หลังจากที่เปรี้ยวตะโกนฟ้องแม่ของเธออย่างนั้น แม่ของเธอเขาก็รีบออกมายังที่จอดรถทันที เนื่องจากว่าเปรี้ยวตะโกนฟ้องด้วยเสียงที่ดัง แม่ของธอจึงตกใจ เธอวิ่งออกมาพร้อมกับมีดทำครัวที่อยู่ในมือ
เมือเห็นว่าลูกชายเธอมาพร้อมกับรถที่ไม่คุ้นตา เธอตกใจมากดูเหมือนลูกชายจะทำอย่างที่ลูกสาวเธอพูดจริงๆ และด้วยความที่สติของเธอยังมาไม่ครบ 100% เนื่องจากการอาการตกใจซ้ำซ้อน
เธอจึงปามีดไปทางลูกชายพร้อมกับดุด่าไปด้วยทันนี้
" !! ใครสั่งใครสอนให้แกริอาจเป็นขโมยกันฮะ !!! ไอ้ปื๊ด !!! "
" !!! แม่ !!! มีด !!! "
" !! ไอ้ปื๊ด !!! "
เปรี้ยวพยายามร้องบอกกับแม่ด้วยความตกใจทันที ว่าสิ่งที่แม่ของเธอปาออกไปมันคือมีด แต่กว่าที่แม่จะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว มีดพุ่งตรงด้วยความเร็วกว่า 250 กม.ต่อ 1 ชม. ไปที่ลูกชายเธอ ปริมทำได้เพียงตะโกนเรียกชื่อของลูกชายของเธอด้วยความตกใจ เธอทำได้เพียงยืนมองหน้าลูกชายที่กำลังจะโดนมีดปักกลางกะบาล
!!! ควับ !!!
มันคือเสียงของปื๊ดที่ใช้มือจับมีดไว้ก่อนที่มันจะปักกลางหน้าผากของเขา ตัวมีดที่ปื๊ดรับไว้ห่างจากหน้าฝากไม่ถึง 2 มิลลิเมตรเท่านั้น มีเม็ดเหงื่อไหลลงจากปลายคิ้วของปื๊ดหยดลงมาให้เห็น โชคดีที่เขามีความรู้สึกและประสาทสัมผัสที่เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป
ถ้าปื๊ดช้ากว่านี้เพียงแค่วินาทีเดียวมีดนี้อาจจะปักกลางหน้าผากของเขาไปแล้วจริงๆ
" ปื๊ดเป็นอะไรไหมลูก ! แม่ไม่ได้ตั้งใจ ! ไม่เป็นไรใช่ไหมลูก ? "
" ผมไม่เป็นไรครับแม่ เห็นไหมผมยังสบายดี "
แม่ของปื๊ดรีบเข้ามาถามด้วยความตกใจ เธอสำรวจดูรอบตัวลูกชาย ว่ารอยแผลเกิดขึ้นจากมีดที่เธอปาออกไปหรือไม่ เมื่อเห็นว่าลูกชายของเธอปลอดภัยปริมก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ตัวเธอเองก็ยังตกใจไม่หาย เธอพึ่งเกือบจะฆ่าลูกชายของตัวเธอเองตอนนี้มือของเธอยังสั่นด้วยความกลัวอย่างไม่หยุดเนื่องจากความกลัว
ปื๊ดจับมือแม่ของตนเองทั้ง2 ข้างขึ้นมาแนบกับแก้มของตนเอง ไออุ่นจากแก้มของลูกชายส่งผ่านมาที่มือทั้ง 2ข้างของเธอ มันบอกให้เธอรู้ว่าลูกชายของเธอยังอยู่ตรงหน้าและไม่ได้เป็นอะไร เขายังปลอดภัยดี อาการมือสั่นของก็ค่องลดลงจนเป็นปกติในที่สุด
" แม่หนูขอโทษ หนูตื่นเต้นที่เห็นตาปื๊ดขับรถใหม่เข้าในบ้านมากเกินหน่อย "
" แกเกือบทำให้แม่ต้วเป็นฆาตกรฆ่าน้องชายของแกเองแล้วรู้ตัวไหม "
" หนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจ "
เปรี้ยวเข้ามาขอโทษแม่ของตัวเองด้วยท่าทางที่สำนึกผิด เธอรู้ว่าลูกสาวของตัวเองไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ยังอดต่อว่าลูกสาวไม่ได้ที่เกือบทำให้เธอต้องกลายเป็นคนที่ฆ่าลูกชายตัวเองไปแล้วจริงๆ
" แล้วปื๊ดลูกไปเอารถของใครเขามา "
" ผมว่าเราเข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่าไหมครับแม่ "
แม่ของพูดไม่ได้พูดอะไร เพียงพยักหน้าให้กับคำชวนของลูกชายเธอ ปื๊ดประคองแม่ของตัวเองค่อยๆเดินเข้าบ้าน เขากลัวว่าแม่จะหกล้มลงไปเนื่องจากแม่ของเขายังมีอาการสั่นเล็กน้อยยากความตกใจ เขาค่อยๆประคองแม่เพื่อที่จะเดินเข้าบ้านแต่เขาแวะหยุดที่พี่สาวของตนที่กำลังยืนก้มหน้าสำนึกผิดอยู่
" แบมือออกมา "
เปรี้ยวแบมือขึ้นมาตามที่น้องชายของเธอสั่ง เธอเองก็ไม่รู้ว่าน้องชายของเธอจะทำอะไรแต่เธอคิดว่าเขาคงจะตีมือของเธอเพื่อเป็นการลงโทษ
" 2ข้าง "
ดูเหมือนว่าข้างเดียวคงจะยังไม่สาแก่ใจน้องชายของเธอ เธอจึงยกมืออีกข้างขึ้นมาแบด้วย เธอหลับตาทำท่าน่าสงสารเพื่อรอการลงทัณฑ์จากของชายของเธอ
" ฝากเอาไปเก็บในห้องครัว แล้วช่วยเอาของรถมาจากลงให้ผมที "
ปื๊ดวางมีดทำครัว กับรีโมตที่ใช้เปิดประตูรถให้กับเธอเขาไม่ได้คิดที่จะลงโทษเธออะไรตั้งแต่ต้น เขารู้จักพี่สาวของตัวเองดี แม้เธอจะเพ้อไปนิดๆแต่เธอก็รักและห่วงใยปื๊ดไม่แพ้ใคร
" ปื๊ดพี่ขอโทษ "
" ผมรู้ว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่ได้โกรธพี่หรอก "
"แต่ถือว่าผมขอละกัน พี่อย่าทำให้แม่ตกใจบ่อยๆมันไม่ดี "
" ถ้าแม่ตกใจจนเป็นอะไรขึ้นมา พวกเราจะอยู่กันยังไง "
เปรี้ยวพยักหน้าให้กับคำพูดของน้องชายเธอ เธอสัญญากับตัวของเธอเองว่าจะควบคุมความเพ้อของตัวเองให้น้อยลง เธอจะพยายามไม่โวยวายให้แม่ต้องตกใจอีก
หลังจากที่ปื๊ดพาแม่ของเขามานั้งที่ชุดรับแขกของบ้าน ปื๊ดก็อธิบายให้แม่ของเขาฟังว่ารถที่จอดอยู่หน้าบ้านเขาซื้อมาเอง ไม่ได้ขโมยใครมา เขาเอกสารเกี่ยวกับตัวรถที่ให้เปรี้ยวไปเอามาจากรถ เพื่อยืนยันว่าเขาซื้อรถมาจริงๆ
" แม่เองก็ดีใจนะปื๊ดที่เราหาเงินเก่ง แต่ปื๊ดลึกๆเองแม่ก็กลัวนะลูก "
" เมื่อวานเรากลับมาพร้อมเงิน 15 ล้าน วันนี้เราขับรถราคา 3ล้านกว่า "
" ปื๊ดลูกไม่ได้ไปขายยามาใช่ไหม "
แม่ของปื๊ดเลือกที่จะถามเขาตรงๆ ถึงแม้เธอจะดีใจที่ลูกชายของเธอหาเงินเก่ง แต่เธอเองก็กลัวว่าลูกชายของเธอไปทำอะไรผิดกฎหมายจนทำให้ตัวเองต้องไปอยู่ในคุก
" โถ้ แม่ครับ ผมเคยบอก แม่แล้วไง ว่าผมไม่ได้ขายยา แล้วก็ไม่ได้ไปปล้นใครมา "
" งั้นลูกไปเอาเงินมาจากไหน "
" มันเป็นที่ผมได้มาจากการลงทุนครับแม่ "
ปื๊ดไม่ได้โกหกแม่เขาแต่อย่างใด เขาได้เงินมาจากการลงทุนจริงๆ แต่เขาไม่ได้ลงทุนกับหุ้นหรือลงทุนใดๆ เขาลงทุนกับฝ่ายแดง หรือไม่ ก็ฝ่ายน้ำเงินแทน
" งั้นลูกไปเอาทุนมาจากไหน การลงทุนมันต้องใช้เงินเยอะไม่เหรอลูก "
" มันอาจจะฟังแล้วไม่น่าเชื่อ แต่ผมได้เงินจากการไอเท็มในเกม "
พูดแล้วปื๊ดก็ใช่มือถือเปิดเว็ปไซส์ที่เขาลงประมูลมีดจากเกม FPS ที่มันยังมีประวัติ
การประมูลแสดงใว้ให้ดูอยู่ ให้กับแม่ของเขาดู
" ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงแม่ก็จะได้สบายใจ แต่ เราไม่ได้โกหกแม่ใช่ไหมปื๊ด "
" โถ้ แม่ครับ "
" เอาละๆ แม่เชื่อเราแล้วไม่ต้องมามองแม่ด้วยสายตาแบบนั้นเลย "
" ปื๊ดๆ พรุ่งนี้แกออกจากบ้านแต่เช้าๆเลยนะ ตอนเย็นอย่าลืมเอารถกลับมาอีกคันละ "
" พอเลยยายเปรี้ยว แกอยากได้ก็หาซื้อเองไม่ใช่ไปขอน้องมัน "
" ไม่เป็นไรครับแม่ ถ้าเป็นรถที่ราคาไม่เกินล้าน ผมก็พอที่จะซื้อให้ได้นะครับ "
" แกเองก็อย่าไปเห็นดีเห็นงามกับพี่แก รอให้ได้ทรานสคริปมาก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน "
" แม่อะน้องมันจะซื้อให้หนู แม่จะไปขัดน้องมันทำไม "
" พอเลยๆ ไปช่วยแม่ทำกับข้าวในครัว จะเสร็จเร็วๆ "
ปริมตัดบทลูกสาวของตัวเอง เธอรู้ว่าเปรี้ยวอยากได้รถมาตั้งแต่ตอนที่สามีของเธอถูกหวย 30 ล้าน แต่ดันมามีเรื่องซะก่อนที่จะได้ซื้อรถให้กับเปรี้ยว
" แล้วก็ปื๊ดพรุ่งนี้ช่วงเช้าอย่าพึ่งไปไหนนะลูก "
" ก็รถเราที่พึงออกมาใหม่ยังไม่ได้เจิมไม่ใช่รึไง "
" พรุ่งนี้ตอนเช้าแม่จะพาเราไปทำบุญ แล้วแวะไปให้หลวงปู่เจิมรถให้ เข้าใจใช่ไหม "
" อ่าครับแม่ "
ถึงแม้ว่าการเจิมรถจะไม่จำเป็นสำหรับปื๊ด แต่ถ้ามันเป็นความสุขของแม่เขาก็ไม่อยากขัด อีกอย่างพรุ่งนี้เองเขาก็ไม่ได้มีธุระอะไร นอกจากรอฟังผลจากแผนที่เขาวางจากพวกสาวๆ
หลังจากนั้นแม่กับพี่สาวของเขาก็เข้าไปช่วยกันทำอาหารในห้องครัว แม่และพี่สาวของเขาใช้เวลาเพียงไม่นานก็ทำอาหารเสร็จ ปื๊ดเข้าไปช่วยแม่ของเขายกอาหารมาตั้งบนโต๊ะกินข้าว และเริ่มทานอาหารด้วยกัน
วันนี้แม่ของเขาตั้งใจที่จะทำของโปรดของเขาและพี่สาวหลายชนิด ระหว่างที่กินอาหารแม่ของปื๊ดเล่าให้กับเขาฟังเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีพ่อของเขา และแม่ยังพูดถึงเรื่องหลักฐานสำคัญที่อาของเขายังต้องการ
ทันทีที่ได้ยินเรื่องหลักฐานปื๊ดก็คิดถึงหมวยขึ้นมาทันที เขาคิดจะให้หมวยลองใช้ความสามารถเธอช่วยหาหลักฐานชิ้นนี้ดู ไว้เขาจะลองคุยกับเธอในวันพรุ่งนี้
หลังจากกินข้าวเสร็จ ปื๊ดก็เก็บถ้วยจานไปล้างจากนั้นเขาใช้เวลาที่เหลือกับครอบครัวพวกเขานั้งดูทีวีด้วยกันจนละครตอนกลางคืนจบ แม่ของเขาก็ขึ้นไปนอน ส่วนพี่สาวของเขาก็ขึ้นห้องไปเล่นโซเชียลภายในห้องคนเดียว
ตอนนี้เป็นเวลาสะดวกแล้วไม่มีใครนอกจากปื๊ดที่อยู่ข้างล่างอีกต่อไป เขามองดูรอบๆภายในบ้านดูเหมือนมันไม่เหมาะกับสิ่งเขาจะทำ
ปื๊ดเลยออกมาที่สวนหน้าบ้านเพื่อสำรวจดูฮวงจุ้ยอีกครั้งว่ามันเหมาะกับค่ายกลอะไรบาง แม้ฮวงจุ้ยของบ้านเขาจะไม่ได้ดีอะไรมาก แต่มันก็สามารถตั้งค่ายกลได้เกือบทุกชนิด
แต่ปื๊ดกลับเลือกค่ายกลแค่ระดับต่ำค่อนไปทางกลางเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมเขาจึงเลือกใช้ ค่ายกลหลงทิศ
ค่ายกลนี้ไม่สามารถทำอันตรายต่อคนที่เข้าในพื้นที่เมือเปิดใช้งาน มันแค่ทำให้คนที่เดินเข้ามาภายในบ้านแห่งนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติ เดินหลงทางไปไกลราว 2 กิโลเมตรจากตัวบ้านของเขาโดยไม่กำหนดทิศทาง
คนที่ติดอยู่ในค่ายกลนี้จะรู้สึกว่าพวกเขาเดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงประตูบ้านสักที่ และเมื่อไหร่ก็ตามถ้าพวกเขาจะหันหลังกลับ พวกเขาก็จะรู้ตัวว่าพวกเขาไม่ได้เดินอยู่ภายในบ้านแต่อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ซึ่งห่างจากตัวบ้านเขาไปราว2 กิโลเมตร
ปื๊ดไม่รอช้าเขาเรียกเอามีดผ่าตัดออกมาในทันที ตั้งแต่ที่เขาผลัดเปลี่ยนผิวหนังเสร็จคัตเตอร์ก็ไม่สามารถเปิดปากแผลเพื่อเอาเลือดของเขาออกมาได้อีกต่อไป เขาจึงต้องใช้อย่างอื่นที่มีความคมมากกว่าคัตเตอร์ ถ้ามันยังไม่ได้ผล เขาคงต้องหันไปเปิดปากแผลที่ส่วนบอบบาง เช่นที่ ลิ้นหรือกระพุ้งแก้ม เพื่อที่จะเอาเลือดออกมา แต่นั้นคงจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายจริงๆ
ปื๊ดใช้มีดผ่าตัดกรีดลงไปยังที่บริเวณปลายนิ้วของตัวเอง แม้จะสร้างรอยแผลให้กับปลายนิ้วของเขาแต่มันก็ยังไม่ลึกพอที่ทำให้เลือดไหล
ปื๊ดจึงเพิ่มน้ำหนักของมือในการลงมีดผ่าตัดเข้ากับปลายนิ้วของเขา แต่เลือดก็ยังไม่ไหลออกมาเท่าที่เขาต้องการอีกเช่นเคย เขาต้องลงมือทำซ้ำอีก 3 ครั้งถึงจะทำให้นิ้วมือเป็นแผลและเลือดไหลออกมาในปริมาณเขาพอใจ
หลังจากนั้นปื๊ดรีบใช้นิ้วมือข้างที่มีเลือดไหลป้ายไปยังจุดต่างๆภายในสวนของเขาปื๊ดไม่ได้ป้ายไปมั่วๆ แต่เขากำลังวางค่ายกล หลงทิศ โดยใช้เลือดที่เต็มเปลี่ยมไปด้วยพลังสรรค์เป็นตัวชักนำของค่ายกล
ปื๊ดเลือกของอย่างเช่น กระถางต้นไม้ที่ไม่ค่อยมีใครไปยุ่งกับมันยกเว้นไปรดน้ำมันปื๊ดป้ายลงไปยังส่วนก้นของมันเพื่อที่มันจะได้ไม่โดนน้ำแม้ว่าฝนจะตกหรือโดนรดน้ำต้นไม้ด้วยสายยาง เลือดของเขาก็จะไม่ลบเลือนหายไป
หลังจากที่ปื๊ดป้ายเลือดตามจุดชักนำตามที่ต่างๆจนครบตามหลักตำราแล้ว แต่ค่ายกลนั้นยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เขายังขาดจุดที่จะเป็นแกนกลางของค่ายกลและเป็นแกนหลักที่ใช้ควบคุมค่ายกลแห่งนี้
ข้อเสียของค่ายกลหลงทิศก็คือ มันไม่สามารถแยกแยะมิตรหรือศัตรู มันจึงจำเป็นจะต้องมีคนปิดหรือเปิดมันเพื่อไม่ให้คนในบ้านหลงไปติดเสียเอง
ซึ้งปื๊ดก็คิดวิธีแก้ปัญหานี้ไว้แล้วปื๊ดเดินตรงไปบ้าน เขาหามุมที่ลับสายตาของตัวบ้านแล้วใช่นิ้วข้างทีเป็นแผลลงมือเขียนอักขระลงบนบริเวณนั้นทันที
ทันทีเขาเริ่มเขียนอักขระเขาก็เริ่มได้ยินเสียงของหญิงสาวบ่นมาแต่ไกลๆ
" โอ้ยยย โตจนป่านี้แล้วยังมาเขียนบ้านเล่นอีก "
" ชั้นต้องคอยบอกนายอีกกี่ครั้งกี่หนว่าอย่าเขียนบ้านเล่น "
" จริงๆนายเลิกเขียนไปแล้วครั้งหนึ่งทำไมอยู่ๆถึงกับมาเขียนอีก "
" เมื่อก่อนยังพอให้อภัย เพราะถือว่านายยังเด็ก แต่ครั้งนี้ชั้นจะไม่ยอมจริงๆด้วย "
" ดีในเมื่อเข้าฝันบอกกันดีๆ ไม่ยอมฟัง ครั้งนี้ชั้นจะไปอำนาย "
ปื๊ดยังคงเขียนอักระต่อไป โดยไม่สนใจเสียงบ่นของหญิงสาวคนนั้น
" คอยดูชั้นจะอำ นายสัก 3 ชั่วโมงเอาให้หัวโกร๋นกันไปเลย "
" เห้อออ ..ทำไมตัวชั้นต้องมาเจอเรื่องอะไรอย่างนี้ด้วยฮะ !!! "
" เวลาไหว้ก็ไหว้กันแต่พระภูมิ ปีหนึ่งถึงจะทำบุญบ้านกันสักครั้ง "
" หลังๆมานี้ยิ่งหนัก บางปีพวกนายก็ไม่ยอมทำ อ้างโน้นนี้นั่น ไม่ยอมทำบุญบ้านสักที "
" นายไม่ลองเอาตัวอย่างบ้านข้างๆเขาบ้าง ไม่ว่าจะเทศกาลอะไร เขาก็ทำบุญบ้านกัน "
" ชั้นนี้มันโชคร้ายจริงๆ ตอนที่โครงการเปิดใหม่ ชั้นไม่น่าเลือกหลังนี้เลย "
" ก็บ้านข้างๆ เขาถูกหวยบ่อยๆ ไม่เหมือนบ้านผม ไม่เคยถูกกันสักที "
" นายจะไปรู้อะไร ชั้นพึ่งเข้าฝันพ่อของนายให้หวยจนถูก ตั้ง30ล้าน "
" แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ยอมทำบุญบ้านกันอยู่ดี "
" นายรู้ไหมกว่าจะได้โควต้า เลขรางวัลที่ 1 มา "
" ชั้นต้องเสียโคต้าเลขท้าย 3ตัวไปเท่าไร ตั้งกี่งวดกว่าที่ชั้นจะได้เลขรางวัลที่1มา "
" พูดไปนายก็ไม่เข้าใจหรอก มันน่าน้อยใจจริง ๆ "
" ก็พ่อเขาถูกจับเงินเขาก็ถูกอายัด แม่จะเอาเงินที่ไหนมาทำบุญบ้านละครับพี่ "
" ก็จริง บ้านนี้บุญมีแต่กรรมบังแท้ๆ แต่เดี๋ยวก่อน!!! "
หญิงสาวที่กำลังบ่นอยู่เกิดหยุดชะงักขึ้นมา เธอมองไปที่ชายหนุ่มลูกชายของเจ้าของบ้านที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ เธอยืนมือออกไป โบกไม้โบกมือข้างหน้าของเขา ดูเหมือนว่าเขาจะมองไม่เห็นเธอ เธอจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
" บ่นเสร็จแล้วหรือครับหิวน้ำไหม เดี้ยวจะพรุ่งนี้ผมจะกรวดน้ำมาให้ "
" ก็ดีเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้ ขอเป็น Cola เย็นๆไม่ต้องใส่น้ำแข็งนะ "
แล้วเธอก็หยุดชะงักอีกครั้งขนแขนเธอลุกขึ้นชูชัน เธอค่อยๆหันหน้าไปมองที่ลูกชายเจ้าของบ้าน ที่ตอนนี้กำลังโบกมือและยิ้มทักทายให้กับเธอ มันทำให้เธอได้รู้ว่าที่ผ่านเขาโต้ตอบกับเธอจริงๆ
หลังจากนั้นปื๊ดพยายามที่จะเข้าไปพูดคุยกับเธอ แต่ในขณะที่เขากำลังจะเข้าหาเธออยู่ๆเธอก็กรีดร้องเสียงดังจนทำให้เขาแสบแก้วหู
" กรี้ดดดดดดดดดดดดดด !!!! "
เธอกรีดร้องด้วยความตกใจและเป็นลมหมดสติไป
__________________________________________________________________________________
เครียดติดต่อกันมาหลายตอน หวังว่าตอนนี้จะช่วยผ่อนคลายให้เนื้อเรื่องลดความเครียดลงได้บ้างนะครับ เขียนเสร็จแล้วรีบลงให้เลย กลัวว่าเพื่อนจะรอนานกัน
ปล. ขอให้มีความสุขกับนิยายกันครับผม