เหยียบย่ำสวรรค์ (จบ)

    บทที่30 มองเห็นความห่างชั้น

    ร่วม3วัน…รอบด้านที่เงียบสนิทไปพักใหญ่ ระหว่างพวกจอมยุทธ์ เข้ามาเก็บเกี่ยวผลพลอยได้ ภายในพื้นที่ประหลาด เหมือนท้องฟ้าเทียม

     

    เฉินหนาน ดูดซับอณูแสงเข้ามาภายในกาย เขาเองก็พลางแอบขับเคลื่อนฝึกฝน กรงเล็บใบมีดไม้ตาย ควบคู่ไปด้วยเช่นกัน 

     

               จนบัดนี้กรงเล็บใบมีด ก่อตัวตามกระแสลม เคลื่อนตัวผ่านซอกนิ้วมือแผ่วเบา เฉินหนานมีความมั่นใจว่า เขาสามารถสร้างกรงเล็บใบมีด ไม้ตายลับขึ้นมาได้ถึง 6นิ้วมือแล้ว 

     

               เฉินหนานอดไม่ได้ ลอบคลี่ยิ้มประหลาดออกมา เล็กๆ หากทำได้ครบ10นิ้วมือ ไม้ตายลับของเขาจะเพิ่มประสิทธิภาพ ในการโจมตีขึ้นมาไม่น้อยเชียว

     

               ก่อน จู่ๆ ช่วงที่หลายคนกำลังสงบนิ่ง การส่งสัญญาณการเลื่อนขั้นพลัง ของตี้เทียน ทำให้ผู้คนเกิดความสนใจขึ้นมา 

    วูม! เมื่อมองเห็นปราณพลังระเบิดริ้วคลื่น ควบแน่นรอบตัวของตี้เทียน

     

    เหล่าจอมยุทธ์จากโลกเบื้องบนยังยกฝ่ามือถูคางเล็กๆ เมื่อเห็นปรากฏการณ์ควบแน่นปราณพลัง ของขั้นพลังยอดยุทธ์ ขอบเขตแรกเริ่ม 

     

    “เลื่อนขั้นพลังยอดยุทธ์ งั้นหรือ?”

     

                “อืมๆ เหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้น” เมื่อคุณชายหาญเซิ่ง แห่งศาลานรก มองตี้เทียนแล้วยืนยัน “สำหรับเจ้าที่มีเส้นชีพจรปราณมังกร ก็ถือว่าไม่เลว เผลอๆ กลับดูช้าไปเสียด้วยซ้ำ”

     

                 “แต่สำหรับเราคนจากโลกเบื้องบน…แค่นี้ไม่นับเป็นอะไรได้” พร้อมในฝ่ามือคุณชายหาญเซิ่ง เผยไฟสีดำลุกท่วม ก่อรูปร่างอีกานรกขึ้นมาเหนือฝ่ามือ 

     

    ให้ผู้คนหวาดกลัว สายตาตระหนก อย่างไม่อาจหักห้ามใจพวกเขาได้

     

                แม้แต่ผู้มีเส้นชีพจรปราณมังกร ผู้ถูกเรียกว่าอัจฉริยะ โดดเด่นของโลกเบื้องล่าง ยังไม่อยู่ในสายตาคนจากโลกเบื้องบน หลายคนนิ่งอึ้ง ข้อนี้กันอยู่ไม่น้อย

     

                 ทว่าด้านชายหนุ่มจากแดนพุทธ อย่างถงซิน เขารู้สึกว่าเส้นชีพจรปราณมังกร ล้ำค่า ไม่ควรจะมาอยู่ภายในโลกเบื้องล่างแห่งนี้อยู่เหมือนกัน “ช่าง น่าแปลก จริงๆ”

     

                 ตี้เทียน ที่หน้าบึ้งตึง ความยินดีบนใบหน้า พลันจางหายกับคำพูดคุณชายหาญเซิ่งไม่น้อย แต่ต้องอย่าลืมว่าเขาพึ่งได้เส้นชีพจรปราณมังกร มาจากเจ้าเฉินหนานไม่ถึงปีเอง แค่นี้ก็นับว่าการฝึกฝนของเขา รวดเร็วมากแล้ว 

     

    “ชิ! ดันทำให้นึกถึงไอ้เฉินหนาน ผู้นั้นเสียได้”

     

                เมื่อคนจากโลกเบื้องบนไม่สนใจ…เสียงเข้ามาแสดงความยินดี กับพี่ใหญ่ตี้เทียน แห่งสำนักธารสวรรค์ ก็ดังจากศิษย์ จอมยุทธ์จากโลกเบื้องล่าง ร่วมแสดงความยินดีกับตี้เทียน ภายในพื้นที่แห่งนั้นไม่ขาดสาย 

     

    สำหรับคนจากโลกเบื้องล่าง ถือว่าเป็นความสำเร็จที่รวดเร็วแล้ว มาตรฐานของโลกเบื้องบน ใช้ไม่ได้ผลกับพวกเขา คนจากโลกเบื้องล่าง

     

                อีกด้าน…เฉินหนาน ที่บีบฝ่ามือกระชับเข้าหากันจนมีเลือดไหลซึม คล้ายความสำเร็จของเขาถูกช่วงชิงไปโดยตี้เทียน ‘เหมือนว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำไปซินะ ไอ้สหายเฮงซวยตี้เทียน’ 

     

    การคิดตามขั้นพลังอีกฝ่ายให้ทัน เกรงว่าเฉินหนาน จะคิดง่ายเกินไปแล้วกระมัง

     

                เหยาหนิงที่อยู่ข้างๆ เฉินหนาน…เห็นฝ่ามืออีกฝ่ายบีบรัดจนเกิดเลือดไหลซึม ออกมาไม่หยุด นางกระซิบออกไปหาเฉินหนาน เบาๆ คล้ายเป็นการหยอกเย้าอีกฝ่าย “เด็กบ้านนอก เจ้าอิจฉา คุณชายท่านนั้นหรือ?” 

     

    เฉินหนานดวงตาเผยความบ้าเลือด ภายใต้ผ้าคลุม มองสตรีที่อยู่ด้านข้าง ให้รู้สึกหวาดกลัว ชนิดนางแทงใจดำเฉินหนาน เข้าเต็มๆ

     

    เมื่อหนิงเหยา เห็นสายตาคู่นั้นของเฉินหนาน ปลดปล่อยแสงได้ มันคงฆ่าสังหารนางไปแล้ว 

     

    “เอ่อ…ข้าไม่ยุ่งเรื่องของเจ้าก็ได้” พร้อมเหยาหนิง หันหน้าภายใต้หมวกไม้ไผ่สานไปทางอื่น พลันทำปากอู้อี้ บู้บี้ไม่พอใจออกมา 

     

               จอมยุทธ์คนอื่นๆ ต่างก็เริ่มเผยความฮึกเหิม เมื่อเห็นมีคนเลื่อนขั้นพลัง ภายในที่แห่งนี้ได้ พวกเขาต่างก็ขะมักเขม้น ตั้งใจดูดซับอณูพลังงานแสง รอบๆ เข้าไปจวนรับรู้คลื่นอากาศ รอบๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลัน

     

               สตรีศักดิ์สิทธิ์หยุนซี นางเปิดเปลือกตาของนางขึ้นมา ช้าๆ ซึ่งไม่ง่ายที่นางจะกล่าวเสียงเย็นชาออกมา ยินดีกับตี้เทียน “สหายเต๋า ไม่แปลกที่เจ้าจะได้รับ ผลพลอยได้ไปมากเช่นนี้”

     

    “ขอบคุณสตรีศักดิ์สิทธิ์หยุนซี” เสียงตี้เทียนประสานฝ่ามือ ขอบคุณไม่ทันใด 

     

               เสียงเย็นชาก็กล่าวต่อทันที “ที่นี่เป็นถึงเตาหลอมยาโบราณ ของผู้เชี่ยวชาญ ที่ผุ พังเชียวนะ เจ้าคงได้ดูดซับอณูตัวยาล้ำค่า หลงเหลือจากเม็ดโอสถ ตกค้าง เข้าไปภายในกายไม่มากก็น้อย” 

     

               คำพูดนั้นของหยุนซี ทำให้ผู้คนโดยทั่วแทบคลั่ง แม้แต่เฉินหนาน ยังตกตะลึงในข้อนี้ ไม่คิดที่พวกเขาอยู่ จะเป็นภายในหม้อปรุงยาใบใหญ่ “หืม!  มีเช่นนี้ด้วยหรือ?” เมื่อมองไป รอบๆ 

     

                “แล้วนักปรุงยาท่านนี้ จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน?” คิดแล้วพลันเผยความสะพรึงกลัว ความน่าคร้ามเกรงผู้เคยขับเคลื่อน หม้อใบใหญ่ใบนี้ขึ้นมา 

     

              จอมยุทธ์คนอื่นๆ เองต่างก็พากันพูดคุยต่อ “อืมๆ ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่า แท้จริงแล้วที่พวกเราอยู่จะเป็นหม้อปรุงยาชำรุด ข้าก็นึกว่าพวกเราอยู่ ภายในวิหาร รูปร่างประหลาดเสียอีก” 

     

               “อืมๆ” พร้อมพวกเขาเร่งตั้งใจดูดซับอณูพลังงานขึ้นมาหลายเท่าตัว จวนรอบๆ แทบเดือดระอุ ขึ้นมาด้วยความฮึกเหิม คล้ายภายในเกิดน้ำวนแรงดึงดูด

     

    สตรีศักดิ์สิทธิ์หยุนซี ทำหน้าแปลกใจเล็กๆ “ตี้เทียน แม้แต่เจ้าเองก็ไม่รู้หรือ?” 

     

    ด้านชายหนุ่มได้แต่เกาหัวแกรกๆ ขำแห้งๆ แก้เขิน ตอบนางแบบขอไปที “ข้าก็ต้องรู้อยู่แล้วน่า” 

     

    พร้อมหยุนซีนาง เผยรอยยิ้มภายใต้ผ้าคลุมบางเล็กๆ อย่างชอบใจ

     

    หากให้เป็นเฉินหนานตอบนาง เขาคงสั่งให้นางหุบปาก ไม่ต้องพูด ก็ไม่มีใครว่า 

     

    แต่ก็ทำให้เห็นแจ้ง…ความรู้ความเข้าใจ พวกเขากับคนจากโลกเบื้องบน มีความรู้ตื้นเขิน ห่างชั้นกันมากเพียงใด 

     

    ‘เรื่องน่าอัศจรรย์ พวกเขาคงเห็นเป็นเรื่องปกติกันจนชินตาแล้วกระมัง’ 

     

               “นี่แหละนะไอ้พวกบ้านนอก แค่นี้…ก็ยังดูไม่ออกอีก” เสียงเย้ยหยันคุณชายหาญเซิ่ง แห่งศาลานรก กล่าวพูดออกมาเหน็บแนมในตอนท้าย เขาก็ลุกพรวดพราดขึ้นมาทันที 

     

                แม้แต่จอมยุทธ์จากโลกเบื้องบนคนอื่นๆ ที่สัมผัสแรงสั่นไหวไม่เสถียรเมื่อครู่ ก็คล้ายพวกเขารับรู้ ที่นี่ใกล้จะปิดตัวลงแล้ว…ต่างก็พากันเคลื่อนไหวกันขึ้นมาอีกครั้ง

     

    วูม! ครั้นเมื่อประตูมิติ ทางออก เริ่มปรากฏออกมาทั่วพื้นที่โบราณสถาน… 

     

                จอมยุทธ์ที่กำลังจดจ่อ ถึงกับถอนลมหายใจออกมายาวเฮือกใหญ่ คล้ายเข้าใจความจริงขึ้นมา “เฮ้อ! ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก ที่นี่ใกล้จะปิดตัวลงแล้วหรือ?”

     

    ก่อนเสียงเคลื่อนฝีเท้า อาภรณ์โบก พึบ! พับ! กลับออกมาด้านนอก ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาด 

     

    ไม่เว้นแม้แต่เฉินหนาน ที่กลับออกมาด้านนอก… เขายังเผยความเสียดายออกมา “หากข้าได้อยู่ภายในสถานที่แห่งนั้น นานกว่านี้ละก็…”

     

               จอมยุทธ์อีกด้านเอง ก็กล่าวออกมาด้วยความเสียดายเช่นกัน “ข้าเองก็มีความมั่นใจ จะเลื่อนขั้นขอบเขตขั้นพลังย่อยอยู่เหมือนกัน ช่างโชคไม่ดีเอาเสียเลย…ที่เวลามีน้อยเกินไป”

     


    คล้ายกับเรื่องเหยียบย่ำสวรรค์ (จบ) ที่คุณอ่าน