หลังจากจบเรื่อง สามสาวที่ถูกจับตัวไป อาเบลก็ไม่ได้มาโรงเรียนอีกเลยเกือบจะอาทิตย์หนึ่ง อลิเซีย ลาล่าและลินต่างก็เป็นห่วงเขาเป็นอย่างมากพยายามจะติดต่อไปหาก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับมาเลย พวกเธอกลัวว่าอาเบลจะเป็นอะไรไป พวกเธอจึงเข้าไปหาครูแอนนาขอร้องให้เธอบอกที่อยู่ของอาเบล เพื่อจะได้ไปหาเขาที่บ้านเลย ครูแอนนาก็เป็นห่วงเด็กนักเรียนของตนเองเหมือนกันเธอจึงรีบไปค้นหาเอกสารของอาเบล เพื่อเปิดดูที่อยู่ของเขา แต่ในเอกสารนั้นนอกจากชื่อและข้อมูลเล็กน้อย ก็ไม่มีที่อยู่อะไรระบุไว้เลยในเอกสาร สาวๆ ได้แต่หมดหวังที่จะติดต่ออาเบลแล้วในตอนนี้
"ตื้ดดดดดด"
"ฮัลโหลครับ ลาล่า"
ลาล่ารับสายตอนแรกเธอไม่ได้ดูว่าใครโทรศัพท์มาหาเธอ และเมื่อได้ยินว่าเสียงปลายสายเป็นชายที่เธอกำลังตามหา ลาล่าจึงพูดออกมาอย่างเป็นห่วงเอามากๆ
"อาเบลนายเป็นอะไรหรือเปล่า บาดเจ็บหรือเปล่า"
"อาเบลหรอ อาเบลนายเป็นยังไงบ้าง อยู่ไหนหรอ สบายดีไหม"
อลิเซียเมื่อได้ยินว่าลาล่ากำลังคุยกับอาเบลเธอรีบวิ่งเข้ามาแนบหูเข้าใส่โทรศัพท์ก่อนจะถามคำถามด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าอาเบลจะเป็นอะไร ลินที่ยืนอยู่เธอมองเพื่อนของเธอถามความปลอดภัยของอาเบล เธอก็อยากเข้าไปถามบ้างแต่ก็อดใจไว้ กลัวเหตุการณ์มันจะชุลมุนจึงยืนรอฟังอยู่เงียบๆ
"ไม่เป็นอะไรครับ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ผมสบายดี"
"อืมโล่งอกจริงๆ"
ลาล่า อลิเซีย และลินต่างก็โล่งใจ
"ไว้ค่อยคุยกันนะครับ ผมวางสายก่อน เจอกันที่โรงเรียน"
"ต้องมาให้เห็นหน้าละ (×2) "
อาเบลกดวางสายก่อนจะรีบทำอาหารเช้าต่อรอหญิงสาวทั้งสองคนตื่นนอน
ในตอนเช้าหน้าโรงเรียน นักเรียนชายหญิงต่างก็มาโรงเรียนกันตามปกติประจำวัน แต่วันนี้อาจจะแปลกกว่าทุกที เพราะทุกคนที่มาถึงโรงเรียนต่างก็หันใบหน้ามองไปทิศทางทิศหนึ่งตรงประตูทางเข้า และส่วนมากจะเป็นนักเรียนชายที่จ้องมองไม่โดยที่ตาไม่กระพริบใดๆ จนเป็นเหตุทำให้ตัวเขาเองเดินเหม่อลอยชนนูนชนนี่ไปทั่ว เหมือนสายตาของพวกเขาจะถูกมนต์สะกดอะไรสักอย่างให้จ้องมองอย่างหลงไหลไปที่กลุ่มหญิงสาวแสนสวยทั้งสามคนที่ยืนอยู่หน้าโรงเรียน เหมือนพวกเธอกำลังรออะไรอยู่อย่างกระวนกระวายใจเป็นเวลานานมากแล้ว
"นี่ก็ใกล้จะเริ่มสอนแล้วด้วย อาเบลยังไม่มาเลย เป็นอะไรหรือเปล่านะ"
ลาล่าหันไปพูดกับอลิเซียด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าเรื่องร้ายจะเกิดขึ้นกับอาเบล ทำให้เขามาโรงเรียนไม่ได้
"ไม่ต้องคิดมากหรอก อาเบลคงมีธุระอะไรเล็กน้อยแหละ เราได้แค่รอก็พอแล้ว อาเบลบอกกับพวกเราแล้วหนิว่าจะมาหาที่โรงเรียน"
อลิเซียพยายามคลายความกังวลของลาล่าและตัวเธอเองด้วย เธอก็มีแวบหนึ่งที่คิดไปเองว่าจะเกิดเรื่องร้ายอะไรขึ้นกับอาเบล แต่ก็สะบัดหัวไล่ความคิดเรื่องนี้ออกไปในทันที
"มาแล้ว"
คำสั้นๆคำเดียวของลินที่สายตาของเธอจับจ้องมองไปด้านหน้าทางเดินเข้ามาโรงเรียนไม่เคยวอกแวกไปไหนมาตลอดตั้งแต่มายืนรอ เสียงไม่ได้ดังอะไรมากมายนัก แต่มันเข้าสู่โสตประสาทหูของหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหน้าลินสองคนดังกังวานเอามากๆ จนทำให้พวกเธอหันหน้าไปมองทางเข้าอย่างรวดเร็ว ภาพที่ปรากฏนั้นเป็นชายหนุ่มที่ พวกเธอกังวัลถึงความปลอดภัย และถวิลหาอยากจะพบเจอหน้าเจอตาด้วยความคิดถึงมาโดยตลอดเป็นเวลานานเกือบจะอาทิตย์หนึ่งที่ไม่ได้เจอกัน
"อาเบลลลลลลลลลล"
"อาเบลลลลลลลลลล"
ลาล่าและอลิเซียหญิงสาวทั้งสองคน ร้องเรียกชื่อของอาเบลเสียงดังลั่นก่อนจะพุ่งเข้าไปโอบกอดด้วยแรงกายทั้งหมดที่มี พวกเธอพุ่งเข้าใส่ลำตัวพร้อมกันคนละข้าง
"ปัก"
แรงกระแทกของพวกเธอไม่รุนแรงเท่าไหร่นัก เพราะแรงกายของอาเบลมีเยอะอยู่แล้วจึงสามารถรับการพุ่งใส่ของพวกเธอทั้งคู่อย่างเต็มแรงได้โดยไม่ต้องก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
"อาเบล อาเบล"
พวกเธอโอบกอดในขณะที่มีน้ำตาไหลพรากพร้อมเรียกร้องชื่ออาเบลด้วยความเป็นห่วง
"นี่ จะร้องไห้ทำไมครับ ผมก็อยู่นี่แล้วไง ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย"
อาเบลก้มหน้ามองหญิงสาวก่อนจะใช้มือใหญ่ๆหนาๆของเขาลูบหัวของทั้งคู่เพื่อปลอบโยนไม่ให้พวกเธอร้องไห้ออกมามากกว่านี้ไม่งั้นเสื้ิอของเขาคงต้องถอดออกไปปั่นแห้งแน่ๆ
"ร้องไห้ฟูมฟายแบบนี้ ดูไม่เป็นหญิงสาวแสนสวยที่ผมรู้จักเลยนะ"
อาเบลเชิดคางของพวกเธอขึ้นก่อนจะใช้นิ้วปาดน้ำตาที่ไหลออก
"อืมมมม"
อาเบลรอหญิงสาวทั้งสองปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่ก่อนจะพาเดินไปนั่งพักที่เก้าอี้ไม้
"รู้สึกดีขึ้นหรือยังครับ"
อาเบลถามออกมาด้วยความเป็นห่วง
"อืม"
พวกเธอพยักหน้าตอบแทนคำพูด
"อาเบล นายเป็นใครกันแน่"
อลิเซียที่จู่ๆก็นึกคำถามที่จะถามอาเบลขึ้นมาได้ เธอก็ถามออกมาเลยทันที ด้วยเพราะเธอก็เป็นลูกหลานของทหารชั้นผู้ใหญ่ จึงพอจะรู้ข้อมูลไม่มากก็น้อย ที่อลิเซียถามออกมาอย่างฉับพลันแบบนี้อาจจะเป็นเพราะต้องการรู้จักอาเบลให้มากยิ่งขึ้น
"อุ๊ปส์"
อาเบลมองใบหน้าของอลิเซียด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาใช้นิ้วมือข้างขวายื่นนิ้วชี้ออกไปประกบเข้าที่ปากนุ่มๆของเธออย่างอ่อนโยนก่อนจะทำท่าทางไม่ให้เธอพูดอะไรออกมาเพิ่มอีก ก่อนจะตอบคำถามเธออย่าง กวนๆด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ผมก็แค่นักเรียนมัธยมปลาย"
"หึ ไม่เชื่อหรอก"
อลิเซียสบัดใบหน้าหันไปมองที่อื่นด้วยความหงุดหงิดกับอาเบลที่ชอบทำอะไรลึกลับอย่างการปิดบังตัวตนของตนเองไม่ให้เธอรับรู้ และยังตอนนี้อีกมาทำเป็นเล่นใส่เธอ
"ฮ่า ฮ่า ไม่ทะเลาะกันสิทั้งสองคน ลินมาช่วยห้ามที"
ลาล่าทำสีหน้าขำแห้งออกมา เธอพยายามห้ามไม่ให้อลิเซียอารมณ์เสียใส่อาเบล แต่คนที่จะคุมอลิเซียได้ดีก็คือลิน ลาล่าจึงหันหน้าไปมองหน้าลินเพื่อขอความช่วยเหลือจากเธอ
"อืม คือว่า เวลาเรียนใกล้จะเริ่มแล้วด้วย ไม่เข้ากันเรียนกันหรอ อาจารย์แอนนาจ้องมองมาทางนี้แล้วด้วยนะ"
ลินที่กำลังจ้องมองไปที่ชั้นเรียนของพวกตนอย่างเฉยเมย เธอได้พูดขึ้นมาให้ทุกคนได้ยินอย่างไม่เดือดร้อน
"ห้ะ"
ทั้งสามคนหันขวับไปที่ห้องเรียน พบอาจารย์แอนนากอดอกจ้องมองมาที่พวกเขาทั้งสี่คนอย่างเคร่งขรึม ความรู้สึกขนลุกซู่แล่นผ่านไปทั่วร่างกายของทุกคน พวกเขาทั้งสี่ได้แต่ ลุกขึ้นยืนและวิ่งออกตัวด้วยกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อเข้าห้องเรียนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ตึก ตึก ตึก ตึก"
"แฮก แฮก แฮก"
เพราะเร่งรีบวิ่งกันมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งสามสาวเหนื่อยเล็กน้อยเวลามาถึงห้องเรียน แต่พวกเธอทั้งสามก็กลัวอาจารย์แอนนายิ่งกว่าอะไร ทั้งหมดจึงฮึดขึ้นสู้ เปิดประตูเข้าห้องเรียนอย่างใจกล้าไม่ทำเป็นเหนื่อยอะไรเลย
"มากันแล้วหรอ"
อาจารย์แอนหรี่ตามอง ด้วยแววตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีกำลังพุ่งแทงร่างกายของพวกเขาทั้งสี่คนอย่างรุนแรง และเอ่ยน้ำเสียงไม่พอใจสุดๆที่พวกเขาทั้งสี่เข้ามาห้องเรียนช้า
"ครับ/ค่ะ!!!!"
อาเบลและหญิงสาวทั้งสามคนตอบและแสดงท่าทางแบบทหารที่ได้รับคำสั่งอย่างเคร่งครัด ยืนตัวตรงไม่มีขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
"ยืนทำอะไรกันคะ"
อาจารย์แอนนา พูดขึ้นด้วยท่าทางโมโหเล็กน้อย เธอสงสัยทำไมนักเรียนทั้งสี่คนถึงไม่ไปนั่งที่ของตนเอง
"ครับ/ค่ะ!!!!"
ทั้งสี่ตื่นตกใจจึงเร่งรีบวิ่งไปประจำที่ของตัวเองอย่างรวดเร็ว
"ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
ทั้งห้องเรียนที่นั่งดูการกระทำของทั้งสี่คนที่แสดงความกลัวอาจารย์แอนนา ก็อดไม่ไหวหลุดขำออกมา
"ขำอะไรกันคะ"
อาจารย์แอนนาก็หันขวับมามองนักเรียนทั้งห้องและถามออกไป ทันใดนั้นทั้งห้องที่มีเสียงหัวเราะฮือฮ่าก็พลันเงียบสงบลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"เอาละเริ่มคุยก่อนเข้าเรียนคาบแรก"
อาจารย์แอนนาก็เริ่มคาบโฮมรูมตามปกติของเธอ เธอพูดถึงเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสอบที่จะถึงหรือการแนะแนวอนาคต เธอพูดไม่นานก็หมดคาบโฮมรูม
"ทั้งหมดแค่นี้นะ อาจารย์เดวิดเชิญค่ะ"
เธอก็ผายมือเชื้อเชิญให้อาจารย์วิชาถัดไปเข้ามาสอน และเดินออกจากห้องเรียนไป
"วันนี้เราก็จะมาเรียนรู้เรื่อง................................"
****************************†*******************************
"กริ่ง กริ่ง กริ่ง กริ่ง กริ่ง"
"อื้อออออ พักเที่ยงแล้ววววววววว"
อลิเซียบิดขี้เกียดเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืน เดินมาที่โต๊ะของอาเบลโดยที่มีลินและลาล่าเดินมุ่งตรงมาถึงโต๊ะอาเบลพร้อมกันกับเธอด้วย
"อาเบลไปกินข้าวกัน"
อลิเซียชิงพูดขึ้น ก่อนจะจับมือถือแขนของอาเบลในตอนที่เขากำลังลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
"ไปกันค่ะ"
ลาล่าก็ไม่น้อยหน้าอลิเซีย เธอเร่งรีบจับแขนของอาเบลอีกข้างแล้วดันตัวเองเข้าไปแนบชิดใกล้ อาศัยหน้าอกหน้าใจดุลแขนของอาเบล ให้ความรู้สึกนุ่มกับเขา
"อืม"
อาเบลได้แต่ทำหน้าปวดหัวกับการกระทำของพวกเธอ ส่วนลินที่มองเพื่อนของเธอกำลังทำอะไรแปลกๆก็พลันหน้าแดงด้วยความอาย
ทั้งสี่ก็ยังตัวติดกันเหมือนเช่นเดิม พากัันเดินมาที่โรงอาหารก่อนจะเดินไปรับอาหารของตัวเองมานั่งรับประทานพร้อมกัน มีคนเคยพูดไว้ว่าอาหารจะอร่อยหรือไม่อร่อยมันก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเรากินกับใครด้วย คำพูดนี้ มันแสดงออกให้เห็นบนใบหน้าของหญิงสาวทั้งสามคนที่ตอนนี้กำลังรับประทานอาหารกลางวันอย่างเอร็ดอร่อยกว่าทุกที
"อิ่มจังเลย"
อลิเซียที่เดินมาถึงสถานที่ลับของลาล่าและอาเบลก่อนคนแรก เธอทิ้งตัวนอนลงบนหญ้าที่เขียวชอุ่ม
"นี่อลิเซีย ตอนอิ่ม จะนอนลงแบบนี้ไม่ได้นะ"
ลาล่าเดินมาพยุง อลิเซียให้ลุกขึ้นยืน เธอกลัวอลิเซียจะรู้สึกไม่ดีจุกท้องได้
"ไม่เป็นอะไรหรอกน่าาาา เดินมาตั้งไกลแล้ว ปานี้มันคงย่อยไปเกือบจะหมดแล้วมั้ง"
อลิเซียเธอไม่อยากจะลุกขึ้นจึงหาข้ออ้างพูกออกไป
"ว่าแต่ว่า อลิเซียรู้จักสถานที่ตรงนี้ได้ยังไงหรอ"
"หืม ลาล่าว่าอะไรนะ"
อลิเซียหันขวับมามองลาล่า
"ก็สถานที่ตรงนี้ไงเธอเป็นคนเดินนำทางมาเหมือนเธอรู้จักมันดีเลย ก็สมัยก่อนช่วงที่อาเบลยังไม่ย้ายมาฉันใช้ที่นี่มาตั้งนานแล้ว ไม่มีใครเดินโผล่มาให้พบเห็นเลยแม้แต่คนเดียว ฉันเลยแปลกใจนะว่าเธอรู้จักมันได้ยังไง"
ลาล่าสงสัยเล็กน้อยจึงเอ่ยถามเพื่อนสาวของเธอไป
"ฮ่า ฮ่า (^-^')"
อลิเซียไม่รู้จะตอบยังไงเธอได้แต่ขำแห้งๆออกมา
"ลาล่า เรื่องนั้นปล่อยมันไปก่อนเถอะ เรามีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นอีกที่จะต้องถามจากอาเบลให้รู้เรื่องก่อนดีกว่า"
ลินที่เห็นเพื่อนสาวอลิเซียของเธอตอบคำถามลาล่าไม่ได้ เธอจึงต้องเปิดประเด็นที่อยากรู้มากๆของพวกเธอเพื่อเปลี่ยนเรื่องในทันที ทั้งสามสาวจึงหันเหความสนใจมาที่อาเบลโดยเฉพาะโดยมิได้นัดหมาย
"หืมมม"
อาเบลที่นั่งฟังพวกเธอพูดคุยกัน ก็หรี่ตาลงพลางนึกในใจว่า อยู่ดีๆทำไมถึงเข้ามาเรื่องของตนได้กันละ
"ถามมาได้เลยครับ ถ้าตอบได้ผมก็จะตอบ"
อาเบลยอมแพ้ต่อความอยากรู้อยากเห็นของทั้งสามสาวที่จ้องมองกันเป็นตาเดียวมาทางเขา เขาเองก็นึกไว้แล้วว่า พวกเธอก็ต้องอยากรู้เรื่องของตนมากเลยแหละ เขาจึงไม่คิดจะปิดบังอะไรมากมายนักเพราะยังไงเขาก็เห็นว่าพวกเธอเป็นเพื่อนที่สนิทมาก ๆ ของเขา