(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    บทที่ 2 ตอนที่ 6 พลังเวทหมด

    บทที่ 2 ตอนที่ 6 พลังเวทหมดเคนจิตกตะลึงเมื่อเห็นฝูงก๊อบลินใช้ผู้หญิงเป็นโล่มนุษย์ มันทำให้เขาโกรธเคืองเป็นอย่างมาก ก่อนจะหายตัวไปในพริบตาท่ามกลางมึนงงของคนในกลุ่ม เสียงหัวเราะชอบใจของบรรดาฝูงก๊อบลินดังสนั่น เมื่อไม่มีผู้ใดกล้าโจมตีใส่มันยิ่งทำให้พวกมันไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด แต่แล้วหัวของก๊อบลินตนหนึ่งก็ปลิวขึ้นไปในท้องฟ้า ทำให้พวกมันต่างตกใจกันเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นยังมีหัวของก๊อบลินอีกหลายตนที่ลอยตามไปติดๆ เมื่อสังเกตดีๆ จะเห็นเส้นแสงที่พุ่งทะยานผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นคือเคนจิที่กำลังใช้ทักษะเพลงดาบจันทรา ท่าล่องนภา ไล่เข่นฆ่าพวกมันอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน พร้อมทั้งปลดปล่อยหญิงสาวที่เป็นโล่ให้หนีรอดออกมาได้ ก่อนที่เคนจิจะพุ่งทะยานกลับมาที่หน้ากลุ่มของเขาพร้อมกับอุ้มหญิงสาวเปลือยคนสุดท้ายออกมา
    “พี่ใหญ่! พี่รอง! ข้าจำมันได้! มันคือผีดูดเลือดตนนั้น”
    บรรดาบอส 3 พี่น้องต่างจ้องมองเคนจิอย่างโกรธเคือง เมื่อในอดีตเคนจินั้นสังหารพวกมันอย่างเหี้ยมโหด พวกมันจึงโกรธแค้นเคนจิเป็นอย่างมาก
    “พี่ใหญ่! ขอให้ข้าได้ฆ่ามันด้วยมือคู่นี้ด้วยเถอะ!”
    บอสก๊อบลินพูดขึ้นพร้อมกับก้าวเดินมายังด้านหน้า พร้อมกับดาบเล่มใหญ่ในมือที่ลากมากับพื้น พลังของมันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวตั้งแต่ได้มาเฝ้าชั้นที่ 2 ของหอคอย พวกมันจึงไม่ได้หวาดกลัวเคนจิแม้แต่นิดเดียว
    “ตามใจเจ้า น้องรัก! แต่อย่ารีบฆ่ามันเกินไปล่ะ ค่อยๆ ทรมานมันให้สาสมกับความแค้นที่พวกเราสะสมมานาน”
    บอสโทรนกล่วขึ้น มันมั่นใจในฝีมือของน้องเล็กมันเป็นอย่างมาก จึงตั้งใจจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ครั้งนี้
    “น้องเล็ก พี่ใหญ่! ข้าว่าเราลงมือพร้อมกันเลยจะไม่ดีกว่าหรือไง ข้าเกรงว่า...”
    บอสอ๊อคกล่าวขึ้นมาทันที แต่ไม่ทันจะพูดจบพี่ใหญ่ของมันก็พูดแทรกขึ้นมาทันที
    “เจ้าจะกลัวอะไรน้องรอง! ด้วยพลังที่เทพมังกรทองมอบให้กับพวกเรา ข้าไม่คิดว่าน้องเล็กจะสู้มันไม่ได้ เจ้านั่งรอดูความตายอย่างทรมานของมันช้าๆ เถอะ”
    บอสอ๊อคไม่กล้าจะพูดสิ่งใดออกไปอีก เพราะหวาดกลัวในพลังของพี่ใหญ่ของมัน แต่ในใจของมันนั้นรู้สึกเป็นห่วงน้องเล็กเป็นอย่างมาก ได้แต่ยืนมองดูน้องเล็กของมันเดินออกไปหาพวกเคนจิ
    “ครืนน!!”
    เสียงลากดาบใหญ่ของบอสก๊อบลินดังสนั่น ดวงตาที่แดงก่ำจ้องมองเคนจิราวกับว่าจะกินเลือดกินเนื้อ ด้วยพลังที่มากขึ้นกว่าเท่าตัวมันจึงลำพองในพลังของตนเองเป็นอย่างมาก มีหรือที่มันจะหวาดกลัวต่อเคนจิ
    “วันนี้ข้าจะล้างแค้นกับสิ่งที่เจ้าได้ทำกับข้า มารับความตายไปซะเจ้าผีดูดเลือด!! ย้ากก!!!”
    บอสก๊อบลินพุ่งกระโจมขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับฟาดดาบเล่มใหญ่ลงมา เสียงของมันราวกับฟ้าที่ผ่าลงมา ปรากฏเปลวไฟที่ร้อนแรงห่อหุ้มดาบเล่มใหญ่ทั้งเล่ม จนความร้อนของมันแผ่กระจายเป็นวงกว้าง ท่ามกลางรอยยิ้มของพี่ใหญ่ของมันที่กำลังนั่งชมการต่อสู้อย่างสบายใจ
    “ไม่เจียมตัว!”
    เคนจิพูดออกมาลอยๆ พร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งไปด้านหน้า ปรากฏคลื่นพลังสีแดงราวกับเลือดห่อหุ้มไปทั้งเรือนร่าง รังสีของคลื่นพลังนั้นทำให้บรรดาเพื่อนๆ ของเคนจิ รู้สึกขนลุกไปตามๆ กัน
    “หยาดโลหิต!!”
    ในขณะที่ดาบเล่มโตกำลังจะฟาดหัวของเคนจิ มันกลับหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน ไม่เว้นแต่พี่ใหญ่และพี่รองของบอสก๊อบลิน ที่ตื่นตกใจกับภาพที่ปรากฏขึ้น บนใบหน้าของบอสก๊อบลินนั้นแสดงถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส จนไม่สามารถอธิบายได้ ก่อนที่มันจะเค้นเสียงออกมาเรียกสติพี่ๆ ของมัน
    “ช่วย...ข้า....ด้วย!!”“น้องเล็ก!!!”
    บอสโทรน และบอสอ๊อคหลุดจากภวังค์ที่ตกตะลึง ก่อนจะคว้าดาบใหญ่ของตนและพุ่งทะยานไปหาน้องมันอย่างรวดเร็ว เม็ดเหงื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเคนจิ การใช้ทักษะหยาดโลหิตนั้นสิ้นเปลืองพลังเวทเป็นอย่างมาก เคนจิจึงรวบรวมพลังเวทในคราวเดียวแล้วออกแรงบีบที่ฝ่ามือทันที
    “บรึ้มม!!”
    เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เลือดของบอสก๊อบลินสาดกระจายไปทั่วท้องฟ้า ชิ้นเนื้อเศษเล็กเศษน้อยกลาดเกลื่อนไปทั่วบริเวณ บอสโทรนและบอสอ๊อคต่างชะงักค้างกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เลือดและเศษเนื้อของน้องเล็กของมันชโลมไปทั้งเรือนร่างของพวกมันทั้งสอง ที่ฝ่ามือของมันยังมีดวงตาของน้องมันราวกับว่ากำลังจับจ้องพวกมันอยู่
    “น้องเล็ก!!! อ๊ากกก!!!”
    บอสโทรนและบอสอ๊อค คำรามเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พื้นแผ่นดินต่างสั่นสะเทือนเพราะเสียงกรีดร้องของพวกมัน เคนจิทรุดนั่งไปกับพื้นพร้อมกับหอบหายใจถี่ระรัว การใช้ทักษะหยาดโลหิตนั้นเขาเค้นใช้พลังเวทมากเกินไป บวกกับการที่เขาไล่เข่นเข่นฆ่าฝูงก๊อบลินโดยไม่ยั้งคิด จึงทำให้สูญเสียพลังเวทจนหมดสิ้น ซึ่งในขณะนั้นเองบอสโทรนก็เหวี่ยงลูกตุ้มหนามเหล็ก พุ่งทะยานเข้าหาเคนจิอย่างรวดเร็ว
    “ตายซะเถอะไอ้บัดซบ!!”“ตึ้ง!!!”
    ขณะที่ลูกตุ้มเหล็กจะปะทะกับร่างของเคนจิ ปรากฏโครงกระดูกจำนวนมากพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นรับการโจมตี ซึ่งเป็นมามอนที่ผู้ร่ายเวทเรียกโครงกระดูกขึ้นมา มังกรดินพุ่งทะยานออกด้านข้างโล่โครงกระดูก พร้อมกับขวานผ่าพิภพที่อยู่ในมือ มันตั้งใจจะสะบั้นหัวของบอสโทรน ที่กำลังเสียหลักเพราะเหวี่ยงลูกตุ้มเหล็กออกไป ในจังหวะที่ขวานกำลังจะสะบั้นคอของบอสโทรนก็ปรากฏดาบขนาดใหญ่ มาขวางการโจมตีของมัน
    “เปรี้ยงง!!!”
    มังกรดินกระเด็นถอยหลัง เท้าทั้งสองข้างลากไปกลับพื้นจนปรากฏรอยทางยาว เมื่อจ้องมองไปยังด้านหน้าปรากฏร่างของบอสอ๊อคที่กุมดาบแน่น หากสังเกตดีๆ จะพบว่ามือและดาบของมันกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง
    “บัดซบ! ทำไมการโจมตีของมันรุนแรงขนาดนี้ หยุดสั่นซิวะเจ้ามือบ้า!!”
    บอสอ๊อคกำลังพูดกับตัวเองในใจ ซึ่งขณะนั้นเองทากีร่าก็ปรากฏตัวที่ด้านหลังของมันด้วยทักษะของนักฆ่า พร้อมกับฟันกาตาร์ในมือใส่ที่ด้านหลังของมัน จนปรากฏบาดแผลรูปกากบาทที่ด้านหลังพร้อมกับเลือดที่พุ่งทะยานออกมา
    “อ๊ากกก!!! นังแพศยา!! กล้าลอบกัดข้าอย่างนั้นรึ?”“นี้มันสงครามนะจ๊ะ หากครั้งหน้าเจ้ายังเผอเรอระวังจะตายเอานะ~”
    บอสอ๊อคฟาดดาบใหญ่เข้าหาทากีร่าด้วยความรวดเร็ว ด้วยความว่องไวของทากีร่าจึงสามารถหนีรอดออกมาได้ ขณะที่บอสอ๊อคกำลังหัวเสียกับการโจมตีของทากีร่า เตรียมจะพุ่งทะยานเข้าหาทากีร่าด้วยความโกรธเคือง ยูริก็อัญเชิญสัตว์อสูรของตนออกมาทันที
    “จ้าวบึง!! จงออกมาเดียวนี้!!”
    จ้าวบึงเข้ารับการโจมตีของบอสอ๊อคอย่างรวดเร็ว ทั้งสองต่างต่อสู้กันจนพื้นแผ่นดินต้องสั่นไหวอย่างรุนแรง ส่วนมามอนและมังกรดินนั้นก็รับมือกับบอสโทรนผู้เป็นพี่ใหญ่ จะเหลือเพียงเจนที่กำลังเฝ้าดูเคนจิที่กำลังเหนื่อยหอบ
    “เคนจินายไหวหรือเปล่า?”“เมื่อครู่ฉันใช้พลังเวทมากเกินไป พักสักหน่อยเดียวก็ดีขึ้น ถ้าได้ดูดเลือดสักหน่อยพลังเวทคงจะฟื้นตัวเร็วกว่านี้”
    ตั้งแต่ที่โลกใบนี้คือโลกอีกใบ พวกผู้เล่นจึงมองไม่เห็นค่าพลังชีวิตและพลังเวทของตนเอง เคนจิจึงได้ใช้พลังเวทไปโดยที่ไม่ทันได้ยั้งคิด ซึ่งมันเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับเขา ซึ่งแต่ก่อนเขาได้รับพลังจากเสือขาวจึงไม่ได้กังวลเรื่องของพลังเวท แต่เวลานี้มันไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไป เจนเหลือบมองเคนจิด้วยความเป็นห่วง ก่อนเปิดคอเสื้อของตนเองเผยให้เห็นผิวพรรณที่ขาวผ่อง ใบหน้าของเจนแดงฉานเป็นลูกตำลึงก่อนจะขยับร่างเข้าใกล้เคนจิ แล้วพูดออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา
    “ถ้าอย่างนั้น...เคนจังก็ดูดเลือดฉันเถอะ”
    เมื่อเคนจิเห็นต้นคอที่ขาวของเจน เขี้ยวที่แหลมคมก็ยื่นยาวออกมาโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เสียงกลืนน้ำลายของเคนจิดังสนั่น ก่อนที่มือของเขาจะค่อยๆ เอื้อมไปหาเจนอย่างช้าๆ แล้วโอบกอดเอวที่เล็กของเจนดึงเข้ามาหาตนเอง พร้อมกับฝังเขี้ยวไปที่ลำคอของเจนอย่างรวดเร็ว
    “อ๊า~~!!”
    เสียงร้องของเจนดังสนั่น จนทากีร่าและยูริต้องหันมามองดูจนเสียหลักในการต่อสู้ หากไม่ได้จ้าวบึงช่วยไว้ พวกเธอทั้งสองต้องกลายเป็นศพแน่นอน เจนกอดรัดร่างของเคนจิแน่นขนัด เล็บมือของเธอจิกลงไปบนแผ่นหลังของเคนจิ จนปรากฏเลือดไหลซิบออกมา ดวงตาของเคนจิแดงฉานราวกับผีดูดเลือดที่อดอยาก โอบกอดเจนแน่นพร้อมกับกระหน่ำดูดเลือดของเจนโดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย
    “เค~น!! เจน..จะทนไม่ไหว...แล้ว!!”
    ดวงตาของเคนจิสั่นไหว ก่อนจะผลักร่างของเจนออกจนกลิ้งไปกับพื้น เสื้อผ้าของเจนหลุดลุ่ยจนปรากฏเนินหน้าอกที่ขาวผ่อง เจนรีบคว้าเสื้อผ้ามาปกปิดไว้ทันที พร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความเขินอาย
    “เจ...เจน! ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉัน...ฉัน..ขอโทษ!!”“เคนจิ! คนผีทะเล!! เจนเกือบตายเลยนะ เบาๆ มือหน่อยซิ กะจะดูดให้หมดตัวเลยหรือไง รีบไปจัดการเจ้าพวกนั้นเลยนะ และระวังเรื่องพลังเวทด้วยละ”“เข้า..เข้าใจแล้ว”
    เคนจิลุกขึ้นยืนพร้อมกับสำรวจพลังเวทของตนเอง เขารู้สึกได้ถึงพลังเวทที่เอ่อล้นออกมา แม้จะไม่สามารถดูหลอดพลังเวทได้ แต่เขาก็รู้สึกว่ามันมีเต็มเปี่ยม เคนจิหายไปต่อหน้าต่อตาของเจนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาปรากฏตัวที่ด้านหน้าของยูริและทากีร่า ซึ่งในเวลานี้พวกเธอกำลังเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก ส่วนจ้าวบึงและบอสอ๊อคนั้นก็ปรากฏบาดแผลไปทั่วทั้งเรือนร่าง ซึ่งมันทำให้เคนจิแปลกใจว่าพลังของบอสอ๊อคนั้น มีเท่ากับจ้าวแห่งบึงเลยหรือไง
    “กว่าจะมาได้นะยะเคนจิ! ดูดเพลินเลยล่ะซิ”
    เคนจิไม่ได้ตอบสิ่งใด ทำได้เพียงหลบหน้าทากีร่าและยูริ ที่กำลังจับจ้องมองเขาเป็นสายตาเดียวกัน ก่อนจะหายตัวไปอีกครั้งแล้วมาปรากฏตัวระหว่างกลางของจ้าวบึงและบอสอ๊อค จนทั้งสองต้องชะงักและกระโดดถอยออกจากกัน
    “แก~ ไอ้ผีดูดเลือด!! เข้ามารับความตายไปซะ ย้ากกก!!!!!”
    เมื่อเห็นเคนจิปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ดวงตาของมันก็แดงก่ำด้วยความโกรธเคือง ก่อนจะจับดาบใหญ่ด้วยท่าจับสองมือชูขึ้นสู่ท้องฟ้า มันกำลังใช้ท่าไม้ตายของมันเพื่อสังหารเคนจิ ซึ่งในตอนนั้นนั่นเองที่เงาของมันทอดยาวมาถึงเคนจิ ทำให้เขาปรากฏรอยยิ้มจางๆ ออกมา
    “แกคิดว่าตัวเองเก่งขึ้นตนเดียวรึไง? แกนั่นแหละที่ต้องตาย เงารัตติกาล!!”
    เคนจิเหยียบที่เงาของบอสอ๊อคซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไข ของการใช้เงาของศัตรูเพื่อโจมตี ทันใดนั้นแท่งเงาที่แหลมคมก็พุ่งทะยานขึ้นมาหลายสาย เสียบแทงร่างของมันขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้า ไม่ทันที่จะได้แก้แค้น ไม่ทันที่จะได้ปะทะฝีมือ บอสอ๊อคหมดลมหายใจอยู่กลางอากาศบนยอดแท่งเงาที่แหลมคม เลือดของมันไหลรินอาบแท่งเงาเป็นสายทางยาว ปรากฏแอ่งเลือดที่เหม็นคาวส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับก้อนมณีที่ร่วงหล่นมาจากร่างของมัน
    “แกตายย!!!”
    ในขณะที่เคนจิจะรับก้อนมณีจากร่างของบอสอ๊อค บอสโทรนพี่ใหญ่ของมันก็ทุ่มลูกตุ้มเหล็กมาด้วยความรวดเร็ว เคนจิกระโดดหลบลูกตุ้มเหล็กพร้อมกับคว้าจับก้อนมณีมาเก็บไว้ ก่อนจะพุ่งทะยานลงมาเหยียบลูกตุ้มเหล็กจบลงไปในพื้นดิน ซึ่งบอสโทรนพยายามดึงกลับก็ไม่สามารถดึงกลับออกมาได้ เมื่อมามอนเห็นดังนั้นก็ร่ายเวทเรียกโครงกระดูกที่แหลมคม เพื่อจะเสียบแทงร่างของมันทันที
    “เพล๊งง!!”
    เสียงแตกหักดังสนั่น ไม่ปรากฏหยาดเลือดใดๆ จากร่างของบอสโทรน แต่กลับเป็นกระดูกที่มามอนเรียกออกมาหักครึ่ง ไม่สามารถแทงทะลุผ่านผิวหนังของมันได้ เมื่อมังกรดินเห็นดังนั้นก็พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า พร้อมกับขวานผ่าพิภพที่ฟาดฟันลงไปที่หลังของบอสโทรนสุดแรง
    “ตึง!!!”
    เสียงปะทะดังสนั่น ขวานพิภพจมลงไปในผิวหนังของมัน ทำให้บนใบหน้าของมังกรดินปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา แต่แล้วกลับต้องหุบยิ้มทันทีที่ขวานผ่าพิภพเด้งกลับออกมา ทำให้มังกรดินตกตะลึงเป็นอย่างมาก ก่อนจะถูกบอสโทรนต่อยออกมา จนร่างของมังกรดินกลิ้งไปกับพื้นพร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำใหญ่
    “บัดซบ! ร่างกายของมันทำด้วยอะไรกันแน่ ทำไมถึงฟันแทงไม่เข้า”“ฮ่าฮ่าฮ่า! พวกแกไม่มีทางฆ่าข้าได้หรอก ข้าได้รับพลังจากเทพมังกรทำให้ร่างกายของข้าสามารถทนทานต่อของมีคมทุกชนิด เข้ามาเลยมีเท่าไรใส่มาให้หมด ฮ่าฮ่าฮ่า!!!”“แล้วท่าเป็นเจ้านี่ล่ะ?”
    เสียงของเคนจิลอยมาตามสายลม บอสโทรนหันไปทางที่เคนจิยืนอยู่ครั้งสุดท้าย แต่กลับไม่ปรากฏร่างของเคนจิ แม้แต่ลูกตุ้มหนามเหล็กของมันก็หายไปด้วย เงาดำปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าบดบังร่างของบอสโทรน เมื่อมันเหลือบขึ้นไปมองดูดวงตาของมันก็เบิกโพลงกว้าง เพราะเงาที่ปรากฏอยู่ด้านบนนั้นคือเคนจิ ที่กำลังจับลูกตุ้มหนามเหล็กฟาดลงมาอยางรุนแรง
    “ตูมมม!!!”
    บอสโทรนจมลงไปในพื้นดินพร้อมกับเลือดที่กระอักออกมาไม่ขาดสาย หนามที่แหลมคมไม่สามารถเจาะทะลุผ่านเรือนร่างของมันได้ แต่ลูกตุ้มเหล็กที่หนักและแน่นก็ทำให้มันบอบช้ำภายในอย่างสาหัส เมื่อเคนจิเห็นว่าบอสโทรนยังไม่ตาย ก็ใช้ลูกตุ้มเหล็กกระหน่ำทุบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นภาพที่ใครเห็นก็ต้องรู้สึกหวาดกลัว แม้แต่ผู้เล่นคนอื่นที่หลงเหลืออยู่ยังรู้สึกขนลุกไปตามๆ กัน
    “ตูม! ตูมม!! ตูมมม!!!”

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ ที่คุณอ่าน