บทที่ 44
ขุนนางกบฏ
“ นี่มันอะไรกัน!!! ”เสียงทุ่มทุ่มต่ำที่เต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจดังขึ้นมาผู้ที่ทำการตะโกนดังขึ้นนั่นคือขุนนางกบฏตงหยาง
ภายในสถานที่แห่งนี้มันเป็นห้องโถงขนาดใหญ่แห่งหนึ่งภายในที่ว่าการอำเภอภายในสถานที่แห่งนี้มีขุนนางมากมายหลาย 10 คนนั่งอยู่ภายในโต๊ะทรงยาวบริเวณใจกลางห้อง
ขุนนางที่เป็นเจ้าเมืองแห่งนี้นั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะมันกำลังลุกยืนขึ้นแสดงใบหน้าที่ไม่พึงพอใจขุนนางผู้นี้เป็นขุนนางที่ได้รับหน้าที่ในการดูแลเมืองนี้มันมีนามว่าตงหยาง
ตงหยางเป็นขุนนางที่ดูแลเมืองชายแดนแห่งนี้มาเป็นเวลานานตัวของมันถือว่าเป็นขุนนางที่มีคุณูปการภายในเมืองหลวงและถูกส่งมาประจำการที่เมืองชายแดนแห่งนี้มีตำแหน่งสูงถึงเป็นเจ้าเมือง
ตัวของมันเป็นขุนนางร่างกายอ้วนท้วนสูงประมาณนึงมีช่วงวัยประมาณซัก 40 ถึง 50ปีอยู่ราวๆสักประมาณนี้ ในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความโกรธใช้มือของตนเองทุกโต๊ะอย่างรุนแรง
ความโกรธที่มันระบายออกมาทั้งใบหน้าและดวงตาทำให้พวกขุนนางภายในสถานที่แบบนี้รู้สึกวันเกรงโดยสิ่งที่ทำให้มันนั้นบันดาลโทสะและบังเกิดความโกรธออกมามากขนาดนี้ก็คือจดหมายที่อยู่บริเวณด้านหน้า
จดหมายที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันคือสารที่ทำการบอกออกมาว่าตัวของมันทำผิดร้ายแรงในการก่อกบฏยักยอกเงินภาษี
เกี่ยวกับเรื่องนี้ตัวของมันไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนนำเอาเรื่องนี้ไปแจ้งข่าวเกี่ยวกับที่มันนั้นคดโกงเงินจากราชสำนัก
ในตอนนี้มันกำลังแสดงท่าทางโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมากเพราะว่าภายในมือของมันคือคำสั่งจากราชสำนักที่เดินทางมาถึงบ้านจนถึงในตอนนี้
คำสั่งนี้เป็นจดหมายมีตาประทับของราชสำนักอย่างชัดเจนมันรู้ได้ในทันทีว่าตอนนี้ตนเองกำลังย่ำแย่ราชสำนักรู้เกี่ยวกับเรื่องที่มันนั้นคดโกงเงินจากราชสำนักที่ส่งมาถึงสถานที่แห่งนี้แล้ว
และมันในฐานะขุนนางที่อยู่ภายในราชสำนักมาเป็นเวลานานก็รู้ดีว่าถ้ามีคนคดโกงภายในราชสำนักจะเกิดอะไรขึ้นบรรทัดใหม่ราชสำนักไม่มีทางปล่อยคนที่คดโกงเงินภายในราชสำนักให้รอดไปได้
ถ้าเป็นขุนนางภายในราชสำนักโทษฐานคือการตัดหัวอย่างเบาที่สุดก็คือการตัดมือแต่ว่าไม่ว่าจะหนทางใดมันเองก็เป็นหนทางที่ล้วนแล้วแต่มีความทุกข์ทรมาณทั้งสิ้น
โดยถ้าไม่มีคู่ไหนแจ้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปถึงราชสำนักราชสำนักก็คงจะไม่รู้อย่างแน่นอน
เพราะแบบนั้นในตอนนี้มันเลยเรียกขุนนางทั้งหมดภายในสถานที่แห่งนี้มาทำการสอบถามว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็นคนแจ้งเรื่องนี้กับราชสำนักและทำให้ราชสำนักนั้นรู้ตัว
ขุนนางภายในสถานที่แห่งนี้นั่งเงียบพวกมันทุกคนแสดงแววตาที่หวาดกลัวพวกมันทุกคนภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดกล้าแจ้งไปอย่างแน่นอน
เป็นเพราะว่าไม่มีผู้ใดกล้ากับท่านเจ้าเมืองที่เป็นคนควบคุมทุกอย่างภายในเมืองแห่งนี้แถมยังมีพวกจอมยุทธ์ที่คอยหนุนหลัง
ขุนนางพวกนี้มันเกรงกลัวความตายเพราะแบบนั้นที่ผ่านมาเลยไม่มีผู้ใดกล้าแจ้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกไป
แต่ตอนนี้อยู่อยู่เขาก็ส่งผ่านไปถึงราชสำนักราชสำนักขุนนางพวกนี้เองก็ไม่รู้ว่ามันจะหาตัวคนที่กระทำการรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปจากที่ใด
พวกมันภายในสถานที่อย่างนี้หันมองหน้ากันไปมาพยายามถามว่าผู้ใดเป็นคนก็ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ก็ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าใครเป็นคนทำเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ ว่าอย่างไรผู้ใดเป็นคนทำเกี่ยวกับเรื่องนี้สารภาพออกมาซะ”มันทำการเร่งเสียงขึ้นพยายามถามเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากขุนนางบริเวณรอบรอบ
แต่เมื่อมันทำการเอ่ยถามออกไปภายในสถานที่อย่างนี้ก็เต็มไปด้วยความเงียบไม่มีขุนนางผู้ใดตอบกลับเลยแม้แต่น้อย
เพราะว่าพวกมันภายในสถานที่แห่งนี้ไม่รู้จริงๆว่าผู้ใดเป็นคนทำเกี่ยวกับเรื่องนี้พวกมันทุกคนมั่นใจว่าพวกมันไม่ได้เป็นคนรายงานเรื่องนี้ให้กับราชสำนักได้ล่วงรู้
ในขณะที่มันกำลังถามเรื่องนี้กับพวกขุนนางที่อยู่บริเวณรอบรอบมีบางอย่างกระเด็นเข้ามาบริเวณด้านใน
“ ตูม!!! ” ร่างของทหารบริเวณด้านนอกกระเด็นเข้ามาบริเวณด้านในทหารผู้นั้นก็เด้งเกลือกกลิ้งเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ก่อนที่มันจะกระเด็นมาหยุดลงบริเวณด้านหน้าของตงหยาง
พวกขุนนางภายในห้องนี้แสดงท่าทางตื่นตระหนกตกใจเมื่อมองเห็นทหารผู้นั้นโดนอัดกระแทกกระเด็นเข้ามาบริเวณด้านใน
“ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ” ตงหยางเอ่ยถามขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกตกใจดวงตาของมันมองไปบริเวณรอบรอบ
มีผู้ใดที่หาญกล้าบุกเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ที่เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าขุนนางพวกมันเต็มไปด้วยความสงสัย
ในขณะที่ พวกมันกำลังสงสัยและถามหาความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเสียงฝีเท้าดังกังวาลขึ้นมาบริเวณด้านนอก
เสียงฝีเท้าที่มันดังใกล้เข้ามาเรื่อยเรื่อยทำให้พวกขุนนางภายในห้องแห่งนี้ต่างมองตรงไปบริเวณด้านหน้า
ดวงตามองตรงไปบริเวณด้านหน้ามองตรงไปยังประตูทางเข้าเมื่อทำการก้าวเท้าเข้ามาภายในสถานที่อย่างนี้เจ้าของเสียงฝีเท้านั้นคือใช้ร่างกายสูงใหญ่สวมใส่ชุดองครักษ์สีแดงลวดลายพยัคฆ์
แถมไม่ได้มาเพียงคนเดียวเดินทางเข้ามาหลาย 10 คนตั้งแถวแนวยาวอยู่บริเวณด้านหน้ามองเห็นการปรากฎกายของชายพวกนั้นทำให้ขุนนางภายในห้องแห่งนี้ตื่นตระหนกตกใจ
ตงหยางที่เป็นขุนนางเคยรับราชการภายในเมืองหลวงดวงตาของมันเบิกความด้วยความตื่นตระหนก“ นั่นมันองครักษ์หลวง!!! ”
มันจำได้ทันทีว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของมันคือกลุ่มองครักษ์หลวงอย่างแน่นอนเพราะว่าชุดองครักษ์สีแดงที่มีพยัคฆ์สีเงินอยู่บนชุดเป็นสัญลักษณ์เด่นอย่างชัดเจน
กลุ่มองครักษ์ประมาณ 10 คนตั้งแถวอยู่บริเวณด้านหน้าก่อนที่จะมีร่างกายของคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้
ผู้ที่ทำการก้าวเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้คือบุรุษร่างกายสูงโปร่งสง่างามสวมใส่ชุดคลุมคนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นคนที่ทำการก้าวเข้ามาก็คือหวงหมิง
เขาแต่งกายชุดรัชทายาทเป็นชุดคลุมลายพยัคฆ์สีเงินก้าวเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้หวงหมิงเมื่อทำการก้าวเข้ามาเขานำเอาพวกอาวุธของพวกผู้เล่นพวกนั้นโยนไปบนโต๊ะแล้วก็พูดขึ้นมา“ สหายของเจ้าตายหมดแล้ว!! ”
เมื่อได้มองเห็นอาวุธที่อยู่บริเวณด้านบนโต๊ะมันจำได้นานทีว่าอาวุธพวกนั้นมันเป็นอาวุธของพวกผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ที่บอกว่าจะสนับสนุนมัน“ นี่มัน… ”
หวงหมิงที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้ายกยิ้มขึ้นที่มุมปากกล่าวออกมาในฐานะรัชทายาท“ ตัวของข้ารัชทายาทแห่งอาณาจักรฉีขอทำการสั่งขุนนางตรงหยังมีความผิดยักยอกเงินราชสำนักส่งมาบำรุงเมืองชายแดนใต้ลงโทษตัดศีรษะ!!!”
หวงหมิงทำการกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแสดงใบหน้าที่จริงจังต้องมองไปบริเวณด้านหน้า
เมื่อเขาทำการกล่าวออกมาแบบนั้นพวกขุนนางที่อยู่บริเวณด้านหน้าได้ยินชื่อรัชทายาทรีบลุกขึ้นแล้วก็ทำการคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว
ไม่มีผู้ใดกล้าขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขุนนางตงหยางเข้าของมันอ่อนจนสุดลงไปติดอยู่กับพื้นได้ยินคำว่าตัดศีรษะแน่นอนว่ามันรู้ได้ในทันทีว่าตัวของมันนั้นไม่มีทางรอดแล้ว
“ตึ้ง!!! ”
[ ชื่อเควสสะสางปัญหาขุนนางเมืองชายแดน ระดับ ชั้นยอด สำเร็จ]
[ เงื่อนไขเดินทางไปยังเมืองชายแดนสะสางปัญหาขุนนางกับชาวเมือง ]
[ ของรางวัลความแข็งแกร่งร่างกายเพิ่มขึ้นสองหน่วย ]
[ ได้รับความไว้วางใจในการสืบทอดบัลลังก์+100 ]
[ ถ้าทำไม่สำเร็จในการสืบทอดบัลลังก์-100 ]
หวงหมิงสะสางปัญหาเมืองชายแดนใต้ได้สำเร็จ หลังจากนั้นขุนนางผู้นั้นโดนสังหารตายด้วยมือของเพชฌฆาตมีขุนนางมากมายที่ทำการร่วมรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่นอนว่าหวงหมิงลงโทษตามอาญาแผ่นดิน
ขุนนางที่กระทำผิดมีโทษไม่ได้แตกต่างกับสามัญชนคนที่เป็นขโมยโดนตัดมือคนที่คดโกงโดนสังหารนี่เป็นกฎระเบียบอยู่แล้ว
เพราะแบบนั้นขุนนางมากมายโดนตัดหัวท่ามกลางสายตาของผู้คนภายในเมือง
ผู้คนภายในเมืองรู้สึกสะใจในครั้งนี้รู้สึกเชื่อมั่นในองค์รัชทายาทเพิ่มมากขึ้น
กลายเป็นว่าผู้คนมากมายรู้สึกศรัทธาในตัวของหวงหมิงมากขึ้นค่าความมั่นใจและค่าสืบทอดบัลลังก์เพิ่มขึ้น
จบบท