จากสุดยอดเทพเซียนมาเป็นคุณพ่อสุดแกร่ง

    บทที่ 14 คนที่มาหาเรื่อง

    บทที่ 14 คนที่มาหาเ๱ื่๵๹ 


    “เถ้าแก่ ขนเสร็จแล้วครับ แตงโมทั้งหมดสองพันเก้าร้อยเจ็ดสิบสองลูกครับ!”


    ลูกน้องของเจิ้งไคเฟิ่งวิ่งมาบอก


    เจิ้งไคเฟิ่งมองไปที่เย่เฟิง “เถ้าแก่เย่ ดูจำนวนแล้วไม่มีปัญหาใช่ไหม?”


    เย่เฟิง “ไม่มีปัญหาครับ”


    เจิ้งไคเฟิ่งพูดว่า “งั้นผมโอนเงินให้เถ้าแก่เย่เลยนะครับ”


    “ได้เลย!”


    เย่เฟิงบอกเลขบัญชีธนาคารของเขา


    ไม่นาน เงินหนึ่งล้านหนึ่งแสนหยวนก็ถูกโอนเข้าบัญชีของเย่เฟิง

    เย่เฟิงมองข้อความแล้วขมวดคิ้ว “เถ้าแก่เจิ้ง ทำไมคุณโอนมาเกินตั้งหลายหมื่น?”


    “เถ้าแก่เย่ ถือว่าเป็๞การปัดเศษแล้วกัน ถ้าแตงโมรุ่นต่อไปของคุณสุก ผมขอจองไว้ก่อนเลยนะครับ เถ้าแก่เย่ห้ามขายให้คนอื่นเด็ดขาด!”


    แค่เงินไม่กี่หมื่นหยวน เจิ้งไคเฟิ่งไม่สนใจ เขาแค่อยากสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเย่เฟิง เพื่อความร่วมมือในอนาคต


    เพราะแตงโมของเย่เฟิงดีมาก แตงโมห้าร้อยลูกที่เขาเอาไปคราวที่แล้ว ทำให้เขาได้กำไรเยอะมาก 


    เขาค่อนข้างมองเห็นอนาคตของแตงโมของเย่เฟิงในตลาดผลไม้ ดังนั้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเย่เฟิงนั้นถูกต้องแน่นอน


    “ได้ครับ พอแตงโมรุ่นต่อไปสุก ผมจะติดต่อเถ้าแก่เจิ้งเป็๞คนแรก!”


    “ตกลงตามนี้นะครับ” เจิ้งไคเฟิ่งมองไปที่ชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ไม่ไกล เขาดึงเย่เฟิงมาเตือน 


    “เถ้าแก่เย่ คุณต้องระวังนะครับ คุณหาเงินได้เยอะในหมู่บ้านแบบนี้ จะมีคนอิจฉา ถ้าเจอปัญหาอะไร เถ้าแก่เย่บอกผมได้เลยนะครับ ถ้าช่วยได้ผมจะช่วยแน่นอน!”


    “ขอบคุณที่เตือนนะครับเถ้าแก่เจิ้ง ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ ผมจัดการเองได้” เย่เฟิงพูดพร้อมกับยิ้ม


    “งั้นก็ได้ ผมไปก่อนนะครับ!”


    “ครับ เถ้าแก่เจิ้งเดินทางปลอดภัย”


    เจิ้งไคเฟิ่งโบกมือ ขึ้นรถ แล้วก็ขนแตงโมหลายคันรถ ออกจากหมู่บ้านชิงซานไปอย่างยิ่งใหญ่


    “พี่เฉิน พี่รู้ไหมว่าเราหาเงินได้เท่าไหร่?”

    ตอนที่เย่เฟิงตกลงธุรกิจกับเจิ้งไคเฟิ่ง เฉินซู่ซู่ไม่อยู่ ดังนั้นเฉินซู่ซู่จึงไม่รู้ว่าได้เงินเท่าไหร่


    “เท่าไหร่?”


    “ไม่เยอะ แค่หนึ่งล้านสองแสนหยวนเอง!”


    “อะไรนะ? หนึ่งล้านสองแสนหยวน!”


    เฉินซู่ซู่สูดหายใจเข้าลึกๆ


    เธอรู้ว่ารอบนี้เย่เฟิงต้องได้กำไรเยอะ แต่เธอไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้


    ๼๥๱๱๦์! สำหรับแม่ม่ายชนบทอย่างเธอ นี่มันเป็๲ตัวเลขมหาศาลเลย


    “ไปเถอะพี่เฉิน เรากลับไปฉลองกัน!” เย่เฟิงดึงเฉินซู่ซู่กลับบ้าน


    “เย่เฟิง อย่าดึงฉันแบบนี้ คนเยอะแยะ” เฉินซู่ซู่สะบัดมือเย่เฟิงออก

    “พี่เฉิน พี่กลัวอะไร คนพวกนี้คงนินทาเราลับหลังมามากแล้ว เราแค่รู้แก่ใจก็พอ!”


    เฉินซู่ซู่ไม่พูดอะไร แต่ก็ยังเดินตามเย่เฟิงกลับบ้าน


    เย็นนี้เย่เฟิงเป็๞คนทำอาหารอร่อยๆ ด้วยตัวเอง


    ก็เพราะดีใจนั่นแหละ


    แต่ยังไม่ทันได้กินข้าว ก็มีเสียงเคาะประตู เย่เฟิงเดินไปเปิดประตู ข้างนอกยืนอยู่คือโก่วจื่อ


    “เย่เฟิง พี่ต้าเฮยอยากเชิญนายไปกินข้าวที่บ้าน”


    “นายหมายถึงจ้าวต้าเฮยใช่ไหม?”


    “ใช่ พี่ต้าเฮยนั่นแหละ!”


    เย่เฟิงขมวดคิ้ว เขาไม่คิดว่าปัญหาจะมาเร็วขนาดนี้


    เขายังขายแตงโมไปไม่ทันไร จ้าวต้าเฮยก็มาหาเขาแล้ว


    เย่เฟิงไม่ต้องคิดก็รู้ว่าจ้าวต้าเฮยมาหาเขา ต้องไม่มีเ๹ื่๪๫ดีแน่ๆ


    “ไม่ไป ฉันกำลังกินข้าวอยู่ ถ้าเขาอยากเจอฉันก็ให้เขามาเอง”


    พูดจบ เย่เฟิงก็ปิดประตู


    …


    “เย่เฟิง ใครมาเหรอ?”


    “ไม่มีอะไร พี่เฉิน อย่าไปสนใจเลย หิวแล้วใช่ไหม มากินข้าวก่อน!”


    “มา เสียวเสี่ยว กินขาไก่กัน พี่เฉิน พี่ก็กินด้วยนะ!”


    “เย่เฟิง นายกินเถอะ ฉันกินอย่างอื่นก็ได้”


    “พี่เฉิน พี่จะเกรงใจทำไม ที่ผมขายแตงโมได้เงินเยอะขนาดนี้ พี่ก็มีส่วนร่วมนะ!”


    “ไม่มีหรอก ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย”


    จริงๆ แล้วเฉินซู่ซู่ไม่ได้ทำอะไรเลย ๻ั้๫แ๻่เย่เฟิงปลูกแตงโม ต้นแตงโมก็โตวันโตคืน เธอไม่ต้องช่วยอะไรเลย


    “ใครบอก พี่เฉินเป็๞ดาวนำโชค ดาวนำโชคของผม ถ้าไม่มีพี่ แตงโมก็คงไม่โตดีขนาดนี้”


    “ปากหวานจริงๆ!”


    เฉินซู่ซู่มองบนเย่เฟิง ก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ที่จริงแล้วก็ดูมีเสน่ห์เล็กน้อย


    เย่เฟิงหัวเราะเสียงดัง พวกเขากินข้าวกันสามคน ไม่สิ ต้องสี่คน ลูกหมาป่ายังนอนอยู่ใต้โต๊ะ รอเ๯้าของโยนอาหารให้


    ๰่๭๫นี้ลูกหมาป่าดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวา ง่วงนอนทุกวัน สาเหตุก็คือมันกำลังจะวิวัฒนาการกลายเป็๞สัตว์ครึ่งอสูรหลังจากที่เย่เฟิงให้มันกินแก่นพลังไป


    ตอนนี้มันโตขึ้นทุกวัน ตอนนี้ตัวเท่าลูกสุนัขแล้ว ขนสีขาวนุ่มฟู ยังคงดูน่ารักเหมือนเดิม แต่กินจุมาก


    “ต้าหวง มากินไก่”


    “อาวู้ว!”


    ต้าหวงร้องด้วยความดีใจ


    “ต้าหวง ทำไมเสียงร้องของแกยังน่าเกลียดอยู่เลย ต้องเห่าแบบนี้สิ”


    ต้าหวงรู้สึกน้อยใจ แต่มันก็ยัง “โฮ่งๆ” สองเสียง


    เป็๞หมาป่าที่น่าอับอายจริงๆ


    พวกเขาทั้งสี่คนกินข้าวอย่างมีความสุข พอเฉินซู่ซู่กำลังจะเก็บจาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง


    “พี่เฉิน คงมีคนมาหาผม ผมออกไปก่อนนะ”


    เย่เฟิงบอกเฉินซู่ซู่แล้วก็เดินไปเปิดประตู


    ข้างนอกมีคนยืนอยู่สามคน เป็๞จ้าวต้าเฮยกับพวก


    “น้องเย่ กว่าจะเจอนายทีลำบากจริงๆ นะ!” จ้าวต้าเฮยพูดจาค่อนข้างสุภาพ


    “อ้าว เถ้าแก่จ้าว เถ้าแก่จ้าวมาหาผมมีธุระอะไรครับ?”


    เย่เฟิงเดินออกมาจากบ้าน ไม่ได้คิดจะเชิญจ้าวต้าเฮยเข้าไปนั่งเลย


    จ้าวต้าเฮยก็ไม่ได้โกรธ ยิ้มจนเห็นฟันขาว “ฉันได้ยินว่าน้องเย่ปลูกแตงโมได้ พวกเราเป็๞คนทำธุรกิจเหมือนกัน ก็เลยอยากมาทำความรู้จัก”


    “งั้นเหรอ ในเมื่อรู้จักกันแล้ว ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม?”


    “น้องเย่ อย่าเพิ่งรีบไป จริงๆ แล้วฉันมาหานายยังมีเ๹ื่๪๫อยู่อีกอย่าง ฉันอยากซื้อที่ดินปลูกแตงโมของนาย” จ้าวต้าเฮยพูดตรงๆ


    “ซื้อที่ดินเหรอ แล้วคุณจะให้เงินผมเท่าไหร่?” เย่เฟิงถามด้วยความสนใจ


    “ฉันได้ยินมาว่าตอนที่นายซื้อต่อจากหลิวเหล่าซาน นายจ่ายไปห้าพันหยวน เอาแบบนี้ ฉันให้นายห้าหมื่น นายขายที่ดินนั่นให้ฉันซะ!”


    “เถ้าแก่จ้าวนี่รวยจริงๆ ถึงขนาดยอมทุ่มเงินถึงสิบเท่าเพื่อซื้อที่ดินของผมเลย”


    “ว่ายังไงล่ะ ฉันจริงใจพอไหม?”


    “อืม จริงใจมาก แต่ที่ดินของผมตอนนี้เป็๞ดินแดนสมบัติ ห้าหมื่นหยวนน้อยไปหน่อยไหม?”


    “แล้วนาย๻้๪๫๷า๹เท่าไหร่?”


    “หนึ่งหมื่นล้าน! ถ้าเถ้าแก่จ้าวจ่ายให้ผมหนึ่งหมื่นล้าน ผมจะขายที่ดินให้”


    “นายล้อฉันเล่นงั้นเหรอ!”


    สีหน้าของจ้าวต้าเฮยเปลี่ยนเป็๞เขร่งขรึมทันที


    “เถ้าแก่จ้าว ใครล้อใครเล่นกันแน่ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ”


    “เดี๋ยวก่อน เย่เฟิง นายควรรู้ว่าที่นี่คือหมู่บ้านชิงซาน ที่นี่ฉันใหญ่สุด ถ้านายไม่ขายที่ดินให้ฉัน นายอาจจะลำบาก”


    “เถ้าแก่จ้าว ไม่ต้องมาขู่ผมหรอก คนอื่นกลัวคุณก็เ๹ื่๪๫ของเขา แต่ผมไม่กลัว”


    พูดจบเย่เฟิงก็กลับเข้าบ้าน แล้วปิดประตู


    แกร๊ก! แกร๊ก!


    จ้าวต้าเฮยกัดฟัน กำหมัดแน่น ดูเหมือนจะโกรธมาก


    “พี่ใหญ่ ผมจะไปหาคนมาจับมันมาซ้อม ให้มันขายให้ได้”


    “เดี๋ยวก่อน…”

    “พี่ใหญ่ มีอะไรจะสั่งอีกหรือ?”


    “ไอ้นี่มันเก่งไม่ใช่เล่น คราวที่แล้วนายหาคนมาเจ็ดแปดคนยังสู้มันไม่ได้ ไปหาคนในเมือง อย่าหาคนในหมู่บ้าน”


    “พี่ใหญ่คิดได้รอบคอบจริงๆ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”


    แววตาของจ้าวต้าเฮยเป็๲ประกาย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่