หลังจากเดินออกมาจากร้านขนมแล้วนางก็เดินไปยังร้านขายพวกน้ำหอมและน้ำมันหอมละเหยต่างๆก่อนที่นางจะเลือก เอาหัวน้ำหอมกลิ่น วนิลา กุหลาบ มะลิ จำปี และเลือกน้ำมันหอมละเหย กลิ่น เปลือกส้ม มะกรูด ลาเวนเดอร์ และเลม่อน และซื้อน้ำมันมะพร้าวกับน้ำมันมะกอกมาด้วยอย่างละสองขวด ทั้งหมดหนิงฮวาจ่ายเงินไป เจ็ดสิบอีแปะ ก่อนจะเดินไปยังร้านขายผ้า
หนิงฮวาเดินเลือกซื้อผ้าได้ผ้าคอตตอนมาสององพับสีแดงเลือดหมูและสีดำเข้ม ราคาพับละแปดร้อยอีแปะพอถัดจากร้ายขายผ้าไปแล้วหนิงวาก็เดินไปยังร้านขายพวกโหลแก้ว เครื่องใช้ครัวเรือน นางจึงเลือกซื้อโหลแก้วขนาดกลางสิบใบ ราคา หนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะ ถ้วยและจานเซรามิกจำนวนอย่างละยี่สิบใบ เป็นเงินสี่ร้อยอีแปะ แก้วน้ำเซรามิกอีกสิบใบ ราคาหนึ่งร้อยอีแปะ และซื้อพวกถาดเซรามิก มีดทำครัว ไม้พาย ตะหลิว ทัพพี ช้อนรวมแล้วราคาสองร้อยอีแปะ รวมทั้งหมดเป็นเงิน แปดร้อยอีแปะ ก่อนที่จะให้ทางร้านขนไปส่งยังเกวียนม้าที่จอดไว้ที่ฝากเกวียนม้าของนาง
เมื่อหนิงฮวานำของไปเก็บไว้เรียบร้อยแล้วนางก็เดินไปยังร้านขายพวกเครื่องหอมทันทีก่อนจะซื้อเทียนไขขาวหนึ่งห่อ ราคาห้าอีแปะ และไปซื้อดอกไม้แห้งจำพวก กุหลาบ จำปี ดอกบัว กระดังงา อย่างละหน่อยราคา สิบห้าอีแปะ หลังจากที่ได้ของครบแล้วหนิงฮวาก็เดินต่อไปยังร้านซาลาเปาเพื่อซื้อมาทานรองท้องก่อนจะเดินไปซื้อขนมน้ำตาลปั้นให้กับหนิงจินตามสัญญา เสร็จแล้วก็นั่งพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่อยู่ประมามาณ 1 เคอ
และเมื่อนางหายเหนื่อยนางก็เดินไปซื้อของอีกสามอย่างนั้นคือนางเดินไปยังร้านขายดอกไม้สด ก่อนจะซื้อ ดอกกุหลาบ จำปี จำปา มะลิ กระดังงา ก่อนจะไปเดินดูต้นไม้ที่ชาวหัวแดงนำมาขายหนิงฮวาจึงเดินเข้าไปถามภายในร้านขายต้นไม้ว่า
“สวัสดีเจ้าค่ะ ที่นี้มีต้นกาแฟขายบ้างหรือไม่เจ้าค่ะ”
“อ้อ มีสิเจ้าจะเอากี่ต้นเล่า”
“ท่านมีทั้งหมดกี่ต้นรึเจ้าคะ”
“ข้ามีอยู่สิบห้าต้น เพราะเรื่องพึ่งเทียบฝั่งเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วพอดี”
“เช่นนั้นท่านขายต้นละเท่าไหร่หรือ”
“ต้นละสามสิบอีแปะ เจ้าจะรับกี่ต้น”
“ข้าเอาหมดเลยเจ้าค่ะ และข้าขอปุ๋ยด้วยอีกหนึ่งกระสอบ”
“ต้นกาแฟทั้งหมดสี่ร้อยห้าสิบอีแปะกับปุ๋ยหนึ่งกระสอบสิบอีแปะเป็นสี่ร้อยหกสิบอีแปะพอดี ”
“นี้เงินเจ้าค่ะ ข้ารบกวนฝากไว้ที่ร้านของท่านก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะกลับมาเอา”
“ได้ๆ เด็กๆยกต้นกาแฟพวกนี้ไปไว้ที่หน้าร้านมุมโน้นทีเดี๋ยวนางจะกลับมารับ”
“ขอรับเถ้าแก่”
พอเสร็จจากซื้อต้นไม้แล้วหนิงฮวาก็เดินไปยังร้านขายไหก่อนจะสอบถามราคา
“เถ้าแก่ ไหพวกนี้ท่านขายราคาเท่าไหร่กันรึเจ้าคะ”
“ อ้อ ไหขนาดเล็กใบละห้าอีแปะ ขนาดกลางใบละ แปดอิแปะ และขนาดใหญ่ใบละสิบสองอีแปะ เจ้าจะรับขนาดใดเล่า”
“งั้นข้าเอาขนาดเล็กสิบใบ ขนาดกลางสิบใบเจ้าค่ะ”
“รอซักครู่นะ”
เอ่ยจบเถ้าแก่ร้านก็เดินไปสั่งให้ลูกน้องช่วยกันห่อสินค้าแล้วนำมาให้กับนาง
“นี้ไหที่เจ้าสั่ง ทั้งหมดหนึ่งร้อยสามสิบอีแปะ
“นะเจ้าค่ะ รบกวนเถ้าแก่ให้พนักงานนำของไปส่งที่เกวียนของข้าได้หรือไม่”
“ได้สิ เด็กๆขนไหพวกนี้ตามไปส่งนางที่เกวียนที”
“ขอรับเถ้าแก่”
หลังจากนั้นหนิงฮวาก็เดินนำพนักงานที่ช่วยกันนำไหมาส่งไปยังเกวียนของตนเองทันที พอมาถึงนางก็เจอกับท่านปู่ที่กำลังยืนรอนางอยู่ตรงเกวียนม้าแล้วก่อนจะให้พนักงานนำไหทั้งหมดขึ้นไปใส่จากนั้นพอขนเสร็บนางก็ให้เงินพวกเขาคนละห้าอีแปะเป็นค่าจ้างหลังจากนั้นพวกเขาก็พากันกลับไปยังร้านของตน
“เจ้าซื้อสิ่งใดบ้างรึหลานข้า ทำไมมันถึงได้มากมายเช่นนี้เล่า”
“ ของใช้จำเป็น เครื่องครัวแล้วก็อุปกรณ์สำหรับงานประดิษฐิ์ของข้าเจ้าค่ะ”
“อ่า.......เจ้านี้ช่างเก่งกาจเรื่องใช้เงินยิ่งนัก ฮ่า ฮ่าๆ”
“ท่านปู่ล้อข้าเล่นอีกแล้วนะเจ้าคะ งั้นเราไปซื้อของสดกันเลยหรือไม่เจ้าคะท่านปู่”
“ไปสิ เสร็จแล้วจะได้รีบกลับ”
“เจ้าค่ะ”
แล้วหนิงฮวากับท่านปู่ของนางก็ซื้อพวกเนื้อหมู สองกิโล เนื้อวัว สองกิโล ไก่สองตัว เกลือ น้ำตาลกรวด รวมแล้วนางจ่ายเงินไปทั้งหมดห้าร้อยอีแปะก่อนที่ทั้งสองคนจะนำของทั้งหมดมาเก็บที่เกวียนแล้วพากันขับเกวียนต่อไปยังร้านขายต้นไม้
ในระหว่างที่คนงานช่วยกันยกต้นไม้ขึ้นเกวียนอยู่นั้นหนิงฮวาก็ขอแยกตัวออกไปยังร้านขายเครื่องดื่มของชาวหัวแดงเพื่อไปซื้อเหล้าขาวมาทั้งหมดสองลังราคาห้าตำลังเงินกันเลยทีเดียวก่อนจะให้คนงานยกมาขึ้นเกวียนของนาง เมื่อซื้อทุกอย่างครบหมดแล้วนางและท่านปู่ของนางจึงพากันเดินทางกลับหมู่บ้านจิ้นหลิงทันที
เมื่อกลับมาถึงบ้านหนิงฮวาก็ให้คนงานช่วยกันขนของไปไว้ภายในบ้านส่วนต้นกาแฟนางก็ให้นำไปไว้ที่สวนหลังบ้านรอปลูก แล้ววันนี้ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่นางไม่รู้ตัวเลยว่าตลอดทั้งวันที่หนิงฮวาไปภายในตัวเมืองนั้นก็ได้มีคนคอยติดตามนางอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน และเมื่อพวกเขาเห็นหนิงฮวาซื้อของวันนี้พวกเขาต่างก็ร้องอยู่ภายในใจเช่นเดียวกันว่า ‘ นางช่างใช้เงินเก่งยิ่งนัก’