เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    ภาค 1 ตอนที่ 34 อำนาจพลังอักขระ

            เด็กน้อยในชุคคลุมสีขาวลอยอยู่บนอากาศท่ามกลางผู้คนดวงตาของเขานั้นเปล่งประกายเต็มไปด้วยอำนาจร่างของเขานั้นเต็มไปด้วยอำนาจที่สามารถกดขี่ผู้คนเหล่าทหารต่างระส่ำระสายเมื่อสบตากับดวงตาสีฟ้าคู่นั้น

            ลอร์ดเอ็กเซลนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายหนึ่งในความรู้สึกนั้นคือการเสียหน้าตั้งแต่เขาได้รับตำแหน่งบารอนยังไม่เคยมีใครที่สามารถตบหน้าเขาได้ขนาดนี้เพียงเด็กน้อยคนหนึ่งช่างกล้ามากที่แสดงการลบหลู่เขาเช่นนี้คำพูดที่แสนจะโอหังนั้นสร้างความไม่พอใจให้แก่เขา

            ด้วยหัวใจอันลุ่มร้อนของลอร์ดเอ็กเซลเขานั้นเริ่มที่จะเคลื่อนไหวในทันที

            แต่ทว่าเด็กน้อยในชุดคลุมสีขาวนั้นไม่เพียงแต่มีดีที่สามารถลอยตัวได้ในเวลานั้นเองผ้าคลุมเวทย์อันน่าหวาดหวั่นก็ถูกเรียกออกมา

            "จงปรากฏผ้าคลุมเวทย์"

            เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือกและแผ่วเบา

            ทันใดนั้นเองมวลพลังเวทย์ในร่างของเมอร์ลินก็ก่อเกิดเป็นวัตถุผ้าคลุมเวทย์สีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ใช้เวทย์นั้นปรากฏออกมา

            ลอร์ดเอ็กเซลเมื่อเห็นผ้าคลุมเวทย์สีแดงของเด็กน้อยเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา พร้อมกับจ้องมองเด็กน้อยด้วยสายตาที่หยามเหยียด

            เด็กน้อยผู้โอหังนั้นเป็นเพียงแค่ผู้ใช้เวทย์ผู้หนึ่งคำพูดของเด็กน้อยเมื่อครู่นั้นเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสด้วยกลิ่นอายที่แผ่ออกมาเมื่อครู่จึงทำให้ลอร์ดเอ็กเซลรู้สึกหวาดหวั่นไปชั่วขณะ

            ตัวตนของเด็กน้อยคนนี้ไม่ใช่จอมเวทย์แต่เป็นเพียงผู้ใช้เวทย์ที่เชี่ยวชาญธาตุลมจึงทำให้เขาสามารถลอยตัวกลางอากาศได้

            "ข้าซึ่งเป็นนักเวทย์ระดับสูงสุดผู้นี้จะปราบปรามความยโสในตัวของเจ้าเอง เจ้าเด็กน้อย" ลอร์ดเอ็กเซลยิ้มอยู่ในใจ

            เมื่อเห็นผ้าคลุมของเด็กน้อยก็ทำให้ลอร์ดเอ็กเซลรู้สึกโล่งใจแน่นอนว่าไม่มีใครเต็มใจที่จะปะทะกับจอมเวทย์ผู้เกรียงไกรแต่หากเป็นเด็กน้อยผู้ใช้เวทย์แล้ว เขานั้นเต็มใจที่จะสั่งสอนเป็นอย่างยิ่ง

            "ฮา ฮา  ฮา เด็กน้อยผู้สามหาวเจ้านั้นอย่างไม่รู้ว่าฟ้านั้นสูงถึงเพียงใด เพียงพลังเวทย์ระดับผู้ใช้เวทย์ริอาจทำตัวใหญ่โต ข่มขู่ผู้คน ทหาร! จัดการเจ้าเด็กสารเลวนี่ซะ"

            สิ้นคำของลอร์ดเอ็กเซลทหารนับร้อยที่มีฝีมืออยู่ในระดับผู้ใช้เวทย์ก็โจมตีตามคำสั่งทันที ผ้าคลุมเวทย์สีแดงนับร้อยถูกเรียกใช้งานออกมาอย่างพร้อมเพียง

            ทหารเหล่านี้ลงมืออย่างรวดเร็วหลายคนร่ายเวทย์เสริมกำลัง หลายคนร่ายเวทย์โจมตีระยะไกลเป้าหมายของพวกเขาคือร่างของเมอร์ลินที่ลอยสูงอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา

            บอลเวทย์และลำแสงหลากสีจำนวนมากพุ่งออกจากอาวุธของพวกเขา

            ซูม ซูม ซูม

            เมอร์ลินนั้นยังคงท่าทีที่เรียบเฉยเขานั้นไม่แสแยการโจมตีเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย

            เมอร์ลินไม่แม้จะขยับตัวเมื่อการโจมตีเหล่านั้นพุ่งเข้า คลื่นพลังปราณเซียนอันลี้ลับก็ปรากฏรอบๆร่างของเขา 

            พลังปราณเหล่านั้นถูกควบแน่นภายในพริบตา เพียงเวลาไม่นานก็สรรสร้างรูปลักษณ์ก่อเกิดเป็นกระบี่นับสิบๆเล่ม

            ปราณกระบี่พุ่งตัดผ่านอากาศปะทะกับลำแสงและบอลเวทย์นับไม่ถ้วน

            ปราณกระบี่กวาดผ่านการโจมตีของศัตรูไปทั่วทั้งท้องฟ้า

            ตูม ตูม ตูม

            เสียงและแสงของระเบิดปรากฏกลางท้องฟ้าราวกับการจุดพลุดอกไม้ไฟ

            เพียงลำแสงและบอลเวทย์ระดับผู้ใช้เวทย์นั้นไม่เพียงพอที่จะสามารถสร้างความกังวลแก่เมอร์ลินได้

            พลังขั้นก่อลำต้นของเมอร์ลินนั้นสามารถรับมือนักเวทย์ผู้หนึ่งเป็นอย่างน้อยการโจมตีเล็กน้อยเหล่านี้จึงเป็นเหมือนปลาซิวปลาสร้อยในสายตาเขาเขาสามารถเหยียบย่ำหนอนแมลงเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

            "กล้าที่จะโจมตีข้าพวกเจ้านั้นเตรียมใจมาแล้ว?" เมอร์ลินกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น

            คำพูดของเมอร์ลินนั้นสามารถกดขี่ผู้คนได้เป็นอย่างมาก

            เพียงได้ยินสิ่งที่เมอร์ลินเอ่ยออกมา เหล่าทหารก็กลายเป็นสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

            "อย่าไปฟังมันยังไงซะมันก็เป็นแค่ผู้ใช้เวทย์ข้าไม่เชื่อว่าพวกเจ้านับร้อยจะไม่สามารถจัดการกับมันได้  กำจัดมันซะ!" 

            ลอร์ดเอ็กเซลเมื่อเห็นขวัญกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชาที่กำลังลดลงเขาจึงตะโกนออกมาเพื่อเตือนสติและสร้างความฮึกเหิม

            "จริงด้วยเด็กคนนั้นเป็นเพียงผู้ใช้เวทย์ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกเราทั้งหมดจะทำอะไรเขาไม่ได้"  ทหารคนหนึ่งกล่าวขึ้น และคนอื่นๆก็เริ่มที่จะคล้อยตามเห็นด้วยกับความคิดนี้

            เมื่อกำลังใจถูกฟื้นฟูความกริ่งเกรงในอำนาจของเด็กน้อยก็ลดน้อยลง

            เหล่าทหารร่ายเวทย์ลงในอาวุธของพวกเขาอีกครั้งการโจมตีจำนวนมากพุ่งเข้าโจมตีเมอร์ลินในทันที

            ทหารนับร้อยรุมเด็กน้อยผู้ใช้เวทย์เพียงคนเดียวมันอาจจะดูเป็นเรื่องที่น่าขำขัน แต่สำหรับผู้เป็นทหารแล้วคำสั่งของผู้บังคับบัญชาถือว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าอื่นใด

            ดาบ หอกและธนูของเหล่าทหารนั้นถูกกวาดไปทั่วท้องฟ้าการโจมตีของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยพลังเวทย์ต่อสู้

            เมอร์ลินอมยิ้มและวางท่าทีอย่างสบายกลิ่นอายของเขานั้นยังคงสุขุมและเยือกเย็น

            ในสายตาของชาวบ้านภาพเบื้องหน้านี้ช่างน่าอดสู ทหารนับร้อยรุมทำร้ายเด็กน้อยเพียงคนเดียวแต่พวกเขาก็คิดว่าด้วยท่าทีหยิ่งผยองของเด็กน้อยคนนี้อาจจะถูกกำราบโดยทหารนับร้อยเหล่านี้มันยากที่จะเชื่อว่าเด็กน้อยคนหนึ่งจะสามารถรับมือทหารทั้งกองร้อยได้

            ลำแสงมากมายกวาดผ่านร่างของเมอร์ลินผู้คนต่างคิดว่านี่เป็นฉากอันน่าเศร้า

            แต่ทว่าในที่สุดแล้วเมอร์ลินก็เริ่มลงมืออีกครั้งทันทีที่เขาใช้มือทั้งสองข้างวาดผ่านอากาศพลังปราณเซียนก็ก่อเกิดเป็นแรงกดดันที่ยิ่งใหญ่ ทำลายการโจมตีเหล่านั้นในทันที

            ซูม!

            ทั้งอาวุธและการโจมตีเวทย์ต่างๆล้วนถูกกระแทกออกไปจนแตกกระจาย

            ทหารนับร้อยถูกกำราบด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียวแน่นอนว่าเพียงแค่ผู้ใช้เวทย์เหล่านี้ย่อมไม่ใช่คู่มือของเมอร์ลินพลังของเขาในตอนนี้สามารถสยบได้กระทั่งชนชั้นนักเวทย์

            ลอร์ดเอ็กเซลผู้มีฝีมือสูงสุดในที่นี้ เมื่อเห็นว่าการโจมตีของเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชานั้นถูกทำลายอย่างราบคาบมันจึงสร้างกดดันให้เขาต้องลงมือด้วยตนเอง

            "จงปรากฏผ้าคลุมเวทย์" ลอร์ดเอ็กเซลเรียกผ้าคลุมเวทย์ของเขาออกมาและตั้งท่าพร้อมที่จะลงมือ

            ร่างสูงเกือบสองเมตรของลอร์ดเอ็กเซลนั้นพลันปรากฏผ้าคลุมเวทย์สีเทาสวมทับ 

            ผ้าคลุมเวทย์สีเทานั้นเป็นสัญลักษณ์ของขอบเขตนักเวทย์

            แรงกดดันพลังเวทย์สีเทาจำนวนมากแผ่ออกมาจากร่างของลอร์ดเอ็กเซลอย่างล้นทะลัก

            ในตอนนั้นเองลอร์ดเอ็กเซลได้แอบร่ายเวทย์ระดับกลางให้หน่วงเวลาไว้ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปบนอากาศ

            เป้าหมายของลอร์ดเอ็กเซลคือผู้ใช้เวทย์เด็กน้อย

            *หมัดแห่งภูผา*

            ลอร์ดเอ็กเซลนั้นรวมศูนย์พลังเวทย์ไว้ที่กำปั้นของเขา ทันใดนั้นหมัดนั้นก็กลายเป็นก้อนหินอันแข็งแกร่งหมัดหินก้อนนั้นเริ่มใหญ่และขยายขึ้นเรื่อยๆเศษหินที่ปลิ้วว่อนนั้นกำลังหลอมรวมกับหมัดของเขา  

            หมัดที่เหมือนกับภูเขาลูกยักษ์นั้นโจมตีออกไปอย่างรุนแรง

            ซูม!

            หมัดนี้ต่อยไปยังร่างของเมอร์ลิน

            แต่เมอร์ลินนั้นกลับมีท่าทางที่ไม่แยแสต่อมันดวงตาของเขามองและสังเกตการต่อสู้ของนักเวทย์ระดับ5 คนนี้ เขากำลังทำความเข้าใจเกี่ยวกับมัน

            ภายในเวลาอันรวดเร็วดวงตาของเมอร์ลินก็เปล่งประกายออกมา

            การรับการโจมตีนี้ไม่ยากเกินความสามารถของเขา

            เมอร์ลินถอยหลังไปก้าวหนึ่งแล้ววาดฝ่ามือพลักออกไป พลังปราณเซียนถูกบีบอัดและปรากฏในรูปลักษณ์ของฝ่ามือมวลอากาศถูกม้วนจนผิดรูป

            หมัดหินยักษ์พุ่งเขามาก็ปะทะกับฝ่ามือของเมอร์ลินอย่างจัง

            ปัง!

            หมัดหินยักษ์และพลังฝ่ามือปะทะกันก่อให้เกิดเสียงดังราวกับฟ้าร้อง 

            พลังเวทย์และพลังปราณเซียนประสานงานกันจนเกิดเป็นระเบิดพายุกระจายออกไปเป็นวงกว้าง 

            เมอร์ลินที่สามารถบินบนอากาศได้เขานั้นกระทั่งต้องถอยหลังไปมากกว่าสิบก้าว

            ส่วนลอร์ดเอ็กเซลที่ไม่สามารถบินได้อย่างเมอร์ลินร่างของเขาจึงร่วงลงมายังพื้นอย่างรุนแรงและไถลออกไปหลายเมตร 

            "ฮืม ...ข้านั้นประมาทคนผู้นี้เกินไป ผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของนักเวทย์นั้นมีระดับพลังพอๆกับขั้นก่อลำต้น เขาสามารถทำให้ข้าถอยได้ถึงสิบกว่าก้าวนั่นหมายความว่าข้ายังเหนือกว่าเขาเล็กน้อย แต่หากเขาคือนักรบเวทย์ข้าอาจจะลำบากในรับมือ" เมอร์ลินคิดในใจ

            การโจมตีนี้ทำให้เมอร์ลินได้รู้ถึงความห่างชั้นระหว่างพลังของผู้ใช้เวทย์กับนักเวทย์

            พลังปราณเซียนเมื่ออยู่ในดินแดนแห่งนี้มันไม่ใช่พลังที่สูงส่งที่สุดอย่างที่เขาคิดเป็นไปได้ว่าราร์ที่จอร์มุนกานต์พูดถึงคงบ่มเพาะถึงขั้นเหนือว่าขั้นร่วงโรยเขาถึงสามารถสยบได้ทั้งโซโลมอนและจอร์มุนกานต์ให้บังเกิดความเกรงกลัวได้

            ไม่เพียงแต่เมอร์ลินที่ประหลาดใจลอร์ดเอ็กเซลนั้นก็ด้วยเช่นกันเขานั้นกระอักเลือดย้อนออกมาจากภายในเขาไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยที่เป็นเพียงผู้ใช้เวทย์จะสามารถรับมือเขาได้มิหน่ำซ้ำยังทำให้เขาเสียเปรียบยิ่งกว่า

            ขอบเขตผู้ใช้เวทย์ทำให้ระดับสูงสุดของนักเวทย์ได้รับบาดเจ็บนั้นเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ

            ลอร์ดเอ็กเซลทั้งแค้นใจและรู้สึกไม่สบอารมณ์กับผลที่ออกมาเป็นอย่างมาก

            ไม่ทันที่จะได้พักหายใจลอร์ดเอ็กเซลก็พุ่งโจมตีเมอร์ลินอีกครั้ง ในคราวนี้เขาบีบอัดพลังเวทย์เข้าไปมากกว่าครั้งที่แล้วการเคลื่อนไหวของเขาก็เปลี่ยนไปเช่นกันการพุ่งตัวของเขานั้นมีความรวดเร็วกว่าเดิมเป็นอย่างมากเขาเริ่มที่จะเอาจริงกับการต่อสู้นี้

            แต่น่าเสียดายที่ครั้งนี้เมอร์ลินไม่ประมาทอีกต่อไป

            *วิชาตัวเบาเดินชมจันทร์ กระบวนท่าจันทร์กระพริบ*

            ทันใดนั้นเองร่างของเมอร์ลินที่ลอร์ดเอ็กเซลตั้งใจจะต่อยออกไปก็หายไปจากสายตาอย่างไม่น่าเชื่อหมัดของเขานั้นสัมผัสได้เพียงอากาศร่างของเด็กน้อยที่เคยมีอยู่นั้นหายไปราวกับภาพสะท้อนบนผิวน้ำ

            มันคือภาพติดตา

            เมอร์ลินเคลื่อนไหวด้วยความเร็วโดยที่ดวงตาของมนุษย์ไม่สามารถจับจ้องได้ร่างของเขาจึงหลงเหลือภาพไว้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง

            ทันใดนั้นเองร่างของเด็กน้อยก็ปรากฏขึ้นยังด้านข้างลำตัวของลอร์ดเอ็กเซล

            หมัดที่เคลือบไปด้วยพลังปราณเซียนนั้นถูกปล่อยออกไปอย่างรุนแรง

            ตูม!

            ร่างของลอร์ดเอ็กเซลนั้นลอยละลิ่วลงสู่พื้นดินอีกครั้งอย่างรวดเร็วและรุนแรงการโจมตีนี้ก่อให้เกิดหลุมขนาดใหญ่เกือบ 2 เมตร  ฝุ่นควันนั้นถูกทำให้คละคลุ้งกระจายไปทั่ว

            แทบไม่น่าเชื่อ! เหล่าคนดูนั้นได้แต่อ้าปากค้าง

            "เป็นไปได้ยังไงกันลอร์ดเอ็กเซลแพ้เจ้าเด็กนั่น"ทหารคนหนึ่งพูดขึ้น

            ครานั้นเองก็เกิดความโกลาหลในเหล่าทหารสายตาของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความไม่เชื่อผู้นำของเขาจะพ่ายแพ้ให้แต่เด็กน้อยคนหนึ่ง เด็กน้อยที่เป็นเพียงผู้ใช้เวทย์

            ขอบเขตนักเวทย์ผู้หนึ่งสามารถทำให้ขอบเขตผู้ใช้เวทย์พ่ายแพ้ได้ราวกับบี้มดตัวหนึ่งแต่ในตอนนี้มันช่างเหนือจินตนาการ เพราะลอร์ดเอ็กเซลนั้นไม่ใช่นักเวทย์ธรรมดาเขานั้นอยู่ในระดับสูงสุดของนักเวทย์ เหลือแค่เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็จะเข้าสู่ขอบเขตนักรบเวทย์ได้แล้ว

            แต่เด็กคนนี้คือใครกัน?เขาสามารถทำให้คนผู้หนึ่งที่อยู่ในจุดสูงสุดของนักเวทย์พ่ายแพ้ได้ภายในการโจมตีเดียว สิ่งนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไปมันเกินสามัญสำนึกของคนทั่วไปไปแล้ว

            ทหารผู้ใต้บังคับบัญชาเมื่อเห็นว่าลอร์ดเอ็กเซลเสียท่าแม้จะเต็มไปด้วยความกลัวแต่พวกเขาก็มีความกล้าที่มากกว่าพวกเขาเหล่านั้นถูกความไร้สติเข้าครอบงำ เมื่อผู้นำถูกทำลายทหารหลายคนจึงกระโจนเข้าโจมตีเมอร์ลินอย่างไม่กลัวตาย  

            เมอร์ลินสังเกตเห็นว่าทหารเหล่านี้มีความซื่อสัตย์อีกทั้งยังเป็นทหารของอาณาจักรอารากอน เขานั้นจึงไม่ต้องการที่จะฆ่าพวกเขา

            โทษตายเว้นได้แต่โทษเป็นนั้นยังคงอยู่แค่สั่งสอนนิดหน่อยก็ถือว่าสมควร

            ทหารเหล่านั้นจับอาวุธและพุ่งเข้าโจมตีเมอร์ลินแต่ทว่ายังไม่ถึงตัวของเด็กน้อย ก็ถูกพลังประหลาดซัดกระจายออกไปคนละทิศละทางนี่คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่าเด็กน้อยนั้นมีฝีมือสูงส่งเพียงใด

            การโจมตีหนึ่งหรือสองนั้นนับว่าไม่เป็นไรแต่การโจมตีสิบถึงร้อยนั้นนับว่าสร้างความรำคาญ

            เมื่อเห็นว่าเมอร์ลินไม่ได้ลงมือจริงจังพวกเขานั้นก็ยิ่งได้ใจ

            เมื่อถูกทำให้ล้มพวกเขาก็ลุกขึ้นมาสู้ต่อใหม่

            มันเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆจนสิ่งนี้ได้สร้างความขุนเคืองไม่สบอารมณ์กับเมอร์ลินเป็นอย่างมาก

            ใบหน้าของเมอร์ลินกลายเป็นเย็บเยือบและตะโกนออกมาอย่างรุนแรง

            "พอได้แล้ว!"

            เสียงของเมอร์ลินที่ถูกเปล่งออกมานั้นดังก้องกังวาลไปทั่วบริเวณเสียงนั้นเหมือนอากาศถูกทำปริแยกแตกออกจากกันเสียงนี้สร้างคลื่นแรงกดดันพลังเวทย์ออกมาระลอกใหญ่

            ทหารที่มีฝีมืออ่อนด้อยถึงกับต้องคุกเข่าลงผู้มีฝีมืออ่อนแอนั้นหมดเรี่ยวแรงจนทรุดลงกับพื้น

            นี่ไม่ใช่การใช้พลังเวทย์ที่แทรกในคลื่นเสียงธรรมดาแต่มันคือพลังของผู้ใช้อักขระ

            ทันทีที่พลังอักขระเวทย์ถูกใช้งานแถบของชายผ้าคลุมเวทย์ก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงชายขอบผ้าคลุมเวทย์สีแดงนั้นถูกแต่งแต้มไปด้วยลวดลายอักขระสีฟ้า

            มันคือสัญลักษณ์ของผู้ใช้อักขระ

            ผู้คนที่สังเกตเห็นต่างไม่เชื่อในสายตาของพวกเขา

            “เป็นไปได้ยังไงเด็กคนนี้คือผู้ใช้อักขระ” นักปรุงยาคนหนึ่งเอ่ยออกมาอย่างไม่มีสติ

     

    คล้ายกับเรื่องเซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard ที่คุณอ่าน