ณ บ้านสวนสกุลหลิง
“วันนี้อาลงมือทำอาหารเองเลยนะ ทั้งหมดเป็เมนูโปรดของเ้าใหญ่กับเถาเถา ยังมีของเธอด้วยนะจ๊ะจื่อหาน เธอต้องทานให้เยอะๆ เลยนะ ดูซิ...กลับมาคราวนี้แต่ละคนผอมลงไปมากเลย” จินลี่ซือหันไปพูดกับลูกชาย “เ้าใหญ่ ทำไมลูกไม่พาหนูเหนิงเหนิงมาทานข้าวที่บ้านเราด้วยล่ะ แม่ทำของโปรดไว้รอเธอด้วยนะ”
“คุณพ่อกับคุณแม่ของเหนิงเหนิงก็ทำอาหารไว้รอต้อนรับเธอ เหมือนกับที่คุณแม่ทำอาหารไว้รอต้อนรับพวกเรานี่ล่ะครับ” หลิงซีฮันตอบ “เอาไว้วันหลังผมจะพาเหนิงเหนิงมาชิมฝีมือคุณแม่นะครับ”
“หนูเหนิงเหนิงได้ชิมฝีมือแม่แกบ่อยกว่าแกเสียอีก เอาล่ะ นี่ก็เลยเวลามามากแล้ว เรามาทานอาหารกันเถอะ” หลิงเหวินไฉหันไปยิ้มกับเย่จื่อเยี่ยน “เยี่ยนเยี่ยนก็ต้องกินเยอะๆ นะ มีไก่ทอดของโปรดเธอด้วย”
“ขอบคุณครับคุณอาหลิง” เย่จื่อเยี่ยนหยิบน่องไก่ทอดขึ้นมากัด “โอ้โห! ไก่ทอดอร่อยมากเลยครับ คุณอาหญิงหลิงครับ ต่อไปผมจะมาทานข้าวที่บ้านคุณอาบ่อยๆ เลยนะครับ หรือไม่อย่างนั้นคุณอาเขียนสูตรไก่ทอดให้คุณแม่ผมได้ไหมครับ ผมไม่เคยกินไก่ทอดที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย”
“ถ้าเยี่ยนเยี่ยนชอบ เยี่ยนเยี่ยนก็มาเล่นที่บ้านอาบ่อยๆ นะจ๊ะ อาจะทำอาหารอร่อยๆ ไว้ให้เยี่ยนเยี่ยนทุกวันเลย” จินลี่ซือคีบซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน “ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานก็อร่อยมากเลยนะจ๊ะ พี่ชายหนูก็ชอบทานเหมือนกัน”
“ลี่ซือ ดูเธอจะชอบเล่นกับเด็กมากเลยนะ ไม่ให้ลูกของเรามีหลานมาให้เลี้ยงสักคนล่ะ” เจียงหว่านหันไปยิ้มกับลูกชาย “จื่อหานกับหนูเถาเถาก็เรียนจบแล้ว เรามาจัดงานมงคลกันไม่ดีกว่าเหรอ”
“ไม่ได้หรอกครับพี่สะใภ้ เถาเถาเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง ผมยังอยากให้ลูกอยู่กับผมอีกหลายปี” หลิงเหวินไฉรีบตอบ เมื่อเขามองไปเห็นหน้านิ่งๆ ของลูกสาว เขารีบอธิบาย “ไม่ใช่ว่าพ่อไม่ชอบจื่อหานหรือไม่อยากให้หนูแต่งงานกับเขา แต่พ่อคิดว่าหนูเพิ่งเรียนจบก็น่าจะใช้ชีวิตใน่นี้ให้เต็มที่ก่อน เพราะถ้าแต่งงานไปแล้ว ภาระของหนูก็ต้องเพิ่มมากขึ้น”
“หนูไม่เคยมองว่าจื่อหานเป็ภาระเลยนะคะ” หลิงผูเถาแกล้งตอบอย่างไม่พอใจ
"พ่อไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่พ่อ...พ่อ...” หลิงเหวินไฉไม่รู้จะหาคำไหนมาพูดลูกสาว เขาไม่ได้ไม่ชอบว่าที่ลูกเขย แต่ลูกสาวของเขาอายุยังน้อยมากจริงๆ รอให้ผ่านไปอีกหลายปีค่อยแต่งงานก็ได้
เย่จื่อหานอมยิ้มที่เห็นคนรักกำลังแกล้งว่าที่พ่อตา “คุณอาวางใจได้ครับ ผมกับเถาเถายังไม่รีบแต่งงานตอนนี้หรอก แต่...ผมอยากขอหมั้นกับเธอไว้ก่อนได้ไหมครับ”
“ดีสิ พ่อเห็นด้วย” เย่เฉิงสนับสนุนลูกชาย ก่อนจะหันไปพูดกับหลิงเหวินไฉ “ฉันว่าหมั้นเด็กสองคนนี้ไว้ก่อนก็ดีเหมือนกันนะ เวลาไปไหนมาไหนจะได้ไม่ต้องกลัวว่าใครจะนินทา อีกอย่างฉันก็หวงด้วย หนูเถาเถาทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้ ฉันไม่อยากให้ลูกชายของฉันมีคู่แข่ง”
“หมั้นกันไว้ก่อนก็ได้ แต่ต้องรอสักสี่ห้าปีแล้วค่อยแต่ง ถ้าพี่ตกลง ผมก็ตกลง” หลิงเหวินไฉตอบรับอย่างดีใจ อย่างน้อยลูกสาวก็ยังอยู่กับเขาได้อีกหลายปี
“เื่นั้นไม่มีปัญหา พรุ่งนี้ฉันจะให้สื่อประกาศงานหมั้นออกไป ว่าแต่นายอยากจัดงานหมั้นให้ยิ่งใหญ่หรืออยากจัดเป็การภายใน” เย่เฉิงรีบเสนอความคิดเห็นเพราะกลัวว่าเพื่อนรุ่นน้องจะเปลี่ยนใจ รออีกสักสี่ห้าปีจะเป็ไรไป รอให้แต่งลูกสะใภ้เข้าบ้านเสียก่อน หลังจากนั้นลูกสะใภ้ก็จะอยู่บ้านของเขาไปตลอดแล้ว
“ผมอยากจัดงานหมั้นให้ใหญ่โตไปเลยครับ ผมจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเถาเถามีความสำคัญกับผมมากขนาดไหน” เย่จื่อหานบอก
“เถาเถา หนูคิดว่ายังไงลูก” จินลี่ซือหันไปถามลูกสาว “แต่ถ้าหนูยังไม่อยากหมั้น จะคบกันไปอย่างนี้ก่อนก็ได้นะ พ่อกับแม่ไม่บังคับหนูหรอก”
“ความจริงแล้วหนูกับจื่อหานคุยเื่นี้กันมาก่อนแล้วค่ะ เราอยากจัดงานหมั้นไว้ก่อน รอให้เราอายุครบยี่สิบห้า ถึงตอนนั้นเราค่อยแต่งงานกัน” หลิงผูเถายิ้ม “แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดหรอกนะคะแม่ หนูยังมีเหตุผลอื่นอีก”
“เหตุผลอะไรเหรอจ๊ะ”
“ก็พี่ใหญ่ยังไงล่ะคะ อีกไม่กี่ปีพี่ใหญ่ก็จะอายุสามสิบแล้ว หนูอยากให้พี่ใหญ่แต่งงานก่อน จากนั้นค่อยถึงคิวหนูกับจื่อหานค่ะ” หลิงผูเถาหันไปยักคิ้วให้พี่ชาย “น้องสาวจะแต่งงานก่อนพี่ชายได้ยังไงล่ะคะ”
“แกคุยเื่แต่งงานกับหนูเหนิงเหนิงแล้วเหรอเ้าใหญ่ แล้วสกุลโจวว่ายังไงบ้าง” หลิงเหวินไฉหันไปถามลูกชาย ไม่ใช่ว่าเขาจะห่วงแต่เื่ของลูกสาว เื่ของลูกชายเขาก็เป็ห่วงเหมือนกัน ทีแรกเขายังกลุ้มใจว่าลูกชายอาจจะเป็โสดไปตลอดชีวิต พอรู้ว่าลูกชายกับหนูเหนิงเหนิงคบกัน เขาก็แทบจะไปจุดประทัดที่ศาลเ้าเพื่อแก้บนแล้ว ยิ่งได้ฟังคำพูดของลูกสาวเื่ที่จะสนับสนุนให้พี่ชายแต่งงานก่อน คนเป็พ่ออย่างเขาก็ต้องรีบสนับสนุนสิ อีกไม่นานเขาก็จะมีหลานสาวหลานชายเป็ของตัวเอง แค่คิดว่าจะได้อุ้มเ้าก้อนแป้งตัวน้อยๆ เขาก็อยากจะให้ลูกชายแต่งงานกับหนูเหนิงเหนิงเสียวันนี้พรุ่งนี้เลย
“พ่อรีบขนาดนั้นเลยเหรอครับ” หลิงซีฮันหัวเราะเสียงเบา
“ฉันรีบเพราะกลัวว่าแกจะเป็โสดไปตลอดชีวิตน่ะสิ หนูเหนิงเหนิงเพิ่งอายุเท่าไหร่เอง เธออาจจะไปเจอคนที่ดีกว่าแกหรือไม่ก็เด็กกว่าแกก็ได้ รีบแต่งไว้จะได้ไม่มีใครมายุ่ง”
“คราวนี้แม่เห็นด้วยกับคุณพ่อนะ ลูกรีบแต่งจะได้ไม่มีใครมาแย่งหนูเหนิงเหนิงไป รออีกปีกว่าๆ แม่ก็จะได้เป็คุณย่า” จินลี่ซือคิดไปถึงหลานตัวน้อยที่แล้ว “ลูกกับหนูเหนิงเหนิงต่างก็หน้าตาดี หลานของแม่ต้องน่ารักมากแน่ๆ”
“ถ้าพี่ซีฮันกับพี่เหนิงเหนิงแต่งงานแล้วมีลูกด้วยกัน ผมก็จะเป็คุณอาใช่ไหมครับ” เย่จื่อเยี่ยนถาม “ถ้างั้นพี่ซีฮันรีบแต่งนะครับ ผมจะปกป้องน้องตัวน้อยเอง”
“เด็กตัวเล็กอย่างนายเนี่ยนะจะปกป้องคนอื่น” หลิงซีฮันยิ้ม
“ผมดูแลคุณพ่อกับคุณแม่ได้ ผมก็ต้องดูแลน้องชายน้องสาวตัวน้อยได้สิ ถ้าไม่เชื่อ พี่ก็ลองมีเ้าตัวเล็กออกมาให้ผมเลี้ยงสิ ผมมีขนมกับลูกอมเยอะเลย รับรองว่าน้องๆ ต้องชอบผมแน่”
“ดูเหมือนจื่อเยี่ยนจะอยากเป็คุณอาเล็กเต็มทีแล้ว ตอนนี้ครอบครัวของนายก็ไม่เหลือผู้ใหญ่ที่ไหน ฉันจะเป็ตัวแทนไปที่บ้านสกุลโจวให้นายก็แล้วกัน” เย่เฉิงหันไปบอกหลิงเหวินไฉ
“ถ้างั้นต้องรบกวนพี่ด้วยนะครับ แต่เื่นี้ไม่เกี่ยวสินสอดที่ผมจะเรียกจากพี่นะ” หลิงเหวินไฉรีบบอก
“อย่างฉันต้องให้นายมาพูดเื่สินสอดหรือไง เถาเถาจะเข้ามาเป็สะใภ้ใหญ่ของตระกูลเย่ ฉันบอกไว้เลยว่าทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของตระกูลเย่จะเป็ของเธอกับจื่อหานแน่นอน”
เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวสังคมของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต่างก็ลงข่าวงานแต่งและงานหมั้นของสามตระกูลใหญ่ หลิงซีฮันบุตรชายคนโตของตระกูลหลิงจะแต่งงานกับลูกสาวคนเดียวของตระกูลโจว และลูกสาวของตระกูลหลิงจะหมั้นกับลูกชายคนโตของตระกูลเย่ ตระกูลเศรษฐีอันดับหนึ่ง อันดับสาม และอันดับห้าของประเทศจะเกี่ยวดองกัน ทั้งโปรไฟล์ของแต่ละคนก็ไม่ธรรมดา พวกเขาต่างก็จบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ ความรู้ความสามารถได้รับการการันตีมามากมายั้แ่ยังไม่กลับประเทศด้วยซ้ำ ฉะนั้นยังจะมีข่าวไหนน่าสนใจไปกว่านี้อีก
“ฉีฉี หนูอ่านหนังสือพิมพ์เช้านี้หรือยัง” หลี่ซูหว่านเดินถือหนังสือพิมพ์ไปเคาะประตูห้องนอนของลูกสาวอย่างร้อนใจ
“ข่าวอะไรคะคุณแม่” หานซูฉีปิดปากหาว “เมื่อคืนหนูนอนดึกมาก หนูขอกลับไปนอนก่อนแล้วค่อยตื่นมาอ่านข่าวของคุณแม่ทีหลังได้ไหมคะ”
เมื่อคืนหลังจากกลับมาถึงบ้าน ทั้งหานซ่งเฉวียนและหานซูฉีต่างก็ออกไปพบปะเพื่อนฝูง โดยไม่ได้สนใจเลยว่าพ่อกับแม่ของพวกเขายังรอทานข้าวอยู่ที่บ้าน พอเช้าวันนี้ทั้งคู่ก็ยังไม่ตื่นลงมาทานอาหารเช้า หานเฟิงรอไม่ไหวเพราะงานในบริษัทยังมีอีกมาก เขาจึงออกไปทำงานก่อน ปล่อยให้หลี่ซูหว่านรอทานอาหารเช้าพร้อมกับลูกๆ
แต่ระหว่างรอ หลี่ซูหว่านก็เอาหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา แต่ไม่คิดว่าข่าวสังคมวันนี้จะเป็เื่งานแต่งและงานหมั้นของสามตระกูลใหญ่ เธออยากให้ลูกชายของเธอกับลูกสาวตระกูลหลิงแต่งงานกัน และยังอยากให้ลูกสาวกับลูกชายของตระกูลเย่แต่งงานกัน แต่ทั้งสองตระกูลกลับจะไปเกี่ยวดองกับคนอื่น เธอจะไม่ใได้หรือ
“ลูกยังมีแก่ใจจะกลับไปนอน ข่าวในหน้าสังคมพูดถึงเื่งานแต่งและงานหมั้นของสามตระกูลใหญ่ ลูกรู้ไหมว่าเป็งานแต่งกับงานหมั้นของใคร”
“เป็ใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราล่ะคะ” หานซูฉีเริ่มหงุดหงิด ตอนนี้เธออยากกลับไปนอนแล้วจริงๆ เธอไม่สนเลยสักนิดว่าจะมีใครแต่งหรือมีใครหมั้น
“ใครจะจัดงานแต่งกับงานหมั้นเหรอครับแม่” หานซ่งเฉวียนเปิดประตูห้องออกมาถาม เขาไปสังสรรค์กับเพื่อนเพิ่งกลับมาตอนใกล้สว่างนี่เอง กำลังนอนหลับสบายๆ แต่เสียงของคุณแม่มันดังเกินกว่าเขาจะนอนต่อได้จริงๆ แต่จากน้ำเสียงที่ดูใของคุณแม่ ทำให้เขาอดที่จะออกมาถามไม่ได้
“หลิงซีฮันจะแต่งงานกับโจวต้าเหนิงเดือนหน้า ส่วนเย่จื่อหานจะจัดงานหมั้นกับหลิงผูเถาสัปดาห์หน้านี้แล้ว!”
“อะไรนะครับ/คะ!” สองพี่น้องแซ่หานะโขึ้นพร้อมกัน
“แม่บอกว่าตระกูลหลิงกำลังจะจัดงานมงคลให้ลูกชายกับลูกสาวของพวกเขายังไงล่ะ”
“เป็ไปไม่ได้ พวกเขาเพิ่งกลับจากต่างประเทศเมื่อวานนี้เอง”
“ใช่ครับแม่ เมื่อวานพวกเขาเพิ่งกลับมาถึงเองไม่ใช่เหรอ พวกเขาไม่น่าจะจัดงานหมั้นกันเร็วขนาดนั้น” หานซ่งเฉวียนถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ไม่ใช่ว่าข่าวนี้เป็แค่ข่าวซุบซิบทั่วไปหรอกนะครับ”
“ข่าวซุบซิบอะไรจะลงหนังสือพิมพ์พร้อมกันทุกฉบับ” หลี่ซูหว่านเขย่าหนังสือพิมพ์ที่อยู่ถือในมือ “ยังมี C-Daily นี่อีก ลูกคิดว่าพวกเขาจะลงข่าวปลอมของตัวเองหรือไง”
“พี่ใหญ่ พี่ต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ เราจะให้พวกเขาหมั้นกันไม่ได้เด็ดขาด” หานซูฉีหันไปบอกพี่ชาย
“ซ่งเฉวียน ลูกต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะ จะปล่อยให้เย่จื่อหานกับหลิงผูเถาหมั้นกันไม่ได้ ไม่อย่างนั้นลูกกับลี่ลี่คงจะแยกพวกเขาจากกันได้ยากแล้ว” หลี่ซูหว่านบอกลูกชาย
“ต่อให้พวกเขาแต่งงานกัน ผมก็จะแย่งเถาเถามาเป็ของผมให้ได้” หานซ่งเฉวียนหันไปบอกกับคุณแม่ด้วยท่าทางจริงจัง “คุณแม่ไปหาวิธีที่จะให้พวกเราเข้าไปในงานหมั้นให้ได้ก่อนดีกว่าไหมครับ”
“นั่นสินะ งานหมั้นครั้งนี้พวกเขาต้องไม่ส่งบัตรเชิญมาให้เราแน่ แต่ลูกไม่ต้องห่วง แม่จะหาทางพาพวกเราเข้าไปในงานให้ได้”