หลังจากที่ผ่านการทดสอบและมีศิษย์สายในและสายนอกอยู่ในบริเวณโถงวิหารบรรพกาลแล้ว ต่างคนต่างหามุมแยกย้ายกันพักผ่อน จากนั้นจึงแยกย้ายเดินสำรวจ หลงชิงเอ๋อและศิษย์หญิงสายในอีกคนที่ผ่านการทดสอบชวนกันไปเดินรอบ ๆ ในขณะที่ลี้เฟยนั่งเข้าฌาณเพื่อเดินพลังและฝึกจิตให้เข้มแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อลี้เฟยออกจากฌาณ พบว่าผู้คนในบริเวณนั้นมีเพียงสองคน คือศิษย์สายนอกอีกคนที่นอนหลับ นอกนั้นเห็นเดินกันอยู่ภายในหอบรรพกาล ลี้เฟยจึงลุกขึ้นและเดินเข้าไปสำรวจ พบว่า วิหารนี้ถูกสร้างด้วยหินอัคนีที่กล้าแข็ง ที่เสาทุกเสาและหลังคา มียันต์อักขระเขียนไว้มากมายเป็นภาษาโบราณ แม้เวลาจะผ่านไปร่วมล้านปี แต่วิหารนี้ไม่ได้มีการทรุดโทรมเลย เพราะค่ายกลไกที่ผู้สร้างไว้ก่อนหน้านี้ มีการสร้างกลไกมิติเพื่อดึงพลังธาตุหลักดิน น้ำ ลม ไฟ เข้ามาเสริมในจุดต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เสื่อมสลาย นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมวิหารแห่งนี้ สามารถคงอยู่มาได้อย่างยาวนานนับล้านปี เป็นเรื่องไม่คาดคิดว่าจะเป็นไปได้
ลี้เฟยรู้ดีว่า ตัวเองมีอีกภาระที่ต้องทำตามที่ตั้งใจไว้ คือการหาเจดีย์บรรพกาลด้านใน ทว่าเดินหาอยู่นานก็ไม่พบ เหมือนจะไม่ใหญ่โต ทว่าเมื่อเดินไปกลับไม่พบผู้ใด และต่างก็หากันไม่เจอ เดินไปเดินมาสักพักใหญ่ ๆ แล้วยังไม่สวนทางกับผู้อื่นเลย
ลี้เฟยเดินเข้าไปด้านในอีกห้อง พบภาพมังกรแหวกว่ายอยู่ในโถงกลางห้องหนึ่ง พบว่าภาพนี้เหมือนกับภาพในหอยุทธ์ ทว่าท่าการแหวกว่ายดูจะยิ้มแย้มกว่าที่หอยุทธ์ ทำให้คิดได้ว่า จะเป็นที่นี่หรือไม่ที่ราชันมังกรหวงเฟยหยงอาได้บอกกล่าวไว้ก่อนหน้านี้เรื่องลูกสาวท่าน
ลี้เฟยใช้จิตมายาส่งไปที่รูปภาพมังกรที่แหวกว่าย ทันใดนั้นตัวลี้เฟยกลับถูกดูดเข้าไปในภาพมังกรที่แหวกว่าย เข้าไปอยู่ในอีกมิติ ลี้เฟยเมื่อหลุดเข้าไปพบว่าเป็นเหมือนอีกโลก มีต้นไม้ ลำธาร สรรพสัตว์หากิน ทุกสิ่งดูมีชีวิตชีวา มีเสียงธารน้ำไหล นกบิน เหมือนเป็นอีกดินแดนสงบเงียบอีกแห่งหนึ่ง ลี้เฟยเดินหาไปเรื่อย ๆ เพื่อว่าจะพบใคร หรือเพื่อจะถามทางไปหาเจดีย์ ทว่าไม่พบใคร เดินหาไปประมาณชั่วยามกว่าก็มองเห็นบ้านริมเชิงเขาและมีเจดีย์อยู่ที่บนเขาหลังบ้าน จึงมุ่งไปที่เชิงเขาดังกล่าว
เมื่อไปถึง ลี้เฟยก็เดินเข้าไปในเขตบริเวณบ้าน เดินดูรอบ ๆ ทว่าไม่พบใคร จึงเดินดุ่ม ๆ เข้าไปที่หน้าประตูพบว่ามีชายชรานั่งยิ้มรออยู่แล้ว
"ในที่สุดเจ้าก็มาถึง ไม่เสียแรงที่ข้าดูเจ้าไว้" ชายชราคนดังกล่าวยืนขึ้นและเดินเข้ามาหาลี้เฟย ชายชราคนนี้ก็คือ หวงเฟยหยง ราชันมังกรระดับชั้นจักรพรรดิที่เป็นพี่น้องร่วมสาบาน กับบิดาของลี้เฟยนั่นเอง
"ท่านมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร ท่านไม่ได้จากโลกนี้ไปแล้วหรือ" ลี้เฟยสอบถามด้วยความแปลกใจ
"นี่คือเศษเสี้ยววิญญาณของข้าอีกส่วนหนึ่ง ข้าอยู่ที่นี่เพื่อรอใครบางคนที่จะมาช่วยดูแลลูกสาวข้า ข้ารับรู้ผ่านจิตจากเสี้ยววิญญาณอีกส่วนในหอยุทธ์ทั้งหมดแล้ว" หวงเฟยหยงบอกลี้เฟยถึงความเป็นไปของตนเอง
จากนั้นหวงเฟยหยงจึงเล่าเรื่องราวในอดีตให้ลี้เฟยอีกมากมาย เคล็ดวิชาที่มอบให้มาก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งบอกให้ลี้เฟยฝึกฝนมากกว่านี้ เพราะระดับพลังของลี้เฟยยังถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับคู่ต่อสู้ของลี้เฟยในอนาคต
ลี้เฟยถามต่อ "ท่านอา แล้วลูกสาวท่านละ ข้าจะช่วยท่านและนางได้อย่างไร"
"เพราะตอนนี้ ข้าไม่มีพลังมากพอที่จะเปิดผนึกที่ข้าเก็บลูกสาวข้าไว้ แต่เจ้าทำได้ เพราะเจ้ามีสายเลือดแท้จักรพรรดิมังกรในตัวเจ้า ข้าจะไม่บังคับเจ้าแต่อย่างใด เพียงข้ารับรู้ว่า ยังมีลูกหลานของพี่ชายข้าและพี่สะใภ้ ข้าก็รู้ว่า วันหนึ่งเจ้าจะล้างหนี้แค้นนี้ให้แก่บิดาและมารดาเจ้าแล้ว ในส่วนของข้านั้นไม่เป็นไร แล้วแต่วาสนาของเจ้าและลูกสาวข้าเท่านั้น" หวงเฟยหยงลูบเครามองไปที่ลี้เฟยด้วยความเอ็นดู
"ท่านอา ข้าจะช่วยลูกสาวท่านเอง ข้าต้องทำประการใดบ้าง" ลี้เฟยถามกลับไปยังหวงเฟยหยง
"อืม เจ้าแน่ใจนะ ถ้าเจ้าแน่ใจ ข้าจะพาเจ้าไปยังเจดีย์บรรพกาลบนเขาที่เจ้ามองเห็นตอนเดินทางเข้ามาที่นี่" หวงเฟยหยงบอกพร้อมลุกพาลี้เฟยบินไปที่เจดีย์ด้านบนเขา
ที่นี่เป็นเจดีย์ที่มีรากฐานมังกร และปราณธาตุธรรมชาติหล่อเลี้ยงอยู่ ลูกสาวข้าหวงฟงหมิงอยู่ภายในผลึกวิญญาณด้านในที่มีพลังหล่อเลี้ยงมาตลอดหลายพันปีนี้ หวงเฟยหยงใช้นิ้วชี้ส่งไปยังยอดเจดีย์ ทันใดนั้นประตูทางเข้าก็ปรากฏ ทั้งสองเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน เมื่อเข้าไปด้านใน กับกลายเป็นห้องขนาดใหญ่แตกต่างจากขนาดของเจดีย์ที่มองเห็นด้านนอก
"เจ้าน่าจะแปลกใจใช้ไหม สิ่งที่เจ้ามองเห็นเป็นเจดีย์ แท้จริงเป็นศัสตราวุธมิติที่สืบทอดกันมาก่อนหน้าข้าหลายยุคแล้ว พวกเราเรียกมันว่าถะมิติ มันสามารถเคลื่อนย้ายไปที่ต่าง ๆ ได้ ปรับขนาดเจดีย์ได้โดยที่เราไม่ต้องห่วงว่ามันจะต้องลดขนาดลงเท่าใด นอกจากมันจะเคลื่อนที่แล้ว มันยังสามารถใช้เป็นอาวุธได้ด้วยเช่นกัน" หวงเฟยหยงยิ้มเล่าด้วยความภูมิใจที่เป็นศัสตราวุธตกทอดจากบรรพบุรุษ
หวงเฟยหยงพาลี้เฟยเดินขึ้นไปที่ชั้นห้า ที่ชั้นห้า มีศิลาขนาดใหญ่ ตรงกลางศิลามีก้อนอัคนีสีทองเข้มวางอยู่
"เจ้าหยดเลือดเจ้าลงบนแท่นอัคนีสีทอง ข้าจะส่งพลังในส่วนของข้าเข้าไปเปิดผนึกด้วย" หวงเฟยหยงมองไปทางลี้เฟยพร้อมชี้ไปที่แท่นอัคนี
ลี้เฟยเดินไปที่แท่นอัคนีสีทอง พร้อมหยดเลือดลงไป แล้วรอเวลา ทว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ลี้เฟยจึงกรีดเลือดที่แขนลงไปเพิ่ม สักพักใหญ่ แท่นอัคนีสีทองจึงสั่นสะเทือนและแตกออก หมอกแสงสีทองส่องกระจายออกไปทั่วห้อง พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่ยืนขึ้นอย่างมึนงง
นางหันไปหันมาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น และหันไปพบกับชายชราที่นางไม่ได้พบมานานแล้ว นางส่งเสียงเรียก "ท่านพ่อ" ออกไปพร้อมวิ่งไปหาด้วยความคิดถึง นางวิ่งเข้าไปกอดหวงเฟยหยงด้วยความรักและคิดถึง ทว่านางไม่สามารถกอดได้เต็มที่เหมือนเช่นเคย เพราะตอนนี้ท่านพ่อเป็นจิตวิญญาณ
"ฟงหมิง ... ข้าดีใจที่ได้เห็นเจ้าอีกครั้ง เจ้าลืมไปแล้วหรือ ข้าบาดเจ็บสาหัสตอนที่พาเจ้าหนีมาที่นี่ ส่วนแม่เจ้าถูกสังหารก่อนที่ข้าจะไปช่วยทัน เจ้าเองก็หลบอยู่จนข้าไปพาเจ้าออกมาได้" หวงเฟยหยงเล่าย้อนทวนเหตุการณ์ในอดีตให้ฟงหมิงฟังเพื่อทบทวนความจำ
ลี้เฟยปล่อยให้หวงเฟยหยงและหวงฟงหมิงพูดคุยนานหลายชั่วยามโดยไม่เข้าไปรบกวนแต่อย่างใด
"ข้าเข้าใจแล้ว แปลว่าท่านจากข้าไปแล้วหรือ" ฟงหมิงกล่าวพร้อมทั้งน้ำตาและร้องไห้ไม่หยุด หวงเฟยหยงได้แต่มองและลูบหัวด้วยความรักและความอาทร หลายพันปีมาแล้วที่ข้ารอคอยที่จะเห็นหน้าเจ้าอีก
ในครั้งนี้ เจ้าหนุ่มคนนี้เป็นผู้ปลดปล่อยเจ้าออกมา เจ้าหนุ่มนี้เป็นสายเลือดแท้จักรพรรดิมังกรฟ้า ผู้ปกครองดินแดนมังกรฟ้าเมื่อห้าพันกว่าปีแล้ว หวงเฟยหยงชี้ไปยังลี้เฟยที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่กลางห้อง ลี้เฟยเจ้ามานี่ซิ หวงเฟยหยงกวักมือเรียกลี้เฟยเข้ามา
"ลี้เฟยเป็นบุตรของท่านลุงจักรพรรดิมังกรลี้หยุนเฟย ที่เป็นพี่น้องร่วมสาบานของข้าเอง โลกใบนี้ช่างกลมนัก เจ้าและข้าได้กลับมาเจอลี้เฟยในสถานการณ์ที่แตกต่าง ในวันและเวลาที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง" หวงเฟยหยงกล่าวกับลี้เฟยและบุตรสาว
"ในยามนี้ ข้าเป็นเพียงเศษเสี้ยววิญญาณ ข้าไม่อาจดูแลเจ้าเหมือนเช่นเคย ดังนั้น ข้าจะให้เจ้าและลี้เฟยออกไปดำเนินชีวิตตามหนทางของเจ้าต่อไป หากพวกเจ้ามีวาสนาต่อกัน ข้าผู้เป็นบิดาก็ตายตาหลับ ไม่ต้องห่วงอะไรต่อไป จะมีก็เพียงการล้างแค้นให้แม่และลี้หยุนเฟยเท่านั้นที่ยังคงติดค้าง แม้นจะดูห่างไกลความเป็นไปได้ก็ตาม"
ฟงหมิง เจ้าเองมีอายุน้อยกว่าลี้เฟย ทว่าลี้เฟยในยามนั้นถูกส่งผ่านมิติของกาลเวลามา ส่วนเจ้าถูกข้าผนึกไว้ในหินอัคนีสีทองในถะมิติแห่งนี้ พวกเจ้านับเป็นสายเลือดมังกรฟ้าทั้งคู่ หมิงเอ๋อ ในส่วนตัวของเจ้า วิชาและความรู้ต่าง ๆ ข้าเก็บไว้ในจักระมังกรในตัวเจ้าแล้ว เจ้าค่อยๆ เรียนรู้และฟื้นฟูขึ้นมา พลังของเจ้าแข็งแกร่ง กล้าเเข็งตั้งแต่เจ้าเล็กแล้ว ส่วนจิตมายาเจ้ามีจิตที่แข็งแกร่งตั้งแต่เจ้ายังไม่รู้ความ ดังนั้น เจ้าสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วในพริบตา
พวกเจ้าต้องไว้ใจซึ่งกันและกัน หวงเฟยหยงสั่งเสียฟงหมิงมากมายด้วยความเป็นห่วง พวกเจ้าจะเดินทางออกไปดินแดนด้านนอกนี้ด้วยถะมิตินี้ ถะมิติสามารถเคลื่อนย้านโดยการใช้ปราณธาตุธรรมชาติประสานร่วมกัน หากมีหินวิญญาณก็สามารถใช้ได้เช่นกัน นั่นเป็นความฉลาดของใครก็ตามในอดีตที่สามารถคิดค้นศาสตราวุธชั้นเยี่ยมเมื่อร่วมล้านปีผ่านมาแล้ว โดยไม่มีการเสื่อมสลาย
ลี้เฟย ข้าฝากฟงหมิงด้วย นางเป็นดวงใจดวงน้อยดวงเดียวของข้าที่เหลืออยู่ ในไม่ช้าเสี้ยววิญญาณของข้าจะสลายไปสู่ภพใหม่ ข้าหวังว่า ข้าจะได้พบเจ้าทั้งสอง ข้าจะรอเจ้าทั้งสองพร้อมแม่เจ้านะฟงหมิง เสียงคำสอนและการฝากฝังของหวงเฟยหยงดังก่อนที่ภาพจิตวิญญาณเริ่มจางและหายไป
เสียงร้องไห้ของฟงหมิงดังไม่หยุดอีกครั้ง ลี้เฟยปล่อยให้นางร้องไห้จนหยุดเอง และเดินเข้าไปเรียกหวงเฟยหมิง
"ฟงหมิง ข้ารู้ว่าเจ้าเสียใจ และข้าก็ยังเป็นคนอื่นในสายตาเจ้า แต่ข้าจะปกป้องเจ้าตามที่ข้าลั่นวาจาไว้กับท่านอานะ" ลี้เฟยกล่าวกับหวงเฟยหมิง
ฟงหมิงไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เพียงมองหน้าลี้เฟยและหันกลับไปมองที่อัคนีสีทองที่ตนเองเคยถูกผนึกไว้มาหลายพันปี
"ได้เวลากลับสู่ดินแดนของความเป็นจริงแล้วฟงหมิง" ลี้เฟยบอกฟหมิง พร้อมทั้งชี้ให้เห็นภาพด้านนอกถะมิติที่เริ่มสลายหายไป ภาพบ้าน ภาพภูเขา ต้นไม้ สรรพสัตว์เริ่มหายไป ในขณะที่ถะมิติก็หายออกไปด้านนอกในเวลาใกล้เคียงกัน