ร้าน ณ กาลเวลา

    บทที่ 31 แขกผู้มาเยือนโดยไม่คาดฝัน

            บทที่ 31 แขกผู้มาเยือนโดยไม่คาดฝัน

            ลู่อิงมองเหลียงซวี่ที่ปิดประตูออกจากบ้านไป แล้วเธอก็หันกลับมาเปิดประตูอีกครั้ง ทำเหมือนทุกอย่างภายในห้องยังคงเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วในระหว่างนั้นเอง เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากสือชวน แต่ครั้งนี้ลู่อิงกลับตั้งใจจะถามให้ชัดเจน ที่จริงแล้วเหลียงซวี่กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่

            ลู่อิงถือกระดาษที่มีลวดลายแปลกตาในมือ ระหว่างนั้นก็พูดสาย “ฮัลโหล สือชวน…เหลียงซวี่ช่วงนี้เขากำลังทำอะไรอยู่แน่? ฉันไม่เชื่อว่าเป็นแค่เรื่องงาน เขาแทบไม่ออกจากห้องมาเป็นเดือนแล้ว นายต้องรู้อะไรบ้างใช่ไหม?”

            เสียงทางปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สือชวนจะยอมรับว่า เหลียงซวี่ไม่ได้แค่ทำงานธรรมดา เขากำลังทำเรื่องอื่นที่ลึกซึ้งกว่านั้น และถึงเขาจะไม่รู้ทั้งหมด แต่ก็พอรู้อยู่มาบ้าง

            “ฉันพอรู้อยู่บ้างแต่ก็ไม่ทั้งหมดนะ เหลียงซวี่กำลังสืบหาเกี่ยวกับองค์กรลึกลับบางอย่าง เท่าที่รู้ ตอนนี้เขาเจอตำแหน่งของพวกมันแล้วล่ะ วันนี้เขาน่าจะไปที่นั่น เกิดอะไรขึ้นเหรอ ลู่อิง?”

            ในที่สุดลู่อิงก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เหลียงซวี่กำลังจะไปยังฐานขององค์กรลึกลับนั้น และตามสิ่งที่เธอเห็นมาก่อนหน้านี้ ก่อนเขาจะไปถึง เขาจะตาย จากลวดลายบนกระดาษ ลู่อิงจำได้ดีว่าองค์กรนี้ไม่ใช่อะไรที่จะถูกค้นพบได้ง่าย ๆ เลย เว้นเสียแต่ว่าพวกมันจงใจให้เจอ วางเหยื่อล่อ เพื่อฆ่าเหลียงซวี่ เรื่องทุกอย่างที่เธอพบเจอก่อนหน้านี้…มันก็สมเหตุสมผลขึ้นมาในทันที

            “…เข้าใจแล้ว ขอบใจมากนะ สือชวน”

            “ไม่เป็นไร แต่ลู่อิง เธอเองก็ควรเตือนเขาให้เลิกเถอะ ฉันรู้สึกไม่ดีเลย ยิ่งสืบไปอาจมีอันตราย พวกนั้นเป็นองค์กรที่ทั้งลึกลับและร้ายกาจ แทบไม่มีใครรู้ตัวตน แต่ละคนในนั้นก็มีพลังที่จะฆ่าใครก็ฆ่าได้”

            “อืม ฉันเข้าใจแล้ว” ลู่อิงวางสาย

            จากนั้น…เธอก็เดินออกจากบ้าน

            แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตู เธอกลับพบว่าตัวเองยังคงยืนอยู่ภายในบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศเดิม ราวกับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เธอมองไปรอบตัว ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ทั้งตำแหน่งที่เธอยืนอยู่ เหมือนกับเมื่อกี้นี้ไม่มีผิด เธอเริ่มรู้แล้ว แต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ

            ลู่อิงลองเดินออกจากบ้านอีกครั้ง และอีกครั้ง แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน จะเดินเร็วแค่ไหน ท้ายที่สุดเธอก็จะกลับมาอยู่ที่จุดเดิม จุดที่เพิ่งจะออกจากประตูในเสี้ยววินาทีแรก

            เธอเข้าใจแล้ว นี่คือพลังของเธอเอง พลังของเธอจะทำงานขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ตอนนี้เธอกำลังติดอยู่ในช่วงเวลานี้ ช่วงเสี้ยววินาทีก่อนจะก้าวออกจากบ้าน

            ทุกครั้งที่เธอพยายามจะออกไป พลังจะย้อนเธอกลับมา โลกภายนอกกลายเป็นสิ่งที่เอื้อมไม่ถึง โทรศัพท์เหรอ? ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย เพราะทุกอย่างจะรีเซตกลับไปที่จุดเดิมและเวลาเดิม มือถือในมือไม่มีประโยชน์อีกแล้ว ลู่อิงรับรู้ได้ชัดเจนในตอนนี้ เธอถูกกักขังไว้ในห้วงเวลา

            เหลียงซวี่มองภาพตรงหน้าแล้วหันขวับไปหาไป๋อิงทันที “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

            ไป๋อิงจ้องภาพเหตุการณ์ที่ตรงหน้าอย่างใจเย็น “ปกติน่ะ ฉันเคยบอกนายแล้วว่า ลู่อิงเป็นนักเดินทางแห่งกาลเวลา ตอนนี้ก็คือช่วงที่พลังของเธอทำงาน แล้วยังควบคุมไม่ได้อีกด้วย เป็นพลังที่จะแสดงออกมาเองอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน หรือจะเกิดอะไรขึ้นพอมันเริ่มทำงาน เหมือนตอนนี้ไง ที่ถูกขังอยู่กับช่วงเวลาเดิม ไม่ว่าจะเดินไปหนึ่งก้าว หรือทำอะไรก็ตาม สุดท้ายก็จะถูกย้อนกลับไปในวินาทีแรกเสมอ”

            แม่มดน้ำแข็งถามขึ้นเบา ๆ “แล้วจะออกจากสภาพนี้ได้ยังไง?”

            ไป๋อิงหันมามองแม่มดน้ำแข็ง ยิ้มขณะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ง่ายมาก…ก็แค่รอบางสิ่งเกิดขึ้น หรือไม่ก็รอให้ใครบางคนปรากฏตัว แต่ตอนนี้ลู่อิงอยู่คนเดียว เธอยืนอยู่ตรงนั้น ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะงั้นก็ทำได้แค่รอให้พลังหยุดลงเอง ซึ่งกระบวนการนี้มันจะทรมานมาก เพราะทุกอย่างจะย้อนกลับเหมือนเดิม ยกเว้นแค่ความคิดกับความทรงจำของตัวเองเท่านั้นที่ยังอยู่”

            เหลียงซวี่มองภาพลู่อิงตรงหน้าอย่างร้อนรน พยายามเอื้อมมือออกไป แต่พบว่ามือของเขาทะลุผ่านทุกอย่าง ราวกับเขาไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกันกับเธอ

            ไป๋อิงพูดเสียงเรียบ “ลืมแล้วเหรอ? ตอนนี้พวกเราทำได้แค่ดูเท่านั้น แต่นายไม่ต้องห่วงหรอก ลู่อิงเธอชินกับเหตุการณ์แบบนี้แล้วล่ะ เธอเจอมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว กลายเป็นเรื่องธรรมดาของเธอไปแล้วด้วยซ้ำ”

            แม้ไป๋อิงจะพูดแบบนั้น แต่เหลียงซวี่ก็ยังไม่อาจปล่อยวางความรู้สึกเป็นห่วงลงได้ เพราะผู้หญิงคนนั้น คือภรรยาของเขา เขากลับทำอะไรไม่ได้เลย

            ได้แต่มองดูเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างหมดหนทาง ไม่มีพลัง ไม่มีทางช่วย มีแต่ความอ่อนแอและความสิ้นหวัง

            “นี่ก็คือสิ่งที่นายอยากให้ฉันดูงั้นเหรอ?” แม่มดน้ำแข็งเห็นแววตาของเหลียงซวี่ที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น เลยรีบหลบไปอยู่ด้านหลังของไป๋อิงทันที

            ส่วนไป๋อิงแทบไม่ได้สนใจเลยสักนิด เขาก้าวเดินไปยังหน้าต่าง มองสายลมกระโชกแรงที่เริ่มพัดกระหน่ำขึ้นมาจากภายนอก “แน่นอน แต่นี่มันยังไม่ใช่ทั้งหมดด้วยซ้ำ ยังเป็นแค่ ‘ส่วนหนึ่ง’ เท่านั้น เหลียงซวี่ ฉันบอกนายไว้แล้วใช่ไหม? ว่านายต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ดี เพราะสิ่งที่กำลังจะมาถึง มันอาจทำให้นายเสียสติได้ ควบคุมให้ได้ เข้าใจไหม?”

            เหลียงซวี่กำหมัดแน่นจนมีเสียงลั่นดังกรอบ อีกทั้งยังกัดฟันแน่น พยายามข่มกลั้นข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน ผ่านไปพักใหญ่เขาจึงค่อย ๆ คลายมือออก ฝ่ามือแดงช้ำไปหมด

            “ก็ได้ ฉันเข้าใจแล้ว”

            ไป๋อิงเห็นเหลียงซวี่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ในที่สุด ก็รู้สึกเบาใจลงบ้าง

            แม้ว่าจะเป็นแค่ "นิดเดียว" เท่านั้นก็ตาม

            ในระหว่างนั้นเอง ลมกระโชกแรงพัดมา หน้าต่างที่ปิดไม่สนิทเปิดออกทันที พร้อมกับที่ลู่อิงก้าวออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

            ลู่อิงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาเหลียงซวี่ แต่ไม่ว่าจะพยายามโทรเท่าไร ปลายสายก็ปิดเครื่องไว้ตลอด ลู่อิงเริ่มวิตกกังวล ในใจเริ่มคิดไปถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด

            เมื่อลู่อิงเบียดฝ่าฝูงชนจนเห็นภาพที่คุ้นตา เลือดสีแดงสดหยดลงสู่พื้น ราวกับหยาดฝนสีเลือด รถคันหนึ่งพังยับเยินจนแทบดูไม่ออกว่าเคยเป็นรถ คนที่อยู่ภายในก็ถูกเศษเหล็กบดบัง มองไม่เห็นแม้แต่เงา

            เหลียงซวี่เดินฝ่าฝูงชนเข้ามา มองภาพตรงหน้า

            “ฉันตายแล้วงั้นเหรอ?” ไป๋อิงยิ้มจาง ๆ แววตาดูลึกซึ้ง “นายคิดว่าไงล่ะ? ถึงรถจะเละจนดูไม่ออกว่าเป็นรถอะไร…แต่นายก็น่าจะจำรายละเอียดบางอย่างของมันได้บ้างสิ คุ้นบ้างไหมล่ะ? รถคันนี้คือของนายเอง แล้วแบบนี้ นายคิดว่านายตายแล้วหรือยัง?”

            เหลียงซวี่ไม่ตอบ แต่มองภาพตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ

            “แล้วไงต่อ?”

            “อะไรนะ?”

            “หลังจากนี้ มันเกิดอะไรขึ้น?”

            เหลียงซวี่หันไปถามไป๋อิงด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไป๋อิงพอเห็นว่าเขายังสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี ก็พยักหน้าเบา ๆ “คอยตามฉันมาก็พอ ไปดูสิว่าภรรยาของนาย เธอทำเรื่องบ้า ๆ อะไรไปบ้าง”

            แม่มดน้ำแข็งเห็นไป๋อิงหมุนตัวเดินจากไปก็รีบตามติด ๆ “เราจะไปไหน? นายแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าเหลียงซวี่ไม่ใช่คนธรรมดา? ฉันรู้สึกว่าตาของเขาน่ากลัวมากเลย แถมท่าทีเมื่อกี้ยังน่าขนลุกสุด ๆ”

            ไป๋อิงหันไปมองแม่มดน้ำแข็งแวบหนึ่งด้วยสีหน้างุนงง เมื่อครู่นี้ยังทำท่ามั่นใจอยู่เลย ตอนนี้ทำไมดูหงอขนาดนี้? ชักสงสัยว่าแม่มดน้ำแข็งตรงหน้านี้…เป็นตัวจริงรึเปล่า

            “จะกลัวไปทำไม? ยังไงก็ยังมีฉันอยู่นี่ไง อีกอย่างถึงเหลียงซวี่จะมีพลัง แต่เขาก็ไม่ใช่พลังสายพลังที่มีไว้เพื่อโจมตี ความสามารถของเขาแค่ทะลุผ่านเท่านั้น จะเก่งแค่ไหนก็แค่ ‘มนุษย์’ คนหนึ่ง จำไว้นะ ‘เขาคือมนุษย์’ แค่นั้นเอง”

            “อะ…อืม…”

            เหลียงซวี่หันไปมองลู่อิงอีกครั้ง ก่อนจะเดินจากไปและตามหลังไป๋อิงไป

            เสียงกระดิ่งลมดังกรุ๊งกริ๊งภายในร้านขายของเก่า อันหยู่ลืมตาขึ้นช้า ๆ มองดูผู้มาเยือนหน้าใหม่ที่ผลักประตูเข้ามา ถังเสี่ยวเหยา

            “เธอมาที่นี่ทำไม?”

            ถังเสี่ยวเหยามาที่นี่เพราะได้ยินมาว่าย่านนี้มีร้านขายของเก่าที่น่าสนใจ และมีหนังสือเก่า ๆ ให้เลือกดูมากมาย เธอเลยอยากมาลองเสี่ยงโชคดู ไหน ๆ ก็ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์หงมาแล้ว

            ถังเสี่ยวเหยาเองก็คิดว่าร้านของเก่าจะเป็นของคุณตาเจ้าของร้านอายุสักหกสิบ แต่ไม่คิดว่าคนที่เจอกลับเป็นอันหยู่

            ถังเสี่ยวเหยามองอันหยู่ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะอ่านหนังสือด้วยความประหลาดใจ “รุ่นน้องอันหยู่? นายอยู่ที่นี่เหรอ? หรือว่าเป็นลูกชายเจ้าของร้าน?”

            อันหยู่หรี่ตามองถังเสี่ยวเหยาด้วยสายตาเหนื่อยล้า ภายในใจก็รู้สึกสับสนพอสมควร “เปล่า ฉันเป็นเจ้าของร้านนี้เองต่างหาก”

            “อย่างนั้นเหรอ ดูไม่ออกเลยแฮะว่ารุ่นน้องอันหยู่จะเป็นเจ้าของร้านได้ตั้งแต่อายุแค่ 18 แบบนี้ คงจะเหนื่อยน่าดูเลยใช่ไหม?”

            อันหยู่รู้สึกเหมือนจะรับมือกับความเป็นกันเองของถังเสี่ยวเหยาไม่ค่อยไหว เลยก้มหน้าลงกลับไปอ่านหนังสือต่อ “ก็พอได้…ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนมาน่ะ เลยถือว่าค่อนข้างสงบ”

            “งั้นเหรอ”

            ในตอนนั้นเอง ฉวนก็เปิดประตูเข้ามา เธอวางส้มที่ซื้อมากับบิสกิตที่เพิ่งอบเสร็จไว้ตรงหน้าอันหยู่ ก่อนจะรินน้ำร้อนใหม่ใส่กาน้ำชาเพื่ออุ่นน้ำชาที่ขมจนเย็นชืดไปแล้ว

            พอหันมาเห็นถังเสี่ยวเหยา ฉวนก็เผยรอยยิ้มแบบมาตรฐานที่มุม 45 องศาให้ “คุณลูกค้า ต้องการให้ฉันช่วยอะไรดีคะ?”

            ถังเสี่ยวเหยามองผู้สาวตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นอากัปกิริยา เสื้อผ้า หรือบรรยากาศโดยรอบ ทุกอย่างล้วนสมบูรณ์กว่าที่จะอธิบายเป็นคำพูดออกมาได้ จนเธอรู้สึกแปลกใจว่าทำไมถึงมีผู้สาวที่ดู “สมบูรณ์แบบ” ขนาดนี้อยู่ในร้านเก่า ๆ แบบนี้ได้ แต่ก็ไม่รู้เพราะอะไร รอยยิ้มนั้น กลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง มันดูเรียบร้อยจนเกินไป เรียบร้อยจนเหมือนเสแสร้ง

            “คือว่า ฉันได้ยินจากอาจารย์หงบอกว่าที่นี่มีหนังสือเก่าอยู่บ้างนะคะ พอดีห้องสมุดมหาวิทยาลัยปิด ก็เลยอยากลองมาดูเผื่อมีอะไรให้อ่านบ้าง”

            “อย่างนั้นเหรอคะ” ฉวนหันไปถามอันหยู่ “คุณชาย ในร้านมีหนังสือไหมคะ?”

            อันหยู่ยังคงก้มหน้าดูหนังสือปกดำในมือ “ไม่มี หนังสือที่มีอยู่ในร้านก็แค่ฉันไปยืมมาจากห้องสมุดก่อนหน้านี้น่ะ ทั้งหมดวางไว้ตรงมุมโน้น”

            เขาชี้ไปทางมุมหนึ่งของร้าน “หนังสือเอากลับไปไม่ได้นะ แต่ถ้าอยากอ่านก็ต้องอ่านที่นี่ ไม่สะดวกก็แล้วแต่”

            ฉวนหันไปมองตามที่อันหยู่ชี้ แล้วเดินไปหยิบหนังสือสองสามเล่มออกมาวางตรงหน้าถังเสี่ยวเหยา “หนังสือพวกนี้คุณชายเป็นคนยืมมาค่ะ ต้องขอโทษด้วย คุณไม่สามารถนำออกไปจากร้านได้ หากคุณสนใจก็เชิญอ่านที่นี่ได้นะคะ”

            “เอ๊ะ? แบบนี้จะไม่เป็นไรเหรอ?”

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ปกติที่นี่ก็แทบไม่มีใครมาอยู่แล้ว มีใครแวะเข้ามาบ้างก็ดีกว่าไม่มีเลย ฉันวางหนังสือไว้ตรงนี้นะคะ เชิญตามสบาย ฉันขอตัวไปจัดการงานต่อ”

            “ขอบคุณมากค่ะ”

            ถังเสี่ยวเหยานั่งลงบนโซฟาอย่างดีใจ หยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอ่านอย่างสนอกสนใจ ทางฝั่งซูหมิงเจี๋ยนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองถังเสี่ยวเหยาด้วยแววตาแปลก ๆ ทั้งที่อีกฝ่ายหน้าตาสะสวย แต่เขากลับรู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก มีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกไม่ชอบ

            ทั้งที่ไม่เคยเจอมาก่อน เขาหยิบมือถือขึ้นมา แล้วส่งข้อความหาอันหยู่

            “นายรู้สึกไหมว่า ผู้หญิงคนนั้นมีบางอย่างแปลก ๆ ไหม? เธอทำให้ฉันรู้สึกไม่ชอบหน้าได้แบบไร้เหตุผลเฉยเลย”

            เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น อันหยู่เปิดโน้ตบุ๊กขึ้นมาก็เห็นว่าเป็นข้อความจากซูหมิงเจี๋ย เขาเหลือบมองเจ้าของข้อความที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับ

            “หือ? มีเหรอ? นายอาจจะแค่คิดไปเองก็ได้”

            “อย่าบอกนะว่าแค่เห็นผู้หญิงสวยเข้าหน่อย ก็ลืมทุกอย่างไปหมดแล้ว?”

            “คิดมากไปแล้วน่า ก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง”

            อันหยู่เหลือบตามองถังเสี่ยวเหยาที่นั่งอ่านหนังสืออย่างตั้งอกตั้งใจอยู่บนโซฟา แล้วก็แกะเปลือกส้มในมือต่อไปอย่างเงียบ ๆ โดยแสดงสีหน้ากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

             

             

    คล้ายกับเรื่องร้าน ณ กาลเวลา ที่คุณอ่าน

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508