“กรี๊ง กรี๊ง”
เสียงปลุกจากนาฬิกาบนหัวเตียงดังขึ้นเป็สัญญาณบอกว่าตอนนี้เป็เวลาเช้าแล้ว เบลกับคาร่าตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ทั้งสองลุกขึ้นเก็บที่หลับที่นอนเสร็จก็ไปทำธุระส่วนตัว เบลนั่งนึกถึงความฝันเมื่อคืน เธอคิดว่ามันไร้สาระจึงไม่ได้ให้ความสนใจ วันนี้ถือว่าเป็วันที่พิเศษเนื่องจากมื้อกลางวันจะมีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาเยี่ยมชมและเลี้ยงอาหารมื้อพิเศษ เด็กๆทุกคนจึงตื่นเต้นและเฝ้ารอเวลา
“วันนี้จะได้กินอะไรกันนะเรา”
เด็กสาวสามคนกำลังนั่งอ่านหนังสือพลันหยุดอ่านและหันมาคุยกัน ประกอบไปด้วยเบล คาร่าและไอรีน ทั้งสามกำลังเฝ้อรอเวลามื้อกลางวันกันอย่างใจจดใจจ่อ ไม่บ่อยนักที่เด็กๆจะได้รับประทานอาหารที่ดี นานๆจะมีผู้ใจบุญเข้ามาเลี้ยงสักที จึงไม่แปลกที่ทุกคนจะตื่นเต้นดีใจ มันอาจจะเป็มื้อธรรมดาๆเมื่อเทียบกับคนทั่วไปแต่สำหรับพวกเด็กๆแล้วนับได้ว่าเป็มื้อที่พิเศษอย่างแน่นอน
“พี่ไอรีนคิดว่าจะมีอะไรบ้าง”
“อืม ไม่รู้สิ ทายไม่ถูกเลย”
“เบลกับพี่ไอรีนอยากกินอะไรคะ”
“พี่อยากกินไก่ทอดกับน้ำอัดลม พูดแล้วก็น้ำลายไหลเลย”
“เบลล่ะๆ”
“อะไรก็ได้”
“โห่ เบลไม่ตื่นเต้นเลยเหรอ นานๆเราจะได้กินของดีดีสักที”
เป็คาร่าที่ดูจะตื่นเต้นกว่าคนอื่น เด็กคนอื่นๆต่างก็ตื่นเต้นจับกลุ่มพูดคุยนั่งรอกันตามมุมต่างๆ จนเวลาผ่านไปถึงเวลาที่ผู้ใหญ่ใจบุญมาถึง รถตู้สีดำคันใหญ่แล่นมาหยุดลงที่ด้านหน้าประตูบ้านตามด้วยรถกระบะที่บรรทุกข้าวปลาอาหารมาเต็มด้านหลัง ยังมีรถอีกคันจอดอยู่หลังรถกระบะคันแรกด้านหลังเต็มไปด้วยขนมนมเนยต่างๆมากมาย เด็กๆทุกคนเห็นต่างก็รีบวิ่งมารอต้อนรับ ชายสูงวัยร่างท้วมกับหญิงสูงวัยลงมาจากรถตู้ตามด้วยคนอื่นๆเดินตามเข้ามา แม่จึงรีบเดินออกไปต้อนรับ
“สวัสดีค่ะคุณอีวาน สวัสดีค่ะคุณหญิงลินดา เดินทางมาเหนื่อยๆเชิญด้านในก่อนค่ะ”
“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ”
เด็กๆรีบกล่าวทักทายกับแขกที่มาเยือน แม่เดินนำแขกเข้าไปด้านในบ้าน ด้านหลังของชายชรามีชายหนุ่มหน้าตาดีเดินตามไปติดๆ มองดูแล้วคงจะเป็ลูกชายของอีวานและลินดา เขามีรูปร่างสูง หน้าตาหล่อเหลา คิ้วเข้มดำเด่นชัดเป็เอกลักษณ์ พราวไปด้วยเสน่ห์เหลือล้น เด็กสาววัยแรกรุ่นเห็นต่างก็แสดงท่าทีเขินอายออกมาทุกคน ไม่นานนักสิ่งของที่อยู่หลังรถก็ถูกนำมาวางไว้ด้านใน อีวานและลินดาจะมาที่บ้านเด็กกำพร้าทุกๆเดือนเพื่อนำสิ่งของมาบริจาคและเลี้ยงข้าวมื้อพิเศษให้กับเด็กๆ ปกติแล้วเขาจะมากับภรรยาและผู้ติดตาม ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่พาลูกชายมาด้วย
“สวัสดีทุกคนอีกครั้งนะ เป็ยังไงกันบ้าง สบายดีไหม”
“พวกเราสบายดีค่ะ”
“ดี ดี วันนี้นอกจากลุงจะเอาของมาให้แล้ว ลุงพาลูกชายมาแนะนำกับทุกคนด้วย หลังจากนี้เขาน่าจะมาที่นี่กับลุงบ่อยขึ้น”
“สวัสดีครับ ผมชื่อ ลีโอ ยินดีที่ได้รู้จักกับทุกคนนะครับ”
“สวัสดีค่ะพี่ลีโอ/สวัสดีครับพี่ลีโอ”
เด็กสาวหลายคนต่างตาเป็ประกายแก้มอมชมพูจ้องมองไปยังชายหนุ่ม ไม่ใช่เื่แปลกอะไรที่ลีโอจะเป็จุดสนใจของเพศหญิง เป็เพราะลีโอนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่ดีมีเสน่ห์ ไม่นานนักสถานที่ก็ถูกจัดเตรียมพร้อม อีวานและลินดาจึงสั่งให้ผู้ติดตามจัดแจงแจกอาหารให้กับเด็กๆทันที
“พี่ไอรีน มีไก่ทอดด้วย”
“จริงด้วย เย้ มื้อนี้อร่อยแน่”
“พี่ไอรีนๆ น้ำอัดลมก็มีนะ”
“โอ้โห้ เหมือนคุณลุงอีวานจะรู้ใจพวกเราเลย”
“เด็กๆเข้าแถวเรียงหนึ่งให้เป็ระเบียบเดินตามกันมาได้เลยครับ”
ในถาดอาหารเต็มไปด้วยเมนูหลายอย่างไม่ว่าจะเป็ ไก่ทอด สปาเก็ตตี้ แฮม ไข่ดาว ยังมีพิซซ่าถาดใหญ่อีกหลายถาด เมื่อได้รับอาหารกันแล้วเด็กๆก็เริ่มทานกันอย่างเอร็ดอร่อย มีหลายคนที่กินหมดก่อนก็รีบลุกไปเติมอาหารเพิ่ม ครอบครัวอีวานนั่งมองดูเด็กๆทานอาหารกันอย่างมีความสุข มื้อพิเศษดำเนินผ่านไปอย่างรวดเร็ว เห็นว่าทุกคนอิ่มกันแล้วอีวานก็บอกกับแม่ว่ามีเื่จะคุยกับเด็กๆ ทุกคนจึงมานั่งรวมตัวกันด้านหน้าของอีวาน
“อร่อยกันไหมทุกคน”
“อร่อยครับ/อร่อยมากค่ะ”
“ดีแล้วๆที่ทุกคนชอบ ลุงมีเื่จะคุยด้วยนิดหน่อยรบกวนเวลาพวกเราไม่นาน”
“ครับ/ค่ะ”
“พอดีว่าลุงเปิดร้านอาหารร้านใหม่ กำลัง้าหาคนไปอยู่ร้านทำงาน มีใครอยากไปทำงานกับลุงบ้างไหม”
“ผมครับ”
“หนูค่ะ”
ไมค์กับไอรีนรีบยกมือทันที ปีนี้เป็ปีที่ทั้งสองมีอายุครับ 18ปีพอดี อีกไม่กี่เดือนทั้งสองก็ต้องออกไปหางานทำข้างนอก เด็กกำพร้าอย่างที่ไม่ได้เรียนอย่างพวกเขาเดิมทีก็หางานยากอยู่แล้ว เมื่อมีงานมาเสนอถึงที่มีหรือที่จะพลาดโอกาส ทั้งสองจึงหวังว่าอีวานจะรับตนไปทำงานด้วย
“ไมค์กับไอรีนสองคนสินะ เอ๊ เห็นแม่บอกว่าปีนี้มีสามคนที่อายุครบ 18 อีกคนไม่อยากไปทำงานกับลุงเหรอ”
“เจ ไม่อยากไปทำงานกับลุงอีวานเหรอ”
“ไม่ครับ ผมอยากลองไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองนะครับ มีสิ่งที่ผมอยากทำอยู่”
“งั้นเหรอ มีความมุ่งมั่นเป็สิ่งที่ดี ถ้าไม่ไหวก็มาหาลุงได้ตลอดนะ ร้านลุงต้อนรับเด็กๆทุกคนเสมอ ปีหน้าถ้าใครอยากไปก็แจ้งกับแม่ไว้ได้เลย”
“ขอบคุณครับคุณลุง”
หลังจากนั้นไม่นานครอบครัวของอีวานก็กลับไป ร้านจะเปิดในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า เขาบอกให้ไมค์กับไอรีนเตรียมตัวรอเดี๋ยวจะมีคนมารับ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเบลมักจะฝันถึงหญิงสาวปริศนาซ้ำๆเสมอ จากตอนแรกที่เธอไม่เชื่อเื่ราวไร้สาระที่หญิงสาวปริศนาบอก จนตอนนี้เบลเริ่มจะเชื่อบ้างแล้ว
วันเวลาเวียนผ่านไปจนถึงกำหนดที่ไมค์กับไอรีนจะไปทำงาน คนของลุงอีวานก็มารับตามนัดหมาย ร่ำลากันสักพักทั้งสองก็ขึ้นรถไป หลังจากนั้นตลอด1เดือนเบลก็ยังฝันถึงเื่ราวเดิมๆเสมอ จนเข้าสู่เดือนที่สองความฝันนั้นก็ไม่ปรากฏขึ้นอีก ไมค์และไอรีนปรับตัวเข้ากับการทำงานได้เป็อย่างดี ทั้งสองมีความสุขกับงานที่ทำ ลุงอีวานก็ให้ค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม ทุกๆเดือนเมื่อได้เงินค่าจ้างแล้วทั้งสองจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งส่งกลับมายังบ้านเด็กกำพร้าเสมอ หากมีเวลาว่างทั้งสองก็จะแวะมาเยี่ยมแม่และน้องๆอยู่เสมอ
*ผ่านไป 3 ปี*
ปีนี้เป็ปีที่เบลมีอายุครบ18ปี เป็ปีสุดท้ายที่จะได้อยู่ที่นี่ หลังจากนี้เธอก็ต้องออกจากบ้านไปต่อสู้กับชีวิตที่โลกภายนอก ปีที่แล้วคาร่าได้ออกไปก่อน เธอไม่ได้เลือกไปทำงานกับลุงอีวาน ด้วยความโชคดีมีแมวมองมาเจอกับคาร่าเข้า ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดีเป็ทุนเดิมอยู่แล้วบวกกับความสามารถด้านการร้องเพลง ทำให้แมวมองรีบชักชวนคาร่าไปเป็เด็กฝึกหัดศิลปินทันที คาร่าที่ชื่นชอบการร้องเพลงอยู่แล้วก็รีบตอบตกลง หลังจากนั้นเบลและคาร่าก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
เมื่อเวลาเลื่อนผ่านเข้าสู่่ที่เบลอายุได้ 16ปี วันครบรอบวันเกิดของเธอก็ได้มีความทรงจำต่างๆมากมายไหลเข้ามาสู่สมอง เป็ความทรงจำั้แ่แรกเกิดของเธอ ทำให้เบลนั้นได้รับรู้เื่ราวต่างๆใน่เด็กของเธอ ในตอนที่เธอรู้ว่าพ่อของตนยังมีชีวิตอยู่ น้ำตาก็พรั่งพลูออกมาด้วยความดีใจ จึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าหลังจากออกจากที่นี่แล้วจะต้องตามหาพ่อของตนให้เจอ ส่วนเื่ราวของผู้เป็แม่นั้นเมื่อได้รับรู้ความจริง เบลก็ปล่อยว่างปล่อยให้แม่ของตนไปตามทางที่้า
เวลาผ่านไปจนถึงวันเกิดวัย 17 ปี ครั้งนี้ก็เช่นกันได้มีความทรงจำหลั่งไหลเข้ามาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เป็ความทรงจำในอดีตชาติของเบล ทำให้เบลรู้สาเหตุที่ร่างกายของตัวเองต้องเป็เช่นนี้ ประกอบกับความฝันก่อนหน้านี้เบลจึงเชื่ออย่างสนิทใจ มีเป้าหมายในการดำรงชีวิตต่อไปในอนาคต
กาลเวลาเวียนผ่านไปวันแล้ววันเล่า หลังจากครบกำหนดเบลก็ตกลงมาทำงานที่ร้านของลุงอีวาน ส่วนไมค์กับไอรีนหลังจากทำงานที่ร้านได้เพียง 2 ปี ทั้งสองก็ลาออกและขาดการติดต่อไป ทำให้เบลต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เธอก็อดทนและทำงานเป็อย่างดี ชีวิตดำเนินผ่านไปแต่ละวันอย่างเรียบง่ายเป็เวลาแรมปี จนกระทั่งเกิดเื่นั้นขึ้นทำให้เบลต้องตัดสินใจครั้งใหญ่อีกครั้ง
ลานด้านหน้าตึกสูงเต็มไปด้วยผู้คนเดินไปมา ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนกำลังหันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังมองหาใครอยู่ มองหาไม่นานก็พบคนที่เขากำลังรออยู่ วันนี้เบลมีนัดเดทกับคริสที่คาเฟ่ในห้างสรรพสินค้ากลางเมือง เธอแต่งตัวเรียบๆสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากาอนามัย คริสที่มองเห็นเบลก็ยกมือโบกเป็สัญญาณให้อีกฝ่ายเห็น
“รอนานไหมคะพี่คริส”
“ไม่นานเลย พี่ก็เพิ่งมาถึงสักพักเอง เราไปด้านในกันเถอะ”
กล่าวทักทายกันเสร็จทั้งสองก็พากันเข้าไปยังด้านใน เป็เวลากว่า 6 เดือนที่ทั้งสองคนกำลังคบกันอยู่ ในตอนแรกเบลคิดว่าคริสจะไม่จริงใจ จะมีใครจะมาชอบผู้หญิงที่มีหน้าตาน่าเกลียดเช่นเธอ โดยเฉพาะคนที่หน้าตาดีแบบคริส แต่ตลอดเวลา 6 เดือนที่ผ่านมาคริสก็พิสูจน์ตัวเองให้เบลเห็นความจริงใจและมั่นใจในตัวเอง จนเบลใจอ่อนยอมตกลงคบกันในที่สุด คริสไม่อายที่จะพาเบลออกไปด้านนอกด้วยกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน เขาดูแลและเอาใจใส่เบลเป็อย่างดี นานวันเข้าเบลก็ตกหลุมรักชายหนุ่มคนนี้ไปเสียแล้ว