“คุณมีแฟนหรือยัง??......”
กิตติภพถามขึ้นอีกคำถาม ซึ่งคำถามนี้ทำให้วรารัตน์ตาโต และงุนงงสงสัย ว่าทำไมเขาถึงถามอย่างนั้น ทั้งที่ในใบสมัคร รวมทั้งเรซูเม่ที่เธอส่งมาก่อนหน้านี้ ก็ระบุสถานะอยู่เอกสารทั้งสองฉบับนั้นอยู่แล้วว่า
‘โสด’
“ฉันโสด ยังไม่แต่งงานค่ะ”
วรารัตน์ตอบคำถามชายหนุ่มตรงหน้า ที่กำลังมองมาหน้านิ่งเรียบเฉย เ็ามากมาย ราวกับรูปปั้นยังไงยังงั้น ซึ่งวรารัตน์พลางคิดสงสัยอยู่ในใจ วันๆ หนึ่งเขามีความรู้สึก และมีรอยยิ้มให้ใครบ้างหรือเปล่านะ หรือมีแต่หน้านิ่งหน้าเดียวอยู่แบบนี้
“อืม!!...... ผมเข้าใจว่าคุณยังไม่แต่งงาน แล้วคุณมีแฟนที่คบกันอยู่หรือเปล่าในตอนนี้”
กิตติภพเห็นสิไม่ใช่ไม่เห็นที่ระบุสถานะในเอกสารการสมัครงานของวรารัตน์ แต่ที่เขาอยากจะถามคือแฟนที่คบกันอยู่อะไรประมาณนั้น ประเด็นนี้แหละที่เขา้าจะรู้ โดยชายหนุ่มพูดไป ก็จับจ้องมองสบตากลมโตคู่สวยในไปด้วย อย่างไม่วางตา
“ฉันยังไม่มีแฟนค่ะ”
วรารัตน์คอแข็งขึ้นมาทันที ที่ได้ยินคำถามตรงจุดประสงค์อย่างนั้น คือเธออายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว จะย่างเข้าสามสิบอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยมีแฟนเหมือนอย่างใครๆ เลยสักคน หรืออาจจะเป็เพราะว่าเธอมีโลกส่วนตัวสูงหรือเปล่าก็ไม่รู้สินะ พอมีใครเข้ามาจีบ เธอไม่ชอบ เธอก็จะปิดกั้นลูกเดียวเลย อาจจะเป็เพราะอย่างนี้มั้ง เลยทำให้เธอไม่มีแฟนมาถึงทุกวันนี้
“ที่ผมถามเจาะจงอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าอะไรหรอกนะ คือถ้าคุณจะทำงานนี้ คุณจะต้องพักอยู่ที่นี่ เพราะลูกผมยังเด็ก ผมอยากให้คุณดูแลลูกของผมอย่างใกล้ชิด และตลอดเวลา เงื่อนไขนี้คุณโอเคหรือเปล่า?? หากคุณโอเค คุณก็เริ่มงานในวันพรุ่งนี้ได้เลย”
กิตติภพอธิบายถึงสิ่งที่เขาถามนั้นออกไป ให้หญิงสาวตรงหน้าได้เข้าใจตรงกัน ว่าเพราะอะไรทำไมเขาถึงได้ถามเจาะประเด็นเชิงลึกถึงขนาดนั้น ซึ่งทุกสิ่งอย่างที่เขาถามก็เกี่ยวกับงานที่ทำล้วนๆ ไม่มีอะไรพิเศษมากไปกว่านั้น
“อืม!!...... ค่ะ”
วรารัตน์พยักหน้าอย่างเข้าใจคำพูดที่ชายหนุ่มอธิบายให้ฟังอย่างถ่องแท้ และทำท่าครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง เพราะเงื่อนไขนี้ไม่มีระบุไว้ในรายละเอียดของงานแต่อย่างใด แต่หากเธอจะปฏิเสธไม่รับงาน ก็คงชวดเงินเดือนที่เขาให้ ซึ่งมันค่อนข้างสูงกว่าเงินเดือน ที่ได้รับจากการทำงานในบริษัททั่วๆ ไปหลายเท่านัก
“ว่าไงครับ!!??...... คุณจะทำงานนี้ได้หรือเปล่า??”
กิตติภพ ถามอย่าง้าคำตอบจากหญิงสาวตรงหน้า เพราะหากว่าเธอไม่รับงานนี้ เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลามากไปกว่านี้ จะได้เรียกผู้สมัครคนใหม่
แต่หากว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าปฏิเสธที่จะทำงานนี้ ชายหนุ่มก็รู้สึกเสียดายอยู่มิใช่น้อย เพราะเขานั้นรู้สึกพึงพอใจหญิงสาวผู้นี้อยู่มิใช่น้อย แต่ในการพึงพอใจนี้ ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่ขวางกันเอาไว้อยู่เหมือนกัน ที่ไม่ให้ก้าวล่วง คือสมภารไม่ควรกินไก่วัดซะเอง ซึ่งสิ่งนี้เขาไม่นิยมทำมาแต่ไหนแต่ไร และก็ไม่คิดจะทำด้วย
“โอเคค่ะ ฉันรับงานนี้ค่ะ”
วรารัตน์มองสบตาคมเข้ม สูดหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะเปล่งเสียงหวานๆ ตัดสินใจตอบตกลง ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว แค่เงื่อนไขแค่นี้เอง เธอทำได้อยู่แล้ว เธอไม่มีพันธะใดๆ อยู่แล้วนี่ อยู่อพาร์ทเม้นต์คนเดียว และแถมยังโสดสวยๆ ไม่มีแฟนด้วยอีกต่างหาก เงินเดือนเยอะขนาดนี้ แล้วทำไมเธอจะไม่รับล่ะ โอกาสอย่างนี้มันไม่มีกันง่ายๆ นะเออ
“ถ้าอย่างงั้นคุณเริ่มงานวันพรุ่งนี้เลย คุณมีปัญหาไหม??”
กิตติภพทำหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม ยังทำตัวนิ่งเฉย หน้าตาย พูดถามก็ด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมนิ่งเรียบโทนเดิน
“ฉันไม่มีปัญหาอะไรคะ”
วรารัตน์ตอบไปตามความจริง เพราะเธอไม่มีปัญหาอะไรจริงๆ จะเริ่มงานวันนี้หรือวันไหนก็ได้ทั้งนั้น ไม่เกี่ยงงอนอยู่แล้ว
“งั้นก็ตามนี้ครับ หวังว่าคุณจะสนุกกับงานใหม่นี้ แล้วพบกันพรุ่งนี้ เตรียมเสื้อผ้าของคนมาให้พร้อมล่ะ เพราะคุณจะต้องอยู่ที่นี่ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป”
กิตติภพกล่าวขึ้นอย่างเป็การยุติในการสัมภาษณ์งานในวันนี้
๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕