ตอนที่ 104 ลัทธิกระหายชีวา
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เหล่านักผจญภัยและกลุ่มของพ่อค้ายืนเรียงรายเพื่อต้อนรับการมาของอีวา
อินทรีสีแดงบินทะยานลงมาจากท้องฟ้าทำให้พวกเขารู้สึกไหวหวั่น
“ท่านหญิงผู้นั้นพ่ายแพ้อย่างนั้นหรือ?”
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้รับคำตอบ หญิงสาวก็ร่อนลงมาแล้วรวบเก็บวัตถุจารึกไว้ในกำไลเก็บของ
ร่างของอีวาจึงเผยแก่สายตาผู้คน
บุคลิกท่าทางของเธอในตอนนี้ไม่ได้เหมือนหญิงสาวชาวบ้านที่ไม่รู้ความอีกต่อไป หลังจากผ่านประสบการณ์ที่โหดร้ายจากอบิสสีขาวระดับสูง ต้องต่อสู้กับมอนสเตอร์นับพันด้วยตัวคนเดียว นั่นจึงทำให้เธอกลายเป็นแท่งเหล็กหลอมที่แข็งแกร่ง
สิ่งมีชีวิตนับพันนับหมื่นได้ตายตกไปด้วยมือคู่นี้ของเธอ นั่นจึงทำให้กลิ่นอายบนร่างแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เหล่าผู้คนตะลึงงันอยู่นานกว่าจะได้สติรับรู้ขึ้นมา โดยมีใครไม่รู้เป็นคนเอ่ยคำทักทายคำแรกออกมา
“พบท่านหญิง”
เมื่อมีคนแรก คนต่อๆ ไปก็เอ่ยคำทักทายออกมาเช่นเดียวกัน
“พบท่านหญิง!” พวกเขากล่าวออกมาอย่างพร้อมเพรียง
อีวาที่พึ่งเคยได้รับความเคารพแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกดีอย่างแปลกประหลาด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เรียนรู้การวางตัวเป็นผู้มีอำนาจมาจากเฟิร์สบ้างแล้ว อีกทั้งยังเคยดูละครหรือภาพยนต์ในอีกโลกหนึ่งมาแล้ว จึงสามารถปรับท่าทางให้กลายเป็นผู้สูงศักดิ์ได้โดยธรรมชาติ
แม้เสื้อผ้าที่เธอใส่จะเป็นผ้าฝ้ายที่สามัญยิ่ง แต่กลับไม่อาจปกปิดความสูงส่งของเธอได้
ผู้มีพลังรบระดับเอิร์ลผู้หนึ่งมีความสามารถที่จะปกครองเมืองได้ ดังนั้นตัวตนระดับนี้จึงได้รับความเคารพจากผู้คนทั่วไป
“พวกนายไม่ได้แอบขโมยสิ่งของไปจากข้าใช่ไหม?” อีวากล่าวอย่างวางท่า เธอรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ทำอะไรแบบนี้
“พวกเราย่อมไม่กล้า” ชายร่างสูงเอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่เคารพ
หญิงสาวผู้นี้สามารถจัดการกลุ่มโจรหลายคนในคราวเดียวกัน อีกทั้งการลงมือของเธอยังไร้รูปไร้รอย ฝีมือที่สูงส่งเช่นนี้ย่อมเป็นยอดฝีมือในหมู่เอิร์ลหรือสูงกว่านั้น
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจล่วงเกินตัวตนเช่นนี้ได้
ตอนนั้นเองชายร่างสูงคนนั้นก็รู้สึกวินเวียนศีรษะขึ้นมา เขาเซไปเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาทรงตัวได้อย่างเคย
ใช่แล้ว
อีวาได้ทำการค้นความทรงจำของเขา
ภายในพื้นที่โลกลวงของเธอ เธอสามารถควบคุมวิญญาณที่อยู่ในรัศมี การสืบค้นความทรงจำจากวิญญาณสามารถทำได้เพียงชั่วแล่นความคิด
ต้องรู้ว่าเวลาในโลกแห่งจิตเดินได้เร็วแค่ไหน ขนาดอลองโซ่ที่รู้สึกมึนงงวูบเดียว แต่ภายในโลกแห่งจิตเขากลับวิ่งหนีความตายในระยะเวลาอันยาวนาน จึงส่งผลต่อร่างกายจนทำให้เกิดอาการเหนื่อยหอบหัวใจเต้นรัว
พลังของอีวานั้นร้ายกาจมาก ภายในขอบเขตเดียวกันย่อมไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเธอได้ แม้แต่ผู้มีพลังรบสูงกว่า พวกเขาก็ยังพลาดท่าถูกโจมตีให้เสียจังหวะเป็นระยะๆ ดังที่อลองโซ่โดนไป
หลังจากอีวาค้นความทรงจำของชายร่างสูง เธอก็ได้รับรู้เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นเป็นความจริง
“อืม ...” อีวาพยักหน้าด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ ก่อนจะเดินตรงไปที่กลุ่มโจรที่ถูกจับมัดไว้
แม้ว่าพวกเขาต้องการที่จะสังหารพวกโจรให้ตาย แต่ด้วยคำสั่งของอีวา พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะไม่ทำตาม
ร่างของหญิงสาวในชุดคลุมกันลมสีเทาเดินผ่านพวกเขาไป
อีวาต้องการทราบเรื่องของอลองโซ่ เธอจึงไม่ลังเลที่จะค้นความทรงจำของโจรเหล่านี้
หญิงสาวนิ่งเงียบอยู่ที่นั่นเพียงสิบช่วงลมหายใจจากนั้นก็ลืมตาขึ้นมา
การสืบค้นความทรงจำในครั้งนี้ อีวาได้ค้นความทรงจำที่ลึกเข้าไป เธอจึงต้องใช้เวลานาน
‘เป็นอย่างที่ฉันคิด อลองโซ่นั้นเกี่ยวข้องกับกลุ่มลับของผู้กลืนกิน “ลัทธิกระหายชีวา” กลุ่มลับที่ซ่อนตัวอยู่ในยุคโบราณ น่าเสียดายที่พวกโจรน้อยเหล่านี้รู้เรื่องราวของลัทธิกระหายชีวาน้อยนัก พวกเขารู้เพียงแต่ว่าอลองโซ่ได้รับวัตถุจารึกและทรัพยากรการบ่มเพาะลึกลับจากลัทธินี้เท่านั้น ... ฉันไม่น่าให้อลองโซ่รีบตายเร็วเลย’
ตอนที่อลองโซ่กำลังจะตายอีวามีเวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะค้นความทรงจำของเขาได้ ความทรงจำที่ได้รับจึงสาวไปไม่ถึงความลับของลัทธิกระหายชีวา
หญิงสาวมองกลุ่มโจรที่สลบไม่ได้สติ เธอเข้าไปนำสิ่งที่พวกเขาเก็บซ่อนเอาไว้โดยหยิบฉวยอย่างแม่นยำราวกับว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหน
ผู้คนมองดูการกระทำของเธออย่างประหลาดใจ
“นั่นท่านหญิงกำลังทำอะไร?”
“ถึงกำลังปล้นโจรพวกนั้นอย่างนั้นหรอ?”
เสียงกระซิบกระซาบเอ่ยเบาๆ ออกมา พวกเขาไม่กล้าที่จะพูดเสียงดังให้ผู้หญิงคนนี้ได้ยิน แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าเธอนั้นสามารถได้ยินคำพูดเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน แม้แต่เสียงในความคิดหากเธอต้องการได้ยินก็สามารถทำได้ แต่เธอนั้นคร้านที่จะใส่ใจเท่านั้นเอง
เมื่ออีวาริบสินสงครามทั้งหมดมาแล้ว เธอก็ใช้น้ำยาทำลายศพที่ได้มาจากอลองโซ่ ทำลายร่างของพวกโจรในทันที แม้ว่าพวกโจรเหล่านี้จะยังไม่ตายก็ตาม แต่พวกเขาก็สลบไสลไม่ต่างจากศพอยู่แล้ว
ฟู่ ...
ผู้คนมองดูอย่างอ้าปากค้าง
“โหดเหี้ยมมาก” ใครบางคนถึงกับเอ่ยพึมพำออกมา
“เจ้าพวกนี้ไม่ใช่คนดี พวกเขาฆ่าคนไปตั้งมากมายเท่าไหร่ พวกนายคงคิดไม่ถึงหรอก ... ให้พวกมันได้ตายไปตอนนี้น่ะดีต่อผู้บริสุทธิ์แล้ว” อีวาเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่เธอจะนำแท่งหินออกมาอีกครั้งแล้วเปลี่ยนให้มันกลายเป็นอินทรีแดงแล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังของมัน
“เดี๋ยวก่อนท่านผู้มีพระคุณ ไม่ทราบว่าข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่?” พ่อค้าร่างท้วมรีบเอ่ยออกมา
“ชื่อของฉันนั้นไม่สำคัญหรอก สิ่งสำคัญคือพวกนายโชคดีที่ได้พบฉันเท่านั้น”
ทันทีที่เอ่ยจบอีวาก็ขี่เจ้าอินทรีแดงทะยานขึ้นฟ้าไป
ในอีกโลกหนึ่งเธอได้ดูภาพยนต์เกี่ยวกับฮีโร่มามาก เธอจึงเอ่ยคำพูดเท่ๆ แบบนี้ออกมาบ้าง
วันนี้ช่างเป็นวันที่เธอมีความสุขเหลือเกิน แต่ดูเหมือนภารกิจของเธอจะไม่จบเพียงแค่นี้
“พวกโจรได้ซ่อนสมบัติไว้ใกล้ๆ นี้ ดูเหมือนนายนั่นจะหัวคิดดีใช้ได้ การปล้นโจรนั้นเป็นวิธีที่หาเงินได้เร็วจริงๆ”
ว่าแล้วอีวาก็ตรงดิ่งไปยังรังโจรทันที
ที่นั่นเป็นถ้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ในป่าลึก
พวกโจรไม่ได้กลัวถ้ำนี้ถูกค้นพบ เพราะพวกเขาได้ใช้วัตถุจารึกบางอย่างบังสายตาจากถ้ำนี้ไว้
โชคดีที่อีวาได้ค้นความทรงจำของพวกมันจึงสามารถเข้าไปในถ้ำนั้นได้อย่างสบายๆ
ทันทีที่อีวาเข้าไปในถ้ำเธอก็พบกับข้าวของเครื่องใช้และเสบียงมากมาย อีกทั้งยังมีสมบัติเงินทองจำนวนมาก เธอจึงไม่ลังเลที่จะเก็บมันทั้งหมดไว้ในกำไลเก็บของทันที
“ไม่ได้อย่างนั้นหรอ? มันเต็มแล้ว?”
แล้วอีวาก็ผิดหวัง เพราะพื้นที่ในกำไลเก็บของนั้นไม่ได้กว้างนัก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกโจรไม่ได้เก็บสมบัติทั้งหมดไว้ในกำไลตั้งแต่แรก
“ที่นี่มีสมบัติมากซะจริง ไอ้เจ้าคนขี้เหนียวนั่นมีความสามารถหลายอย่าง เขาคงสามารถจัดการกับสมบัติพวกนี้ได้”
อีวาจนใจเกี่ยวกับการจัดการกับสมบัติพวกนี้เลยคิดถึงเฟิร์สขึ้นมา
เธอรู้ดีว่าเฟิร์สในอีกโลกหนึ่งนั้นสามารถสร้างแหวนมิติเก็บของได้ ดังนั้นเธอจึงหวังว่าเฟิร์สจะจัดการกับเรื่องนี้ได้
อีวาจึงเลือกที่จะพักอยู่ที่นี่
แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นภายในคืนเดียว นับตั้งแต่อีวากำจัดโจรเวลาก็ยังไม่ถึงรุ่งเช้าด้วยซ้ำ
ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาที่เหลือไปกับการบ่มเพาะ
ใช่แล้ว หลังจากที่เธอไล่ล่าอลองโซ่ก็ตระหนักได้ว่าการบ่มเพาะนั้นสำคัญ ยิ่งได้พบกับเรื่องลัทธิกระหายชีวา เธอก็รู้สึกตื่นตัวมากยิ่งขึ้น จนไม่อาจละเลยการบ่มเพาะของตนเองได้
“ไม่ว่าโลกใดก็ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ง่ายๆ ยิ่งร่างนี้เป็นชีวิตของฉันแล้วด้วย ย่อมไม่อาจละเลยได้ตามอำเภอใจ”
อีวานำเอาศิลาสายเลือดที่ได้มาจากกลุ่มโจรมาบ่มเพาะ
ศิลาเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่โจรร้ายปล้นชิงมาจากผู้คน มันจึงมีอยู่หลายสิบก้อน
อีวาไม่ต้องการให้เวลาของเธอเสียเปล่า เพราะเธอรู้ว่าทุกวินาทีนั้นมีค่า จึงนำศิลาสายเลือดเหล่านี้ขึ้นมาบ่มเพาะ
เธอรู้ว่าเมื่อวานร่างนี้พึ่งจะทะลวงขอบเขตบารอนขั้นสูง แต่การที่เธอจะสำเร็จขอบเขตเอิร์ลภายในวันเดียวก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้
พลังวิญญาณสายเลือดของสิ่งมีชีวิตหลากโลกาพลันหลังไหลเข้าไปในกระดูกสันหลังของเธอ ทำให้กลางหลังปรากฏสัญลักษณ์สีแดงเรืองรอง
เวลาหนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้บ่มเพาะแล้วเวลาหนึ่งวันนั้นไม่นับว่าเป็นอะไรทั้งนั้น
ทว่าในวันรุ่งขึ้นนั้นเอง เมื่อเฟิร์สกลับมาสลับกับร่างนี้เขาก็พบว่ามันได้บรรลุไปถึงขอบเขตเอิร์ลเรียบร้อยแล้ว
เขาหยิบสมุดไดอารี่ของอีวามาอ่านแล้วทำความเข้าใจมันทั้งหมด
“ผู้หญิงคนนี้เกิดมากับเทพีแห่งโชครึไง?” เฟิร์สอดที่จะกล่าวออกมาไม่ได้ ก่อนเขาจะหยิบวัตถุจารึกขึ้นมาแล้วศึกษามันในทันที