ยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์

    บทที่ 48 การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด

     

    เซี่ยฮุยจ้องมองชายที่อยู่ตรงหน้าทั้งสองคนด้วยดวงตาเป็นประกาย

     

    คนหนึ่งคือขอบเขตพิเศษขั้น 7 และอีกคนขอบเขตพิเศษขั้น 8

     

    พลังงานภายในร่างกายของเซี่ยฮุยถูกรวบรวมเข้าด้วยกัน ครั้งนี้คงต้องเกิดการปะทะกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

     

    ตอนที่ชายหน้าบากเหลือบเห็นท่าทางนิ่งสงบของเซี่ยฮุย อีกทั้งยังเห็นสายตาที่เป็นประกายของเขา จู่ ๆ ชายหน้าบากก็เกิดอาการใจเต้นระรัว อีกทั้งยังรู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่างที่กำลังย่างกรายเข้ามา

     

    แต่หมอนี่เป็นแค่เด็กมัธยมปลายคนหนึ่งเท่านั้น!

     

    เมื่อนึกถึงข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างมอบให้ก่อนหน้านี้ ชายหน้าบากก็ข่มความตื่นตระหนกของตัวเองกลับลงไปและลากเซี่ยฮุยไปยังจุดมุ่งหมายต่อ

     

    “หยุดก่อนน้องสาม”

     

    จู่ ๆ ชายร่างผอมบางที่มีไหวพริบดีกว่าก็ตะโกนสั่งให้เพื่อนของเขาหยุดลากเซี่ยฮุยอย่างฉับพลัน

     

    “พี่สอง พี่จะตะโกนทำไมเนี่ย มันก็แค่เด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง”

     

    ชายหน้าบากหันไปมองชายร่างกำยำที่เขาเรียกว่าพี่สอง อีกทั้งยังพูดด้วยน้ำเสียงไม่หวั่นเกรง

     

    หลังจากข่มความรู้สึกกระวนกระวายใจลงแล้ว ชายหน้าบากก็ใช้แรงที่มีคว้าแขนของเซี่ยฮุยอย่างแรง

     

    “หึ”

     

    เซี่ยฮุยเปล่งเสียงหึออกมาจากลำคอ จากนั้นเขาก็เปิดใช้พลังทั้งหมดที่มี พลังลมปราณขอบเขตพิเศษขั้น 9 สร้างแรงกดดันให้กับชายหน้าบากได้ในทันที

     

    “เชี้ย...ขอบเขตพิเศษขั้น 9”

     

    เมื่อรู้สึกได้ถึงพลังปราณที่ถูกส่งออกมาจากร่างกายของเซี่ยฮุยอย่างฉับพลัน ใบหน้าของชายหน้าบากก็เปลี่ยนสี

     

    เขาไม่กล้าที่จะดึงแขนกลับมา จึงเปลี่ยนเป็นหมัดที่เต็มไปด้วยพละกำลังและส่งไปที่ร่างของเซี่ยฮุยอย่างรวดเร็ว

     

    เขาได้แต่หวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเซี่ยฮุยไหวตัวเร็ว ไม่ได้เป็นเพราะเขามีพลังขอบเขตพิเศษขั้นที่ 9 อย่างที่คิด

     

    แต่แล้วเขาก็ต้องผิดหวังกับความหวังล้ม ๆ แล้ง ๆ นั้น

     

    “ป้าวเฉวียน”

     

    เซี่ยฮุยปล่อยหมัดออกไปด้วยพลังขอบเขตพิเศษขั้น 9

     

    หมัดที่ถูกส่งออกไปอย่างรุนแรงคล้ายกับสัตว์ร้ายที่พุ่งตัวออกมา อีกทั้งยังสร้างแรงกดดันจนน่าสะพรึงกลัว วินาทีต่อมาหมัดของเขาก็ซัดเข้าใส่ชายหน้าบากอย่างเต็มกำลัง

     

    พลังปราณที่น่าทึ่งไม่ได้ทำให้ชายหน้าบากตกใจจนหน้าเหวอ เพราะการโจมตีเหล่านี้เขาเคยมีประสบการณ์และเคยเจอมาก่อนแล้ว

     

    เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็มีนิสัยดุร้ายขึ้น ดวงตากลมโตที่ถลึงตามองทำให้ดูคล้ายกับสิงโตที่กำลังพิโรธ ด้วยความดุร้ายและโหดเหี้ยมนี้ทำให้เขาเหมือนสัตว์ร้ายอย่างไรอย่างนั้น

     

    เขาคือผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษขั้น 7 อีกทั้งยังมีพลังเกือบแตะขั้น 8 แล้ว

     

    “ตึง!”

     

    ตอนที่หมัดของทั้งสองปะทะเข้าใส่กันกลางอากาศ ก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงของระฆัง

     

    “พรวด!”

     

    ชายหน้าบากถอยหลังออกไปสองสามก้าวพร้อมกับกระอักเลือดออกมา มือขวาของเขาพับอยู่บนไหล่ การปะทะกันเมื่อสักครู่ทำให้แขนของเขาหักในทันที

     

    สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะอีกฝ่ายประมาทพลังของเซี่ยฮุยมากเกินไป

     

    “ไอ้เชี้ยเอ้ย!”

     

    หลังจากที่ชายหน้าบากยืนได้อย่างมั่นคง เขาก็สบถด่าออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาแดงก่ำถลึงตามองมาที่เซี่ยฮุยราวกับจะสับร่างของเขาให้กลายเป็นชิ้น ๆ

     

    “น้องสาม”

     

    พี่สองชายร่างผอมบางไม่ได้ใช้โอกาสนี้เพื่อโจมตีเซี่ยฮุย เขารีบพุ่งตัวไปข้าง ๆ ชายหน้าบาก หลังจากตรวจสอบแขนของชายหน้าบาก อีกฝ่ายก็หันมามองเซี่ยฮุยด้วยความตกตะลึงระคนโกรธแค้น

     

    “ไอ้เด็กเวรนั้น แค่มันลงมือก็กลายเป็นนักฆ่าได้แล้ว”

     

    ความรู้สึกผิดและความเกลียดชังปะทุอยู่ภายในใจของพี่สอง ใบหน้าขาวสะอาดสะอ้านของเขาเริ่มบิดเบี้ยวจนผิดปกติ

     

    “น้องสาม นายถอยไปข้าง ๆ ก่อน ฉันปราบไอ้เด็กเวรนี้ได้เมื่อไหร่ ฉันจะให้นายแก้แค้นด้วยตัวนายเอง”

     

    พูดจบร่างของเสี่ยวเอ้อก็สั่นระริก จากนั้นพลังปราณที่น่าทึ่งก็ถูกส่งออกมา

     

    “พี่เอ้อ...นี่พี่บรรลุแล้วเหรอ?”

     

    ชายหน้าบากมองพี่สองด้วยความตกตะลึงระคนดีใจ ส่วนอีกฝ่ายก็หันมาพยักหน้าตอบเขาด้วยท่าทางนิ่งสงบ

     

    หลังจากนั้นชายหน้าบากก็หันมามองเซี่ยฮุยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยแรงสังหาร ภายในใจของเขาก็กำลังคิดหาวิธีที่จะบดขยี้ร่างของเซี่ยฮุยด้วยวิธีไหน

     

    แต่ถ้าหากแม้แต่พี่เอ้อของเขายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อของเซี่ยฮุย ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน

     

    ชายหน้าบากคิดว่าชัยชนะคงอยู่ในมือของพวกเขา พี่สองก็คิดเช่นนั้นเช่นกัน

     

    ขอบเขตพิเศษขั้น 9 เช่นเดียวกัน พี่สองมองหน้าเซี่ยฮุยที่ยังดูหน่อมแน้มไร้เดียงสา จากประสบการณ์ต่อสู้ที่เขามี เขาจึงคิดว่าเพียงพอที่จะสามารถข่มขวัญเซี่ยฮุยได้

     

    ที่สำคัญก็คือหมัดของเซี่ยฮุยที่ส่งออกมาเมื่อครู่ แม้ว่าเซี่ยฮุยจะเปิดใช้พลังขั้น 9 แต่ดูจากท่าทางแล้วกลับไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดที่มี

     

    ฝีมือกะโหลกกะลาแบบนั้นคงเป็นพวกมือใหม่ที่เพิ่งบรรลุขอบเขตพิเศษขั้น 9 แน่นอน

     

    ส่วนเขาบรรลุขอบเขตพิเศษขั้น 9 มานานแล้ว และเขาก็สามารถที่จะสู้กับผู้มีพลังสูงสุดของขั้น 9 ได้แบบสบาย ๆ

     

    เมื่อเทียบกันแล้ว เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ศัตรูของเขาแม้แต่น้อย

     

    คิดเช่นนี้สายตาของพี่สองก็ประกายแสงที่แสดงออกถึงความดุร้ายออกมา

     

    แม้ว่าแขนของน้องสามจะรักษาให้กลับคืนมาได้อีกครั้ง แต่ค่ารักษาก็สูงลิ่วเช่นกัน ต่อให้ได้เงินรางวัลจากภารกิจนี้ไปรักษาตัว ทว่าบางทีไม่เพียงแต่จะไม่เพียงพอเท่านั้นค่ารักษาอาจจะเข้าเนื้อพวกเขาด้วยก็ได้ใครจะไปรู้

     

    ดังนั้นภารกิจนี้ทำให้พวกเขาขาดทุนอย่างไม่ต้องสงสัย

     

    และนี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้เขาขาดทุน

     

    พลังไหลผ่านไปทั่วทั้งร่างกายจากนั้นก็รวบรวมอยู่บนหมัดขวาของเขา วินาทีนั้นพลังลมปราณที่น่าทึ่งก็ระเบิดออกมาจากร่างกายของพี่สอง

     

    แรงกดดันที่ถูกส่งออกมาน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าพลังของเซี่ยฮุยเสียอีก พลังลมปราณสูงสุดของขอบเขตขั้น 9 ทำให้บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ก่อตัวเข้าด้วยกัน

     

    วินาทีที่พลังถูกรวมเข้าด้วยกันจนถึงจุดสูงสุด พี่สองก็ซัดหมัดออกมา

     

    กำปั้นที่ถูกส่งออกมาถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเสือโคร่งสีขาวลำตัวยาว 8 เมตร โผทะยานประหนึ่งพยัคฆ์ กรงเล็บที่ถูกส่งออกมาเต็มไปด้วยความมั่นคง เสียงคำรามดังกึกก้องอย่างต่อเนื่องขณะตะปบเข้าใส่ร่างของเซี่ยฮุยเพื่อฉีกร่างของเขา

     

    หมัดที่ถูกส่งออกมาอย่างรวดเร็วแหวกอากาศจนแยกออกจากกัน ยังไม่ทันที่หมัดจะส่งตรงมาถึงร่างของเซี่ยฮุย ลมวายุจากหมัดก็ทำให้ฮู้ดที่ปกคลุมอยู่บนศีรษะของเซี่ยฮุยปลิวไปด้านหลัง

     

    ลมพายุยังคงโหมกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เส้นผมของเขายังคงพลิ้วไปตามแรงลมจนสยายออกจากกัน

     

    เซี่ยฮุยหรี่ตาลงเล็กน้อย ความแข็งแกร่งของบุคคลผู้นี้ใกล้เคียงกับเขามาก

     

    ไม่สิ...จากหมัดที่ถูกส่งออกมา ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายจะควบแน่นกว่าเขามาก

     

    ต่อให้มีระบบคอยช่วยเหลืออยู่ แต่เขาก็แอบถอนหายใจอยู่ภายในใจเพราะความแข็งแกร่งที่เขามีไม่สามารถเทียบกับพี่สองได้

     

    แต่เซี่ยฮุยก็ยังไม่ได้เกิดอาการตื่นตระหนก เพราะเขายังมีไพ่เด็ดอยู่ในมือ

     

    เขามองหมัดที่กำลังพุ่งเข้าใส่ สายตาของเซี่ยฮุยเป็นประกายขณะมองเห็นโอกาส

     

    เข้าสู่โหมดพลังลมปราณ!

     

    ป้าวเฉวียน!

     

    ดูเผิน ๆ หมัดของเซี่ยฮุยไม่ได้แตกต่างจากหมัดที่เขาใช้กับน้องสามแม้แต่น้อย

     

    แต่เรื่องจากเขาแอบเปิดใช้พลังลมปราณ ดังนั้นพลังจากหมัดนี้จะเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสิบเท่า

     

    เหมือนกับไม้ขีดงัดไม้ซุงจริง ๆ!

     

    เมื่อเห็นหมัดของเซี่ยฮุยถูกส่งออกมา พี่สองก็แอบดูถูกเขาอยู่ภายในใจ เขามั่นใจว่าเขาสามารถรับมือกับหมัดของเซี่ยฮุยได้แน่นอน และเขาก็สามารถรับหมัดของเซี่ยฮุยได้อย่างทันท่วงทีด้วย

     

    “ตูม!”

     

    หมัดของพวกเขาทั้งสองปะทะเข้าใส่กันกลางอากาศ

     

    พลังนี้...

     

    พี่สองเบิกตากว้างจนลูกตาแทบถลนออกมาจากเบ้า เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ส่งมาที่หมัดของเขา เป็นความตกตะลึงที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

     

    สิ่งที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายของเขา เขาไม่สามารถที่จะรับมือได้ทันอย่างที่คิดไว้

     

    แขนขวาของเขาไร้ความรู้สึก พี่สองทนรับความเจ็บปวดขณะจ้องมองแขนของตัวเองที่อยู่ในสภาพเดียวกับน้องสาม

     

    ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป

     

    เด็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ผู้ที่อยู่ขอบเขตพิเศษขั้น 9 ธรรมดา ๆ อย่างที่คิด

     

    พลังที่ส่งออกมาพร้อมกับหมัดของเซี่ยฮุยเป็นพลังสูงสุดของขอบเขตขั้น 9 พี่สองรู้สึกได้ถึงสิ่งนี้หลังจากที่เขารับแรงปะทะจากอีกฝ่าย และเขาก็มั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะเข้าถึงขั้นนั้นแล้ว

     

    เมื่อย้อนนึกกลับไป พี่สองไม่มีทางยอมรับความพ่ายแพ้นี้แน่ ๆ

     

    ตราบใดที่คู่ต่อสู้ยังไม่ได้บรรลุถึงขอบเขตนั้น ผู้ยืนอยู่บนขอบเขตพิเศษก็เป็นแค่เพียงมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น พี่สองเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเขาจะอยู่ขอบเขตขั้น 9 หมัดไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัด แต่สิ่งที่เขาถนัดมากที่สุดคือการใช้มีด

     

    มีดที่มีขนาดความยาวพอดีมือถูกเหน็บไว้ข้าง ๆ หน้าขาซ้ายของเขา

     

    เขารีบเคลื่อนไหวมือไปที่หน้าขาของตัวเองอย่ารวดเร็วราวกับแสงอสนีบาต จากนั้นก็หยิบมีดสั้นมาไว้ในมือ เพียงระยะเวลาสั้น ๆ เขาสามารถหยิบมีดสั้นขึ้นมาถือไว้ในมือได้อย่างรวดเร็ว

     

    มีดสั้นแตกต่างจากมีดธรรมดาโดยทั่วไป นี่เป็นอาวุธที่ผลิตขึ้นมาสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษโดยเฉพาะ และมันสามารถเพิ่มแข็งแกร่งให้กับการโจมตีให้พี่สองเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า

     

    แน่นอนว่าการใช้อาวุธชิ้นนี้จะสร้างความเสียหายให้กับเป้าหมายได้ นี่คือประโยชน์ของอาวุธพิเศษเหล่านี้

     

    มีดสั้นเล่มนี้เป็นอาวุธข้างกายของเขาและใช้งานเมื่ออยู่ในขั้นวิกฤติ เขาผ่านการต่อสู้มานับสิบสนาม แต่เขาไม่เคยใช้มีดสั้นเลยหากไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายถึงชีวิต

     

    เนื่องจากมีดสั้นกำลังจะหมดอายุขัยในการใช้งาน ดังนั้นระหว่างที่กำลังใช้เพื่อสู้กับศัตรูมันก็มีโอกาสที่จะแหลกคามือได้ทุกเมื่อ

     

    พี่สองไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เขาเองก็ปวดใจเช่นกันที่ต้องใช้มัน แต่การเผชิญหน้ากับศัตรูในวันนี้ ถ้าหากเขาไม่ใช้มันเขาอาจจะต้องเจอกับความตายที่สิ้นหวังอย่างเลี่ยงไม่ได้

     

    แม้ว่าแขนข้างหนึ่งจะได้รับบาดเจ็บ แต่มันก็ไม่ได้สร้างผลกระทบต่อพี่สองเท่าไหร่นัก ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนมาใช้มือซ้ายเพื่อจับอาวุธแทน

     

    สายตาที่ร้อนผ่าวด้วยไฟแค้นของเขาถลึงตามองเซี่ยฮุย และมองหาจุดอ่อนของเซี่ยฮุยไปพร้อม ๆ กัน

     

    เซี่ยฮุยยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาแอบรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นพี่สองหยิบมีดสั้นออกมา

     

    แม้ว่าเมื่อครู่เขาจะทำให้อีกฝ่ายแขนหักไปข้างหนึ่ง แต่ดูจากท่าทางของพี่สองแล้ว อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีว่าจะสิ้นหวังแม้แต่น้อย

     

    ผู้มีฝีมือระดับสูงขั้น 9 ไม่ได้มีแค่ความแข็งแกร่งอย่างที่เห็นเท่านั้น แต่สิ่งที่อีกฝ่ายแสดงให้เห็นเป็นการยืนยันให้เห็นว่าพี่สองถนัดที่จะใช้อาวุธมากกว่าที่จะใช้หมัดและเท้าในการต่อสู้

     

    เขาแอบสวมใส่นวมอำนาจจักรพรรดิอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ซัดหมัดเข้าใส่พี่สองอีกครั้ง

     

    จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ถูกส่งออกมาผ่านสายตาของเขา พลังลมปราณที่อยู่ภายในร่างกายกำลังหมุนเวียนอย่างดุเดือด

     

    ร่างของพวกเขาทั้งสองพุ่งเข้าใส่กันอย่างรวดเร็วในเวลาไล่เลี่ยกัน

     

    การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น!

    คล้ายกับเรื่องยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์ ที่คุณอ่าน