ฉู่สุยอันแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีฟ้าครามหมู่เมฆน้อยลอยละล่องสามารถมองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา เห็นได้ว่าอากาศที่นี่ดีหนักหนา
แต่ไม่ว่าบ้านอื่นเมืองอื่นจะดีเช่นไรทว่าก็มิใช่บ้านเกิดของตนอยู่ดีดังคำที่ว่า 'คนจากบ้านช่างน่าเวทนา' คำนี้เหมาะจะใช้กับบุคคลทะลุมิติอย่างนางเช่นเดียวกันแม้ที่นี่จะอากาศดีน้ำมีรสชาติหวาน แต่นางก็ยินดีกลับไปเป็มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เพียงน้อยนิดทว่ามีชีวิตเรียบง่ายในเมืองชนบทเล็กๆดังเดิมเสียดีกว่า
ยามนี้นางกำลังยืนอยู่ในหมู่คนมากมายมือหนึ่งลูบแผ่นแป้งข้าวโพดครึ่งแผ่นในห่อผ้าเพื่อสะกดกั้นความวิตกในใจ แต่ก็กลัวว่าใบหน้าจะเรียบเฉยเกินควรแล้วทำให้นายหน้าค้าทาสเ่าั้คิดว่านางไม่มีตัวตนพานจะไม่เลือกนาง ดังนั้นนางจึงเบิกตากว้างและไม่ปล่อยผ่านสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมา
และก็เป็ไปตามคาดสายตาคู่หนึ่งที่มองมาเต็มไปด้วยความดูแคลน "ไอหยา ทำไมถึงมีเด็กสาวปนอยู่ในนี้ได้ผอมกะหร่องเช่นนี้จะยกฟืนสองชั่งได้หรือ"
เมื่อสิ้นเสียงก็มีเสียงหัวร่อดังขึ้นระลอกใหญ่จากบรรดาเด็กขายตัวรอบกายคนที่ถูกเลือกไปแล้วยิ่งหัวเราะดังเป็พิเศษ
สุยอันสามารถเข้าใจการหัวเราะประสานเช่นนี้ดีนี่เป็วิธีการประจบประแจงของผู้น้อยต่อเ้านาย มันเป็วิธีการดำเนินชีวิตแบบหนึ่งเท่านั้นพอเกิดขึ้นกับตนเองได้ยินแล้วก็ระคายหูเช่นกัน
ฉู่สุยอันกำลังจะขยับปากเอ่ยบางสิ่งนายหน้าค้าทาสคนหนึ่งที่รู้จักกับนางก็ช่วยพูดขึ้น "ท่านพี่ก็มีเวลาที่มองพลาดไปเช่นกันหรือนี่บิดาของนางคือฉู่ถงเซิง* ที่อยู่หมู่บ้านซั่งส่วย โชคไม่ดีที่ป่วยหนักขณะเตรียมสอบเ้าเด็กนี่อยู่กับเขาเลยพออ่านออกเขียนได้ ข้าลองเอาหนังสือมาทดสอบนางแล้วปรากฏว่านางรู้พอสมควร"
เมื่อนายหน้าค้าทาสคนนั้นพูดจบแววตาของทุกคนก็เปลี่ยนไปจากความเยาะเย้ยแปรเปลี่ยนเป็ความนับถือและสายตาบางคู่ยังปรากฏความอิจฉาอีกหลายส่วน
เมื่อฉู่สุยอันเห็นคนออกหน้าแทนตนก็รีบคำนับขอบคุณอย่างซาบซึ้ง
บรรดานายหน้าค้าทาสต่างสบตากันไปมายุคสมัยนี้การรู้หนังสือก็เปรียบดังการรู้ภาษาที่สอง หากมีทักษะนี้ก็ไม่มีวันอดตาย
ยามนี้บรรดาตระกูลใหญ่ต่างนิยมเชิญอาจารย์มาสอนหนังสือที่จวนในเมื่อเชิญอาจารย์มาแล้วก็ต้องมีเพื่อนเรียนที่พออ่านออกเขียนได้มาเรียนด้วยเป็ธรรมดาโดยมากจะเป็บ่าวในเรือน เพราะเหตุนี้ฉู่สุยอันจึงมีโอกาสขึ้นมา
ทันใดนั้นนายหน้าค้าทาสคนหนึ่งคลี่ยิ้มถามนาง"เช่นนั้นเ้าอยากจะทำสัญญาเป็หรือสัญญาตายล่ะ"
สุยอันสูดหายใจลึกสงบสติอารมณ์ยอบกายคำนับพลางเอ่ย "เรียนนายหญิง มิว่าจะทำสัญญาเป็หรือสัญญาตาย ข้าน้อยก็จะตั้งใจทำงานเ้าค่ะท่านพ่อของข้าป่วยหนัก้าเงินเป็การด่วน"
"เ้าเด็กคนนี้มีใจกตัญญูเพียงแต่เ้าผอมติดกระดูกเช่นนี้ อย่าหาว่าพี่ๆ น้องๆ ของข้าตาไม่มีแววเลย หากนายท่านซื้อเ้าไปจริงคงไม่พ้นต้องเลี้ยงดูเ้าอีกสองปีหากทำสัญญาเป็ก็มิเท่ากับว่าช่วยพ่อเ้าเลี้ยงดูลูกสาวหรอกหรือ"
ราวกับได้ยินว่าเลี้ยงไว้ก่อนสองปีค่อยฆ่าอย่างไรอย่างนั้นสุยอันหวาดหวั่นกับคำว่าต้องเลี้ยงอีกสองปีนั่นเหลือแสน ได้แต่กัดฟันอธิบาย "นายหญิงปกติข้ากินเยอะ แต่กินเช่นไรก็มิอ้วนเ้าค่ะ"
กระเพาะของนางกระตุกอย่างแรงตามคำปดนั้น
สุยอันได้ตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะขายตัวเองออกไปให้ได้ฉะนั้นไม่ว่ากระเพาะจะไม่พอใจหรือปอดอยากจะก่อฏ นางก็จะกำราบอย่างไร้ความปรานี
นายหน้าค้าทาสผู้นั้นยิ้มอย่างเบิกบาน"เอาล่ะมีคนกล่าวว่าคนเราต้องทำดีในทุกๆ วัน ข้าเลือกเ้าเอาไว้ก่อน ข้ามีงานสหายเรียนให้เ้าทำแต่เ้าจะทำได้หรือไม่มิได้ขึ้นอยู่กับข้า หากเ้านายในอนาคตไม่ถูกชะตานั่นก็ทำอะไรมิได้คิดเสียว่าข้าขาดทุนค่าอาหารสองสามมื้อก็แล้วกัน"
นางพูดพลางส่งสัญญาณให้ชายผอมดำข้างกายนำกระดาษสัญญาออกมาและนับเงินในถุงเงินออกมาหนึ่งร้อยอีแปะ สุยอันรับสัญญามาและกวาดตาดูอย่างละเอียดหนึ่งรอบ
"เ้ารู้หรือไม่ว่านี่คืออะไร"ชายผอมดำยักยิ้มถามหยั่งเชิง
"ท่านลุงนี่คือสัญญาจองตัวเ้าค่ะ ท่อนแรกระบุถึงค่ามัดจำ หากในภายภาคหน้าข้าหาเ้านายไม่ได้ก็ต้องคืนเงินส่วนนี้"นางตอบอย่างจริงจัง
ความจริงแล้วนายหน้าค้าทาสผู้นั้นก็ยังไม่ค่อยวางใจเท่าไรทว่าเมื่อได้ยินนางตอบเช่นนี้ ดวงตาก็พลันปรากฏรอยยิ้มพึงใจขึ้น แต่ก็หายวับไปอย่างรวดเร็ว
สุยอันประทับรอยนิ้วมือรับเงินมัดจำจากนั้นก็หันไปมอบเงินทั้งหมดให้หลี่ซงที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันกับนาง พร้อมกำชับให้เขานำเงินไปซื้อยาให้บิดาของนางโดยเร็ว
หลี่ซงกระวนกระวายใจเอ่ยเสียงต่ำ"นันนัน*เงินนี้...เมื่อครู่สตรีผู้นั้นก็เอ่ยแล้วหากไม่มีใครเลือกเงินจำนวนนี้ต้องคืนกลับไป หากนำไปซื้อยาแล้วภายภาคหน้าจะเอาอะไรมาคืน"
สุยอันรู้ว่าเขาจะพูดอะไรจึงเอ่ยอย่างหนักแน่น"พี่ซงท่านนำเงินนี่ไปรักษาท่านพ่อของข้าเถิดข้าจะต้องมีคนเลือกแน่นอน" นางก็ไม่อยากขายตัวเองเช่นกัน แต่จะให้นางยืนมองบิดาของตนป่วยตายต่อหน้าต่อตาเช่นนั้นหรือ
ดังนั้นนางจะต้องพยายามให้ตัวเองถูกเลือกให้ได้บิดาของนางต้องหายดี เพราะนางมีบิดาเป็ที่พึ่งเดียวในโลกใบนี้เท่านั้น
หลี่ซงคิดได้ว่าหากให้สุยอันเดินทางกลับไปกลับมาก็คงต้องใช้เวลาหลายวันไม่สู้ให้ตนขึ้นเขาไปหาของป่า หากเจอนกูเาก็เอาไปขายแล้วค่อยหาคนยืมเงินอีกเล็กน้อยพอถึงยามนั้นก็น่าจะพอได้ร้อยอีแปะ พอดีเมื่อคิดตกเขาก็โล่งใจและหันมากำชับให้นางดูแลตนเองให้ดี
ไม่โทษที่หลี่ซงคิดเช่นนี้เพราะสถานการณ์ในตอนนี้ของนางแย่จนไม่สามารถแย่ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว สกุลฉู่ถึงขั้นที่ไม่สามารถกินข้าวอิ่มท้องได้แม้แต่มื้อเดียวทั้งๆ ที่ตอนสุยอันเป็เด็ก นางเป็เด็กสาวอ้วนกลมแท้ๆ ช่างแตกต่างกับตอนนี้ที่หน้าเหลืองตัวผอมราวฟ้ากับเหว
สุยอันสูดหายใจลึกเข้าปอดเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้ตนเองหลังนัดแนะกับหลี่ซงว่าอีกสามวันให้มาฟังข่าวที่นี่ นางก็ปีนขึ้นเกวียนของคนค้าทาสไป
ทว่าท่าทางสงบเสงี่ยมของสุยอันไม่ได้ทำให้คนค้าทาสพอใจนักนางนับจำนวนคนอีกหนึ่งรอบ ปรายตามองสุยอันที่นั่งอยู่ด้านข้างเล็กน้อยและเอ่ยกับชายผอมดำที่บังคับเกวียน"ข้ารู้สึกว่าการค้าครั้งนี้ข้าจะขาดทุน"
สุยอันก้มศีรษะลงอย่างห่อเหี่ยวเมื่อได้ยินคนค้าทาสเอ่ยเช่นนั้นก็ทำให้นางคิดว่าหากนางขายตัวเองไม่สำเร็จ คงทำผิดต่อพวกเขาไม่น้อย
กลัวอย่างไรก็ได้อย่างนั้นจวนหลังแรกยังไม่ทันได้เห็นหน้าฮูหยินก็ถูกพ่อบ้านปฏิเสธแล้ว พอหลังที่สองแม้จะได้พบฮูหยินแต่ไม่ได้เอ่ยถามสักประโยคก็ถูกปฏิเสธอีก...
สีหน้าของคนค้าทาสยิ่งอยู่ยิ่งแย่"หลังนี้เป็หลังสุดท้ายแล้วแม้ว่าตระกูลของพวกเขาเพิ่งจะเติบโตในยี่สิบปีมานี้ ทว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ กลับเข้มงวดกว่าหลังที่ผ่านๆมา"
ตลอดทั้งทางสุยอันจากที่กระตือรือร้นยอมสู้จนลมสุดท้ายก็กลายเป็หมดหวัง ความกล้าหาญแน่วแน่ในคราแรกก็มลายหายสิ้นประหนึ่งเป็ลูกโป่งที่ถูกเข็มแทงก็มิปานไม่เหลือแรงทำอะไรทั้งสิ้น เมื่อเห็นว่าคนค้าทาสเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน นางก็รุกถามอย่างกระตือรือร้น"นายหญิงตระกูลของพวกเขาทำกิจงานอะไรหรือเ้าคะ"
"ตำแหน่งหน้าที่การงานก็ไม่เลวเป็ตระกูลขุนพลขั้นสี่ นายท่านเป็แม่ทัพ ตอนนี้นำทัพอยู่ข้างนอก ซ้ำยังแซ่เดียวกับเ้าด้วยนะทว่าคุณชายตระกูลนี้มิมีผู้ใดรักเรียนเลยสักคน" ประโยคสุดท้ายประหนึ่งน้ำเย็นที่สาดใส่ร่างของสุยอัน
เมื่อเข้ามาในจวนฉู่นางก็หมอบคำนับตามทุกคนอย่างเหม่อลอย ฉับพลันนั้นก็มีเสียงกังวานดังกระทบโสตประสาท"ในเมื่อจะเลือกคนให้ลูกไฉนถึงมิให้ลูกเป็คนตัดสินเองเล่า"
สุยอันถูกเสียงนี้ดึงสติกลับมานางเหลือบมองอย่างรวดเร็ว สายตาพลันเห็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งสวมเสื้อคลุมสีชาดกำลังเดินเข้ามาจากประตูข้างของห้องโถง
น้ำเสียงของฮูหยินที่นั่งอยู่ด้านหน้าเปี่ยมด้วยความสุข"ไยจะตัดสินไม่ได้แม่ต้องเลือกคนที่ลูกชอบอยู่แล้ว เ้ามานี่สิ พวกนางต่างรู้หนังสือ รูปร่างหน้าตาก็ใช้ได้อายุมากกว่าลูกไม่เท่าไหร่ ดูแล้วนิสัยสุขุมเหมาะจะปรนนิบัติอยู่ในห้องหนังสือใช่หรือไม่
ใจสุยอันดิ่งลงเหวลึกแม้จะมีการเลือกใหม่ก็คงไม่เลือกจากกลุ่มที่ถูกคัดทิ้งอย่างพวกนาง แม้คนค้าทาสจะช่วยเสนอนางแต่ก็ไม่กล้าขัดการตัดสินใจของฮูหยิน
เงาร่างสีชาดเดินวนกลุ่มสาวใช้ที่ถูกคัดออกมาแล้วก่อนหน้านี้หนึ่งรอบเขาเดินผงกศีรษะไปพลาง "แต่ละคนช่างสวยสดงดงาม ดังนั้นข้าจะพูดตรงนี้อย่างชัดเจนห้องหนังสือของข้าอยู่ติดกับห้องหนังสือของท่านพี่และลูกพี่ลูกน้องคนอื่นๆ ฉะนั้นอย่าเห็นว่าข้าอายุยังน้อยแล้วคอยคิดแต่จะวิ่งไปที่เตียงของผู้อื่น"
คำพูดนี้ช่างโหดร้ายเสียจริง
มิรู้ว่าภายในจวนแห่งนี้จะมีเื่เช่นนั้นอยู่จริงหรือไม่
ฮูหยินพลันเงียบเสียงทำให้ทั้งห้องโถงเงียบสงัดสุยอันหายใจอย่างระมัดระวังจนกระทั่งได้ยินเสียงฮูหยินเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง "เช่นนั้นเ้าก็เลือกที่เ้าเห็นว่าควรใหม่เสียเถอะ"
นั่นก็หมายความว่าที่เลือกไปก่อนหน้าก็เป็โมฆะไปสุยอันพลันมีความหวังอีกครา นางมองไปยังชายหนุ่มผู้ที่มีอำนาจตัดสินอยู่ในมืออย่างกระตือรือร้น
ประจวบเหมาะกับสายตาของชายหนุ่มผู้นั้นที่มองตรงมาพอดี
เมื่อได้ยินคำพูดเชือดเฉือนหลุดออกจากปากของเขาเด็กสาวที่คิดว่าตนผ่านการคัดเลือกต่างดวงตาแดงก่ำ ส่วนคนที่ไม่ผ่านการคัดเลือกก็รู้สึกว่านี่ไม่ใช่เื่ดีอันใดจึงมีคนไม่น้อยที่ก้าวถอยหลัง
แต่สุยอันมิใส่ใจนางเม้มปากแน่นสนิท กัดริมฝีปากด้านในจนห้อเื ดวงตาสบประสานกับดวงตาของชายหนุ่มคล้ายกำลังจะบอกว่าข้าไม่มีวันวิ่งขึ้นเตียงผู้อื่นเป็แน่
ชายหนุ่มในอาภรณ์สีชาดคือคุณชายเก้าในจวนแห่งนี้นามว่าฉู่ยี่ แววตาของสุยอันทำให้เขาเผลอไผลไปชั่วขณะ
รูปร่างหน้าตาของนางธรรมดาใบหน้าผอมซูบดวงตากลมโตสุกสกาวทอประกายอ้อนวอนอย่างแรงกล้า
ทำให้ฉู่ยี่อดคิดถึงไข่มุกเม็ดดำสองเม็ดที่ปักอยู่บนผ้าขาวไม่ได้เมื่อมองสุยอันอีกครั้งใจของเขาพลันรู้สึกเสียดายอย่างประหลาด
บางทีอาจเป็เพราะความปรารถนาอันแรงกล้าในั์ตาคู่นั้นจึงทำให้เขายกมือชี้ไปที่นาง"ห้องหนังสือของข้าไม่ใหญ่เอานางคนเดียวก็พอ"
ฮูหยินที่อยู่ด้านหน้าเบนสายตามามองครู่หนึ่งสุยอันรีบคุกเข่าลงบนพื้นและหยุดสายตาไว้บนพื้นด้านหน้าตามกฎเกณฑ์
"อัปลักษณ์ไปหน่อย..."ฮูหยินเอ่ยอย่างดูแคลน
ความมั่นใจของสุยอันแตกละเอียดกองอยู่บนพื้น
คุณชายเก้าเอ่ยอย่างมิใส่ใจพร้อมโบกมือปัด"บ่าวหน้าตาดีในบ้านยังมีไม่พอหรือห้องหนังสือของลูกมีคนหน้าตาอัปลักษณ์สักคนก็ดี"
สุยอันคำนับสายตาแน่วแน่
คุณชายเก้าจากไปแล้วไม่รู้ว่าฮูหยินกำลังคิดถึงเื่อันใดอยู่จึงเหม่อลอยเช่นนี้ คนค้าทาสเดินตามผู้คุมออกไปคิดราคาทำให้ภายในห้องค่อยๆเงียบลงไป
ผ่านไปเนิ่นนานฮูหยินก็ถอนใจยาวออกมาพลางเอ่ย "เ้าเด็กคนนี้ทะนงนักถึงเลือกสาวใช้เช่นนี้"สายตาของนางกลับมาหยุดที่สุยอันอีกครั้งคล้ายถามคล้ายพูดพึมพำ "เ้ามีอะไรดี""
สุยอันไม่แน่ใจว่ากำลังถามนางอยู่หรือไม่จึงลังเลที่จะตอบ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงสูงราวนกกระเต็นร้องดังมาจากด้านข้าง "ฮูหยินกำลังถามเ้าอยู่ไยไม่ตอบ"น้ำเสียงเย่อหยิ่ง
สุยอันกุลีกุจอหยัดกายขึ้นสายตาจ้องพื้นด้านหน้า "บ่าวเติบโตในชนบท ความรู้ความอ่านมีจำกัดมองไม่เห็นอนาคตของตนบ่าวมีเพียงใจภักดีขอฮูหยินโปรดเมตตา" คำตอบของนางเริ่มด้วยการแจกแจ้งอย่างชัดเจนว่าตนไม่มีความสามารถใดๆเพราะสภาพแวดล้อมจำกัด ถัดมาบอกว่าตนจะภักดีต่อคุณชายเก้าซึ่งเป็การแสดงเจตจำนงต่อคำพูดเชือดเฉือนของคุณชายเก้าช่างเป็คำตอบที่แฝงไปด้วยไหวพริบ
ฮูหยินได้ยินเช่นนั้นก็ระบายยิ้ม"ดูโดยรวมแย่ไปหน่อยทว่าคำพูดคำจาใช้ได้" ครั้นถามชื่อแซ่ของสุยอัน เมื่อรู้ว่านางแซ่ฉู่ก็ยิ้มอีกครา"ราวกับเป็บ่าวที่เกิดในจวนนี้เสียจริง"
สุยอันได้ยินมานานแล้วว่าคนตระกูลนี้แซ่ฉู่จึงไม่แปลกใจอันใด ท่าทางจึงนิ่งสงบทำให้ฮูหยินพลันรู้สึกนึกชอบขึ้นมา "ในเมื่อเป็คนที่นายหน้าค้าทาสหลิวส่งมาเช่นนั้นน่าจะรู้หนังสือเ้ารู้กี่ตัวเล่า"
เมื่อพูดถึงจุดนี้สุยอันก็พลันมั่นใจขึ้นมาหลายส่วน"เรียนฮูหยินอักษรในตำราทั้งสี่บ่าวล้วนรู้จัก เพียงแต่รู้เพียงความหมายหยาบๆ มิได้เรียนละเอียดมากนักเ้าค่ะ"
นางไม่มีความสามารถพิเศษอันใดเลยไม่ว่าจะเป็งานฝีมือหรือการทำอาหาร นางล้วนทำไม่เป็ ดังนั้นภายในเวลาอันจำกัดนี้เพื่อที่จะขายตัวเองออกไปให้สำเร็จนางต้องพุ่งเป้าไปที่การศึกษาเท่านั้น ไม่เพียงอ่านหนังสือทั้งหมดของท่านพ่อฉู่เท่านั้นนางยังท่องบันทึกคำสอนของขงจื๊ออีกด้วย
ทว่าไม่ว่านางจะทุ่มเทแค่ไหนฮูหยินกลับไม่สนใจสักนิด เพียงเอ่ยอย่างเนิบช้าว่า "พอแล้ว สักพักค่อยดูกันอีกที"เอ่ยจบก็โบกมือให้คนพานางออกไป
*ถงเซิง คนที่เตรียมสอบการสอบขุนนางในราชวงศ์ิและชิงไม่ว่าอายุเท่าไรหากยังไม่ได้สอบขั้นที่หนึ่งก็มักจะเรียกว่า ถงเซิง หรือ หยู๋ถง
*นันนัน เป็คำเรียกเด็กผู้หญิงในภาษาท้องถิ่นหวู่ยวี่(ภาษาถิ่นของเจียงตง เจียงหนาน เจียงเจ๋อ หวู่เย่ว) และเย่วยวี่ (ภาษาถิ่นของกว่างตงกว่างฟู่)
*ตำราทั้งสี่เป็คัมภีร์เอกของลัทธิหยู่ (ลัทธิขงจื๊อ)ประกอบด้วยต้าเสวีย (ว่าด้วยเื่แิการฝึกตนและการปกครองประเทศของลัทธิขงจื๊อ)หลุนยวี่ (หลักคำสอนของขงจื๊อ) จงยง (หลักปรัชญาทางศีลธรรมในการฝึกตนของจีนโบราณ) เมิ่งจื่อ(หนังสือรวบรวมแิเื่การเมืองการศึกษาหลักปรัชญา จริยธรรม แิอื่นๆ และการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเมิ่งจื่อและลูกศิษย์)
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า