ยากูซ่าพลังผู้กล้า

    เหมันต์ที่ 7 : ชายผู้แข็งแกร่ง

            รอบข้างจินกับชาโต้เต็มไปด้วยรูปภาพของบุคคลสำคัญแห่งแก๊งมังกรคำรามแต่ไม่มีรูปของใครสะดุดตาเท่าคนตรงหน้าเลย

     

            “ท่านปู่แน่ใจนะครับคนนี้ใช่ท่านรุ่นที่ 1”จินหันหน้าถามชายชราด้านข้างคล้ายไม่แน่ใจ

     

            “ถึงจะไม่ค่อยน่าเชื่อถือแต่ท่านถูกบันทึกเรื่องราวไว้ว่าเก่งกาจที่สุดของแก๊งเราเลย”รอยยิ้มดูฝืนถูกส่งกลับ

     

            “บุคลิกสื่อผ่านใบหน้าจริงแท้”ชายหนุ่มรู้สึกอัดอั้นตันใจเป็นอย่างมาก

     

            ภาพถ่ายถูกรักษาไว้อย่างดีภายใต้กรอบไม้แสนสวยแกะสลักรังสรรค์มาอย่างประณีตบุคคลในรูปเป็นชายชราแม้จะแก่ไปตามวัยแล้วแต่ก็ยังมีเค้าโครงความหล่อเหลาแฝงไว้อยู่ผู้ซึ่งยิ้มยิงฟันด้วยใบหน้าหื่นๆโพสต์ท่ายื่นมือมาด้านหน้าชูสองนิ้วเป็นรูปตัววีให้จิน

     

            “ปู่เข้าใจที่หลานต้องการสื่อทุกคนมีปฏิกิริยาเหมือนกันเมื่อมาเห็นรูปนี้”

     

            “คัตสึระ ยามิต่างจากที่ผมคิดไว้ราวกับหน้ามือเป็นหลังมือเลย”

     

            จินวาดฟังไว้ว่าท่านรุ่น 1 ที่เก่งกาจจะต้องเป็นชายที่ดูน่าเกรงขามและทรงอำนาจแผ่บางอย่างออกมาทางสายตาอย่างเด่นชัด แต่พอเจอตัวจิน เขายอมรับจากใจเลยว่ารู้สึกผิดที่คิดไปเองมาก

     

            “แต่ก็อย่างว่าคนเราตัดสินกันแค่ภายนอกไม่ได้ เขาคงไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิดไว้หรอก ใช่ไหมครับ”จินพยายามมองโลกในแง่ดีเข้าไว้

     

            พออ่านรายละเอียดด้านล่างก็ต้องตาโตเพราะว่าคนผู้นี้ได้ทำอะไรไว้มากมาย ถือว่าวางรากฐานมาจนถึงปัจจุบัน

     

            “ถึงฝีมือจะไม่เป็นสองรองใครแต่เรื่องผู้หญิงนี่ค่อนข้างหนักใจ”เขาเล่าด้วยสีหน้าเหมือนตัวเองอยู่ในเหตุการณ์ในอดีต

     

            “หมายความว่ายังไงครับ?”ชายหนุ่มยังคงสนใจข้อมูลมากมายตรงหน้า

     

            “ท่านเจ้าชู้ที่สุดยังไงล่ะขนาดภรรยาของคู่อริท่านยังแย่งเอามาจนได้เลยทำให้เกิดสงครามระหว่างแก๊งขึ้นทุกวี่ทุกวัน บันทึกไม่ได้เขียนไว้หรอกแต่ปู่ฟังจากพ่อของปู่มาอีกที”

     

            “ผมไม่น่าคิดในแง่ดีเลยสินะครับหน้าตาเขานี่บ่งบอกที่สุด” จินคิดไปเองหรือเปล่าไม่รู้เพราะเมื่อกี้เหมือนมีแสงกะพริบตรงมุมปากชายผู้นั้นด้วย

     

            หลังจากสังเกตมาสักพักจินเอะใจแหวนสีดำตรงนิ้วชี้ของรุ่นที่หนึ่งซึ่งมันเป็นแหวนสีดำแต่มีประกายสีทองด้านใน

     

            “หรือว่านั่น...”

     

            จินพยายามเพ่งตามองให้ถนัดแต่เนื่องจากรูปภาพนั้นเก่าแก่นานหลายร้อยปีแล้วทำให้ไม่สามารถเห็นหลายละเอียดเล็กน้อยให้ชัดมากกว่านี้ได้

     

            “ใช่แล้ว สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จเมื่อทำการผ่านการทดสอบเขตแดนมังกรได้”

     

            “อย่างนั้นเองเหรอ แต่ดูไม่ค่อยชัดเลยงั้นตอนนี้แหวนที่เขาสวมอยู่ไปไหนแล้วครับ”

     

            “มีคนเล่าจากรุ่นสู่รุ่นมาว่ามันหายไปตอนท่านเสียชีวิตอันนี้ปู่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

     

            “แล้วเขาเสียชีวิตยังไงเหรอท่านปู่”จินอยากรู้บั้นปลายชีวิตของชายที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของแก๊งมังกรคำราม

     

            “ในบันทึกบอกท่านจากไปด้วยโรคชราแต่ที่ปู่ฟังจากพ่อของปู่มา ท่านถูกผู้หญิงคนหนึ่งหักหลัง”คำพูดของชายชราเรียกสายตาจินให้หันไปมอง ก่อนพบว่าชาโต้ทำท่าครุ่นคิดจริงจัง

     

            “ไม่ค่อยแปลกใจเลยนะ”จินยังพยายามมองดูรายละเอียดของแหวน

     

            “แต่ปู่แปลกใจนะ ชายที่มีพลังวิญญาณระดับ 3 ถูกผู้หญิงสังหารลงได้ยังไงกัน”ความสงสัยของชาโต้ไม่เคยน้อยลงเลยเมื่อเทียบกับตอนได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรก

     

            “พลังวิญญาณ ระดับ 3” จินทำหน้ามึนงง นี่เป็นครั้งแรกของเขาที่เคยได้ยินเกี่ยวกับระดับพลัง

     

            “หลานไม่รู้หรอกเหรอ”ชาโต้ค่อนข้างแปลกใจกับใบหน้าของหลานชาย

     

            “เพิ่งเคยได้ยินเลยครับ”

     

            “พลังวิญญาณเป็นพลังที่ลึกลับเป็นอย่างมากตามประวัติศาสตร์ที่เคยมีมานานนม มีเพียงสามบุคคลเท่านั้นที่ไปถึงระดับ 3 ได้ หนึ่งในนั้นก็คือ ท่านรุ่นที่ 1เขาพวกเรา ส่วนมากทุกคนจะติดที่ระดับแรกกัน”

     

            ระดับ 1 เสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกายและเพิ่มการตอบสนองของประสาทสัมผัสทั้งห้า

     

            ระดับ 2 โยกย้ายพลังไปที่อาวุธเพื่อเสริมพลังการทำลายล้างยังสามารถปล่อยคลื่นพลังมุ่งทำลายในวงกว้างได้

     

            ระดับ 3 เรียกธาตุประจำตัวประยุกต์ใช้ในการต่อสู้ได้

     

            แต่ก็มีหลายตำราสมัยก่อนบอกไว้ว่ามันยังมีระดับสูงขึ้นไปอีกมากแต่ก็ไม่เคยมีจารึกใดว่าไว้ว่ามีถึงระดับไหนและตำราฝึกสอนก็ไม่มีพลังวิญญาณเป็นสิ่งลึกลับและมีเพียงคนจำนวนน้อยเท่านั้นที่รู้ถึงการมีของมัน

     

            ระดับ 3 นั่นมันเวทมนตร์ไม่ใช่เหรอจินจับใจความตามการอธิบายของชาโต้มาสังเคราะห์อีกที

             

            “ตอนคุณมาคัสสู้เขาปล่อยคลื่นดาบออกมาได้ด้วยหมายความว่าเขาอยู่ระดับ 2 ใช่ไหมครับ”

     

            “หลานเข้าใจถูกแล้ว”จินอยากจะตบปากตัวเองที่เผลอพูดชื่อเพื่อนสนิทของชาโต้มายกตัวอย่างแต่เท่าที่เขาจำได้ก็มีเพียงแค่คนเดียวที่เด่นชัดสุด

     

            “หากเป็นแบบนั้นการตายของเขาก็น่าแปลกจริงๆ นั่นแหละครับ”จินหันไปมองรูปของชายชราหน้าตาหื่นกามตรงหน้า

     

            “หื้ม...”พอมองดูถี่ถ้วนแล้วจึงพบว่ารุ่นที่ 1ตรงหน้ามีอะไรคล้ายกับเขาอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะ

     

            “ตาของรุ่นที่ 1 เป็นสีทองใช่ไหมครับ”

     

            “หลานสามารถมองเห็นด้วยงั้นเหรอ”ชาโต้แปลกใจมาก เพราะในรูปแทบมองไม่เห็นเลยว่าตาของรุ่นที่ 1 เป็นสีทองคล้ายกับจิน

     

            “คงไม่บังเอิญเกินไปใช่ไหม”จินหวนคิดถึงไรจินผู้มอบพลังให้ ตัวตนของเขาก็เป็นมังกรอีกทั้งแก๊งแห่งนี้ก็มีคำว่ามังกรด้วย

     

            “นอกจากท่านรุ่นที่ 1 กับหลาน ไม่มีใครเลยมีสีนัยน์ตาแบบนั้น”

     

            “งั้นเหรอครับ” จินทำท่าครุ่นคิดสักพักแต่พอไม่ได้คำตอบจึงเลิกกังวลไป

     

            ทั้งสองต่างใช้เวลาในห้องแสดงรูปภาพของผู้นำแก๊งในแต่ละรุ่นกันอยู่ราวชั่วโมงเศษก่อนที่จะเดินลงมาด้านล่าง

     

            “แล้ววันนี้หลานจะทำอะไรต่อล่ะ”ชาโต้ถามขณะพวกเขาเดินลงจากบันไดระหว่างชั้น

     

            “วันนี้ผมวางแผนไว้แต่แรกแล้วว่าจะแวะไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าสักหน่อยพอดีพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของเพื่อนที่โรงเรียนครับ” จินเกือบลืมเรื่องสำคัญไปแล้วหากชาโต้ไม่ถามขึ้นคงแย่แน่

     

            “ใช่ห้างที่ชอบจัดคอนเสิร์ตกลางลานบ่อยๆหรือเปล่า” ชาโต้ยิ้มอย่างมีเลศนัย

     

            “แถบนี้มีห้างใหญ่อยู่ที่เดียวนะครับคุณปู่”

     

            “ฮ่าๆๆ หลานไม่รู้เหรอว่าห้างนั่นเป็นของเครือมังกรคำรามของเรา หนูโซอึนเธอก็เป็นประธานกรรมการอยู่ที่นั่น”ชาโต้หัวเราะอารมณ์ดี

     

            “เพิ่งเคยได้ยินอีกแหละครับ”

     

            หากนับตามวันที่เขากลับจากโลกอีกด้านมามันเพิ่งผ่านไปไม่กี่เดือนเองแต่กลับมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นแทบทุกวันจนเขาตั้งตัวไม่ถูกแล้ว

     

            อีกอย่างในนอดีตเขาก็มัวทำงานเกี่ยวกับงานพาร์ทไทม์เช้าจรดค่ำเลยไม่ค่อยมีความรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกเท่าไหร่ที่ไหนอะไรเป็นของใครนั่นอย่าให้ถามเลย

     

            “นั่นไงพูดถึงพอดี ยังไม่กลับอีกเหรอหนูโซอึน” ชาโต้ในมาดผู้ใหญ่ใจดียิ้มแป้นพูดทักทายโซอึนที่น่าจะกำลังยืนรอใครสักคนอยู่ตรงหน้าทางเข้าคฤหาสน์

     

            “ยังค่ะ คุณชาโต้”โซอึนแต่งตัวในชุดทำงานสีขาวครีม

     

            “กำลังรอใครเหรอครับ”ชายหนุ่มหันมองโดยรอบ เผื่อคนอื่นยังอยู่ที่นี่

     

            “กำลังรอคุณจินนั่นแหละค่ะ”

     

            หากมีใครมาเห็นรอยยิ้มแสนงดงามของเธอในยามนี้รับรองได้เลยว่านอนหลับฝันดีไปหลายคืนเลยทีเดียว

     

            “ผมงั้นเหรอ?”จินชี้หน้าตัวเอง เขาจำไม่ได้เลยว่ามีนัดอะไรกับเธอตอนไหนซึ่งวันนี้มีแต่เรื่องทำให้มึนงงได้ทุกเรื่องเลย

     

            “ค่ะพอดีอยากขอคุยอะไรบางอย่างเป็นการส่วนตัวสักหน่อย”

     

            “ถ้างั้นปู่ขอตัวไปพักผ่อนก่อนแล้วกันดูแลตัวเองกันด้วยนะทั้งสองคน อย่าลืมแวะเวียนมาเที่ยวหาคนแก่คนนี้ด้วยล่ะหนูโซอึน” ชาโต้เดินไปอีกทางหลังจากพูดเสร็จ

     

            “ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ”

     

            “พกของที่ผมให้ติดตัวตลอดเวลาด้วยนะครับ”ชาโต้โบกมือพวกเขาทั้งสองโดยไม่หันมามอง

     

            “ว่าแต่มีเรื่องอะไรอยากจะคุยกับผมงั้นเหรอครับ”

     

            “เกรงว่าคุยตรงนี้น่าจะไม่เหมาะคุณจินมีแผนจะไปไหนต่อหรือเปล่าคะ” โซอึนมองซ้ายทีขวาทีก่อนพูดคล้ายกระซิบ

     

            “ผมกำลังจะไปห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้ๆสักหน่อย”

     

            “งั้นพอดีเลยฉันก็ว่าจะเข้าไปที่นั่นเหมือนกัน”

     

            “อะ---”

     

            “ท่านหัวหน้าครับ รถพร้อมแล้วครับ”กิลพูดเสียงดังขัดจินที่กำลังจะพูดบางอย่างพร้อมกับวิ่งหน้าตั้งมาหาจินกับโซอึน

     

            “ผมมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับ?”ชุดสูทสีส้มของกิลทำเอาจินพยักหน้าให้ไปทีหนึ่ง

     

            “ไม่หรอก คุณอยู่ที่นี่ก่อนแล้วกันนะกิล” จินแย่งกุญแจรถในมือกิลมาถือทันที

     

            “ไปกันเถอะครับ เดี๋ยวผมขับเอง”จินหันไปพูดกับโซอึนแล้วเดินนำไปที่รถ

     

            “ท่านหัวหน้าขับรถเป็นเหรอครับ”เสียงของกิลไล่ตามหลัง

     

            “สอบใบขับขี่มาแล้ว”

     

            “ขอบคุณค่ะ”โซอึนขอบคุณจินทันทีเมื่อเขาเปิดประตูให้เธอขึ้นไปก่อน

     

            “จะกลับบ้านก่อนเลยก็ได้นะผมให้เลิกงานเร็ววันนี้” จินขับรถแล่นออกจากคฤหาสน์ไปทันที ปล่อยให้กิลมองตาปริบๆ

     

            “พอได้สาวก็ทิ้งลูกน้องไปทันทีเลยนะท่านหัวหน้า”

     

            ได้ยินนะ!เสียงของจินดังก้องเข้าไปในหัวของกิล ทำให้เขามองซ้ายมองขวาด้วยความตกใจ

     

            “คงหูฝาดไปเอง เฮ้อ...”กิลส่ายหน้าแคะหูแล้วเดินเข้าคฤหาสน์ไปหาชาโต้แทน

     

            “ยิ้มอะไรคะ คุณจิน”ส่วนทางด้านจินเอาแต่ยิ้มจนดูน่าสงสัย

     

            “ตอนนี้คงสะดวกคุยแล้วมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ ดูจริงจังยังไงชอบกล”

     

            “คือว่า...”