ด้านอี้เฉินเองก็สัมผัส ถึงความผิดปกตินี้ได้เช่นกัน เมื่อเห็นเต๋า ธรรม ภายในกายของพวกโม่กวางที่กลางค่ายกลประสาน ถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เนืองๆ ไม่มีขาดสาย
“หืม!! หรือว่าหุบเขาหมื่นธรรมแห่งนี้ จะมีเต๋า ธรรมมาก มหาศาลหลับใหลอยู่ จริงๆ” อี้เฉินเขาอดไม่ได้ ที่จะครุ่นคิดขึ้นมาเช่นนั้น ตั้งแต่ยามอดีต ที่เขามาเยือนยังสถานที่แห่งนี้ เขาก็ยังรู้สึกถึงอะไรแปลกๆ ของสถานที่แห่งนี้
หากอี้เฉินได้สะสมเต๋า ธรรมของสถานที่แห่งนี้ เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ความรู้อีกสักหน่อย ไม่แน่ว่าเขา อาจจะเลื่อนขั้นพลังย่อย ไปอยู่ขั้นเซียนสวรรค์ ระดับ ปลาย เพิ่มพูนศักยภาพของเขาไปได้อีก ระดับ ก็เป็นได้
ก่อนอี้เฉินจะบอกกล่าว ซีเผิง ถึงความเห็นแก่ตัวของเขา ทว่ามีเพียงวิธีการเลื่อนขั้นพลังย่อย เพื่อยก ระดับ ขั้นพลังของเขาตอนนี้เท่านั้น ที่พอจะคิดออกได้ ในช่วงเวลานี้ ที่มีทางเลือกให้พวกเขา ไม่มากอีกต่อไป “ฝากท่านคุ้มกันพวกโม่กวาง แทนข้าด้วยพี่ซีเผิง”
ชายหนุ่มทำหน้าสงสัย เมื่อเห็นอี้เฉินเดินย่างก้าว ดุ่มไปนั่งบริเวณโขดหิน “เจ้าจะทำอะไรเช่นนั้นหรือ อี้เฉิน”
ด้านอี้เฉินที่เตรียมจะปิดเปลือกตา เขากล่าวตอบออกมาอย่างไม่ปิดบัง “ข้าจะนั่งหยั่งรู้ ปิดขั้นพลัง เตรียมเลื่อนขั้นพลังเซียนสวรรค์ ระดับ ปลาย ให้ประสบการณ์ความรู้ตกผลึก หวังว่ามันจะช่วยเพิ่มพูนศักยภาพ ของข้าไม่มากก็น้อย มีประโยชน์พาพวกเรา หนีออกไปได้บ้าง”
ซีเผิงได้ยินคำของอี้เฉิน เขาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เนื่องด้วยอี้เฉินอยู่ในขั้นพลัง เซียนสวรรค์ ระดับ กลางมานาน ร่วม20ปีเศษ หากอี้เฉินเลื่อนขั้นพลังย่อยได้จริง คงจะเพิ่มพูนกำลังรบ ของพวกเขาไปได้ไม่น้อย
“เจ้ามีความมั่นใจเท่าไหร่หรืออี้เฉิน ที่จะเลื่อนขั้นพลังย่อย” ซีเผิงอดไม่ได้ ที่จะไต่ถามอี้เฉินออกมา
อี้เฉินยิ้มหน้าเจื่อนออกมาทันที “อาจจะ1ปี 5ปี หรือไม่ก็10ปีก็เป็นได้” เรื่องนี้อี้เฉินไม่อาจตอบได้ ว่าเขาจะพร้อมเลื่อนขั้นพลังย่อยตอนไหน เขาจึงต้องหวังพึ่งกับ เต๋า ธรรมของสถานที่แห่งนี้ ใช้มันเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย ให้สมบูรณ์พร้อม ก่อนอี้เฉินจะปิดเปลือกตาลงช้าๆ ไม่สนใจสิ่งรอบด้านอีกต่อไป
ด้านแม่ทัพอู๋เหวิน ที่กลางค่ายกลกักขังตัวของอี้เฉินไว้ พร้อมด้วยเหล่าราชาอมตะคนอื่นๆ พวกเขาต่างก็ไม่อาจ ขยับเขยื้อนกายาไปไหนได้ ครั้นเห็นอี้เฉินปิดเปลือกตาลงช้าๆ เขาถึงกับแค่นเสียงชิ!!ดังออกมา "ไอ้เด็กเวร โอหัง อยู่ต่อหน้าความตายแล้ว เจ้ายังจะหลับตาพริ้มลงได้อีกนะ”
แม้แต่ราชาอมตะคนอื่นๆ พวกเขาต่างก็สบถด่าออกมาก้อง “รอให้พวกเจ้าหมดปราณพลังก่อนเถอะ วันนั้นที่นี่ก็จะเป็นหลุมฝังศพ ของพวกเจ้า”
ก่อนเสียงหัวเราะของพวกเขา จะดังออกมาก้อง เมื่อเห็นกลุ่มทหารที่คิดจะฝ่ามาช่วยเหลือตัวของพวกอี้เฉิน ถูกเหล่าราชันสวรรค์ อย่างพวกแม่ทัพหวังปิน แม่ทัพตี้เทียนโหว สกัดกั้น จนต้องถอนกำลังกลับไป
...เวลาไหลผ่านไปหนึ่งเดือน อย่างรวดเร็ว พวกต่างดินแดนหลายคน พวกเขาต่างก็เดือดดาล เป็นโทสะ ไม่คิดว่าค่ายกลประสาน บัดนี้มันจะยังทำงานอยู่ แถมไม่มีทีท่าว่ามัน จะเสื่อมคลายลงแม้แต่น้อย มีจอมยุทธ์บางคนถึงกับใส่พลังโจมตีทั้งหมด ลงไปใส่ค่ายกลประสาน จนเสียงดังออกมาสนั่นก้องฟ้า ทว่าก็ไม่อาจทำให้ค่ายกลประสาน สั่นสะเทือนได้แม้แต่น้อย
ภาพเหตุการณ์ ภายในครรลองสายตา ซีเผิง บ่งบอกได้เลยว่าพวกต่างดินแดน พวกเขาเริ่มจะหมดความอดทน กับพวกเขาแล้วบัดนี้ ครั้นยิ่งนานวันเข้า ก็ยิ่งมีจอมยุทธ์หลายคน หมดความอดทน ทำการโจมตีลงมาใส่ค่ายกลประสาน จนเสียงตู้ม!!ดังก้องออกมาไม่ขาด ส่งให้กลุ่มคนที่อยู่ด้านในค่ายกลประสาน พวกเขาหน้ามืดทะมึน นั่งไม่ติดกันอีกต่อไป
แม้แต่ยามนี้ แม่ทัพใหญ่ อู๋เหวิน เขายังไม่อาจ ข่มตาให้หลับ สงบนิ่งได้อีกต่อไป นี่มันก็ร่วมปีเศษแล้วนะ ไม่คิดว่าค่ายกลประสาน จะยังทำงานอยู่ ครั้นเห็นสภาพของ พวกโม่กวางอิดโรยกันไม่น้อย ในช่วงหลายเดือนมานี้ เขาเอ่ยเสียงชิ!!ดังเล็ดลอดไรฟันออกมาทันที “หรือว่าสถานที่แห่งนี้ จะมีการสืบทอดเต๋า ธรรม บางอย่างอยู่”
ครั้นเห็นแสงบางอย่าง แม้จะเบาบาง ทว่ามันพุ่งปราด ถูกพวกกลุ่มคนกลางค่ายกลประสาน ดูดซับเข้าไปภายในร่างกายอย่างบ้าคลั่ง แม่ทัพใหญ่ อู๋เหวินเขาไม่อาจอยู่นิ่ง รอคอยให้ค่ายกลเสื่อมสลาย ได้อีกต่อไป ครั้นเห็นว่าสถานที่แห่งนี้มี เต๋า ธรรมมากมาย หล่อเลี้ยงพวกเขาอยู่
“เหล่าแม่ทัพใหญ่ รีบโจมตีประสาน เข้าไปพร้อมกับเหล่าทหารเร็วเข้า เหมือนว่าสถานที่แห่งนี้จะมี เต๋า ธรรมกำลังปลดปล่อยสิ่งสืบทอดออกมาอยู่”
พวกต่างดินแดนได้ยินสิ่งสืบทอด เต๋า ธรรมมากมาย กำลังแพร่กระจัดกระจาย พวกเขาต่างก็มีสายตาโลภ ขึ้นมาในกรอกสายตาในทันใด แม้แต่เหล่าราชาอมตะ พวกเขายังสนอกสนใจ
เมื่อศาสตราวุธของเหล่าราชาอมตะ มาลอยอยู่เบื้องหน้าพวกเขา ก่อนจะประสานอินฝ่ามือ ภาพดาบขนาดใหญ่ แหวกท้องฟ้า หงส์เพลิงปลดปล่อยคลื่นเพลิงแผดเผา แม้กระทั่งแมลงพิษสายฟ้า ตกลงมาเป็นห่าฝนก็มีให้เห็น พร้อมด้วยการโจมตีอื่นๆ ที่ไม่เก็บออมปราณพลัง จากการโจมตีประสานที่รุนแรง ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากวิชาระดับชั้นฟ้า ที่ถูกสำแดงออกมาพร้อมเพรียงกัน
ส่งให้เกิดเสียง ตู้ม!!ดังออกมาสนั่นก้องฟ้า ทั่วอาณาเกิดความโกลาหลขึ้นมาครั้งใหญ่ แม้แต่ท้องฟ้ายังเกิดการแตกร้าวลุกลาม ออกไปทั่วอย่างรวดเร็วไม่มีทีท่าว่า จะสมานเข้าหากันอีกต่อไป ภูเขารอบด้านถึงกับถูกลบหาย ลำธารโดยรอบถึงกับแห้งเหือด สั่นสะเทือนขึ้นมาไม่หยุด
ค่ายกลประสานเต็มไปด้วยลอยแตกร้าว เป็นช่องโหว่ใหญ่ในเสี้ยวพริบตา พร้อมด้วยริมฝีปากของพวก โม่กวางที่กลางค่ายกลประสาน ริมฝีปากกระอักเลือด ออกมาคำใหญ่ ไม่อาจเก็บซ่อนอาการบาดเจ็บ ไว้ได้อีกต่อไป
แม่ทัพอู๋เหวิน เอ่ยสั่งทหารให้บุกเข้าไป ฆ่าสังหารพวกอี้เฉินในทันใด แม้จะรับรู้ว่าบัดนี้ พวกเขาศูนย์เสียปราณพลัง ไปไม่ใช่น้อยก็ตาม
ทันใดที่เสียงแค่นฆ่า!! ถูกคำรามออกมาก้อง โดยฝั่งศัตรูที่เข้ามาต่อสู้พัวพัน พวกซีเผิงต้องรับศึกหนัก อย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องด้วยบัดนี้ อี้เฉินไม่อาจมาช่วยเหลือ ตัวของพวกเขาได้ จากการหลับลึกดำดิ่ง เข้าไปภายในทะเลความรู้ส่วนลึก
โม่กวางที่อยู่ในสภาพอิดโรย ครั้นเห็นคนบางกลุ่ม คิดจะไปฆ่าสังหารอี้เฉิน เขาถึงกับหน้ามืดทะมึนขึ้นมาไม่น้อย ก่อนจะทำสิ่งที่เขาทำได้ คือการซ่อมแซมค่ายกลประสาน แม้บัดนี้กายาของเขา จะเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ลุกลามออกไปทั่วก็ตาม แม้แต่กลางหว่างคิ้วบัดนี้ ยังเกิดการปริแตก เขาก็ไม่ยอมให้มันจบลงเช่นนี้ หากไม่ได้ธรรม เต๋าของสถานที่แห่งนี้ช่วยเอาไว้เกรงว่า เต๋า ธรรมภายในกายของพวกเขา ได้แตกกระจาย ตายตกไปแล้วเป็นแน่
ครั้นโม่กวาง พยักหน้าให้ปรมาจารย์ค่ายกลคนอื่นๆ เป็นสัญญาณ ไม่แม้จะเกรงกลัว ต่อความตายที่มาเยือน ค่ายกลประสานค่อยๆ สมานเข้าหากันช้าๆ อีกครา
ทิศทางแม่ทัพอู๋เหวิน เขาถึงกับแค่นเสียงแข็งกร้าวออกมา “หืม!! เจ้ายังคิดจะซ่อมแซมค่ายกลประสาน ที่แตกร้าวอีกเช่นนั้นหรือ ช่างไม่เจียมตัวของพวกเจ้าเสียจริงๆ”
ก่อนสายตาแม่ทัพอู๋เหวิน จะคลี่ยิ้มออกมากว้าง อย่างชั่วร้าย ครั้นเห็นกลุ่มทหารสามคน เดินสืบฝีเท้าพร้อมศาสตราวุธในมือ เตรียมจะเด็ดหัวของอี้เฉินที่หลับตาพริ้ม ให้หลุดออกจากบ่า พร้อมกับง้างศาสตราวุธ เตรียมจะฟันลงไป
ทันใดร่างชายวัยกลางคน ใกล้เข้าสู่วัยชรา ก็พุ่งปราด เข้ามารับศาสตราวุธ แทนตัวของอี้เฉิน กับสงครามน้อยเอาไว้ ส่งให้เกิดเสียงฉัวะ!! ดังออกมากึกก้อง ทว่าชายวัยกลางคน ที่เคยมอบมันเผาให้อี้เฉิน เขากลับไม่ร้องสักแอะ แถมยังกำศาสตราวุธ ที่ฟันเข้ามาเอาไว้จนแน่น
ชายอีกสองคนพวกเขา แค่นเสียงขึ้นมาด้วยความเดือดดาล “เจ้าแก่คิดจะมาขวางพวกเรา เอาไว้เช่นนั้นหรือ ช่างไม่เจียมเนื้อเจียมตัว” ทันใดกระบี่ในฝ่ามือ ของพวกเขาก็พุ่งปราด เข้าแทงร่างชายวัยกลางคน จากทั้งสองด้านอย่างพร้อมเพรียง ส่งให้ชายวัยกลางคน ริมฝีปากกระอักเลือดออกมาไม่หยุด ภาพนั้นถึงกับทำให้ สงครามน้อยอยู่ข้างกายอี้เฉินไม่ห่าง ตัวสั่นเทาขึ้นมา ด้วยความหวาดกลัว
ชายแก่บัดนี้กายาเขาเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว เขาใช้แรงเฮือกสุดท้าย ดันร่างพวกเขาทั้งสาม ออกไปอย่างรวดเร็วในทันใด “หืม!! ไอ้เวรจะตายอยู่แล้ว ยังจะเหลือเรี่ยวแรงอีกเช่นนั้นหรือ?”