คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    คลังสรรพาวุธ

    "ป้าครับ แถวนี้พอจะมีร้านขายอาวุธบ้างไหม? ผมรู้สึกว่าดาบเล่มเดิมมันเริ่มจะรับมือพวกอสูรข้างนอกนั่นไม่ไหวแล้ว"

    อคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

    ป้าเม้ยหยุดมือที่กำลังเช็ดโต๊ะ เธออึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

    "ร้านทางการน่ะ...เขาปิดตั้งแต่สี่โมงแล้วจ้ะ" 

    เสียงของนางแหบพร่า 

    "แต่ถ้าเจ้าอยากได้ของดี ลองไปเดินตลาดนัดท้ายเมืองดูสิ ที่นั่นพวกนักผจญภัยกับพวกช่างฝีมือเถื่อนเขาแอบนัดแนะขายของกัน"

    "แอบขาย? พวกเขาไม่กลัวแผนกสันติบาลจับหรือครับ" 

    อคินขมวดคิ้วเล็กน้อย 

    'ในโลกที่ล่มสลายแบบนี้ กฎหมายยังขลังอยู่ขนาดนั้นเชียวหรือ?' 

    เขาคิดในใจ

    "สันติบาลรึ?" 

    ป้าเม้ยแค่นหัวเราะสั้นๆ 

    "พวกนั้นก็แค่หลับตาข้างเดียว เพราะตอนนี้ระบบตลาดของพวกเบื้องบนยังไม่ลงตัว แต่ป้าได้ยินมาว่าอีกไม่นาน พวกเขาจะบังคับให้ตั้งร้านถาวรและเรียกเก็บภาษีเป็นผลึกเวทมนตร์กันหมดแล้ว ใครไม่มีจ่ายก็อยู่ไม่ได้"

    อคินพยักหน้าเข้าใจ เขาลุกขึ้นยืนพลางกระชับสายรัดดาบที่ข้างเอว 

    มือของเขาแตะลงบนด้าม 'ดาบเหล็ก' เล่มเก่า 

    มันเป็นเพียงดาบเหล็กธรรมดาที่มีรอยบิ่นและคราบเขม่าจากการต่อสู้ที่เขาจำไม่ได้ว่าไปได้มันมาตอนไหน 

    แต่สำหรับเขา มันคือสหายที่ร่วมเป็นร่วมตายมานับครั้งไม่ถ้วน

    "ขอบคุณครับป้า ผมจะไปลองหาดาบใหม่ที่คู่ควรดู" 

    อคินเอ่ยลาด้วยรอยยิ้มที่เขาคิดว่าสุภาพที่สุด

    เขาเดินนำเหล่าสหายมุ่งหน้าสู่ท้ายเมืองปราจีนบุรี บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากเขตเซฟโซนชั้นในอย่างลิบลับ 

    มันคือจุดที่ความเจริญที่เหลือเพียงซากปรักหักพัง แลัพื้นที่ที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 

    แสงจากตะเกียงพลังเวทหลากสีส่องสว่างท่ามกลางเงาตะคุ่มของตึกพังๆ กลิ่นสนิมเหล็กปนกับกลิ่นสาบของซากอสูรลอยอบอวล

    "เข้ามาดูมือกริชศิลาเขี้ยวอสูรก่อนไหมท่าน?" 

    พ่อค้าในเกราะหนังเก่าๆ กวักมือเรียก แต่พออคินเดินเข้าไปใกล้ 

    ชายคนนั้นกลับชะงัก แววตาที่เคยฉายแววละโมบเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง

    อคินก้าวผ่านฝูงชนที่พากันแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ เขาภูมิใจในชุดอัศวินสีขาวของเขาที่ดูโดดเด่นในที่อโคจรเช่นนี้ 

    โดยไม่รู้เลยว่าในสายตาคนรอบข้าง 'ชุดขาว' นั้นคือเสื้อเชิ้ตพนักงานบริษัทที่ขาดกะรุ่งกะริ่งและเรืองแสงสีนวลตาอย่างน่าขนลุก

    เขาหยุดฝีเท้าหน้าแผงลอยขนาดใหญ่ พ่อค้าวัยกลางคนคนหนึ่งยิ้มกว้างอย่างฝืนๆ 

    "สนใจชิ้นไหนครับท่านอัศวิน? ร้านเรามีทั้งอาวุธจากโรงงานเก่าและอาวุธที่ตีขึ้นจากกระดูกอสูรโดยตรง"

    อคินหยิบดาบเล่มหนึ่งขึ้นมา 

    มันถูกเรียกว่า 'ดาบเหล็กผสานพลังเวท' ใบดาบมีลวดลายสีน้ำเงินจางๆ ที่เขาคิดว่าเป็นแร่เวทมนตร์อันทรงพลัง 

    แต่เมื่อเขาสัมผัส เขากลับรู้สึกถึงความอ่อนแอของมัน

    "ถ้าท่านกำลังมองหาสิ่งที่จะมาแทนเหล็กผุๆ นั่น... ข้าขอเสนอสิ่งนี้!" 

    พ่อค้าหยิบดาบเล่มหนึ่งขึ้นมา ใบดาบสีเขียวมรกตเรืองแสงนวลตาประดับด้วยลวดลายเถาวัลย์สลักอย่างวิจิตร 

    " 'ดาบแสงพฤกษา' เล่มนี้ดร็อปมาจากดันเจี้ยนป่าหิมพานต์ มันมีพลังในการตัดกระชากอสูรประเภทพืช และที่สำคัญ... มันยังไม่เคยผ่านการใช้งาน ค่าความทนทานเต็มร้อย!"

    อคินรับดาบเล่มนั้นมาถือไว้ในมือ ทันทีที่นิ้วของเขาสัมผัสกับด้ามดาบ 

    เขารู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่แล่นปราดเข้าสู่ร่างกาย แสงสีเขียวบนใบดาบสว่างวาบขึ้นตอบรับสัมผัสของเขา

    "เอะ... ดาบเล่มนี้... มันกำลังเรียกหาฉันใช่ไหมนะ..." 

    อคินพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น เขาไม่ลังเลเลยที่จะหยิบถุงเหรียญออกมา 

    "ฉันเอาเล่มนี้... มีอาวุธอื่นๆ อีกไหม ฉันอยากได้อาวุธหลายชนิด ทั้งหอก ธนู และกริชสั้น" 

    อคินเอ่ย 

    "ฉันต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์"

    "โอ้! ท่านคงเป็นสายอาชีพที่มีสกิลคลังอาวุธสินะ" 

    พ่อค้าตาเป็นประกายเมื่อเห็นโอกาสฟันกำไร 

    "ถ้าอย่างนั้นข้าขอแนะนำ 'หอกกระดูกเถาวัลย์' เล่มนี้ มันยืดหดได้ตามพลังเวท และ 'ธนูปีกปักษาสวรรค์' ที่ทำจากไม้กฤษณาลงอาคม รับรองว่าแม่นเหมือนจับวาง! หรือสนใจพวกมือสองที่ค่าความทนทานเหลือไม่มาก? ฉันขายให้ถูกๆ เลย"

    นอกจากกองอาวุธที่พ่อค้าขานออกมาจากสกิลคลังเก็บของของเขา

    พ่อค้ายังพยายามยัดเยียดของจุกจิกอีกมากมาย ทั้ง 'หินลับดาบประจุไฟฟ้า' ที่ดูเกินความจำเป็น 

    และ 'ปลอกแขนโลหะ' ที่หนาเทอะทะ แต่อคินกลับรู้สึกว่าพละกำลังในแขนของเขานั้นล้นเหลือจนสิ่งของพวกนี้ดูเบาหวิวราวกับขนนก

    "ตกลง ฉันเอาทั้งหมดนี่" 

    อคินจ่ายเหรียญที่เขาสะสมมาตลอดการเดินทางไปกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด

    เขาสะบัดมือเล็กน้อย อาวุธเหล่านั้นก็ค่อยๆ ถูกเงาดำมืดรอบตัวกลืนกินหายไปในความว่างเปล่าด้วยสกิล [คลังสรรพาวุธ] 

    สายตาของคนรอบข้างที่มองมาเต็มไปด้วยความยำเกรง... 

    หรืออาจจะเป็นความสยองขวัญที่เห็นวิญญาณกำลังเก็บ 'เศษขยะ' เข้าไปในห้วงมิติ

    'ระบบ... ข้อมูลของอาวุธพวกนี้ดูแปลกๆ นะ' 

    อคินตั้งคำถามในใจขณะสัมผัสถึงความสั่นไหวของไอเทมในคลัง

     

    [อคิน... ของพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นเพียงขยะที่ผ่านการย้อมแมว] 

    [แต่ด้วยพลังสกิลของเจ้า... เจ้าสามารถเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นเขี้ยวเล็บได้ แค่หยิบออกมาใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์แล้วเก็เบเข้าคลังไว้ หรือต่อให้ใช้แล้วพัง ก็สลับเอาอันใหม่มาใช้ได้ตลอด อย่ากังวลไปเลย]

     

    อคินยิ้มบางๆ อย่างมั่นใจ 

    'นั่นสิ... ตราบใดที่มีระบบคอยชี้แนะ ฉันก็ไม่มีอะไรต้องกลัว' 

    ...

    [21:30 น.]

    ณ ประตูเมืองปราจีนบุรีทิศเหนือ  ทางเข้าสู่เขตมรณะเขาใหญ่

    กำแพงเมืองที่นี่คือสิ่งยืนยันถึงความอยู่รอดของมนุษยชาติ 

    รากพฤกษาขนาดยักษ์พันธนาการเข้ากับแผ่นเหล็กกล้าอย่างหนาแน่น 

    ทหารยามในชุดเกราะหนักขยับหมวกขึ้นมองอคินด้วยความยำเกรง

    "นั่น... 'หน่วยพิทักษ์รัตติกาล' นี่นา" 

    เสียงกระซิบไล่หลังมาขณะที่ประตูกลไกส่งเสียงครืดคราดเปิดออก

    อคินก้าวเข้าสู่ความมืดมิดที่ถูกครอบงำด้วยกลิ่นอายพลังเวทที่บิดเบี้ยว 

    อากาศที่นี่หนักอึ้งและคละคลุ้งด้วยกลิ่นดินเปียกชื้นผสมกลิ่นคาวอ่อนๆ ของอสูร 

    ทันทีที่เท้าสัมผัสผืนดินนอกเขตปลอดภัย เขาก็รู้สึกถึงแรงกดดันที่กระแทกเข้าใส่ร่าง

    "ชักดาบ!"

    ดาบ 'แสงพฤกษา' ส่องแสงมรกตนวลตา พัดพาเอาเอฟเฟกต์ใบไม้ปลิวไสวไปรอบๆ 

    ทันใดนั้น เงาดำทึมของ 'เถาวัลย์อสูร'  ก็พุ่งแหวกอากาศเข้าหาเขาด้วยความเร็วที่เหนือขีดจำกัดมนุษย์

    ในมุมมองของอคิน ทุกอย่างดูช้าลง... ช้าลงเสียจนเขาสามารถมองเห็นลายเสี้ยนบนหนามแหลมที่อาบด้วยพิษสีม่วง

    ประสาทสัมผัสของเขาทำงานในระดับที่เครื่องจักรยังอาย 

    ร่างกายของเขาสนองตอบโดยอัตโนมัติ ขยับหลบเพียงเสี้ยวองศาด้วยสกิล [ย่างสามศอก] ที่เพิ่มความคล่องตัวให้กับเขา

    ฉับ!

    เพียงหนึ่งตวัด ดาบแสงพฤกษาก็ตัดขาดเถาวัลย์ขนาดยักษ์ราวกับตัดเต้าหู้ 

    พลังทำลายล้างจากแรงเหวี่ยงที่เหนือธรรมชาติสร้างคลื่นกระแทกจนใบไม้รอบด้านแตกตัวเป็นเสี่ยงๆ 

    โบ้พุ่งเข้าขย้ำจุดอ่อนของมันด้วยกรงเล็บเหล็กไหล 

    ขณะที่บัวลอยปล่อยเงาเข้าไปพันรัดสมุนที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน แล้วทำการปายาพิษหลอมละลายพวกมันจนควันโขมง

     

    [สังหารเถาวัลย์อสูร เลเวล 42 ท่านได้รับค่าประสบการณ์ 3600 แต้ม]

     

    "ได้แค่นี้เองงั้นเหรอ? ไม่ถึง 0.1 เปอร์เซ็นต์เลย หลังเลเวล 80 มานี้ ค่าประสบการณ์ต่อเลเวลใช้เยอะกว่าเดิมหลายเท่าเลยแฮะ" 

    อคินขมวดคิ้ว 

    "สงสัยต้องเข้าไปลึกกว่านี้สินะ"

    ตลอดหลายชั่วโมงถัดมา อคินทดสอบอาวุธใหม่ที่เพิ่งซื้อมา 

    เขาเปลี่ยนจากการใช้ดาบมาเป็นหอกที่ยาวเฟื้อย แทงทะลุร่างของอสูรหมาป่าจากระยะไกล 

    แล้วสลับเป็นกริชสั้นที่พุ่งเข้าปลิดชีพศัตรูในระยะประชิด ทุกท่วงท่าดูงดงามราวกับระบำแห่งความตาย

    เขาร่ายสกิลรักษาให้โบ้ แสงสีส้มอ่อนที่เปี่ยมด้วยความเมตตาสมานแผลของมันในพริบตา 

    เขารู้สึกแข็งแกร่งราวกับพระเจ้าที่จุติลงมาท่ามกลางความมืดมิด ไม่มีสิ่งใดในป่าแห่งนี้ที่จะหยุดยั้ง ‘อัศวิน’ อย่างเขาได้

    ...

    [02:15 น.]

    ณ เขตชานเมือง บริเวณโกดังร้างริมทาง

    อคินเดินกลับเข้าสู่เขตเมือง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยฝุ่นและคราบเขม่าจากการต่อสู้ 

    แต่ชุดอัศวินสีขาวกลับยังคงผุดผ่องอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เขารู้สึกถึงน้ำหนักที่เริ่มกดทับจิตใจ

    ความเหนื่อยล้าทางวิญญาณที่ระบบมักจะเตือนเขาเสมอเมื่อใกล้ถึงเวลาพักผ่อน

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:44:59]

     

    “ช่วยด้วย! ใครก็ได้... ช่วยลูกสาวฉันที!”

    เสียงกรีดร้องสั่นประสาทดังมาจากซอยมืดข้างโกดังร้าง 

    สัญชาตญาณในตัวอคินทำงานเร็วกว่าความคิด 

    เขาไม่แม้แต่จะปรายตาดูข้อความแจ้งเตือนสีเหลืองนวลที่เด้งขึ้นมาเตือนด้วยความลนลาน

     

    [อคิน... อย่าไป! ข้าว่าเราควรกลับโรงเตี๊ยม ตรวจพบกระแสพลังเวทที่ไม่เสถียรในพื้นที่ข้างหน้า!]

     

    "ระบบ! มีคนเดือดร้อนนะ จะให้ฉันเดินผ่านไปเฉยๆ ได้ยังไง!" 

    อคินตอบกลับในใจพลางพุ่งตัวเข้าสู่เงาโกดังอย่างรวดเร็ว

    ภายในอาคารที่สลัวพรายด้วยแสงตะเกียงน้ำมัน อคินเห็นชายฉกรรจ์ห้าคนในชุดเกราะหนังสีดำ 

    บนหลังเสื้อปักรูป 'กริชพันงู' พวกมันกำลังยืนล้อมหญิงสาวที่กอดลูกน้อยไว้ในอ้อมอก

    "หยุดเดี๋ยวนี้!" 

    อคินประกาศกร้าว ดาบแสงพฤกษาสว่างวาบขับไล่ความมืด

    หัวหน้านักฆ่า ชายที่มีแผลเป็นยาวพาดใบหน้าแสยะยิ้ม มันดูไม่เกรงกลัวชุดอัศวินของเขาเลยสักนิด 

    "อา... อัศวินขี่ม้าขาว ไม่สิชุดขาวงั้นเหรอ? ถ้าส่งแกไปขายให้พวกห้องทดลองวิจัยของพวกวิวัฒนาการ คงได้ราคาดีไม่น้อย"

    "พวกแกเห็นชีวิตคนเป็นเพียงสินค้าเรอะ!" 

    อคินพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงสุด

    ดาบของเขาฟาดฟันอย่างรุนแรงจนอากาศสั่นสะเทือน 

    แต่หัวหน้านักฆ่ากลับยกกริชสีม่วงหม่นขึ้นรับดาบเขาไว้ได้อย่างน่าประหลาดใจ 

    เคร้ง! 

    แรงปะทะทำให้พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าแตกร้าว อคินใจหายวูบ... เป็นไปได้อย่างไรที่มีคนต้านทานแรงมหาศาลของเขาได้

    "แกประมาทไปนะอัศวิน..." 

    นักฆ่าพึมพำเสียงเย็น 

    "ในโลกที่พระเจ้าทอดทิ้ง เลเวลไม่ใช่ทุกอย่าง... แต่มันคือการ 'โกง' ต่างหาก!"

    ทันใดนั้น นักฆ่าอีกสองคนก็พุ่งออกมาจากเงามืดด้านหลัง 

    พวกมันขว้างตาข่ายที่สลักอาคมลงทัณฑ์ใส่โบ้และบัวลอย จอมเวททมิฬบนขื่อหลังคาร่ายเวทขังพวกมันไว้ในกรงเวทที่หนาแน่น

    "โบ้! บัวลอย!" 

    อคินเสียสมาธิไปเสี้ยววินาที

    นั่นคือช่องโหว่ที่หัวหน้านักฆ่ารอคอย มันเบี่ยงตัวหลบคมดาบอย่างแนบเนียน 

    ก่อนจะแทงกริชสีม่วงเข้มเข้าที่สีข้างของเขาอย่างถนัดถนี่

    ฉึก!

    อคินเบิกตาโพล่ง ความรู้สึกแรกที่วิ่งเข้าสู่สมองไม่ใช่ความเจ็บปวดแสนสาหัสอย่างที่ควรจะเป็น... 

    แต่มันคือความ 'เย็น' เย็นเยือกจนเหมือนหัวใจถูกแช่แข็งจากภายในสู่ภายนอก

     

    [คำเตือนระดับสีแดง! ตรวจพบสถานะ 'กัดกินวิญญาณ' พลังชีวิตส่วนลึกกำลังรั่วไหล!]

     

    "อึก..." 

    อคินทรุดลง เลือดที่ไหลซึมออกมาจากแผลมีสีแดงจางๆ และใสราวกับน้ำที่ปนสีทับทิมเพียงเล็กน้อย 

    เขาพยายามใช้สกิล [ปฐมพยาบาล] แต่แสงสีส้มกลับสั่นไหวและสลายไป 

    "ทำไม... ทำไมฉันถึงรักษาตัวเองไม่ได้..."

    "กริชเล่มนี้สร้างมาเพื่อฆ่าโดยเฉพาะยังไงล่ะ มีสร้างด้วยคำสาปที่ทำให้แผลไม่สมานตัวไง" 

    นักฆ่าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง 

    "ว่าแต่ แกน่ะ... ไม่ใช่มนุษย์สินะ? ดูสิ เลือดของแก... มันคือพลังเวทที่ควบแน่นเป็นรูปร่างชัดๆ!"

    คำพูดนั้นทำให้อคินนิ่งงันไป 

    ‘ไม่ใช่มนุษย์? มันพูดเรื่องอะไร... ฉันก็คือฉัน... อคิน...’

    อคินที่อคินกำลังสับสนนักก็ก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

    แต่ก่อนที่กริชจะปลิดชีพเขา โบ้ที่คลั่งจนระเบิดพลังเวทออกมาจากร่างพุ่งเข้าขย้ำหัวหน้านักฆ่าจนมันต้องถอยกรูด 

    บัวลอยพลังเวท เรียกเงามืดออกมาปกคลุมไปทั่วโกดังเพื่อบดบังวิสัยทัศน์

    "หนีไป! ไปที่ป้อมยาม!" 

    อคินตะโกนบอกแม่ลูกคู่นั้นด้วยเสียงที่สั่นพร่า เขาใช้พลังเฮือกสุดท้ายพยุงร่างฝ่าวงล้อมออกมาได้หวุดหวิด

    ...

    [02:50 น.]

    อคินปีนกลับเข้าทางหน้าต่างห้องพักอย่างทุลักทุเล เขาล้มตัวลงบนเตียงขาวที่บัดนี้เริ่มซึมซับของเหลวสีแดงจางๆ ความเหนื่อยล้าเข้าจู่โจมเขาอย่างรุนแรง สติเริ่มพร่าเลือนราวกับภาพในโทรทัศน์ที่สัญญาณขาดหาย

    "ระบบ... ฉันเป็นอะไรไป...แล้วแผลนี่จะทำยังไง"

     

    [เปิดใช้งานสกิล ชำระล้าง อัตโนมัติ]

    [อคิน... เจ้าต้องพักผ่อน ข้าจะพยายามเสถียรโครงสร้าง... แต่คำสาปนี้มันแทรกซึมลึกเกินไป...ต้องใช้ชำระล้างอีกหลายครั้ง]

     

    น้ำเสียงของระบบในหน้าต่างสีฟ้าดูสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

    มันดูเหมือนเสียงของคนที่มีชีวิต... เสียงที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

    "ฉัน... ฉันช่วยพวกเขาได้ใช่ไหม?" 

    เขาถามด้วยเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม

     

    [ใช่... เจ้าช่วยพวกเขาไว้ได้แน่นอนอคิน ไม่ต้องห่วงเรื่องแผลฉันจะค่อยรักษาให้ เจ้าคืออัศวินของฉันเสมอ... อคิน]

     

    อคินยิ้มที่มุมปากอย่างอ่อนแรง สายตาเหลือบไปเห็นถุงขนมปังของป้าเม้ยที่วางอยู่ที่เดิม... 

    เขาเป็นคนประหลาดที่ตื่นมาเพื่อดื่มกินรสชาติที่ปราศจากความร้อน และหลับไปพร้อมกับความลับที่เขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้

    วินาทีที่เข็มนาฬิกาหน้าต่างระบบแตะเวลา 03:00 น.

    ร่างอัศวินในชุดขาวที่นอนอยู่บนเตียงค่อยๆ จางหายไปราวกับหมอกควัน 

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน