แอ๊ด!
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกด้วยน้ำมือของหัวหน้าพ่อบ้านประจำตระกูลเสียงประตูที่ถูกเปิดช่วยทำลายความเงียบและความน่าอึดอัดที่กระจายเต็มทั่วห้องจากร่างของชายหนุ่มผมทองที่นั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนจนชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ภายในนั้นถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนที่ลูกชายคนโตจะเอ่ยถามกับชายคนนั้นหลังจากเห็นหน้า
“มาแล้วครับท่านพ่อเรียกมามีอะไรหรอครับ? อ้าว! นาธาน!?น้องกลับมาตอไหนเนี่ย?”
“สวัสดีครับพี่อเล็กเซีย”ด้านน้องชายคนสุดท้องของบ้านหันไปตอบกับด้วยน้ำเสียงเรียบๆที่ผิดแผกไปอย่างทุกทีจนผู้เป็นพี่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจแต่ก็ถูกเสียงของผู้เป็นพ่อดึงดูดความสนใจไปเสียก่อน
“พ่อไม่ได้เรียกแกมาหรอกอเล็กเซียน้องชายแกของให้ไปตามแกมาต่างหาก” อเล็นเอ่ยกับลูกชายคนโตหลังจากที่อีกฝ่ายและพ่อบ้านคนสนิทเข้ามาภายในห้องพลางผายมือไปยังลูกชายอีกคนที่ยังนั่งนิ่งมาตั้งแต่เซบาสเตียนออกจากห้องไป
“เอ๋? นาธานเนี่ยนะครับ?” อเล็กเซียทำท่าทางไม่ค่อยเชื่อนักเพราะน้องชายของตนนั้นปกติไม่น่าจะทำอะไรแบบนี้ เพราะตามปกติแล้วถ้ามีเรื่องจะคุยอะไรจริงๆ อีกฝ่ายมักจะบุกไปที่บริษัทของเขาซะเลยมากกว่า
“พ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกันกับเจ้านั่นแหละแถมนาธานยังไม่ยอมบอกอะไรพ่อเลยด้วย ยืนกรานอย่างเดียวเลยว่าให้รอเจ้ากลับมาก่อน”เจ้าบ้านวัยกลางคนบอกกับลูกชายคนโตของตน
“เฮ้นาธาน!พี่มาแล้วไง มีเรื่องอะไรจะบอกก็บอกพี่กับท่านพ่อมาสิ” ว่าแล้ว อเล็กเซียก็หันไปบอกน้องชายของตนที่ยังคงนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่เจ้าตัวเงยหน้ามามองพี่ชายคนกับพ่อของตนปราดเดียว แล้วหันสายตาไปหาเซบาสเตียนต่อ
“เซบาสเตียนครับผมขอรบกวนอีกเรื่องนะครับ” ลูกชายคนเล็กของบ้านหันไปบอกพ่อบ้านชราด้วยน้ำเสียงที่ยังเรียบนิ่งเช่นเดิมและนั่นก็ยิ่งทำให้ผู้เป็นพี่อย่างอเล็กเซียนั้นรู้สึกมากขึ้นกว่าเดิมว่าสถานการณ์ต่อไปนี้นั้นจะไม่ปกติ
“ขอรับ”
“ช่วยไล่คนรับใช้ภายในคฤหาสน์ไม่ให้เข้ามาใกล้บริเวณหน้าห้องทำงานด้วยนะครับเสร็จแล้วเดี๋ยวเซบาสเตียนก็กลับเข้ามาเลยนะครับ เพราะเรื่องต่อไปนี้ผมเองก็อยากจะให้เซบาสเตียนฟังด้วย” สิ้นคำพ่อบ้านชราก็ดค้งรับโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนผิดกับผู้เป็นพ่อและผู้เป็นพี่ที่ขมวดคิ้วกันจนแทบจะพันกันอยู่แล้ว
“สรุปมันเรื่องอะไรกันแน่น่ะนาธานรีบบอกพ่อมาได้แล้วน่า” อเล็นอดไม่ได้ที่จะถามต่อเพราะพฤติกรรมที่ลูกชายคนเล็กของตนนั้นแสดงออกมามันระวังตัวเป็นพิเศษจนน่ากังวล เพราะลูกชายคนสุดท้องของตนนั้นไม่เคยแสดงอาการแบบนี้ออกมาเลยแม้กระทั่งเรื่องคอขาดบาดตายของตัวเองหรือตอนที่มาคุยหเขากับอเล็กเซียนั้นเข้าพวกกับดยุคอันบราก็ตามที
“นั่นสิพี่ว่ารีบบอกมาเถอะ อมพะนำต่อไป พี่กับท่านพ่อก็ช่วยอะไรแกไม่ได้หรอกนะนาธาน”อเล็กเซียเอ่ยสำทับผู้เป็นพ่อ หลังจากเห็นพฤติกรรมแปลกๆของน้องชายในวันนี้คนที่มักทำตัวสบายๆเหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สากับโลกแบบนาธานทำไมถึงได้เคร่งเครียดต่างไปจากทุกทีอย่างเห็นได้ชัด
“รอเซบาสเตียนกลับมาก่อนครับ”แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังคงยืนกรานเช่นนั้นแม้ว่าทั้งผู้เป็นพ่อและพี่ชายคนโตจะขยั้นขยอแค่ไหนก็ตามนั่นทำให้ทั้งสองคนได้แต่เก็บมวลความสงสัยเหล่านั้นเอาไว้ในใจต่อไปรอจนกว่าร่างของพ่อบ้านชราที่ออกไปจัดการธุระให้นาธานนั้นจะกลับมา
“เสร็จสิ้นแล้วขอรับ”ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ ร่างสูงของชายชราในชุดพ่อบ้านสุดเนี๊ยบก็กลับมาฝ่ายนาธานที่เห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าแล้วหยิบกระเป๋าสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลขึ้นมาวางไว้บนตัก ก่อนจะเปิดออกแล้วหยิบเอกสารบางอย่างออกมาจากภายใน ก่อนจะลุกแล้วเดินตรงไปหาผู้เป็นพ่อของตัวเองแล้วยื่นเอกสารที่ถือมาส่วนหนึ่งให้พ่อของตน
“นี่มันอะไรน่ะนาธาน?”อเล็นถามลูกชายคนเล็กของตนอย่างไม่เข้าใจ เพราะอีกฝ่ายดันไม่พูดอะไรแต่กลับเดินมายื่นเอกสารให้เขาแบบนี้แทนนี่ไม่คิดจะเกริ่นอธิบายอะไรซักหน่อยแบบที่ชอบทำตามปกติเลยหรือไงนะ?หรือมันคือหนังสือสัญญาอะไรบางอย่างกันแน่?
“ผมว่าท่านพ่อควรอ่านเองก่อนครับพี่อเล็กเซียแล้วก็เซบาสเตียนด้วยนะครับเอกสารทั้งสามฉบับนั้นเป็นเอกสารเดียวกันครับแค่ผมคัดลอกเพิ่มมาอีกสามฉบับเท่านั้นครับ เชิญอ่านได้เลยครับ” เจ้าตัวบอกพลางยื่นเอกสารอีกสองฉบับให้กับพี่ชายและข้ารับใช้คนสนิทของผู้เป็นพ่อด้วย
ทั้งสามมองตากันและกันก่อนจะหันไปมองหน้าตัวตนเรื่องที่ยังทำหน้านิ่งผายมือเชิญให้พวกเขาอ่านเอกสารในมือกันเอาเองไม่ยอมบอกอะไรเพิ่มเติมแม้ว่าพวกเขาจะจ้องอีกฝ่ายกันมากขนาดไหนก็ตาม แต่ทางทางของเจ้าตัวก็ไม่เปลี่ยนไปจึงทำให้ทั้งสามนั้นยอมแพ้อ่านเอกสารดังกล่าวที่ลูกชายคนเล็กของบ้านให้มาอย่างจำยอม โดยที่ตัวอีกฝ่ายนั้นยืนกอดอกพิงโต๊ะทำงานของผู้เป็นพ่อรอเงียบๆ
ช่วงแรกของเอกสารดังกล่าวนั้นทำให้ทั้งสามขมวดคิ้วกันอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมนาธานถึงเอามาให้พวกเขาดูเพราะเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นเอกสารการกระทำผิดของตัวแทนเขตปกครองไหนสักแห่งแถมยังมีพ่อค้าคนกลางมาเอี่ยวเสียด้วย แต่เมื่อพวกเขานั้นอ่านไปเรื่อยๆ...เรี่ยมแรงของพวกเขาก็เหมือจะถูกอะไรบางอย่างดูดไปอย่างนั้น
“นะ-นาธาน...นี่มัน...”อเล็นเงยหัวขึ้นมาถามลูกชายคนเล็กด้วยน้ำเสียงที่สั่นพอๆกับมือที่ถูกเอกสารด้านอเล็กเซียและเซบาสเตียนเองก็เช่นกัน สีหน้าของพวกเขาทั้งสามเสมือนเห็นผีหลอกกลางวันแสกๆยังไงยังงั้น
“ครับเอกสารการขนถ่ายอาวุธผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ โดยมีเส้นทางการขนถ่ายหลักเป็นขบวนการค้าของบ้านเราครับ”อีกฝ่ายตอบกลับนิ่งๆ แต่หากสังเกตที่ดวงตาของนาธานจะพบว่าดวงตาของเจ้าตัวนั้นส่อแววหงุดหงิดอย่างชัดเจน
“ตะ-แต่ว่านะนาธาน...ทำไมมันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ล่ะ...?”
“นั่นสิครับกระผมเองก็นึกไม่ออกเลยนะครับว่าพวกเราเคยมีเรื่องอะไรแบบนี้เกิดขึ้นในบริษัทด้วยน่ะขอรับ...”ทั้งอเล็กเซียและเซบาสเตียนเองก็ยังรู้สึกไม่เชื่อในสิ่งที่ปรากฏในเอกสารนักสิ่งนี้มันไม่ชวนตกตะลึงมากเกินไปจนไม่น่าเชื่อนั่นเอง...
“หนอนบ่อนไส้ยังไงล่ะครับ...ผมเชื่อว่าพวกเรามีหนอนบ่อนไส้อยู่ในบริษัทครับ” ด้านคนที่เป็นคนเอาเอกสารมาให้กล่าวอย่างตรงประเด็นแม้ว่าพวกเขาจะไม่อยากเชื่อก็ตามที แต่นั่นก็เป็นสิ่งแรกที่ทุกคนนั้นนึกถึง หากเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น
“ความน่าเชื่อถือของเอกสารนี้ล่ะ...”แม้ว่ามันจะไม่น่าเชื่อมากเท่าไหร่แต่ตัวเจ้าของบริษัทอย่างอเล็นก็ต้องทำใจยอมรับ และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดทำให้เรียกคืนสติกลับมาได้เร็ว ด้านพ่อบ้านชราเองก็เช่นกันจึงมีเพียงลูกชายคนโตของบ้านเท่านั้นที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่อยากยอมรับ
“สูงครับเพราะว่าดยุคอันบราเป็นคนเจอตอนตรวจสอบเอกสารที่เขตใหม่ของตัวเองผมและผู้ดูแลหอสมุดลิเทียร์เองก็ตรวจเช็คอีกรอบเพื่อความแม่นยำแล้วครับ” นาธานยังคงยืนยันอย่างหนักแน่น พอได้ยินเช่นนั้นก็ส่งผลให้ทั้งสามคนเงียบลง ความคิดในสมองถูกใช้ซ้ำไปซ้ำมาหลายตลบ
ตึง!
“โถ่เว๊ย!เราจะทำยังไงกันดีเนี่ย! ถ้าทางการตรวจสอบแล้วเจอเข้าละก็!พวกเราไม่รอดแน่!” อเล็กเซียคำรามอย่างเหลือทนไม่มีใครคิดจะตำหนิการกระทำของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
“ตอนนี้ยังไม่น่าห่วงหรอกครับพี่อเล็กเซียผมกับดยุคอันบราจัดการเก็บกู้เอกสารที่เกี่ยวกับทางเรามาหมดแล้วครับอย่างน้อยก็น่าจะปลอดภัยในระดับนึง” สิ่งที่ลูกชายคนเล็กของบ้านกล่าวช่วยทำให้สภาพจิตใจของทั้งสามดีขึ้นมาในระดับนึงแม้จะไม่มากนักแต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
“คุณชายนาธานมีแผนในใจรึยังขอรับ?”เซบาสเตียนออกปากถามนายน้อยคนเล็กของตน
“มีเรียบร้อยแล้วครับตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือตรวจสอบความผิดปกติของเอกสารขนส่งของเราครับ หลักๆผมว่าทางเราต้องเช็คความผิดปกติของสินค้าที่มาจากอาราบาน่าแล้วก็ซามอร์กับโซโรน่าด้วยนะครับ”
“หือ?ไม่ใช่เราต้องเช็คจากที่อาราบาน่าเป็นหลักหรอนาธาน?”
“กระผมเข้าใจแล้วขอรับ...เช็คที่อาราบาน่าอย่างเดียวไม่ได้หรอกขอรับคุณชายอเล็กเซีย”
“ทำไมล่ะครับเซบาสเตียน?”
“กันเหนียวไว้ก่อนสินะไอลูกชาย”ชายวัยกลางคนกล่าวพลางมองลูกชายคนเล็กของตนที่พยักหน้ารับ
“ครับเพราะว่าทางโดรันนั้น สินคาที่แปรรูปเป็นอาหารแห้งได้มันมีน้อยน่ะครับผมเลยมองว่าการที่มันมีอาวุธผิดกฎหมายไหลเข้ามาในประเทศเราแสดงว่ามันต้องมีผู้รับซื้อรายใหญ่ ฉะนั้นอีกฝ่ายน่าจะให้หนอนบ่อนไส้ตัวนั้นจัดเตรียมพวกของประทังชีพสำหรับกองทหารด้วยน่ะครับเพราะปริมาณอาวุธที่ไหลเข้ามามันมีจำนวนมากเกินไปสำหรับกองทหารรับจ้างเล็กๆซักกองอ้อ ส่วนแผนขั้นต่อไปก็...” ชายหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในห้องอธิบายแผนการขั้นต่อๆไปที่เจ้าตัวและพรรคพวกอีกสองคนช่วยกันวางแก่พ่อพี่ชาย และหัวหน้าคนรับใช้ของตนไปทีละขั้น แววตาตกตะลึงฉายชัดในนัยน์ตาของทั้งสามด้านชายหนุ่มตัวต้นเรื่องเองก็เงียบลงหลังจากเห็นว่าทั้งสามนั้นต้องใช้เวลาตกผลึกข้อมูลที่ได้ไปจึงยืนรออยู่เงียบๆ
“นาธาน...เราเชื่อใจสองคนนั้นได้จริงๆงั้นหรอ...”อเล็กเซียที่เงียบไปพักใหญ่จากการใช้ความคิดถามน้องชายของตนด้วยแววตาที่จริงจังไม่แปลกเลยแม้แต่น้อยที่ชายหนุ่มจะรู้สึกแบบนั้น เพราะสำหรับเขาแล้วทั้งสองคนนั้นเรียกได้เลยว่าเป็นคนอื่นคนไกลอย่างสิ้นเชิง ไม่เคยทำความรู้จักกันและไม่เคยแม้แต่จะได้คุยกันซักคำด้วยซ้ำ มีเพียงแค่น้องชายของตนเท่านั้นที่สนิทสนมกับทั้งสองคนนั้นจึงไม่แปลกที่ลูกชายคนโตของบ้านเมลฟอร์ดจะระแวงอีกฝ่ายและทั้งอเล็นกับเซบาสเตียนเองก็เห็นด้วยกับคำพูดของอเล็กเซียด้วยเช่นกัน
“ครับ...ผมขอยืนยันถึงผมจะบอกไม่ได้ก็เถอะครับว่าทำไมถึงเชื่อใจทั้งสองคนนั้นได้แต่ดยุคอันบราและผู้ดูแลหอสมุดลิเทียร์น่ะเชื่อใจได้แน่นอนครับ...อ้อ แล้วก็คนที่สืบคดีนี้อยู่คือแม่ทัพวัลคอร์ตนะครับฉะนั้น เย็นนี้พี่อเล็กเซียกับท่านพ่อเก็บอาการกันดีๆนะครับแล้วก็อย่าลืมปิดเรื่องนี้เป็นความลับกับท่านแม่ใหญ่แล้วก็พี่อเล็กว่าด้วยนะครับ”ชายหนุ่มกล่าวยืนยันสร้างความมั่นใจให้แก่ครอบครัวของตัวเองก่อนจะเอ่ยเตือนออกไปว่าใครเป็นผู้สืบคดีๆนี้อยู่
“ไม่มีปัญหาพ่อไม่คิดจะบอกแม่หรอกนะ”
“อื้อ...พี่จะพยายาม...”ทั้งสองคนตอบรับ แม้ว่าอเล็กเซียจะยังมีทีท่ากังวลอยู่ก็ตามที
“ส่วนเซบาสเตียนฝากเรื่องตรวจสอบเอกสารของทางเราด้วยนะครับ”
“ได้ขอรับ”พ่อบ้านชราโค้งรับอย่างนอบน้อม แต่ดูเหมือนว่าการสนทนาจะยังไม่จบลงเมื่ออเล็นนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้จนต้องทักลูกชายคนเล็กของตัวเองด้วยสีหน้ากังวล
“เดี๋ยวก่อนนาธาน”
“ครับ?”
“เจ้าจะโกหกแม่กับพี่สาวเจ้าว่ายังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้ล่ะ?”
“อ้อถ้าเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมเตรียมเอาไว้แล้ว รับรองแผนไม่แตกแน่นอนครับ”สิ้นคำ รอยยิ้มสบายๆของนาธาน เมลฟอร์ดก็ระบายเต็มใบหน้าของเจ้าตัวน่าแปลก...ที่รอยยิ้มดังกล่าวนั้นมันกลับทำให้สองพ่อลูกและหนึ่งข้ารับใช้นั้นคลายกังวลได้อย่างง่ายดาย