กลางลานหินยามค่ำ แสงจันทร์สาดลงมาบนร่างสองยอดฝีมือที่ยืนประจันหน้ากัน ต่างมีเพียงกระบี่อยู่ในมือ รังสีฆ่าฟันคุกรุ่นจนแม้แต่ลมยังเงียบสงัด
เสียงฝีเท้าเล็กน้อยขยับร่างทั้งคู่พุ่งเข้าใส่กันแทบจะพร้อมกัน กระบี่ทั้งสองเสียดสีกระแทกกันจนเกิดประกายไฟแวบวาบ โลหะกระทบกันดังสนั่นสะเทือนหินแผ่นใหญ่ใต้ฝ่าเท้า
ฝ่ายหนึ่งฟันกระบี่ต่ำเหมือนหมายจะเฉือนขา ทว่าเพียงชั่วพริบตากลับพลิกข้อมือ เปลี่ยนเป็นฟันขึ้นสูงตรงหน้าอก อีกฝ่ายที่คิดจะก้มป้องกันรีบยกกระบี่ต้านไว้ทัน เคร้ง! เสียงก้องสะท้อนก้องกลางลาน แรงปะทะทำให้ทั้งสองต้องถอยหลังไปคนละก้าว
อีกฝ่ายไม่รอช้า ก้าวพุ่งซ้ำ ร่างกายหมุนพริ้ว กระบี่กวาดเป็นวงกว้างดุจพายุคลั่ง ปลายคมแหวกอากาศเกิดเสียงหวีดหวิว แต่ผู้รับกลับอาศัยความสงบ ย่อตัวถอยครึ่งก้าว ปลายกระบี่สะบัดขึ้นเบี่ยงแรงออก ทำให้กระบี่ที่ฟาดมาแรงนักเฉียดเพียงชายเสื้อ
ทว่าทันทีที่เบี่ยงแรงได้ อีกฝ่ายกลับสวนคมเข้าตรงบ่า ฉึบ! เสื้อผ้าขาดเป็นทาง เลือดซึมออกเป็นเส้น แต่เจ้าของบาดแผลกลับกัดฟันฝืนรับไว้ ก่อนจะสวนกระบี่กลับอย่างไม่ลังเล ปลายคมพุ่งเฉียดสีข้างคู่ต่อสู้จนเกิดรอยเลือดเช่นกัน
เสียง เคร้ง เคร้ง เคร้ง ดังไม่หยุด กระบี่ทั้งสองปะทะกันถี่ยิบเหมือนฟ้าร้อง ลมแรงที่ก่อจากพลังวัตรกวาดหินกรวดปลิวกระจาย เส้นผมของทั้งคู่สะบัดปลิวราวกับอยู่ท่ามกลางพายุ
แต่ละกระบวนท่ามีทั้งหลอกล่อและเอาจริง ผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบ ทุกครั้งที่คมกระบี่เฉียดเนื้อ เลือดก็สาดกระเซ็นออกมา ทว่าไม่มีใครถอยหลังเกินหนึ่งก้าว สองดวงตาประสานกันแน่นิ่ง เต็มไปด้วยความดุดันและไม่ยอมแพ้
ในที่สุด กระบี่ทั้งสองแทงสวนกันตรงกลาง ปลายคมชี้ตรงอกของอีกฝ่าย ห่างเพียงฝ่ามือเดียว ลมหายใจทั้งคู่ขาดห้วง เหงื่อและเลือดไหลริน แต่ยังไม่มีใครลดกระบี่ลง