ถึงมันจะดูออกว่าเป็คำว่าคำด่าก็เถอะ แต่ฉันไม่สนใจหรอก ฉันให้อภัยคุณว่าที่สามีในอนาคตได้ค่ะ ^3^
โรงแรม Double Tree by Hilton Hotel Boston
“แกฉันขอโทษน้าเพื่อนรัก” ยัยพิ้งพูดด้วยสีหน้าเศร้า พร้อมกับยกมือขึ้นถูไปมาในลักษณะท่าไหว้ ฉันได้แต่มองมันด้วยความเอื้อมระอา และแสดงสีหน้าออกไปอย่างชัดเจนว่าโมโหมันมาก
ไม่ให้ฉันโมโหได้อย่างไร ก็เราสองคนตกลงกันแล้วที่จะจองห้องร่วมกัน แต่ผลสุดท้ายยัยนี่ดันมาบอกกับฉันว่าจะต้องไปนอนห้องเดียวกับแฟนตัวเองเฉย เฮ้อ เอาเหอะ คนโสดแบบฉันก็ต้องถูกเทแบบนี้แหละ
ถ้าถามว่าทำไมฉันถึงไม่ไปนอนกับยัยด้า ก็เพราะว่าอย่างแรกเลยคือฉันกับยัยด้าอยู่กันคนละคณะ ถึงเราจะสนิทกันก็จริง แต่เราสองคนก็มีเพื่อนร่วมห้องร่วมสาขาที่แตกต่างกันอยู่ดี
เพราะงั้นยัยด้านางก็มีเพื่อนร่วมห้องของนางแล้วไงล่ะ แถมโรงแรมที่อาจารย์ทำการจองให้ห้องก็ใหญ่และกว้างมาก คือมันไม่ควรพักคนเดียวอะ แต่ตอนนี้คือฉันจะต้องอยู่คนเดียวภายในห้องใหญ่แบบนี้
เชื่อว่าทุกคนจะต้องเป็แบบฉันแน่ ๆ ที่มานอนต่างถิ่นและแน่นอนว่าจะต้องมี...เื่ผีเข้ามาเกี่ยว! ห้องกว้างขนาดนี้ฉันก็กลัวนะโว้ย แง้
“เห็นผัวดีกว่าเพื่อน!” ฉันพูดจบก็กลอกตาขึ้นบนพร้อมกับคว่ำปากใส่มันไป ส่วนยัยเพื่อนตัวดีก็ไม่สะทกสะท้านใด ๆ แถมยังมีหน้า...
“ช่วยไม่ได้ คนมันสวยเลยมีผัวก่อน หลับให้สบายนะจ๊ะ” นั้นไงล่ะ! พูดยังไม่ทันขาดคำยัยนี่ก็กลับเข้าสู่โหมดเดิมของนางแล้ว พอพูดจบนางก็สะบัดก้นงอน ๆ นั้นเดินหนีหายไปเลย
“ยัยพิ้ง!!!” ฉันะโเรียกชื่อมันด้วยความโมโห โดยไม่ได้สนใจเลยว่าจะมีเหล่าฝรั่งตาน้ำข้าวเปิดออกมาก่นด่าฉันหรือไม่ ต่อให้ออกมาด่าฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดีอะ ฮ่ะ ๆ
“มีมารยาทหน่อย” เสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูพูดขึ้นจากทางด้านหลังของฉัน จากอารมณ์โมโหในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที เมื่อจำได้ว่าเสียงนี้เป็เสียงของใคร
“หล่อ” ฉันหันกลับไปมองพี่โลคาที่อยู่ในชุดนอนเสื้อยืดสีขาว ที่เข้าและลงตัวกับกางเกงขายาวลายทางสลับสีฟ้ากับขาวมาก ทรงผมที่ปล่อยเป็ธรรมชาติแบบไม่ได้เซต และไหนจะท่าที่พี่โลคายืนมองฉันอีก
มันเป็ท่าที่พี่เขายืนกอดอกพิงกับขอบประตูห้อง มันลงตัวไปหมด ลุคของพี่เขาดูหล่อแบบลูกคุณหนูคุณชายมาก มากซะจนฉันเผลอตัวพูดชมพี่โลคาออกมา
“คุณว่าอะไรนะ?” พี่เขาถามย้ำอีกรอบ สงสัยคิดว่าฉันแอบด่าหรือเปล่า อย่างที่บอกในตอนแรกว่าเสียงที่ฉันพูดมันเบามาก
“เปล่าค่ะ ว่าแต่พี่โลคาพักห้องนี้เหรอคะ” ดูสีหน้าพี่เขาที่มองฉันตอนนี้สิ ไม่ต้องเอ่ยเป็คำพูดออกมาฉันก็รู้ว่าพี่เขาคงกำลังคิดว่า ‘ที่ถามนี่ใช้สมองคิดแล้วใช่ไหม’ แน่ ๆ เพราะฉันดันไปถามอะไรที่มันไม่เข้าเื่นะสิ พี่เขาอยู่ในชุดพร้อมนอนขนาดนั้นคงไม่ใช่ห้องพี่เขาหรอกมั้งยัยเน่! ถามอะไรไม่เข้าเื่อีกละแกเนี่ย
“อืม” แต่ยังดีหน่อยที่พี่เขาไม่ได้พูดว่าด่าฉันออกมา ฉันนี่เกือบจะเตรียมตัวพร้อมจะเก็บเศษหน้าของตัวเองแล้วนะเนี่ย ว่าแต่ถามอะไรพี่เขาต่อดี คิดสิคิด!
โอกาสของแกเลยนะโว้ยยัยเน่ แกเป็คนคุยเก่งไม่ใช่เหรอ พอต้องมาคุยกับคนที่แอบชอบนี่ไอ้หัวสมองก็มึนตึ้บคิดอะไรไม่ออกเลยนะ
“พี่โลคาคะ!” ฉันเรียกชื่อพี่เขาเสียงดัง พร้อมกับก้าวขาวิ่งไปดันประตูห้องที่กำลังจะปิดลงอย่างฉิวเฉียด พี่เขามองฉันด้วยความใเล็กน้อย เพราะอีกนิดเดียวประตูจะหนีบมือฉันแล้ว
“คุณคิดบ้างไหมว่าสิ่งที่คุณทำมันจะส่งผลให้คุณเจ็บตัว” และฉันก็โดนพี่โลคาว่าตามสเต็ป หงอยไปเลยจ้า เมื่อเห็นว่าพี่เขาไม่ได้จะดันประตูปิดอะไรต่อ ฉันก็เลยได้แต่ก้มหน้าก้มตาเม้มปากฟังพี่เขาว่าด้วยท่าทางสลด คล้ายกับผู้ใหญ่กำลังต่อว่าเด็กซนอยู่
แน่นอนว่าฉันกำลังรับบทเป็เด็กซนที่โดนผู้ใหญ่อย่างพี่โลคากำลังต่อว่าอยู่
“ขะ...ขอโทษค่ะ” พี่เขามองฉันด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายใจ
“หลบ”
“เอ่อ...แต่ว่าพี่โลคาคะ คือว่าหนู...” ยังไม่ทันที่จะพูดจบพี่เขาก็ทำท่าทางโดยการชี้นิ้วมือไปที่มือของฉันที่จับกับขอบของประตูอยู่ แค่นี้ฉันก็พอจะรู้แล้วว่าพี่เขาหมายความว่าอย่างไร ฉันจึงขยับขาก้าวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อให้พี่เขาสามารถปิดประตูห้องได้
“มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ!” ฉันตบหัวตัวเองเบา ๆ พร้อมกับต่อว่าตัวเองที่ดันเกิดอาการพูดไม่ออกบอกไม่ถูกขึ้นมา ทั้งที่ตัวตนที่แท้จริงของฉันออกจะเฟรนด์ลี่และคุยเก่งมาก แต่แล้วคนที่ได้ชื่อว่าเฟรนด์ลี่และคุยเก่งคนนี้กลับต้องมาเดินคอตกกลับห้องตัวเองแทนอย่างช่วยไม่ได้
โลคา Talk
“หึ ติ๊งต๊องชะมัด” ผมยืนมองยัยเด็กผู้หญิงตัวเล็กผ่านช่องทางเล็ก ๆ หรือที่เขานิยมเรียกกันว่า ‘ตาแมว’ ผมเห็นว่าเธอทำท่าทางเขกหัวตัวเองไม่พอ ยังแสดงท่าทางเหมือนกับว่ากำลังคุยอยู่คนเดียว ไม่กี่วินาทีก็เดินคอตกออกไป
นั้นจึงเป็เหตุผลที่ผมมองเธอว่า ‘ติ๊งต๊อง’
จากนั้นผมก็เลิกสนใจหน้าประตูห้องแทนการเดินมาหย่อนสะโพกนั่งลงที่เก้าอี้โซฟาของทางโรงแรม พร้อมกับหยิบเอกสารงานวิจัยขึ้นมาอ่าน
ในวันพรุ่งนี้จะเป็วันที่ผมจะต้องเข้าไปศึกษาดูการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยที่ผมสนใจเป็พิเศษ แน่นอนว่าทางมหา’ ลัยนั้นก็สนใจงานวิจัยของผมด้วย ผมจึงไม่อยากพลาดโอกาสดี ๆ แบบนี้ไป
ผมอยากจะต่อโทที่มหา’ ลัยนี้ ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่เลือกต่อโทที่มหา’ ลัยของครอบครัวตัวเอง นั่นอาจจะเป็เพราะว่าผมเบื่อแล้วละมั้งครับ
ผมอยากเปลี่ยนไปอยู่ในสถานที่ใหม่ ๆ บ้างก็แค่นั้น ซึ่งทางครอบครัวผมเองก็สนับสนุนมาก อย่างที่พูดไปว่ามหา’ ลัยที่ผมอยากต่อโทดันเป็มหา’ ลัยที่โด่งดัง และติดอันดับว่าเป็มหา’ ลัยที่สอบเข้ายากมากที่สุดในโลกพอสมควรเลย
Rrrr Rrrr rrr
ระหว่างที่ผมกำลังนั่งตรวจงานวิจัยเพลิน ๆ เสียงเรียกเข้าของมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น เรียกความสนใจของผมให้ต้องหันไปมองชื่อที่กำลังโชว์ว่าใครเป็คนโทรเข้ามา
ผมกดรับสายแล้วเอ่ยด้วยคำสุภาพออกไป
“ครับแม่” คนที่โทรเข้ามาก็คือแม่ของผมเองครับ ผมเงยหน้ามองเวลาที่บ่งบอกว่ามืดแล้ว แต่ที่ประเทศไทยยังคงเช้าอยู่สินะ แม่ผมท่านเป็ผู้อำนวยการของโรงพยาบาลชื่อดังและเปิดมายาวนานหลายรุ่นแล้ว ไม่มีใครไม่รู้จักโรงพยาบาลของแม่ผมหรอกครับ
“เป็ไงบ้างครับ ถึงที่พักหรือยังลูก?”
“ถึงแล้วครับแม่ แม่ทานอะไรหรือยังครับ” ด้วยความที่ท่านเป็ถึงเ้าของโรงพยาบาล ก็ต้องพ่วงมาด้วยกับความไม่มีเวลาให้ตัวเอง แม่ผมอุทิศตัวในการบริหารโรงพยาบาลนั้นมาก มากซะจนท่านไม่มีเวลาดูแลตัวเอง หรือทานอาหารให้ตรงเวลาเลยสักมื้อ
“ทานแล้วครับ นี่ใครเป็แม่ใครเป็ลูกกันแน่ฮึ” ผมอมยิ้มกับความขี้เล่นของแม่ตัวเอง ถึงผมจะไม่ค่อยได้เจอท่านสักเท่าไหร่เพราะออกมาอยู่คนเดียวนานแล้ว แต่ผมก็อดคิดถึงเวลาที่ท่านน่ารักแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ ถึงผมจะเคยบอกว่าที่ออกมาอยู่คนเดียวเหตุผลก็เพราะอยากจะหนีจากการถูกคลุมถุงชน แต่เอาจริงแล้วก็มีเหตุผลอื่น ๆ อยู่ด้วย
ผมเป็ลูกคนเดียว นั่นจึงทำให้ทุกความหวังมาอยู่ที่ผม ผมมักจะโดนพ่อกดดันเสมอ ทั้งทางด้านการเรียน และการวางตัว นั่นจึงทำให้ผมเคร่งเครียด และโฟกัสแต่ความสำเร็จ จนกลายเป็คนที่ไร้ความรู้สึกกับคนรอบข้างไปซะแล้ว
“น้องด้าละลูก ได้เจอน้องไหมครับ” ผมลอบถอนหายใจเบา ๆ ผมยอมรับว่าเบื่อมากที่ต้องมานั่งตอบเื่ของคนที่ผมไม่สนใจและคิดเพียงแค่น้องสาวเท่านั้น แต่แม่ผมดึงดันที่จะเอาเธอมาเป็ลูกสะใภ้ให้ได้ ด้วยความที่เธอมีดรีกรีทางด้านการแพทย์ด้วย นั่นจึงทำให้แม่ผมสนใจเธอเป็พิเศษ
สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ทำเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น ผมมองว่าไม่จำเป็เลย แค่ผมคนเดียวก็สามารถบริหารทั้งโรงพยาบาลและมหา’ ลัยได้อยู่แล้ว มันไม่เห็นจำเป็ต้องให้ผมแต่งงานเพื่อผลประโยชน์เลยแท้ ๆ แต่คงด้วยความที่ครอบครัวน้องอยู่ในวงการทางการแพทย์ด้วยละมั้งครับ แม่ผมถึงอยากได้เป็ทองแผ่นเดียวกับบ้านของน้อง
“เจอครับ”
“กับน้องไปถึงไหนแล้วลูก คบกันหรือยังครับ” คำถามนี้อีกแล้ว
“แม่ครับ ผมเคยบอกแล้วว่าผมคิดกับเธอคนนั้นแค่น้องสาวเท่านั้นครับแม่” และผมก็ตอบแม่ออกไปเหมือนเดิมประโยคเดิม เป็รอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ ๆ เลยคือการที่ผมพูดออกไปแบบนี้จะทำให้แม่ผม
“พี่คาครับ! แม่บอกแล้วไงว่าคนนี้แม่เลือกให้พี่คา เป็คนที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับพี่คาของแม่มาก อย่าทำให้แม่ต้องโมโหนะครับ แค่เื่งานแม่ก็ปวดหัวพอแล้ว” นี่ละครับแม่ะเิลงทันที แล้วผมเถียงท่านได้ซะที่ไหนกันล่ะ
“ครับแม่”
“งั้นแค่นี้ก่อนนะ แม่มีเคสที่ต้องไปดูแลต่อ พักผ่อนเถอะลูก” เหมือนผมจะได้ยินเสียงผู้หญิงที่เดินเข้ามาคุยอะไรสักอย่างกับแม่ ไม่นานแม่ก็ต้องเอ่ยขอตัวเองไป คงเพราะต้องไปดูแลคนไข้ต่อ
“เหมือนกันครับ แม่ดูแลตัวเองด้วยนะครับ”
“จ้า” ไม่นานเสียงปลายสายก็เงียบหายไป ผมเอนหัวนอนพิงกับเก้าอี้โซฟา ตามด้วยนิ้วมือที่ยกขึ้นมาคลึงนวดตรงบริเวณระหว่างคิ้ว เพื่อคลายความปวดหัวที่ผมมักจะเป็บ่อย ๆ ก็ไม่แปลกที่ผมจะปวดหัวบ่อย เพราะผมมักจะต้องแบกรับทุกความกังวลและความหวังของพ่อแม่เสมอ
ใครว่าการเกิดเป็ลูกคนมีพร้อมทุกอย่างจะดีล่ะครับ แล้วยิ่งเป็ลูกคนเดียวเหมือนผมนะ ไม่อยากจะพูดเลย
เลเน่ Talk
ฉันพยายามแนบหูเข้ากับกำแพงทางด้านที่ติดกับห้องพี่โลคา เพื่อจะแอบฟังว่าพี่เขากำลังทำอะไรอยู่ แต่ก็ต้องเดินมานั่งหงอยที่โซฟาแทน เพราะฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย โรงแรมก็ทำห้องเก็บเสียงซะดีเชียวนะ
“พี่เขากำลังทำอะไรอยู่นะ คิดถึงจัง” ฉันพูดพร้อมกับก้มหน้าลงไปเปิดมือถือของตัวเองเพื่อดูรูปหน้าจอมือถือ โดยรูปหน้าจอมือถือฉันเป็รูปของพี่โลคา ที่กำลังขึ้นกล่าวคำทักทายบนเวทีเพื่อต้อนรับเด็กปีหนึ่งอย่างฉัน
รูปนี้เป็รูปั้แ่ปีที่แล้วที่ฉันเพิ่งเข้ามาที่มหา’ ลัยนี้ใหม่ ๆ ตอนนั้นฉันอยู่ปีหนึ่ง และพี่โลคาอยู่ปีสาม ซึ่งปัจจุบันฉันอยู่ปีสองแล้วก็ยังไม่ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพี่เขาเหมือนกับ่นี้เลย
ฉันไม่มีรูปตอนที่พี่เขายังเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมด้วยกันหรอกนะ นั่นก็เพราะว่าพี่เขาเก็บตัวมาก และหยิ่งขั้นสุด เ็ามาก ๆ เลยล่ะ สงสัยนั่นคงเป็เหตุผลที่ทำให้พี่เขาฮอตมากก็ได้มั้ง
ฮอตขนาดที่ผู้หญิงหลายคนยกให้พี่เขาเป็ผู้ชายในอุดมคติของตัวเองกันเลย และฉันเองก็เป็หนึ่งในนั้นด้วยเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เพราะความหล่อของพี่เขาอย่างเดียวหรอกนะที่ทำให้ฉันแอบชอบพี่เขามาได้นานขนาดนี้
ครั้งหนึ่งฉันเข้าเรียนตามปกติแบบทุกวัน แต่วันนั้นเป็วันที่หลายคนยกมือขึ้นมาปิดปากหัวเราะฉัน และมองฉันเป็ตัวตลก ฉันโมโหมาก เพราะฉันไม่รู้เหตุผลว่าทำไมคนพวกนั้นถึงเอาแต่หัวเราะเยาะฉัน
จนถึงตอนที่ฉันกำลังจะเดินเข้าอาคารเพื่อไปเรียนวิชาคณิตศาสตร์นั่นแหละ เป็วันที่ฉันเจอกับพี่โลคา และสิ่งที่พี่เขาทำเป็อะไรที่กินใจฉันมาก ในเดือนนั้นฉันจำได้ดีว่าเป็เดือนที่ประเทศไทยเข้าสู่่หน้าหนาว และยังเป็วันที่ฉันดันรีบซะจนลืมเสื้อกันหนาวของตัวเอง
และคำว่า ‘รีบ’ นั่นแหละที่ทำให้ฉันโดนหัวเราะ เพราะกระโปรงนักเรียนของฉันดันไปเกี่ยวกับอะไรก็ไม่รู้ ทำให้กระโปรงด้านหลังขาดจนเห็นกางเกงขาสั้นลายตัวการ์ตูนกันดั้มที่ฉันชอบดูซะได้
อันที่จริงตอนนั้นฉันเดินสวนกับพี่โลคาไปแล้วนะ แต่คงเพราะเสียงหัวเราะที่ดังมากละมั้งเลยทำให้พี่เขาหันกลับมามองที่ฉัน
ฉันไม่รู้ว่าพี่เขาทำอะไรบ้าง ณ ตอนนั้น เพราะสิ่งที่ฉันรับรู้ได้เพียงอย่างเดียวเลยคือ พี่เขาเดินตามฉันมาพร้อมกับใช้เสื้อกันหนาวของตัวเองมามัดเข้าที่เอวของฉันที่กำลังหยุดยืนด้วยความโมโห เพราะถูกหัวเราะด้วยเหตุผลที่ตัวเองในตอนนั้นยังไม่รู้ตัว
“กระโปรงของคุณมันขาด หัดระวังตัวบ้างสิ” นั้นเป็คำพูดเดียวที่เราคุยกัน ไม่ใช่สิ ที่พี่เขาพูดกับฉันมากกว่า และนั่นจึงเป็เหตุผลที่ฉันแอบชอบพี่เขามาตลอด และไม่เคยมองคนอื่นเลย
คนอื่นอาจจะมองว่าพี่เขาหยิ่ง เ็า และพูดแรง แต่สำหรับฉันพี่เขาอ่อนโยนและสุภาพมาก ๆ เขาเปรียบเหมือนเป็ผู้ชายสุภาพบุรุษของฉันเลยล่ะ
แต่ว่านะ ่นั้นเหมือนกับว่าพี่เขาจะลาออกไปก่อนเรียนจบด้วย เห็นว่าทางบ้านพี่เขาจะส่งพี่โลคาไปเรียนต่อต่างประเทศมั้ง ฉันเลยนอนเสียใจไปหลายปีเลยอะ
พอรู้ว่าพี่โลคากลับมาไทยแล้วฉันก็จัดการตามสืบจากยัยด้า จนรู้ว่าพี่โลคาเข้ามหา’ ลัยไหน ฉันถึงได้เตรียมตัวอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อจะเข้ามหา’ ลัยเดียวกับพี่เขาเนี่ย
เฮ้อ...สุดท้ายพี่เขาก็ไม่สนใจฉันอยู่ดี ถ้าให้ฉันเดาพี่เขาจะต้องลืมเื่นั้นไปแล้วด้วยแน่ ๆ มีแต่ฉันนี่แหละที่ไม่เคยลืม และยังคงเก็บเสื้อกันหนาวตัวนั้นไว้อยู่ด้วย
ทำไมฉันถึงไม่เอาไปคืนพี่เขา นั่นก็เพราะว่าฉันไม่กล้าสู้หน้าพี่เขาเลย ฉันเขินพี่เขาหนักมาก จนไม่มีความกล้าเข้าใกล้พี่เขาเลยก็ว่าได้ กว่าจะทำใจและไล่ความเขินนั้นได้ก็เล่นเอาซะฉันมาอยู่ปีสองแล้วนี่แหละ ถึงได้กล้าเข้าใกล้และกล้าสารภาพรักไปในตอนที่อยู่บนรถของพี่เขา
แต่ผลก็เป็อย่างที่ทุกคนรู้ คนอย่างฉันไม่ยอมแพ้หรอก ฉันชอบพี่เขามากี่ปี ถ้าต้องมาท้อเพราะโดนปฎิเสธแค่นี้ฉันไม่ยอมหรอกนะ น้ำหยดลงหินทุกวันหินยัง...ยัง...เอ่อยัง...ยังอะไรวะยัยเน่ แกจะมาโง่อะไรตอนนี้เนี่ย!
เอาเหอะ ช่างเื่หินไปก่อน เอาเป็ว่าฉันจะตามตื้อพี่เขาจนกว่าพี่เขาจะหันมาสนใจฉันนี่แหละ
“ดึกแล้วแท้ ๆ แต่ทำไมฉันถึงไม่เห็นจะง่วงเลยสักนิด” ฉันนั่งมองเข็มนาฬิกาที่กำลังเดินอยู่ และยังบ่งบอกอีกด้วยว่าตอนนี้เป็เวลากี่โมงกี่ยามแล้ว ถ้าเป็ที่ไทยฉันคงหลับเป็ตายไปั้แ่สามสี่ทุ่มแล้วนะ แต่นี่เที่ยงคืนจะตีหนึ่งแล้ว ทำไมฉันยังไม่ง่วงเลยสักนิดวะ
“อ้อ! เวลาที่ไทยกับที่นี่ต่างกันสินะฉันถึงได้ไม่ง่วง” ฉันยกมือขึ้นมาลูบคางของตัวเองเมื่อคิดได้ว่าเวลาโลกมันต่างกันนี่เอง ฉันคงต้องใช้เวลาปรับตัวสักพักเลยสินะ
“งั้นออกไปนั่งดูบรรยากาศข้างนอกดีกว่า” ฉันเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาใส่ เพื่อลดความหนาวเหน็บจากสภาพอากาศข้างนอกที่ยิ่งดึกเท่าไหร่ก็ยิ่งหนาวมากขึ้น เมื่อเตรียมตัวเสร็จฉันก็เดินไปชงน้ำโกโก้ที่ทางโรงแรมวางไว้ให้ ง่าย ๆ ก็แค่ฉีกและเทผงโกโก้ลงน้ำร้อนไป
“หอมจัง” ฉันเดินถือแก้วลายการ์ตูนออกมาที่ริมระเบียง เป็ริมระเบียงที่หรูและดูดีมาก ทางโรงแรมเขามีเก้าอี้เตรียมไว้ให้นั่งชมบรรยากาศด้วย
“ขนาดมืดแล้วนะเนี่ย ยังสวยอยู่เลย” เมื่อจัดแจงที่นั่งเสร็จฉันก็ยกแก้วขึ้นดื่มพร้อมกับมองบรรยากาศไปด้วย โดยไม่ได้สนใจเลยว่าไม่ได้มีแค่ฉันเท่านั้นที่นั่งอยู่ตรงนี้
- - - - - - - - - -
หยกขอเปลี่ยนมาลงทุกวันแทน ( โดยจะแยกเป็ 4 พาท ) ตามคำเรียกร้องจากทุกคนและจากใจหยกที่เหงามาก 55555555
.
.
.
หยกลงนิยายเื่นี้ ทุกวัน นะคะ
เปิดให้ อ่านฟรี!! น๊า ฝากกด เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ ด้วยนะคะ
- - - - - - - - - -
นิยาย Set 'เ้าพ่อ' มีทั้งหมด 4 เื่ 4 คน
เื่แรก เ้าพ่ออสูร (คู่อาชากับลินา)
กดซื้อตรงนี้ > : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzMDg2MyI7fQ
เื่ที่สอง เ้าพ่ออิทธิพล (คู่เคียร์กับสร้อย)
กดซื้อตรงนี้ > : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzNDUyMiI7fQ
เื่ที่สาม เ้าพ่อเพชฌฆาต (คู่ดีไวน์กับเทียน)
กดซื้อตรงนี้ > : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzODk2OCI7fQ
เื่สุดท้าย เ้าพ่อนักซิ่ง (คู่เทนชิกับบุญ)
กดซื้อตรงนี้ > : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE0MjQ4OCI7fQ
สามารถสั่งซื้อได้จากเว็บ MEB โดยการพิมพ์ค้นหาชื่อเื่ หรือ นามปากกาของหยกก็ได้จ้า
หรือใครไม่สะดวกเว็บ MEB ใน ธัญวลัย , Fictionlog , Hongsamut หยกก็ลงขายเช่นกันน้า (แต่ราคาจะต่างจากใน MEB น้า)