล้วนเดากันแล้วว่าเกิดเรื่องกับเจ้า!”

                   “ก็ได้ข้ายอมรับว่าเรื่องที่ข้าบาดเจ็บสาหัสนี้เป็นเรื่องจริงแล้วอย่างไรต่อ... ข้าไม่ใช่แดงน้อยเสียหน่อย!”เสี่ยวเมิ่งยังคงไม่ยอมรับ

                   “เจ้าอย่าลืมสิว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นของข้า...”เสี่ยวไป๋ว่าพลางเชยคางคนงาม“ข้าดีใจมากที่รู้ว่าคู่หมั้นสูงวัยของข้า ที่แท้ก็คือแดงน้อย”

                   “เพียะ!”เสี่ยวเมิ่งปัดมือของเสี่ยวไป๋ออกอย่างแรงด้วยความไม่พอใจ

                   ‘สูงวัยบ้านเจ้าสิ!’พลางแอบก่นด่าเจ้าโง่จอมปากเสียในใจตอนแรกเธอกำลังคิดอยู่ว่าจะยอมรับเรื่องตัวเองเป็นแดงน้อยดีหรือไม่เนื่องจากเจ้าเสี่ยวไป๋ จดจำแดงน้อยได้ฝังใจและไม่เคยลืม...

                   ทว่าพอมันปากเสียพูดเรื่องอายุของนางเช่นนี้ก็ต้องปั่นหัวมันเล่นเสียหน่อยเป็นการลงโทษความปากเสียของมัน!

                   “เรื่องหมั้นข้ารู้แล้ว! แล้วข้าก็คิดจะปฏิเสธเรื่องหมั้นที่เกิดขึ้นเพราะความไม่เต็มใจของข้าด้วย!”เสี่ยวเมิ่งสีหน้าแข็งกร้าวไม่พอใจเมื่อกล่าวถึงเรื่องหมั้นหมายนี้

                   เสี่ยวไป๋ได้ฟังแล้วพลันสีหน้าบึ้งตึง‘อะไร! หญิงสูงวัยเช่นนางกล้าปฏิเสธหนุ่มน้อยรูปงามเช่นข้าเชียวรึ!’เสียวไป๋หน้างอง้ำด้วยความไม่พอใจ

                   “อีกอย่างข้าคือเฉินเมิ่งไฉ!”เสี่ยวเมิ่งน้ำเสียงแข็งกระด้างแววตาแฝงความไม่พอใจ “เจ้าหยุดกล่าวว่าข้าเป็นแดงน้อยอะไรนั้นเสีย!”เสี่ยวเมิ่งว่าพลางดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของเสี่ยวไป๋ ทว่าไม่สำเร็จอ้อมกอดนี้แข็งแกร่งเกินไปดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด!

                   ‘อ่า...ปากแข็งแบบนี้ต้องใช้แผนชายงามเสียแล้ว!’เสี่ยวไป๋คิดขณะแอบยิ้มชั่วร้ายในใจ

                   เสี่ยวไป๋เริ่มทำสีหน้าเศร้าโศกดัดเสียงให้ฟังดูเศร้า และน่าสงสารที่สุด เพื่อไม่ให้เสียชื่อจอมเสแสร้ง ที่ไป๋หลงตั้งฉายาให้ดังนั้นต้องแสดงให้สมจริง!

                   “ตอนที่เจ้ารับใช้ข้างกายไป๋หลง เจ้าปกปิดตัวตนไว้อย่างดีข้าสัมผัสได้เพียงเล็กน้อย รู้แต่ว่ากลิ่นเจ้าคล้ายจิ้งจอกเท่านั้น... และเป็นเพราะข้าเข้าใจว่าแดงน้อยตายไปแล้วและชาตินี้ข้าไม่มีโอกาสได้พบนางแล้ว ข้าจึงไม่เคยกล้าเชื่อมโยงว่าเจ้าคือแดงน้อย คิดเพียงว่าเจ้าอาจจะเป็นเทพอสูรที่แปลงกายมาเท่านั้น...”

                   เสี่ยวไป๋ที่อยู่ใต้ร่างเสี่ยวเมิ่งกอดนางเอาไว้ขณะซบหน้าที่ไหล่ของนาง น้ำตามันเริ่มไหลจนเปียกไหล่อีกฝ่ายทำให้เสี่ยวเมิ่งที่ดิ้นขัดขืนจะออกจากอ้อมกอดมันหยุดชะงัก

                   ‘ฮี่ ฮี่แผนชายงามผู้น่าสงสารเริ่มได้ผล!’เสี่ยวไป๋แอบหัวเราะในใจ

                   “ตอนที่ข้าได้อ่านบันทึกชะตากรรมของเทพดาราซือมิ่งข้าจึงได้รู้ว่าที่แท้แล้วแดงน้อยยังมีชีวิตอยู่ ข้าดีใจมากที่ได้รู้เรื่องนี้...”มันกล่าวขณะแสดงสีหน้าว่ามีความสุขเมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้

                   ก่อนจะตีหน้าเศร้ากล่าวประโยคต่อมา“เหตุใดเจ้าจึงต้องปิดบังข้า เหตุใดจึงไม่บอกข้า ว่าเจ้าคือแดงน้อย...”หนุ่มรูปงามน้ำตาเกาะขนตางอนยาวทำให้ใบหน้ามันงดงาม ดูเปราะบางน่าสงสาร

                   เสี่ยวเมิ่งได้ยินแล้วพลันใจอ่อนยวบยิ่งเห็นสีหน้าท่าทางของเสี่ยวไป๋ยิ่งทำให้รู้สึกผิด

                   ‘ใช่แล้วต้องแบบนี้’เสี่ยวไป๋แอบคิด ขณะปั้นสีหน้าให้เศร้าโศก รีดเค้นน้ำตาจนร่วงหล่นเป็นสาย

                   “เจ้ารู้ไหมพอเจ้าตาย ข้ารู้สึกชีวิตว่างเปล่าโดดเดี่ยวโลกที่เคยสดใส ทุกอย่างกลับมืดมนโดยเฉพาะความรู้สึกผิดที่ข้าไม่อาจปกป้องเจ้าจากอันตรายได้...ซ้ำร้ายยังเป็นข้าที่ทำให้เจ้าต้องตาย”เสี่ยวไป๋คร่ำครวญขณะร้องไห้น้ำตาไหลเป็นสาย ราวกับเด็กน้อยผู้หนึ่ง สีหน้าทุกข์ระทม

                   และเนื่องจากมันเสียใจอย่างที่กล่าวทุกประโยคดังนั้นสีหน้ามันจึงเป็นความเศร้าที่ออกมาจากก้นบึ้งหัวใจเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ฝังใจมันเนิ่นนานนับพันปี

                   เสี่ยวเมิ่งถอนหายใจอย่างยอมแพ้ใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาให้เสี่ยวไป๋อย่างอ่อนโยน ทำให้เสี่ยวไป๋ชะงักหยุดร้องไห้ชั่วขณะ

                   “ข้าไม่ใช่แดงน้อยจริงๆ”นางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังทว่าขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

                   เสี่ยวไป๋แบะปากทำท่าจะร้องไห้อีกรอบเมื่อได้ยินคำพูดที่แสนโหดร้ายนั้น ‘เหตุใดนางจึงปฏิเสธ! ข้าอุตส่าห์ใช้แผนชายงามที่น่าสงสารแล้วนะ!’และคราวนี้ไม่ใช่น้ำตาเสแสร้งเพราะมันกำลังจะร้องไห้จริงๆ

                   เสี่ยวเมิ่งเห็นแล้วเกือบหลุดขำออกมารู้จักเจ้าเสี่ยวไป๋มาสองภพชาติ ย่อมรู้ว่าสมองน้อยๆของมันคิดอะไร ยิ่งเวลามันเสแสร้งนางยิ่งรู้ทัน!ดังนั้นนางจึงจงใจแกล้งให้มันตกใจเล่นเสียเลย!

                   ‘ฮึ เจ้าจิ้งจอกลวงโลก!’เสี่ยวเมิ่งแอบด่าเสี่ยวไป๋ในใจ           

                   “ข้าคือเฉินเมิ่งไฉไม่ใช่แดงน้อย”เสี่ยวเมิ่งยืนยันคำพูดตน เสี่ยวไป๋แบะปากน้ำตาไหล “แดงน้อยเป็นเพียงภพชาติหนึ่งของข้าและนางก็ตายไปแล้ว”เสี่ยวเมิ่งยอมรับในที่สุดว่าตนคือแดงน้อย

                   ความเศร้าบนหน้าเสี่ยวไป๋พลันบินหายวับไปแววตามันวิบวับเต็มไปด้วยความดีใจ ซ้ำยังยิ้มกว้างส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลายิ่งตรึงตาตรึงใจ ยากจะถอนสายตา

                   เสี่ยวเมิ่งรู้สึกหน้าร้อนวูบกับความงามของเสี่ยวไป๋ ใช่แล้ว เจ้าตัวแสบนี้สมควรจะยิ้มแย้มร่าเริงใบหน้าหล่อเหลานี้ ไม่เหมาะกับบทโศกเลยสักนิด

                   “แดงน้อย”น้ำเสียงของเสี่ยวไป๋อบอุ่นอ่อนหวาน ขณะมันเชยคางเสี่ยวไป๋แล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตา

                   “หลังจากที่เจ้าตายข้ามีเรื่องอยากบอกเจ้ามาตลอด”

                   เสี่ยวเมิ่งกะพริบตาปริบๆงุนงงกับท่าทางที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของมัน เจ้ากระต่ายต้องการบอกอะไร? เหตุใดมันต้องทำน้ำเสียงและท่าทางเช่นนี้...

                    “แดงน้อย ไม่สิเสี่ยวเมิ่งข้า...ข้า...”เสี่ยวไป๋ตะกุกตะกัก ท่าทางขัดเขิน จนสองแก้มแดงซ่าน“ข้า..รักเจ้า...”

                   คนถูกสารภาพรักทำสีหน้าตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำสารภาพรักจากปากเจ้าเสี่ยวไป๋ พลันรู้สึกใจเต้นรัวหวั่นไหวกับคำสารภาพรักทว่านางยังต้องแกล้งลองใจเสี่ยวไป๋ต่อไปเรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดเจน นางยังมีเรื่องที่ต้องลองใจเสี่ยวไป๋ให้แน่ชัด

                   เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะเสี่ยวเมิ่งจ้องเสี่ยวไป๋แววตาเต็มไปด้วยความกังวลใจ สมองผุดคิดหลายเรื่องขึ้นมาทำให้ความหวั่นไหวที่เพิ่งเกิดหายไปจนสิ้น

                   เสี่ยวไป๋ที่รอคำตอบของเสี่ยวเมิ่งพลันใจหายเมื่อนางนิ่งเงียบไปนานมากโดยเฉพาะสีหน้าของนางไม่ได้บ่งบอกว่าดีใจเลยสักนิด ซ้ำยังดูเคร่งเครียดหนักมาก

                   ‘หรือว่านางไม่ชอบข้า!’เสี่ยวไป๋คิดขณะใจหาย หลายร้อยปีหลังจากแดงน้อยตายมันเริ่มเติบโตและเข้าใจในที่สุดถึงสาเหตุที่มันเคียดแค้นชิงชัง รวมทั้งลืมแดงน้อยไม่ได้เป็นเพราะมันหลงรักแดงน้อยรักอย่างที่ไม่อาจจะเปลี่ยนใจไปรักใครได้อีกแล้วตลอดชีวิต!

                   แต่ทว่านั่นอาจเป็นความรู้สึกรักข้างเดียวเพราะในชาติที่นางเป็นแดงน้อยอาจไม่ได้รู้สึกรักมันหรือแม้แต่ตอนเป็นเสี่ยวเมิ่งก็อาจจะไม่ได้คิดอะไรกับมันเช่นกัน...

                   เสี่ยวไป๋เฝ้ารอให้เสี่ยวเมิ่งกล่าววาจาทั้งห้องพลันตกอยู่ในบรรยากาศกดดัน

                   เสี่ยวเมิ่งขมวดคิ้วตัดสินใจกล่าววาจาในที่สุด

                   “ขอโทษด้วยเสี่ยวไป๋”นางพึมพำน้ำเสียงสำนึกผิด“เรื่องของข้ากับเจ้ามันเป็นไปไม่ได้” สำนึกผิดที่ต้องแกล้งให้เสี่ยวไป๋เสียใจเพื่อลองใจมันหากมันไม่ยึดมั่นในความรักที่มีต่อนางละก็ นางก็ไม่อาจมอบใจให้มันได้

                   เสี่ยวไป๋คล้ายรู้สึกถูกสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะขณะที่หัวใจแหลกละเอียดเมื่อถูกปฏิเสธ

                    “ทะ...ทำไม”เสียงของเสี่ยวไป๋สั่นสะท้านด้วยความสะเทือนใจ

                   “ข้ากับเจ้า อายุต่างกันเกินไป”เสี่ยวเมิ่งตอบขณะนึกถึงความจริง “เรื่องของเจ้ากับข้าเป็นไปไม่ได้”เสี่ยวเมิ่งยืนยันอายุของทั้งคู่ห่างกันหลายหมื่นปีสวรรค์เสี่ยวไป๋ในตอนนี้นับว่าเป็นแค่เด็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ตัวนางถือเป็นผู้ใหญ่ปัญหาเรื่องความต่างของอายุจะเกิดขึ้น ทั้งความคิดการใช้ชีวิตมรรยาทในเรื่องต่างๆในแต่ละสถานการณ์ การถูกคนรอบข้างนินทา ถูกตั้งคำถาม เช่นว่า

                   ‘ทำไมไปชอบคนแก่นั่นรุ่นบิดามารดาเลยนะ!’นั่นคือสิ่งที่เสี่ยวไป๋จะต้องเจอ

                   ‘ชอบคนแก่เพราะหวังผลประโยชน์ใช่ไหม ชื่อเสียง อำนาจ?’นั่นคือสิ่งที่เสี่ยวเมิ่งมีในเผ่าเก้าหางเป็นองค์หญิงสูงศักดิ์ทรงอำนาจ แม้แต่ในสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเหล่าเทพยังต้องให้ความเกรงใจนาง

                   คำติฉินนินทามากมายทั้งต่อหน้าและลับหลัง จะต้องตามมาอีกมากมายในเมื่อเสี่ยวเมิ่งอายุนับเป็นมารดามันได้เลย

                   แต่ดูเหมือนว่าเสี่ยวเมิ่งจะคิดมากเกินไปเพราะเจ้าเสี่ยวไป๋มันไม่เคยคิดไม่เคยสนใจอะไรอยู่แล้ว...

                   “ข้าชอบเจ้าไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเรื่องอายุ ชอบก็คือชอบ...”เสี่ยวไป๋ยืนยันความคิดตนไม่ยอมให้เรื่องของอายุมาเป็นอุปสรรค “ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะอายุเท่าไหร่ข้ารู้แต่ว่าเจ้าคือแดงน้อยดังนั้น ข้ารักเจ้า ข้ารักเจ้า ข้ารักเจ้า! เรื่องอื่นข้าไม่สนใจทั้งสิ้น!”เจ้าเสี่ยวไป๋เถียงหัวชนฝา ท่าทางดื้อดึงไม่ยอมรับฟังสิ่งใดทั้งสิ้น!

                   หากเสี่ยวเมิ่งไม่มีใจให้นางต้องพูดออกมาอย่างชัดเจน เช่นว่า ‘ข้าไม่ได้รักเจ้าตัดใจเสียเถอะ!’ ในเมื่อนางยังไม่พูดออกมา ดังนั้นมันจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!

                   คนถูกบอกรักอ้าปากค้างเมื่อเสี่ยวไป๋เริ่มทำตัวเหมือนเด็กน้อย เถียงอย่างไม่ยอมแพ้ขาดเพียงแต่มันไม่ลงไปชักดิ้นชักงอบนพื้น

                   “เฮ้อ”เสี่ยวเมิ่งถอนหายใจ “แต่ข้าไม่ใช่แดงน้อยอีกแล้ว...ข้ากับนางไม่เหมือนกัน”เสี่ยวเมิ่งพยายามปฏิเสธความรู้สึกของเสี่ยวไป๋ที่มีให้ทั้งๆที่ในใจเขินอาย จนแทบจะมุดดิน เจ้าบ้านี่เล่นบอกรักติดๆกันขนาดนี้ซ้ำยังแสดงท่าทีว่ารักนางโดยไม่สนใจสิ่งใดเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกใจเต้นรัว...

                   “ข้าไม่สนใจข้ารู้แต่ว่าเจ้าคือแดงน้อย ไม่ว่าเจ้าจะเปลี่ยนไป หรืออายุมากกว่าข้าแค่ไหนก็ตามข้ายืนยันว่าข้ารักเจ้าเท่านั้น!”เจ้าเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

                   แม้เสี่ยวไป๋จะอายุยังน้อย ทว่าการที่มันเฝ้าเคียดแค้นคิดถึงการตายของแดงน้อยนับพันปีคิดถึงแดงน้อยแม้กระทั่งขณะที่มันใกล้ตาย ย่อมเป็นสิ่งยืนยันในคำพูดของมันได้...

                   ‘ข้ารักเจ้า!’

                    “ถึงข้าจะผ่านโลกมาไม่มาก แต่ข้าก็รู้ว่าอะไรคือความรัก อะไรคือความทรมาน เมื่อเห็นคนที่รักตายจากอะไรคือความเศร้าโศกเสียใจ เมื่อเสียสิ่งที่ล้ำค่าไป”น้ำเสียงของเสี่ยวไป๋หนักแน่นมั่นคง มันกำลังเผยให้เห็นอีกด้านของตัวเองที่ปกติชอบทำตัวไร้สาระ

                   “นับพันปี ข้าไม่เคยลืมเจ้าไม่เคยเลย แม้กระทั่งเจ้าตายจากไปแล้ว ข้าก็ยังคงไม่ลืม!” คำพูดของเสี่ยวไป๋สั่นคลอนจิตใจผู้คนทว่าการกระทำต่อมาของมัน ทำให้ภาพพจน์ที่ดีงามมั่นคงนั้นแตกละเอียดทันทีเมื่อมันทำตัวเป็นเด็กน้อยอีกครั้ง

                    “ถึงข้าจะเด็กแต่ข้าก็มีหัวใจเหมือนกัน!”เสี่ยวไป๋ทำหน้างอน้อยใจที่ถูกปฏิเสธเพราะเรื่องอายุส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นน่ารัก น่าทะนุถนอมอย่างยิ่ง

                   เสี่ยวเมิ่งเกือบหลุดหัวเราะออกมาเฮ้อ นี่นางหวังอะไรกับเจ้าโง่ตัวนี้กัน หวังให้มันทำตัวจริงจังรึ...

                   แต่ว่าอย่าจะดีกว่าเสี่ยวไป๋ที่ทำตัวเด็กๆแบบนี้ต่างหากที่นางรัก ไม่ใช่เสี่ยวไป๋ที่มีท่าทางจริงจังนางชอบที่มันสดใสร่าเริง และจริงใจ แม้คำพูดท่าทางของมันจะขี้เล่นไร้สาระแต่นั่นก็คือตัวตนของมัน เสน่ห์ของมันหากเปลี่ยนเป็นเสี่ยวไป๋มีท่าทางจริงจังเย็นชา แบบเฟยหานตงเกรงว่านางจะต้องเครียดตายแน่นอน!

                   เสี่ยวเมิ่งถอนหายใจอย่างยอมแพ้ไม่คิดจะแกล้งพูดจาลองใจเสี่ยวไป๋ต่อไป ที่นางพูดจาโหดร้ายเช่นนั้นเพราะต้องการทดสอบเสี่ยวไป๋เพราะนางและเสี่ยวไป๋อายุต่างกันมากเกินไป ซ้ำเสี่ยวไป๋ยังเด็กมันอาจคิดอะไรไม่รอบคอบโดยเฉพาะเรื่องความรัก

                   “ก็ได้ข้ายอมแพ้เจ้าแล้ว!”เสี่ยวเมิ่งกล่าว“ตอนที่ข้าเป็นแดงน้อยข้าชอบเจ้าโง่อย่างเจ้าเช่นกัน! และตอนนี้ข้าก็ยิ่งรักกว่าเดิม”

                   เสี่ยวเมิ่งคลี่ยิ้มงดงามทำให้เสี่ยวไป๋ตาพร่าลายเพราะรอยยิ้มนั้น

                   เสี่ยวไป๋ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุขใบหน้าแดงซ่านด้วยความตื่นเต้นยินดี แววตาทอประกายวาววับแสดงออกถึงความสุขสมหวังอย่างถึงที่สุด

                   “ในเมื่อเจ้ายืนยันก็อย่าหวังว่าชาตินี้จะมีโอกาสไปรักใครได้อีก!”เสี่ยวเมิ่งเริ่มข่มขู่“หากว่าเจ้ากล้าไปทำตัวเจ้าชู้ใส่สตรีอื่น คอยดูข้าจะตีเจ้าปางตายเลย!”

                   เสี่ยวไป๋ได้ยินแล้วพลันหน้าซีดเมื่อนึกถึงภาพตัวเองถูกทุบตี...

                   เสี่ยวไป๋ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้มันนึกภาพอนาคตออกเลยว่านับจากนี้มันได้ตกอยู่ในกำมือของแม่เสือสาวเสียแล้วหากมันทำตัวเจ้าชู้ลามก แบบที่ชอบทำประจำกับหญิงอื่นเกรงว่าบางทีมันอาจถึงขั้นถูกตอน!

                   เมื่อเสี่ยวเมิ่งข่มขู่จนพึงพอใจแล้วนางก็คลี่ยิ้มอย่างงดงาม ในสายตาเสี่ยวไป๋ แค่รอยยิ้มของนางก็ทำให้โลกพลันสว่างสดใส เจิดจ้า

                   ‘ต่อให้นางเป็นแม่เสือข้าก็จะยอมถูกรังแกแต่โดยดี เพราะแม่เสือสาวตนนี้ เป็นแม่เสือตนเดียวที่ข้าอยากใช้ชีวิตด้วยยันแก่เฒ่า’เสี่ยวไป๋คิดขณะคลี่ยิ้มงดงามไม่แพ้เสี่ยวเมิ่ง

                   ฉับพลันนั้น เสี่ยวเมิ่งช้อนคอของเสี่ยวไป๋ก้มลงจุมพิต ประทับริมฝีปากตีตราจองเป็นเจ้าของในทันที ในเมื่อเจ้าเสี่ยวไป๋ทั้งรูปงามทั้งว่าง่ายเช่นนี้เรื่องอะไรนางจะยอมเสียเวลาอีกต่อไป ดังนั้นตีตราของมันเสียเลย!

                   เจ้าเสี่ยวไป๋ตาโตด้วยความตกใจ ก่อนจะเคลิบเคลิ้มกับจูบนั้นจูบของเสี่ยวเมิ่งช่างชำนาญ บดขยี้ เคล้าคลึง ซ้ำยังแทรกลิ้นเข้าไปในริมฝีปากของมันควานไปทั่วทั้งโพรงปาก และยังพัวพันกับลิ้นของมัน ทำมันเคลิบเคลิ้มล่องลอยจนมันครางออกมาอย่างพอใจ

                   สุดท้ายเสี่ยวไป๋เป็นฝ่ายยอมแพ้ถอนริมฝีปากออก เนื่องจากมันเริ่มหายใจไม่ทัน 

                   เสี่ยวเมิ่งยิ้มอย่างพึงพอใจและรอยยิ้มนี้เต็มไปด้วยเล่ห์กล ทำให้เสี่ยวไป๋ฉุกคิดขึ้นมาได้ถึงคำพูดของพี่ชายรองของมัน‘ในความสัมพันธ์ของคนสองคนผู้ที่รุกคืบก่อน ย่อมได้เปรียบ ครั้งแรกผู้ที่ชิงจูบอีกฝ่ายได้ก่อนย่อมเป็นการทำนายว่าต่อไปคนผู้นั้นจะเป็นฝ่ายเหนือกว่าอีกคน และกดอีกคนไว้ใต้อำนาจตัวเองได้!’

                   เสี่ยวไป๋ยกมือขึ้นเตะริมฝีปากตัวเองท่าทางตื่นตระหนกอย่างสุดขีด “ทะ...ทำไมเป็นแบบนี้!”เสี่ยวไป๋ร้องโวยวาย“ฮือ...จูบแรกของข้า! ทำไมข้าถูกขโมยจูบแรก!” เสี่ยวไป๋ร้องไห้คร่ำครวญ “ข้าเป็นผู้ชาย ข้าต้องมอบจูบแรกให้ผู้หญิงสิทำไมกลายเป็นแบบนี้ข้าไม่ยอม...ฮือ ฮือ ข้าไม่ยอม”เสี่ยวไป๋ร้องโวยวายราวกับถูกข่มขืน

                   เสี่ยวเมิ่งได้ยินแล้วหัวเราะลั่น แน่นอนว่าเรื่องที่พี่ชายรองของเสี่ยวไป๋เคยกล่าวให้ฟังนางเองก็จดจำได้เช่นกันดังนั้นจึงคิดจะนำมาแกล้งเจ้าเสี่ยวไป๋จอมโง่งม

                   ก็แค่จูบเท่านั้นแค่จูบจะกำหนดเรื่องความสัมพันธ์ว่าใครเหนือกว่าได้อย่างไร! เจ้าโง่นี่ช่างไร้เดียงสาถูกคนหลอกมาตลอดยังไม่รู้ตัวอีก!

                   เสี่ยวเมิ่งยิ้มกรุ้มกริ่ม เมื่อเห็นท่าทางน่ารักน่าชังของคนรูปงามตรงหน้า ก่อนจะก้มลงจูบเจ้าเสี่ยวไป๋ปิดปากไม่ให้มันโวยวายทำให้เสี่ยวไป๋หยุดชะงักทันที

                   ‘อืมถึงจะเป็นฝ่ายถูกจูบ แต่ก็รู้สึกดีจริงๆ’มันคิดด้วยความเคลิบเคลิ้มกับความชำนาญในการจูบของสตรีตรงหน้า สุดท้ายมันจึงโยนเรื่องจูบครั้งแรกทิ้งหันไปจดจ่อกับการถูกจูบ และสุดท้ายมันเริ่มเรียนรู้ที่จะจูบเลียนแบบคนตรงหน้า

                   เสี่ยวไป๋กำลังเรียนรู้โลกใบใหม่ถูกจูบที่เร่าร้อนของเสี่ยวเมิ่ง พาบินล่องลอยไปไกล ความรัก ความสุขสมหวัง กลิ่นอายแห่งความรักลอยอบอวลทั่วห้อง 

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธชุดชมพู ที่คุณอ่าน