STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)

    ภาคที่ 3 Yan Festival ตอนที่ 5 ฝ่ายฝัก

    ภาคที่3 Yan Festival ตอนที่5 ฝ่ายฝัก

    Lv.6 ชญานิศ ภูรี ( Thefor Unique )

    STR 350 AGI 341

    VIT 310 DEF 120

    INT 510 LUK 50

    HP 1140 MP 2956

    [Mana Ball] [Heal] [Mana Shield] [Mana Bomb][Wild Slash] [Wild Wall] [Power Up] [Speed Up] [Water Wall] [Water Slash] [WaterPressure] [Hydro Pump] [gale] [คลื่นลมบิดพลิ้ว] [Tears ofgoddess] [เสริมกำลังระดับ1] [เสริมกำลังระดับ2][เสริมกำลังระดับ3] [เสริมกำลังระดับ4][เสริมกำลังระดับ5] [เสริมกำลังระดับ6]

    " เฮ้อ... "เสียงถอนหายใจของพีชแม่สาวผมถักเปียสองข้างกับแว่นตาคู่ใจใครจะคิดว่าแว่นธรรมดาจะอยู่รอดมาถึงตอนนี้ได้แต่มันก็มีทั้งรอยแตกร้าวมากมายอย่างน้อยมันก็ยังมองเห็นได้อยู่ 

    ถ้าพูดถึงสกิลเราคงมีน้อยกว่าฟรานแน่ๆแต่ดูจากการต่อสู้ในดันเจี้ยนแล้วเธอคงจะยังควบคุมมานาได้ไม่คล่องทั้งที่เคยอยู่ทีมเดียวกับกิแท้ๆ พีชหวนนึกถึงช่วงเวลาแสนสั้นที่กำลังแอบดูซึฮากิฝึกซ้อมเวทมนตร์โดยไม่ใช่คำร่ายเธอจดจำและเรียนรู้ด้วยตนเองโดยไม่บอกใครทั้งนั้นจนกระทั่งมันสำเร็จ

    น่าอิจฉาชะมัดเลยฉันก็อยากจะอยู่ทีมเดียวกับเขาบ้างอ่า" อ๊าก ! "เธอเผลอร้องตะโกนออกมาโดยไม่ทันรู้ตัวทำให้โยที่อยู่ห้องข้าง ๆ รีบเปิดประตูพรวดเข้ามาทันที

    " มีเรื่องอะไรศัตรูบุกเหรอ! " สายตาล่อกแล่กมองซ้ายทีขวาทีเดินไปทั่วห้องของโยแต่เมื่อเขาได้มองเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของพีชที่มีเสื้อผ้าบาง ๆคอยคลุมเรือนร่างอันบอบบางเอาไว้

    " ฮ่าฮ่าฮ่าถ้าไม่มีอะไรงั้นฉันขอตัวละกัน" โยหัวเราะฝืด ๆ ขณะที่กำลังหันหลังเตรียมจะวิ่งออกไปให้ห่าง

    " จะไปไหน " เสียงใส ๆของหญิงสาวแต่กลับเต็มไปด้วยความน่ากลัวเธอดึงคอเสื้อของโยไว้แน่นแทบจะรัดคอของเขาให้ตายได้เลยก่อนจะถูกถีบเข้าที่กลางหลังเต็ม ๆ กระเด็นกระแทกประตูทางเข้า

    " โอ๊ย ๆ ขอโทษครับ "แรงกระแทกที่พีชถีบโยเกือบทำให้ประตูบานนั้นแทบจะพังเสียแล้ว

    " ช่างมันเถอะฉันแค่ตกใจนิดหน่อยเลยเผลอตัวไป"เธอนั่งลงที่ขอบเตียงขณะเดียวกับที่โยลุกขึ้นมาปัดฝุ่นที่ตัวเล็กน้อยยิ้มกว้างออกมาเหมือนไม่รู้สึกเจ็บอะไรเขาเดินเบี่ยง ๆไม่มองพีชโดยตรงเหมือนจะเกรงอกเกรงใจน่าดูจนเดินเข้าไปนั่งที่ขอบเตียงฝั่งตรงข้าม

    " เธอส่งเสียงร้องมีปัญหาอะไรหรือเปล่าหรือว่าผ้าขี่ม้าหมด" พีชมองค้อนใส่ทันทีเมื่อโยพูดคำนั้นออกมา

    " เรื่องของผู้หญิงฉันจัดการเองได้น่าเมื่อกี้ก็แค่เผลอนึกถึงเรื่องแย่ ๆ ในอดีตขึ้นมาแปลกไหมล่ะบางคนก็สามารถลืมเรื่องแย่ ๆได้แต่กับฉันเรื่องเลวร้ายทั้งหลายกลับจำมันได้ดีเสียยิ่งกว่าเรื่องดีอีก...ถ้าเลือกได้ฉันก็อยากจะลืมๆ มันไปซะ "เสียงสะอื้นที่เหมือนจะร้องทุกครั้งที่เปล่งคำออกมาเธอพยายามจะอั้นมันไว้ให้ดีที่สุดแต่เมื่อฝ่ามืออันอบอุ่นวางลงบนหัวของพีชมันก็ทำให้เธอถึงกับกลั้นไว้ไม่อยู่ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาช้า ๆ ไร้ซึ่งเสียงร้องโดยมีโยคอยลูบหัวของเธอทั้งช้าและเบามือทะนุถนอมเป็นอย่างดี

    แบบนี้เธอดูน่ารักอย่างกับแมวตัวน้อยเลยนะเนี่ยเหมือนกับเมื่อตอนนั้นตอนที่เราได้พบกันครั้งแรกแต่พอได้รู้จักกันมากขึ้นก็ทำให้ได้รู้นิสัยใจคอพีชมักจะเกลียดหรือไม่ก็บ่นสิ่งรอบข้างอาจจะเป็นคนหงุดหงิดง่ายไปหน่อยแต่ถึงอย่างงั้นเธอก็จะมีมุมสงบๆ แบบนี้เหมือนกัน 

    " ยังจะลูบอีกนานไหม ?" เผลอตัวไปไม่นานเวลาก็ปาเข้าไปเป็นสิบนาทีพีชลุกพรวดพราดขึ้นจากเตียงสลัดมือของโยออกไปเหมือนจะพึ่งรู้ตัว 

    "นายออกไปก่อนฉันจะอาบน้ำแต่งตัวไหน ๆ ก็ว่างแล้วเดี๋ยวเราจะเข้าไปในโรงเรียนสักหน่อย" 

    "งั้นก็ตามนั้นฉันจะรออยู่หน้าห้องละกันมีปัญหาอะไรก็เรียกได้เลยนะ"โยหันมาส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้ก่อนจะเดินดุ่ม ๆ ออกจากห้องไป

    "เฮ้อ..."ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงร้องไห้ออกมาแม้เราจะเป็นคนที่ตามตื๋อกิแต่ก็แค่อยากจะรู้ความลับของการสอบพวกนั้นไม่ได้รู้ชอบหรืออะไรสักหน่อยพยายามจะอยู่ห่าง ๆ ไม่ไปรบกวนมากนักแต่เมื่ออยู่ห่างกันเรื่อย ๆเขาก็ยิ่งรู้สึกเฉยเมยเหมือนกลับไปตอนแรกที่เราไม่ได้รู้จักกันแต่เมื่อใดที่นึกถึงเรื่องแปลก ๆทั้งคะแนนสอบและสมรรถภาพพวกนั้นของกิแล้วมันก็ทำให้รู้สึกอยากรู้อยากเห็นอีกครั้ง 

    "แต่อย่างน้อยที่นี่ก็มีฝักบัวล่ะนะ" ร่างอันเปลือยเปล่าที่ชุ่มไปด้วยน้ำสะอาดและฟองสบู่เธอรู้สึกผ่อนคลายยิ่งขึ้นเมื่อได้อาบน้ำกำจัดสิ่งสกปรกออก

    สายตาอันดุดันที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มนั่นมันทำให้ฉันสับสนครั้งแรกที่เห็นก็เล่นทำตัวไม่ถูกไปเลย เขามันเหมือนก้อนกล้ามเนื้อเดินได้ไม่ค่อยจะคิดหน้าคิดหลังมากนักแต่ทั้งรูปร่างหน้าตารวมไปถึงความสามารถก็จัดว่าแข็งแกร่งตั้งแต่การพบกันครั้งนั้นเขาก็พาฉันมาอยู่ที่บ้านหลังโตแห่งนี้มันดูหรูหราและเป็นส่วนตัวมากกว่าที่ที่พวกฟรานอยู่เสียอีกเจ้าชายโยที่ชอบทำลายข้าวของด้วยเหตุผลง่าย ๆ เลยก็คือเผลอทำลงไปการรวมทีมของเราสองคนทำให้สมดุลของทั้งสองอย่างเข้ากันได้ดี

     เธอแต่งตัวเรียบร้อยด้วยชุดลำลองเรียบง่ายใช้พัดลมตัวน้อยที่ไม่ใหญ่มากนักเป่าและเช็ดผมให้แห้งก่อนจะถักเปียทั้งสองข้างเช็ดแว่นตาอีกครั้งให้มันชัดขึ้นเมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วเธอจึงเปิดประตูห้องออกมา

    "โอ้ !นึกว่าหลับอยู่ในห้องน้ำไปแล้ว"พีชเดินผ่านตัวโยไปทันทีไม่มีการหยุดรอแต่โยก็เดินตามมาตีคู่ได้พวกเขาเดินเคียงคู่กันไปยันโรงเรียนหลวงไม่ได้ใช้รถม้าถึงแม้จะไม่ไกลมากนักแต่นั่นมันก็ทำให้พวกชาวบ้านชาวเมืองรวมทั้งนักเรียนคนอื่นๆ มองมาไม่หยุด 

    "ฉันเห็นมาหลายรอบแล้วเธอคนนั้นเป็นอะไรกับเจ้าชายกันแน่หรือจะว่านั่นจะเป็นคู่หมั้น" 

    "ไม่รู้สิแต่ปกติเวลาที่ราชวงศ์มีเรื่องอะไรสักอย่างก็มักจะประกาศให้พวกเราได้รับรู้อยู่แล้วหรือ...หรือว่าจะเป็นเมียเก็บที่แอบซุกไว้ไม่ให้ใครรู้"

    "จะบ้าเหรอเดินไปไหนมาไหนด้วยกันขนาดนั้นไม่เรียกซุกแล้วแบบนี้เขาเรียกคบกันเปิดเผยแต่จะว่าไปเจ้าชายโยก็ไม่ค่อยเป็นที่พูดถึงมากนักถ้าไม่มีรูปลักษณ์อันหล่อเหลาก็คงจะไม่มีใครสนใจหรอก"

    "นั่นสิเนอะเทียบกับเจ้าหญิงพี่สาวของเจ้าชายโยแล้วต่างกันมากเลยทั้งความรู้ความสามารถเหมือนองค์ราชินีเปี๊ยบเลยถ้าท่านอยู่คงแต่งตั้งให้องค์หญิงเป็นผู้สืบทอดไปแล้ว"

    "ใช่...ทั้ง ๆที่ท่านไวโอเล็ทมีทุกอย่างเพียบพร้อมแท้ ๆแต่เจ้าชายโยกลับได้เป็นผู้สืบทอดซะงั้นแถมองค์ราชินีก็ดันหายตัวไปไม่รู้เป็นตายยังไง"เพื่อนของเธอที่เดินมาด้วยกันแทบจะปิดปากเธอไว้ไม่ทัน

    "จะบ้าหรือไงพูดอะไรแบบนั้นองค์ราชินีไม่มีทางเป็นอะไรง่ายๆ หรอกท่านเคยทั้งสู้กับอาชญากรและพวกมอนสเตอร์มามากมายนับไม่ถ้วนแถมยังเคยต่อกรกับจอมมารในสงครามครั้งล่าสุดอีกนะตอนนั้นเธอเป็นถึงหนึ่งในผู้ที่มีเลเวลเก้าตอนนี้อาจจะกำลังไปฝึกฝนอยู่ก็ได้"

    "ก็มันเผลอไปแต่ไม่มีทหารหรือใครได้ยินสักหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอกฮ่าฮ่า"เสียงหัวเราะแห้ง ๆกับรอยยิ้มเจื่อนไม่ได้ช่วยอะไรจากอาจารย์คนหนึ่งที่ยืนพิงต้นไม้อยู่ข้างทางไม่ห่างนัก

    "พวกเธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร"เสียงตะโกนของชายหนุ่มดังมาถึงถนนคนเดินทำให้นักเรียนบุคลากรบริเวณนั้นหยุดชะงักดูที่มาของเสียง

    "พูดจาปากเสียเหมือนขยะเปียกรอย่อยสลายริอาจมาพูดชื่อขององค์ราชินีในทางที่ไม่ดีแบบนี้คงมีโทษเพียงสถานเดียวคือประหารเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างกับคนอื่น ๆ"น้ำตาหยดย้อยลงพื้นพร้อมกับเสียงสะอื้นของหญิงสาวที่ถูกตะคอกเสียงดัง พวกเธอขาสั่นยิกจนเข่าทรุดลงพื้นนั่งกอดกันด้วยความกลัว

    "ข-ขอโทษค่ะ !จะไม่มีเรื่องแบบนี้อีกต่อไปโปรดให้อภัยด้วยเถอะค่ะ" เสียงสั่น ๆของสาวน้อยอันบอบบางที่กำลังก้มหัวลงแนบกับพื้นถนนเปื้อนฝุ่นและดินเต็มหน้าเต็มตาแต่นั้นก็ยังไม่ทำให้อาจารย์คนนั้นพอใจแม้ก้มกราบไปหลายครั้งก็ไม่มีผลไม่กี่อึดใจก็มีพวกทหารยามเดินเข้ามาดูด้วยความสงสัยนั่นทำให้สาวน้อยสองคนสั่นกลัวยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

    "เกิดอะไรขึ้นครับ ?"ทหารยามทั้งสองวิ่งมาด้วยกันตรงเข้ามาจุดที่คนมุงดู

    "เด็กพวกนี้-"

    "ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละครับคุณทหารพวกเราแค่ซ้อมบทละครเท่านั้น"โยพุ่งออกมาขวางทางอีกทั้งยังพูดแทรกอาจารย์คนนั้นไว้ก่อนที่เขาจะพูดจบ

    "ซ้อมบทละคร ? ถ้าเป็นแบบนั้นจริงงั้นเราก็ขอตัวนะครับองค์ชาย"

    เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ทั้งที่ปล่อยผ่านก็ได้แท้ๆ พีชยืนดูพวกโยอยู่ห่าง ๆราวกับเธอพยายามหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ 

    "เหนื่อยหน่อยนะครับ"โยตะโกนและยิ้มให้พร้อมทั้งโบกมือลาพวกทหารยาม

    "องค์ชายทำไมท่านถึงทำอย่างงี้พวกเธอพูดจาไม่ดีกับเสด็จแม่ของท่านนะครับ" อาจารย์คนนั้นนั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งพูดจาฉะฉานมั่นใจในคำพูดของตัวเอง  

    "ไม่ถือหรอกต่อให้มีใครก็ตามต่อว่าเสด็จพ่อหรือเสด็จแม่ต่อหน้าแม้จะทำแบบนั้นฉันก็จะไม่โกรธอะไรทั้งสิ้น"

    "คนอื่นอาจจะสอนว่าคำพูดเหมือนกับดาบสองคนหากใช้โดยไม่รู้จักคิดมันก็มักจะพาความฉิบหายมาสู่ตัวเองแต่คำสอนในครอบของฉันนั้นต่างออกไปเสียงที่เปล่งออกมาจากปากประโยชน์ของมันก็แค่ช่วยใช้เวทมนตร์สำหรับมือใหม่ ถ้าจะก้าวข้ามผ่านมันจำเป็นต้องแข็งแกร่งมากกว่าการใช้ปากใช้เสียงนั่นแหละคือหนึ่งในคำสอนที่ตกทอดมาในตระกูลแอสต้า"ผู้คนบริเวณนั้นต่างก็ยืนนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งไม่มีเสียงใครปริปากออกมาแย้งเจ้าชายเลยสักคน

    พูดดูงง ๆ นะเนี่ยแต่ถ้าฟังดี ๆก็จะเข้าใจไม่ยากคำพูดก็เหมือนแค่ตัวช่วยเท่านั้นหากอยากก้าวข้ามล่ะก็เพียงแค่คำพูดมันไม่พอ พลังทางกาย ใจและเวทมนตร์เป็นปัจจัยสำคัญในความแข็งแกร่งไม่ใช่คำพูดหรือลมปากเท่านั้น

    "ไม่มีอะไรแล้วก็แยกย้ายกันไปเรียนไปทำงานของตัวเอง"พูดเสร็จเขาก็เดินปลีกตัวออกจากฝูงชนทันทีตรงไปหาพีช

    "ทำได้ไม่เลวเลยนี่"พีชเดินต่อไปทันทีเพียงประโยคสั้น ๆ ก็ทำให้โยอมยิ้มเขินไปเลย

    "วันนี้ว่าจะไปสำรวจเขตเวทมนตร์สักหน่อยที่นั่นอาจจะช่วยให้พวกเราแข็งแกร่งได้เร็วขึ้น" 

    พวกเขาใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะเดินทางถึงเขตเวทมนตร์ตัวอาคารมากมายทั้งใหญ่เล็กตั้งตระหง่านสง่างามการออกแบบที่แปลกแหวกไปจากตัวตึกทั่วๆ ไป ขณะที่พีชกำลังเดินอยู่ที่นั่นจู่ ๆก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งพรวดพราดออกมาจากอาคารหลังหนึ่งเขาหัวเราะดังยิ้มแย้มอย่างสนุกขณะที่มีชายวัยกลางคนอีกคนวิ่งตามหลังมาด้วย

    "เดี๋ยวเถอะวิน"อาจารย์คนนั้นหายใจหอบพะงาบวิ่งต่อไม่ไหวก้มลงจับเข่าสูดลมเข้าปอดอย่างต่อเนื่อง

    "ผมไปแล้วนะครับ !ฮ่าฮ่าฮ่า"วินวิ่งสุดเท้าหนีไปให้ห่างจากอาจารย์คนนั้นแต่ไม่นานแฟนสาวและเลขาก็ตามออกมา

    "ขอโทษนะคะ"แฟนสาวของวินเข้าประชิดอาจารย์ร่ายเวทบางอย่างให้กับเขาก่อนจะวิ่งตามวินต่อไป 

    "หายเหนื่อยแล้วเวทแบบนี้คงจะเป็นฝีมือมาเรียสินะ"เขายืนตัวตรงมองแผ่นหลังของเหล่านักเรียนที่น่ารักของตนเองวิ่งหนีไปรอยยิ้มที่กระดกขึ้นมุมปากเผยให้เห็นความรู้สึกปลื้มปีติยินดี

    "เมื่อกี้พวกเขาเป็นใครกัน ?"พีชยื่นหน้ายื่นตาเข้าหาโยก่อนเอ่ยปากถาม

    "ประธานเขตเวทมนตร์ วินแลนเดอลอง ฉายาจอมปั่นป่วนเขามีอายุเพียงยี่สิบสองปีเป็นคนที่สามารถพัฒนาตัวเองตั้งแต่เข้ามาเรียนปีแรกด้วยความสามารถต่ำเตี้ยเรี่ยดินไปจนจุดสูงสุดของเหล่านักเรียนในโรงเรียนหลวงแม้จะไม่มีพลังของเดอะแต่ก็แข็งแกร่งมาก ๆยังไม่เคยพ่ายแพ้ในการประลองกับคนรุ่นเดียวกันแต่ด้วยความที่ว่าเขาเป็นคนแปลก ๆเลยไปท้าประลองกับพลโทลักซ์แต่ก็แพ้ราบคาบมาแต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแย่แต่อย่างไรวันดีคืนดีก็ชอบไปท้าประลองกับพวกทหารอยู่บ่อยครั้ง"

    "นายก็รู้เยอะเหมือนกันนะเนี่ย"พีชพูดต่อทันทีที่โยหยุด

    "เขาข้างดังแล้วก็มีคนรู้จักเยอะอยู่แล้วไม่รู้สิแปลก"

    "ยี่สิบสองเหรอฉันพึ่งจะสิบเก้าเองแล้วนายล่ะอายุเท่าไหร่แล้ว"

    "ฉันเหรอก็คงจะสิบเจ็ดล่ะมั้งครอบครัวของฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องอายุสักเท่าไหร่ขนาดพ่อฉันอายุมากกว่าแม่ตั้งสิบห้าปีแต่ก็ไม่ได้มีปัญหากับมัน"

    พ่อแม่อายุห่างกันตั้งสิบห้าปีเหรอ

    "อืม..." พีชกำลังคิดอะไรสักอย่างก้มหน้าก้มตาเดินไม่ดูทางทำให้โยต้องคอยระวังให้แทน

    "เฮ้พีชเรามาถึงอาคารเรียนรวมแล้วเอาไงต่อล่ะ?" โยจับหัวพีชไว้ขณะที่เธอกำลังจะโขกกับเสาตรงหน้า

    "ท-โทษทีถ้าใช้สิทธิ์ความเป็นเจ้าชายของนายช่วยให้เราเข้าไปดูการเรียนการสอนจะได้ไหม ?" 

    "ทำไมจะไม่ได้ล่ะ"โยตอบกับแทบจะทันที

    ภายในตัวอาคารขนาดใหญ่ที่มีหลายชั้นการก่อสร้างที่แน่นหนามากกว่าปกติที่ต่อให้โยจะออกแรงเหวี่ยงค้อนของตัวเองใส่มันก็ไม่เป็นอะไรที่ที่ทำให้เหล่านักเรียนสามารถฝึกฝนได้โดยไม่ต้องกลัวลูกหลงหรือข้าวของอะไรทั้งนั้น

    "ว่าไงพี่ !" โยตะโกนโบกไม้โบกมือเมื่อเห็นอาจารย์สาวสวยผมสีแดงเดือดแต่ไกล

    "เจ้าโยทำไมถึงมาอยู่ที่นี่"ทันทีที่เห็นเธอก็เร่งฝีเท้าเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

    "ผมอยากจะมาดูการเรียนการสอนของเขตเวทมนตร์บ้างน่ะ"

    "แกเนี่ยนะจะมาเรียนให้ตายเถอะไม่อยากจะเชื่อฉันเคี่ยวเข็ญบังคับนายตั้งเท่าไหร่ก็ไม่เคยเรียนแท้ ๆ"เธอเหลือบสายตามองพีชที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความสงสัยยิ้มอย่างมีเลศนัยออกมาช้า ๆ 

    "อย่างงี้นี่เองงั้นตามพี่มาเลย"เธอเดินนำพวกโยเข้าไปในห้องที่กว้างใหญ่เหมือนกับสนามประลองที่นั่นมีเหล่านักเรียนเขตเวทมนตร์ยืนเรียงแถวรอกันอยู่หลายสิบคนชุดของพวกเขาแตกต่างไปจากชุดที่พีชใส่เล็กน้อยเหมือนกับเป็นสัญลักษณ์แสดงเขตที่ตนเองอยู่

    "วันนี้เราจะมีเพื่อนร่วมชั้นชั่วคราวมาเรียนด้วยเพราะฉะนั้นอย่ารังแกพวกเขาล่ะ" พีชและโยเดินไปเข้าแถวกับพวกนักเรียนแต่ละคนสายตาที่มองมามีแต่ความสงสัยอยากรู้อยากเห็น

    "อย่างที่ทุกคนรู้ว่าเวทมนตร์จะแสดงผลได้ก็ต่อเมื่อมีสื่อนำซึ่งปกติแล้วเราจะใช้หินเวทอาวุธที่เราใช้นั้นก็มีส่วนผสมเป็นหินเวทเช่นกันแต่ความเข้มข้นน้อยกว่าหินเวทปกติมาก"เธอเอื้อมมือไปหยิบหินก้อนหนึ่งจากหินทั้งหมดบนโต๊ะที่มีสีสวยงามหากมองลึกลงไปก็จะเห็นมันสะท้อนสีได้หลายสีรูปทรงเรขาบางก้อนก็กลมบางก้อนก็เหลี่ยม 

    "แต่ก็เพราะว่ามันมีความเข้มข้นมากทำให้บุคคลทั่วไปยากที่จะใช้หากยังไม่สามารถควบคุมมานาได้ดีพอแบบนี้" เธอปล่อยมานาไปที่หินเวทในมือมันส่องแสงประกายสว่างขึ้นและปล่อยพลังงานบางอย่างพุ่งออกไปห่างจากพวกนักเรียนหลายสิบเมตรระเบิดเสียงดังลั่นไปทั่วทั้งห้อง

    "ยิ่งเข้มข้นมากก็ยิ่งยากจะควบคุมบรรพบุรุษของเราจึงหลวมมันและผสมลงไปกับอาวุธต่าง ๆทำให้ประสิทธิภาพลดลงแต่ก็แลกมากับการควบคุมที่ง่ายขึ้นที่พวกเธอหินก้อนเท่าฝ่ามือมันสามารถหลอมผสมกับอาวุธระดับต้นได้มากเป็นสิบชิ้นแต่ในหลายๆครั้งมันก็มีพวกพ่อค้าเถื่อนทำให้มันเจือจางลงไปอีกเพื่อขายให้ได้มากขึ้นเพราะฉะนั้นพวกเธอต้องเป็นหูเป็นตาให้กันและกันด้วย"

    "อาจารย์ครับแล้วเราจะรู้ได้ยังไงครับว่าของที่ใช้อยู่ในระดับไหน"นักเรียนคนหนึ่งยกมือขึ้นตะโกนถาม

    "เป็นคำถามที่ดีในส่วนของคำตอบนั้นเราจะมาดูเครื่องตรวจจับเวทไปด้วยกันเลย"เธอเปิดผ้าที่คลุมบางสิ่งบางอย่างบนโต๊ะออกเผยให้เห็นอุปกรณ์หน้าตาแปลก ๆเหมือนที่ตรวจอุณหภูมิวางอยู่

    "มันจะทำงานก็ต่อเมื่อนำไปแนบติดกับอุปกรณ์เวทต่างๆ จากนั้นก็ปล่อยมานาเข้าไปกระตุ้นให้ทำงานเจ้าเครื่องนี้ก็จะแสดงสีออกมาตามที่ขีดไว้ยิ่งมันมีจำนวนขีดมาขึ้นเท่าไหร่ก็แสดงว่าอุปกรณ์เวทชิ้นนั้นสามารถแสดงประสิทธิภาพของมานาได้ดี"

    "ไม่ใช่เพียงแค่หินเวทเท่านั้นที่เป็นสื่อนำพลังเวทแต่ก็ยังอวัยวะบางส่วนของมอนสเตอร์อมนุษย์หลาย ๆ เผ่าก็สามารถใช้เวทมนตร์ได้-อ่อไม่สิต้องบอกว่าเราเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาเพียงเผ่าเดียวที่ใช้เวทมนตร์โดยตรงไม่ได้นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ในอดีตเผ่าพันธุ์อย่างเราตกเป็นทาสเผ่าอื่นๆหากเรียนในวิชาประวัติศาสตร์มาก็คงจะรู้แล้วเพราะฉะนั้นอาจารย์จะไม่สอนซ้ำอีกครั้ง"

    "แล้วถ้าเราจะใช้ชิ้นส่วนของเผ่าอื่นๆ จะต้องทำยังไงเหรอครับ ?"

    "เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าแต่พวกเราต่างก็รู้ดีว่ามนุษย์เคยโดนอะไรมาบ้างบัดนี้เราจึงต้องแสดงให้พวกเขาเห็นการล้างแค้นไล่ล่าและกำจัดพวกอมนุษย์ให้สิ้นซากอีกทั้งยังได้ชิ้นส่วนร่างกายที่เป็นสื่อนำเวทมนตร์มาใช้ได้อีกซึ่งแต่ละเผ่าก็จะมีจุดที่ไม่เหมือนกันอย่างเช่นเผ่าหมาป่าหรือพวกเผ่าหมาทั้งหลายส่วนที่ใช้เวทมนตร์ได้จะเป็น หู กรงเล็บฟันหรือแม้กระทั่งหนวดก็ด้วยแต่ด้วยความยากลำบากในการแปรรูปของเหล่านั้นเพื่อให้มันสามารถใช้ได้เวลานานโดยที่ยังคงสภาพไว้ได้เหมือนเดิมยากยิ่งนัก"เสียงพูดฉะฉานกวาดสายตาจ้องเหล่านักเรียนที่กำลังยืนเงียบสนิทเสียงดังก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องแห่งนั้นแม้จะกว้างเป็นร้อยเมตรก็ตาม

    "ใช่ ๆหนูเคยได้ยินคุณทวดของทวดของทวดของทวดของทวดเล่าต่อ ๆกันมาว่าเคยโดนใช้แรงงานในเหมืองของพวกเอลฟ์ไม่มีสิทธิ์ได้ไปไหนตื่นเช้าออกไปขุดเหมืองเย็นก็กลับไปนอนวนไปมาตลอดไม่พอใจอะไรก็มาลงที่พวกเขา"หนึ่งในนักเรียนพูดขึ้น

     

    "ของทางฉันเป็นเผ่าจิ้งจอกที่ใช้มนุษย์อย่างเราเป็นอาหารและของเล่นจนตายคาปากพวกมันไปเลย"พวกเขาเริ่มลุกฮือเสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นฮึกเหิมไปจนโกรธเลือดขึ้นหน้า

    ไม่รู้หรอกว่าเรื่องที่เรียนในประวัติศาสตร์จริงแท้แค่ไหนแต่ที่แน่ๆ พวกเขาทุกคนถูกปลูกฝังลึกเข้าไปยันเลือดเนื้อแล้ว

    "มันจะดีจริง ๆ ยังงั้นเหรอ? ถ้าหากเราปรองดองกันก็อาจจะลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นก็ได้ทุกปีมีทั้งอมนุษย์และมนุษย์ตายเพราะต่อสู้กันมากมายนัก"โยพูดเสียงเบาบ่นกับตัวเองพยายามไม่ให้คนอื่นนอกจากพีชได้ยินอาจจะเพราะเขาเชื่อว่าพีชคิดแบบเดียวกันก็ได้

    "อะแฮ่ม อีกอย่างที่ลืมบอกก็คือในเดือนนี้ทุกคนจะต้องใช้เวทประทับได้ไม่อย่างงั้นจะไม่ผ่านหลักสูตร"เสียงของเด็กนักเรียนได้เงียบลงเพื่อฟังจากอาจารย์สาวสวยตรงหน้า

    "เวทประทับมักจะใช้กับเวทที่ใช้ประจำเพื่อประหยัดเวลาวิธีการคือให้ร่ายเวทที่ต้องการออกมาก่อนแต่จะไม่ปล่อยมันออกมาจากนั้นเราจะดึงมันกลับมาลักษณะนี้จะเรียกว่าการสงบมานามันยังคงอยู่จุดที่ปล่อยออกมาแต่จะหดเล็กลงจนมองแทบไม่เห็น เทคนิคนี้ผู้เชี่ยวชาญมากความสามารถทั้งหลายต่างก็ใช้มันไม่ได้มีเพียงแค่ซ่อนเวทมนตร์เท่านั้นแต่ยังใช้เวทอื่นๆ ได้เลยโดยที่ยังเก็บเวทมนตร์นั้นไว้มาถึงขั้นสุดท้ายเราจะปล่อยเวทที่ใช้วิธีนี้ลงไปในอุปกรณ์เวทเมื่อมีการกระตุ้นด้วยมานาเวทที่ประทับไว้จะกลับมาทำงานเหมือนเดิมอีกครั้ง"

    นักเรียนบางคนลองทำตามที่ฟังแต่ก็ไม่สำเร็จจนเผลอหลุดการควบคุมเวทมนตร์พุ่งออกไปในทิศทางที่ไม่มีคนอยู่พอดีไฟปะทุสูงขึ้นพร้อมกับเสียงระเบิด

    "นี่เธอตรงนั้นน่ะระวังให้มากกว่านี้หน่อยเดี๋ยวไปโดนเพื่อนๆ จะทำยังไง"เสียงดุจากอาจารย์ถึงมันจะไม่ดูน่ากลัวเหมือนกับการตะคอกแต่แค่นั้นก็ทำให้ชายหนุ่มกลัวหัวหดไปเลย

    "ข-ขอโทษครับ" 

    ดูจากสิ่งที่อธิบายแล้วเวทประทับคงมีประโยชน์แถมยังประยุกต์ใช้ได้หลากหลายมากๆถึงจะจำสิ่งที่เขาบอกได้แต่การจะทำให้สำเร็จโดยไม่มีตัวอย่างให้เห็นช่างยากยิ่งนักในโลกที่ไม่มีมือถืออุปกรณ์จำลองภาพต่าง ๆ เป็นเพียงแค่การเรียนด้วยประสบการณ์

    ในห้องที่มืดสลัวมีเพียงไฟจากตะเกียงน้ำมันที่ติดอยู่ตามทางเดินชายหนุ่มหน้าโทรมซีดเหมือนใกล้จะหมดแรงเขาก้มหน้าก้มตามองดูกระดาษไปหนึ่ง

    ยังดีที่มีคนรู้จักอยู่เลยแอบเอากระดาษมาได้ นาธายิ้มเล็กยิ้มน้อยก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่างด้วยแสงไฟอันน้อยนิด

    ถึง พลโท ลักซ์ เอเลนเซอร์

    ถ้าได้เห็นจดหมายนี้ฉันคงจะไม่อยู่เสียแล้วมันคงยากที่จะบอกตรง ๆ แต่ไม่ว่าฉันจะอยู่ห่างไกลแค่ไหนฉันก็ยังรักเธอเสมอตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งทุกข์สุขและความอัปยศมากมายในชีวิตฉันถือว่าเป็นการลงโทษจากพระเจ้า 

    ในเมื่อฉันตายไปแล้วก็คงต้องบอกความจริงบางอย่างที่มีฉันคนเดียวที่รู้หากแต่เธอจะเชื่อหรือไม่ก็คงไม่ว่าฉันเคยเจอกับจอมมารแห่งดาบไลลี่ไม่สิต้องบอกว่าผู้กล้าแห่งดาบไลลี่ต่างหากฉันได้เห็นเขาและพรรคพวกอีกห้าคนสิ่งที่พวกเราเรียกว่าจอมมารแต่จริง ๆแล้วพวกเขาคือผู้กล้าทั้งหกคนต่างหากจอมที่แท้จริงมีเพียงตนเดียวการต่อสู้ที่ดุเดือดแม้จะอยู่แค่ป้อมปราการก็สัมผัสถึงมันได้ในสงครามครั้งก่อน จู่ๆท่านผู้นั้นก็ปรากฏตัวออกมาและไล่กองทัพจอมมารออกไปรวมถึงทำอะไรบางอย่างทำให้ผู้กล้าทั้งหกคนกลายเป็นจอมมารในสายตาของผู้คนจะสะกดจิตเปลี่ยนแปลงความทรงจำหรืออะไรก็ตามแต่พวกเขาล้วนเป็นคนที่คอยช่วยเหลืออาณาจักรเซียมาโดยตลอดฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นคนเดียวที่จำเรื่องพวกนี้ได้แต่เชื่อฉันเถอะทั้งท่านผู้นั้นและเชื้อพระวงศ์พวกเขาต้องมีความลับอะไรอยู่แน่ๆ 

    และอย่างสุดท้ายฝากดูแลทีม S ของฉันด้วยล่ะ

    จาก...

    คล้ายกับเรื่องSTARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK) ที่คุณอ่าน

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258