“ใช่นางซื้อที่ดินด้วย มีชายชราในหมู่บ้านใกล้เคียงเสียชีวิต ทิ้งที่ดินไว้หลายหมู่บุตรชายของเขาทะเลาะกันเื่แย่งที่ดินจนเกือบมีคนเสียชีวิตผู้าุโในหมู่บ้านออกหน้านำที่ดินมาแบ่งขาย ้าขายที่ดินอย่างเร่งด่วนสองหมู่หกตำลึงเงิน น้องสะใภ้จึงซื้อมันไว้”
“ที่ดินผืนนี้ซื้อได้ดี”หลี่เอ้อร์หลินหวนนึกถึงเื่เล็กๆ น้อยๆ ของหลี่ชิงชิงตอนอยู่บ้านเดิมน้องสาวผู้นี้เฉลียวฉลาด ทว่าไม่รู้วิชาแพทย์ และยิ่งไม่มีทางคิดหาแิใหม่ๆ เพื่อหาเงินได้แต่ไฉนพอแต่งเข้าบ้านแม่สามีแล้วถึงได้เก่งกาจ หาเงินได้เก่งถึงเพียงนี้?
โดยเฉพาะเื่ซื้อที่ดิน
หากตระกูลหลี่มีที่ดินเพิ่มอีกสักสองหมู่อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลัดกลุ้มใจว่าจะไม่มีอาหารกินและอดตายในฤดูหนาวแล้ว
เขาถูกเื่ที่ดินสองหมู่ทำให้ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับนอนฟังเสียงกรนของหวังจื้อ กระทั่ง่กลางดึกจึงหลับไป
หมู่บ้านตงที่อยู่ห่างออกไปสี่สิบลี้หลี่หงหงและจวงซานหู่สามีภรรยาลุกออกจากผ้าห่มขึ้นมาทำอาหารในห้องครัว
หลี่หงหงคือบุตรสาวคนโตของตระกูลหลี่ปีนี้อายุยี่สิบสามปี รูปร่างผอมสูง ครั้งหนึ่งเคยหน้าตางดงาม ยามนี้กลายเป็มารดามีบุตรสามคนแล้วชีวิตความเป็อยู่ในบ้านยากจน ทำให้ผิวพรรณเหลืองคล้ำไร้ราศีหางตามีริ้วรอยเหี่ยวย่น ดูเหมือนคนอายุสามสิบกว่าปี
สามีของนางจวงซานหู่เป็บุตรชายคนที่สามของตระกูลจวงปีนี้อายุยี่สิบแปดปี รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าอัปลักษณ์ดูดุร้ายน่ากลัวเป็อย่างยิ่ง
เมื่อก่อนตอนที่บิดามารดาของจวงซานหู่ยังมีชีวิตอยู่พวกเขาพี่น้องอาศัยอยู่กับบิดามารดาเป็ครอบครัวใหญ่ กระทั่งบิดามารดาเสียชีวิตเมื่อปีที่แล้วพี่ชายใหญ่นามจวงต้าหู่จึงทำการแยกบ้านตามขนบประเพณีท้องถิ่น
จวงซานหู่ได้บ้านหลังคามุงจากสองห้องที่ดินสองหมู่กว่าๆ
หลี่หงหงไม่อยากอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกับพี่สะใภ้น้องสะใภ้ที่ยากจะรับมือจึงเอ่ยเกลี้ยกล่อมจวงซานหู่ให้ขายบ้านสองห้องนั้นให้พี่น้องของเขาแล้วยื่นเื่ขอยืมเงินกับผู้ใหญ่บ้าน มาสร้างบ้านหลังคามุงจากห้าห้องที่ท้ายหมู่บ้าน
ตอนนี้ครอบครัวจวงซานหู่จึงแยกออกมาเป็ครอบครัวเดี่ยว
ใช้เงินไปไม่น้อยแต่หลี่หงหงไม่ต้องทะเลาะกับเหล่าพี่สะใภ้น้องสะใภ้คนอื่นๆ อีกต่อไปอีกอย่างหากครอบครัวพวกเขามีเื่ดีหรือเื่ร้ายอันใดก็ไม่ถูกแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านในทันที
เมื่อสองวันก่อนหลี่ชิงชิงน้องสาวคนเล็กของหลี่หงหงพาน้องสาวและน้องชายของสามีมาเยี่ยมนางและได้มอบของขวัญให้นางมากมาย ผ้าฝ้ายและฝ้ายสำหรับทำเสื้อกันหนาวและผ้าห่มผืนใหม่เนื้อหมูห้าจิน แผ่นมันหมูห้าจิน น้ำตาลสองจิน ยารักษาโรคอีกจำนวนหนึ่ง และยังมีวิธีทำอาหารที่สามารถสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้นั่นก็คือซาลาเปา!
ใช่แล้ว ซาลาเปาซาลาเปาที่นึ่งในหม้อนึ่ง
เมืองเซียงอยู่ทางตอนใต้ทั้งหมั่นโถวและซาลาเปาถูกเรียกรวมกันว่าซาลาเปา ซาลาเปาเป็อาหารที่หากินได้ยากยิ่ง
หมั่นโถวที่ใส่น้ำตาลลงไปเล็กน้อยเรียกว่าซาลาเปาหากห่อไส้ก็เรียกว่าซาลาเปายัดไส้
ที่นี่มีเพียงพ่อครัวของโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่เท่านั้นที่ทำซาลาเปาได้และเป็ซาลาเปาที่ไม่ต้องพักแป้งให้ขึ้นฟูด้วย
หลี่ชิงชิงซื้อแป้งมาจากตำบลชิงอวี๋นางทำอยู่หลายวันกว่าจะหมักแป้งขึ้นฟูออกมาได้จากนั้นก็นำหมั่นโถวกับซาลาเปาไปนึ่ง คนในตระกูลหวังกินอย่างเอร็ดอร่อยแต่เพราะกระเพาะและลำไส้คุ้นชินกับข้าวแล้ว ต่อให้กินแป้งมากเท่าใดผ่านไปไม่นานจึงหิวขึ้นมาอีก
หลี่หงหงและหลี่หลานหลานมอบเงินให้นางเป็สินเดิมในยามที่หลี่ชิงชิง้าความช่วยเหลือมากที่สุด
หลี่ชิงชิงรู้สึกซาบซึ้งใจต่อพี่สาวทั้งสองคนนางจะต้องตอบแทนบุญคุณอย่างแน่นอน
หาปลามาให้กินหรือจะสู้สอนวิธีจับปลาให้ครั้นหลี่ชิงชิงมาถึงบ้านของหลี่หงหง นางจึงสอนวิธีทำซาลาเปาให้กับหลี่หงหงให้หลี่หงหงทำซาลาเปาขายเพื่อหาเงิน
นี่มิใช่ว่าครอบครัวของจวงซานหู่แยกเป็ครอบครัวเดี่ยวแล้วหรอกหรือหลี่ชิงชิงถ่ายทอดวิธีทำซาลาเปาให้หลี่หงหง คนอื่นๆในตระกูลจวงจึงไม่ล่วงรู้เื่นี้
หลี่หงหงเรียนอยู่หนึ่งวันในที่สุดก็ทำเป็แล้วหลี่ชิงชิงกลับไปเมื่อวันก่อน เมื่อวานหลี่หงหงได้เริ่มทำซาลาเปา แล้วให้จวงซานหู่นำไปขายที่ตำบลจิ่วชวีที่ห่างออกไปสามลี้
ซาลาเปายัดไส้หนึ่งร้อยสี่สิบหกลูกเป็ไส้หมูสับใส่แตงกวาพริก เส้นผ่าศูนย์กลางของก้อนยาวสองชุ่น ขายลูกละสองเหรียญทองแดงคาดไม่ถึงว่าจะขายหมดภายในเวลาหนึ่งชั่วยามคนที่ซื้อไม่ทันขอให้ครั้งหน้าจวงซานหู่นำมามากหน่อย และยังมีคนที่สอบถามเขาเื่จองไว้ล่วงหน้าอีกด้วย
แป้งหนึ่งจินราคาห้าเหรียญทองแดงใช้ไปสิบจิน พริก แตงกวา และต้นหอมที่ปลูกในที่ดินของตนเอง รวมกันแล้วใช้ไปราวห้าจินกว่าๆหมูสามชั้นหนึ่งจินสิบห้าเหรียญทองแดง ใช้ไปสองจิน ในส่วนของฟืนจวงซานหู่เป็คนขึ้นไปตัดมาจากบนเขา
รายได้รวมทั้งหมดสองร้อยเก้าสิบสองเหรียญทองแดงต้นทุนรวมกันอย่างมากสุดก็หนึ่งร้อยเหรียญทองแดงกำไรสูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบสองเหรียญทองแดง
สำหรับหลี่หงหงและจวงซานหู่สามีภรรยาที่มีรายได้จากการเพาะปลูกอย่างเดียวนี่ไม่ต่างจากการไปปล้นเงินมาเลยสักนิด
ด้วยเหตุนี้ เมื่อคืนวานหลี่หงหงจึงใช้ถังใบใหญ่หมักแป้งไปยี่สิบจินสับไส้เตรียมไว้หนึ่งถังใหญ่ เช้าวันนี้ฟ้ายังไม่ทันสางก็ลุกขึ้นมาทำซาลาเปาแล้ว
จวงซานหู่ได้เรียนการห่อซาลาเปากับหลี่หงหงแล้วแม้ว่าจะห่อไม่ได้มีรอยจีบมากมายและไม่ได้สวยงามมากนัก ทว่าสำหรับคนท้องถิ่นที่หากินซาลาเปาได้ยากนี่จึงนับว่าหน้าตาไม่เลว
ยามอยู่ที่บ้านเดิมหลี่หงหงเป็บุตรสาวคนโตนางมีนิสัยค่อนข้างเก็บตัวและพูดน้อย หลังจากแต่งเข้าตระกูลจวง ั้แ่แรกก็ถูกพี่สะใภ้น้องสะใภ้ทั้งหลายและยังมีพี่สาวน้องสาวของสามีรังแก หลายปีผ่านไป นิสัยของนางก็แปรเปลี่ยนกลายเป็คนดุร้ายยิ่งนักยิ่งกว่าเติ้งซื่อและิซื่อที่บ้านเดิมเสียอีก
“ซานหู่เอาน้ำขึ้นไปต้ม ใส่น้ำให้มากหน่อย หากใส่น้ำน้อยไปหม้อจะแห้งทำให้ซาลาเปานึ่งไม่สุก!”
“ได้”ไม่ว่าหลี่หงหงจะเอ่ยอันใด จวงซานหู่ก็พยักหน้ารับตลอด
อย่ามองเพียงชื่อของจวงซานหู่มีคำว่าหู่[1] และภายนอกที่ดูดุร้าย ทว่าเขาปฏิบัติต่อหลี่หงหงดีมากจริงๆแทบจะเชื่อฟังและคล้อยตามทุกอย่าง
เช่นเื่ขายบ้านหลังคามุงจากสองห้องทิ้งแล้วยืมเงินมาสร้างบ้านใหม่ นี่เป็ความคิดของหลี่หงหงพี่ชายพี่สะใภ้ทั้งหลายของจวงซานหู่ล้วนกล่าวว่า หลี่หงหงเป็คนสุรุ่ยสุร่ายทว่าจวงซานหู่กลับเห็นด้วย
อีกเื่ก็คือหลี่หงหงมักจะให้เงินกับคนบ้านเดิม
หนี้ที่จวงซานหู่ยืมมาสร้างบ้านยังใช้คืนไม่หมดทว่าหลี่หงหงก็ได้ขอให้เขาไปยืมเงินเพื่อนำไปเป็สินเดิมให้หลี่ชิงชิง แม้ว่าจำนวนเงินจะไม่มากมายแต่ชายชาตรีสูงเจ็ดศอกอย่างจวงซานหู่ก็ต้องแบกหน้ายอมก้มศีรษะต่ำ ไปขอยืมเงินกับญาติสนิทมิตรสหาย
ตระกูลหลี่้าทำชุดเครื่องประดับเงินสามชิ้นให้ภรรยาที่ยังไม่แต่งเข้าบ้านของหลี่ซานหลินจึงมาขอเงินจากหลี่หงหง
หลี่หงหงให้จวงซานหู่ไปยืมเงินจากญาติมิตรอีกครั้งครั้นพอพวกเขารู้เหตุผล บ้างก็ให้ยืม บ้างก็ไม่ให้ยืม คนที่ให้ยืมเ่าั้ต่างก็ต่อว่าจวงซานหู่อยู่พักหนึ่งให้จวงซานหู่กลับบ้านไปจัดการหลี่หงหงเสีย อย่าได้ให้นางให้เงินบ้านเดิมมากนัก
จวงซานหู่ทำเป็หูทวนลมกับคำพูดเหล่านี้เขากลับบ้านไปมอบเงินให้หลี่หงหง และยังคงปฏิบัติต่อหลี่หงหงดีเช่นเดิม
“รอถึงตอนหาเงินได้มากแล้วบ้านพวกเราค่อยทำตามคำพูดของชิงชิง ก่อเตาขึ้นสองเตา เอาไว้นึ่งซาลาเปาสองหม้อพร้อมกันเช่นนี้จะเร็วขึ้นมาก!”
“ตกลง”
“รอถึงตอนหาเงินได้เยอะค่อยส่งบุตรชายเข้าสำนักศึกษา ไม่แน่ว่าบ้านพวกเราอาจจะมีซิ่วไฉก็เป็ได้!”
“ดี ฮ่าๆหากเป็เช่นนี้ ครอบครัวพวกเราก็คงจะโชคดีมากเป็แน่”
หลี่หงหงนำซาลาเปาดิบวางลงในหม้อนึ่งไปพลางจินตนาการถึงอนาคตกับจวงซานหู่ไปพลาง
ซาลาเปาที่นึ่งสุกแล้วถูกบรรจุลงในกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่มีผ้าฝ้ายใหม่รองอยู่ก่อนจะใช้ผ้าฝ้ายใหม่คลุมปิดอีกชั้น ทำเช่นนี้จะสามารถเก็บความร้อนเอาไว้ได้
ผ้าฝ้ายใหม่ก็เป็สิ่งที่หลี่ชิงชิงมอบให้
่เช้าจวงซานหู่รีบกินซาลาเปาสามก้อนแล้วดื่มน้ำร้อนที่ใช้สำหรับนึ่งซาลาเปาหนึ่งชามตามลงไปจากนั้นก็ยกกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่บรรจุเต็มไปด้วยซาลาเปาสามกล่องลงบนเกวียนสองล้อ ก่อนจะเข็นเกวียนออกเดินทางไปยังตำบลจิ่วชวี
หลี่หงหงยืนมาเป็เวลาหนึ่งชั่วยามครึ่งแล้วเหนื่อยจนแทบจะยืนไม่ได้ นางดื่มน้ำไปหนึ่งอึก พลันได้ยินเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวราวกับนกน้อยของบุตรทั้งสามคนดังออกมาจากห้องนอนก็อดไม่ได้ที่จะเผยใบหน้าแสดงความเอ็นดูออกมา
เพื่อให้ลูกๆมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดี นางรู้สึกว่าต่อให้ตนเองกับจวงซานหู่เหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็คุ้มค่าแล้ว
ตำบลไท่ที่อยู่ห่างออกไปสามสิบลี้บ้านสกุลเฝิงอยู่ติดกับถนนด้านทิศตะวันออก เป็บ้านหลังคามุงจากสองแถวชั้นเดียว
ตำบลนี้มีครอบครัวสกุลเฝิงอยู่หลายครัวเรือนนอกจากครอบครัวนี้แล้ว ครอบครัวอื่นๆ ล้วนเป็ญาติกัน
--------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] หู่ (虎) หมายถึง เสือ