นักพรตทั้งสองที่ปรากฏขึ้นตอนนี้ ใส่ชุดสีฟ้าทั้งคู่ คนแรกเป็นนักพรตเด็กสาว หน้าตาน่ารัก ดวงตากลมโต ดูฉลาด คิ้วโก่ง รูปร่างผอมบางได้สัดส่วน ผิวขาวละเอียด ผมยาว ในมือถือกระบี่หนึ่งเล่ม นางมีชื่อว่าเม่ยหลิง อยู่ในระดับพื้นฐานที่เทียบเท่ากับระดับนักรบฝึกหัด คนที่สองเป็นนักพรตชรา ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้ ดูภูมิฐาน ไว้หนวดเครายาวสีขาว ผมสีดอกเลาถูกมัดขมวดเรียบร้อยและมีปิ่นปักผมรูปนกเสียบอยู่ ในมือถือแส้แบบนักพรต นักพรตชราผู้นี้มีชื่อว่า ไป๋ลู่ เป็นอาจารย์ของเม่ยหลิง อยู่ในระดับลมปราณที่เทียบเท่ากับระดับหัวหน้านักรบ เม่ยหลิงเดินเข้าไปใกล้อู๋ต้าที่ตอนนี้เข่าอ่อนแทบจะไม่มีแรงยืนเพราะตกใจ พลางพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เกรงกลัวใคร “ข้าเห็นพวกเจ้าทำการประมูลของเลหลังถูกๆ ให้ชาวบ้านเหล่านี้ แล้วหลอกว่าเป็นของวิเศษ พวกเจ้าทำอย่างนี้ไม่ละอายบ้างหรือ?” สิ้นคำพูดของเม่ยหลิง อู๋ต้าสะดุ้งทันทีที่ พลางคิดในใจว่าซวยแล้ว ส่วนผู้คนที่มุงอยู่ส่งเสียงเซ็งแซ่ ที่จู่ๆ ก็มีนักพรตหน้าใหม่บอกว่าของเหล่านี้เป็นของปลอม แต่อู๋ต้าที่กำลังเข่าอ่อน ก็ยังทำใจดีสู้เสือ ก้าวออกไปแล้วตอบโต้ทันที “แม่นางน้อย ท่านมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาพวกเราเช่นนี้ เห็นเป็นชนเผ่านักพรตผู้ฝึกวิถีเซียนเหมือนกัน เรื่องในครั้งนี้ ข้าจะไม่ถือสา” อู๋ต้าวางมาดสงบนิ่ง แต่ในใจตอนนี้ ตื่นเต้นจนแทบเป็นลม เม่ยหลิงเห็นนักพรตอ้วนตรงหน้าไม่สะทกสะท้าน นางกระทืบเท้าเหมือนเสียหน้า แล้วหันกลับไปมองที่นักพรตชรา “อาจารย์...ท่านต้องพิสูจน์ให้พวกชาวบ้านเห็นนะว่ากำลังโดนหลอก ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะมีของวิเศษที่มีพลังวิญญาณมาขาย” เม่ยหลิงทำท่าฟ้องและหาเรื่องต่อ “เม่ยหลิง!...เจ้าอย่าเสียมารยาทกับสหายพรตผู้นี้” นักพรตชราปรามลูกศิษย์สาว พลางหันมากุมมือคำนับอู๋ต้า “ต้องขออภัยสหายพรตด้วย ลูกศิษย์ข้ามักจะทำอะไรวู่วาม เลยพูดจาออกไปแบบนั้น” อู๋ต้ากุมมือคำนับตอบ ในใจรู้สึกโล่งอกที่นักพรตชราดูน่าจะพูดง่าย เขากำลังจะพูดตัดบท แล้วรีบปิดร้านหนี แต่ไม่ทันจะได้อ้าปาก นักพรตชราก็พูดต่อ ด้วยคำพูดที่ทำให้เขาแทบเข่าทรุด “เนื่องจากตัวข้า ไป๋ลู่ และลูกศิษย์ของข้าเม่ยหลิง เดินทางมาจากชนเผ่านิกายวิหคสวรรค์ เพื่อตามหาของสิ่งหนึ่ง เทพบรรพชนของนิกายเราบอกว่าให้เดินทางมาทางทิศนี้ เมื่อเห็นท่านมีของวิเศษที่มีพลังวิญญาณ ข้าจึงอยากขอตรวจสอบดูสักหน่อย” อู๋ต้าหน้าเสีย ใจหายวาบ ตอนนี้รู้สึกเหมือนนกที่กำลังเป็นอิสระแล้วโดนจับเข้ากรงใหม่ “เอ่ออ...สหายพรตผู้นี้ ข้าว่า...มันไม่ค่อยดีมั้ง ตอนนี้ผู้คนกำลังรอสินค้าที่เหลืออยู่นานแล้ว ข้าขอทำการประมูลต่อได้หรือไม่ ไม่อย่างนั้นชาวบ้านเหล่านี้อาจจะโกรธได้” อู๋ต้าพยายามเลี่ยง แล้วแอบส่งสัญญาณให้มู่ปิงและเจิ้นเทียนเตรียมเก็บของแล้วหนี “ไม่เป็นไรหรอกสหายพรต ข้านั้นไม่ได้ตรวจสอบแบบขอเปล่า หากของเหล่านี้เป็นของพวกเรากำลังตามหา ข้าจะขอซื้อสิบเหรียญทอง ซึ่งข้าคิดว่าท่านคงไม่ปฏิเสธ ” นักพรตชรายิ้มด้วยความเมตตา “แต่หากเป็นของปลอมที่หลอกพวกชาวบ้าน.......ฮึ่ม!” สีหน้าที่เมตตา พลันกลับกลายเป็นเหี้ยมโหดในพริบตา มองไปที่อู๋ต้าและเพื่อนๆทันที อู๋ต้าเห็นแววตากดดันและดุร้ายมองมาที่ตนก็ตกใจจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อรู้ตัวว่าหมดหนทางในการเลี่ยง จึงจำใจค่อยๆเลื่อนโต๊ะมาวางตรงหน้า แล้ววางของในมือลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ “เอ่ออ....สหายพรต ตอนนี้เหลือของอยู่ห้าชิ้น ท่านค่อยๆดูไปนะ ข้าไม่รีบ เดี๋ยวข้าขอไปคุยกับสหายของข้าเรื่องงานพรุ่งนี้ก่อน” อู๋ต้าพูดจบ ก็ค่อยๆเดินถอยหลัง แล้วหันไปพูดคุยกับเจิ้นเทียนและมู่ปิงทันที “ซวยแล้ว!..ซวยแล้ว!... นักพรตตัวจริงดันโผล่มาซะได้ พวกเราทำอย่างไรดี?” อู๋ต้ากระซิบเบาๆด้วยความลุกลน “ข้าสองคนเก็บเงินทั้งหมดมาแล้ว หากเกิดอะไรขึ้นพวกเราก็เตรียมตัววิ่งทันที” มู่ปิงตอบอู๋ต้าด้วยความกังวลเช่นกัน “พวกเจ้าดูนั่น!....” เจิ้นเทียนอุทาน เมื่อเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น นักพรตชราตอนนี้ หยิบยันต์โบราณขึ้นมาหนึ่งแผ่น ลักษณะคล้ายกับยันต์ของอู๋ต้า แต่อักขระไม่เหมือนกัน จากนั้นก็ร่ายบทสวดโบราณ ยันต์โบราณแผ่นนั้นก็ลอยขึ้น พลันส่องแสงสว่างน่าอัศจรรย์ เพียงอึดใจกลุ่มแสงนั้นก็กลายร่างเป็นนกยูงสีทองตัวใหญ่ตัวหนึ่ง บินลอยอยู่เบื้องหน้านักพรตชรา “วิหคทอง!.... พิสูจน์วิญญาณ” นักพรตชราออกคำสั่ง นกยูงสีทองคล้ายมีสติปัญญารับรู้ ผงกหัวรับคำสั่ง กระพือปีกขึ้นลง แล้วบินตรงไปที่สิ่งของทั้งห้าชิ้นที่เหลืออยู่ “ไม่ดีแล้ว!...” อู๋ต้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ “ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม พวกเราจะต้องรีบหนีแล้ว ” อู๋ต้าบอกกับเพื่อนๆ เพื่อเตรียมตัวหนี ขณะนั้นนกยูงสีทองบินไปถึงของห้าชิ้นที่อยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว “หนึ่ง!.....” อู๋ต้านับเบาๆ ดวงตาจ้องมองเหตุการณ์ไม่กระพริบตา ตอนนี้นกยูงสีทองบินวนของบนโต๊ะแล้วส่งเสียงร้องออกมา “แกว๊กกกก!...แกว๊กกกก!” “เอ๊ะ!... ของพวกนี้” นักพรตชราได้ยินเสียงร้องของนกยูงสีทอง ก็หน้าเปลี่ยนสีทันที “สอง!......” อู๋ต้าและเพื่อนๆ ตอนนี้แผ่นหลังเต็มไปด้วยเหงื่อจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม หัวใจกำลังเต้นโครมคราม ค่อยๆหันหลังกลับ เตรียมออกตัววิ่ง “สหายนักพรต!...” นักพรตชราตะโกนเรียกพลันเปลี่ยนเสียงเป็นดุดัน “เตรียมตัว!!.....” อู๋ต้าและเพื่อนตัวสั่น เตรียมมองทิศทางที่จะวิ่ง “ของพวกนี้!.....”เสียงนักพรตชราดังขึ้น “สะ..สา......!" อู๋ต้านับ แล้วรีบหยิบของมาไว้กับตัว “มันมีพลังวิญญาณจริงๆ ” นักพรตชราตะโกนบอกอู๋ต้า
"หา!!........” อู๋ต้าที่กำลังจะออกตัววิ่ง หยุดชะงักทันที จนหัวแทบทิ่มลงพื้น เมื่อฟังประโยคถัดไป “สะ..สหายพรต ท่านว่าอย่างไรนะ?” อู๋ต้าหันกลับไปมองอย่างไม่เชื่อหูของตัวเอง “ข้าบอกว่า..ของพวกนี้มีพลังวิญญาณ อยากจะขอสหายพรต ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกนิด” นักพรตชราตอบ พลางเข้าไปจับของทั้งห้าแล้วตรวจดูอย่างละเอียด อู๋ต้าและมู่หลิงมองมายังเจิ้นเทียนพร้อมกัน ด้วยแววตาที่สงสัย “เจิ้นเทียน เจ้าไปเอาของพวกนี้มาจากไหน ทำไมมันถึงมีพลังวิญญาณได้” อู๋ต้ากระซิบถามเจิ้นเทียน “ข้าก็เลือกเอาจากร้านขายของเลหลังหลายๆร้านตามที่เจ้าบอก แล้วก็เลือกตามที่ข้าชอบ” เจิ้นเทียนตอบตามความจริง ด้วยความงุนงงเช่นกัน ความจริงแล้วของที่มีพลังวิญญาณนั้นต้องมีอายุหลายร้อยปีหรือผ่านวิธีการทำแบบพิเศษ แต่ก็มีบ่อยครั้ง ที่ของเหล่านี้ถูกเก็บเป็นมรดกและบางส่วนก็อยู่ใต้ผืนทะเลทราย แต่ชาวบ้านทั่วไปไม่รู้จึงนำมาวางขายปนกับของใช้ทั่วไป ส่วนเจิ้นเทียนเอง ก็ยังไม่รู้ว่าเคล็ดเมฆาแปรปลี่ยนที่เขาฝึกได้สิบส่วนจากร้อยส่วนนั้น ทำให้เขาสามารถสัมผัสพลังวิญญาณได้ โดยไม่ต้องใช้ของวิเศษอื่นมาช่วย จึงทำให้เขาเลือกหยิบแต่ของที่มีพลังวิญญาณมาทั้งหมดโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นว่าทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ท้งสามจึงเดินออกมาดูของที่เหลืออยู่กับนักพรตชรา “นกกะเรียนไม้แกะสลักนี้ ดูท่าจะเป็นของที่ข้าตามหา นี่เงินสิบเหรียญทองขอสหายพรตจงรับไว้ด้วย” นักพรตชราเก็บนกไม้แกะสลัก แล้วส่งเงินให้อู๋ต้า “เอ่อ...สหายพรต ซื้อแล้วคืนไม่ได้นะ” อู๋ต้ารีบรับเงินเข้ากระเป๋าทันที พลางถามย้ำกลัวนักพรตชราจะเปลี่ยนใจ “ไม่เปลี่ยนใจหรอกสหายพรต ของนี่ตรวจสอบโดยวิหคทองแล้ว เป็นของที่ข้าตามหาจริงๆ” นักรบชรายิ้มอย่างเมตตาเหมือนเดิม ทำให้อู๋ต้าโล่งอก ทันใดนั้นนกยูงสีทองที่ยังบินวนเวียน เมื่อเห็นเจิ้นเทียนก็ส่งเสียงร้องออกมา “แกว็กกกกกกซ์..........” “เอ๊ะ!....สหายผู้นี้?” นักพรตชรามองมาเจิ้นเทียน “ท่านมีปราณหยินที่เข้มข้นมาก อยู่ในร่าง” ……………………………………………………. ณ มุมมหนึ่งในตลาด ชายร่างกำยำที่งัดข้อแพ้เจิ้นเทียน กำลังเดินตรงมาพร้อมชายฉกรรจ์อีกสิบกว่าคน“ลูกพี่..เจ้าคนที่งัดข้อชนะข้า มันอยู่ตรงนั้น” ชายร่างกำยำชี้มาที่เจิ้นเทียนที่กำลังยืนอยู่ ....................................