บทที่ 59
การสงครามนั้นถ้ารู้เขารู้เราชัยชนะก็ไม่หนีห่างไปไหน ตอนนี้เป็นเวลาเย็นของวันแล้ว การเตรียมพร้อมของรีออนที่จะปะทะกับข้าศึกเป็นแนวป้องกันที่สี่นอกชายป่าติดกับทุ่งสังหารหน้าเมือง ค่ายชั่วคราวถูกตรึงเอาไว้ตรงนี้ที่ห่างจากแนวป่าไม่ถึง 500 เมตร มันประกอบไปด้วยกองธนู พลปืนใหญ่ กองพลทหารม้า พวกเขาได้วางแผนกันมาตลอดทั้งวันเพื่อความไม่ประมาท และป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นเกินความคาดหมาย “ท่านผู้บัญชาขอรับ ตอนนี้ทัพหลวงของอาณาจักรดีไวท์ได้เดินทางเข้าสู่เขตที่กำหนดเอาไว้แล้วครับ จากการสอดแนมของทหารม้า พวกเขาตั้งค่ายชั่วคราวตรงจุดนั้นตามที่ท่านได้คาดการณ์เอาไว้ขอรับ..” นายกองพันเอ่ยออกมารายงานตามที่เขาได้ลาดตระเวนมา รีออนลุกขึ้นทันทีที่ได้ยิน จริงๆเขานั้นทราบดีอยู่แล้วจากดาวเทียมที่สามารถระบุตำแหน่งอย่างแม่นยำของเขา แต่เพื่อไม่ให้ใครสงสัยในเทคโนโลยีนี้เขาก็ทำเป็นเพิ่งจะทราบข่าว จากนั้นเขาก็เลื่อนตัวหมากรูปธงสีแดงในแผนที่ขนาดใหญ่ข้างหน้าในมาอยู่จุดที่กำหนด“ทำตามแผนได้แล้วนายกองพัน ตอนมืดเราจะทำการโจมตีเป็นการหยั่งเชิงก่อน ทำตามที่ฝึกให้ดีๆอย่าได้ผิดพลาด เราไม่อยากจะสูญเสียทหารโดยไม่จำเป็น..” นายกองพันทหารม้าทำความเคารพ และเดินจากไปในทันที“ท่านพี่ .. ครั้งนี้พวกดีไวท์ขนกำลังทัพหลวงมามากนับแสน ท่านคิดจะทำอย่างไรหรือเจ้าคะ..” แคทเทอรีนที่เงียบ และมองการกระทำของรีออนผู้เป็นว่าที่สามีอยู่นานสองนาน เธอไม่พูดอะไรเพื่อเป็นการขัดจังหวะเขาเลยสักนิด แต่เมื่อเห็นโอกาสได้ถามเธอก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ย อย่างน้อยๆถ้าเธอสามารถช่วยเหลืออะไรได้มันก็ย่อมจะดีกว่า“ทัพหลวงของดีไวท์จากข้อมูลที่พี่ทราบมานั้นมีราวๆเพียงไม่เกิน 7 หมื่นเท่านั้น ประกอบไปด้วยทหารราบที่เดินเท้าถือหอก และดาบ 45,000 นาย ทหารราบถือธนู 15,000 นาย ทหารม้า 10,000 นาย จากแผนของเราที่ศัตรูพบเจอไปในคราวก่อน มันบ่งบอกได้เลยว่าศัตรูกำลังระวังตัวเป็นอย่างมาก และข่าวความลับเรื่องของป่าเลทเชนต์แห่งนี้คงล่วงรู้ไปถึงผู้บัญชาการอีกฝ่ายแล้ว พวกเขาถึงได้ตั้งค่ายชั่วคราวกันที่จุดห่างใกล้กับป่าแห่งนี้... พวกเขาน่าจะกำลังหาวิธีการรับมือกับสิ่งที่อยู่ในป่านี้อย่างแน่นอน” รีออนวิเคราะห์ตามหลักเหตุผลที่มันควรจะเป็น สถานการณ์ในตอนนี้มันชี้ไปทางเดียวเลยว่ามันเป็นอย่างนั้น เขาจะต้องใช้ความคิดแล้วว่าจะหาทางทำยังไงกับทางเข้าป่าตรงนี้ได้บ้าง และผู้บัญชาการของอีกฝ่ายล่วงรู้ความลับทั้งหมดของป่าแล้วหรือยัง“อย่างนี้นี่เองเหรอเจ้าคะ ไม่น่าล่ะ พวกนั้นถึงได้ตั้งค่ายเหมือนกับรออะไรสักอย่างเลย..” แคทเทอรีนกล่าว แต่ด้วยคำพูดนั้นของแคทเทอรีนมันก็ทำให้รีออนเหมือนกับนึกอะไรขึ้นมาได้“รออย่างนั้นหรือ... แล้วพวกมันรออะไรกัน!!... ไม่จริงน่า.. เรียกให้ทหารม้าทั้งหมดของเรากลับมายังจุดนี้ทันที...” รีออนตะโกนออกไปสุดเสียง ทหารที่อยู่ด้านนอกเองก็รับคำสั่งทันที และเคลื่อนตัวไปแจ้งกับหัวหน้ากองพันทหารม้า“อะไรหรือเจ้าคะท่านพี่...เกิดอะไรขึ้น..” แคทเทอรีนถามด้วยความตกใจ เพราะจู่ๆรีออนก็ตะโกนออกไปเสียงดัง แต่เหมือนกับว่าตอนนี้รีออนกำลังคิด และคุยกับอลิสอยู่ จึงไม่ได้ตอบกลับแคทเทอรีน ‘มีความเป็นไปได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ค่ะด็อกเตอร์..’ การณ์หน้านี้อลิสได้วิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่ศัตรูจะใช้ไฟในการเผาป่าแห่งนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง และถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง นอกจากทหารม้าของเขาที่จะติดกับดัก ไม่สามารถกลับมาทางป่าได้ตอนที่ทำภารกิจ นั่นก็เท่ากับว่าทหารม้าทั้งหมดของเขาจะตายภายในคืนนี้อย่างแน่นอน และไหนจะยังเป็นเรื่องของสารหลอนประสาทนั่นอีก หากทิศทางลมไม่เป็นใจ ฝ่ายที่จะต้องพบกับอาการเหล่านี้อาจจะเป็นทหารของเขาเองก็ได้‘จากสภาพอากาศตามที่ได้คำนวณแล้ว มีโอกาส 50-50 ที่จะพัดกลับเข้ามาสู่ทางทัพของด็อกเตอร์ค่ะ และอีกครึ่งหนึ่งจะพัดไปทางทัพหลวงดีไวท์ค่ะ’ อลิสกล่าวมาในหัว มันยิ่งทำให้รีออนนั้นเครียดขึ้นไปอีก สารหลอนประสาทตัวนี้มันเป็นสารประเภทแก๊สที่มีน้ำหนัก มันจะไม่ละเหยไปทางอากาศข้างบน มันจะเกาะตัวอยู่ต่ำๆ และเคลื่อนที่ไปตามแรงลมเท่านั้น ตอนนี้เขาต้องหาทางทำอะไรสักอย่างกับมัน หากสิ่งที่คาดการณ์เป็นจริง นับว่าเขาเดินเกมผิดไปแล้ว รีออนค่อยๆวางแผนใหม่กับตัวเอง อย่างแรกที่ต้องใส่ใจคือวิธีพัดลมไปทางอื่น จากนั้นก็ต้องกลับมามองยุทธวิธีใหม่ เพราะถ้าเขาเดาไม่ผิดพลาดแล้วล่ะก็ ผู้บัญชาการของทัพดีไวท์ก็นับว่าเป็นคนที่น่ากลัวเอาเรื่องอยู่ รีออนค่อยๆเคลื่อนตัวหมากของตัวเองไปตำแหน่งที่ต้องการ ไม่นานนัก กองพันทหารม้าก็ได้กลับมาถึงยังค่ายอย่างปลอดภัย นายกองพันได้เข้าพบกับรีออนทันที เพื่อขอทราบแผนถัดไป“นายกองพันทหารม้ารายงานตัวขอรับ...” เมื่อรีออนได้ยินก็ไม่มากพิธีเพราะตอนนี้มันก็ใกล้เวลา 1 ทุ่มตรงแล้ว เขาเร่งให้ทหารม้าทำตามแผนที่เขาได้วางเอาไว้ รีออนคุยแผนอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง จนในที่สุดก็ถึงเวลาปฎิบัติการสักที“...เริ่มปฏิบัติการได้...” รีออนสั่งตะโกนเสียงดัง ก่อนที่ทหารม้าหลายพันนายจะยกม้าของตัวเองขึ้น และวิ่งมุ่งหน้าไปทางป่าเลทเซนต์เสียงดังกึกก้อง แต่เมื่อทหารม้าชุดแรกเข้าไปใกล้เขตป่าพวกทหารก็เบี่ยงตัวหลบไปอีกทางแยกเป็นซ้ายขวา และวนกลับมาต่อที่ด้านหลังของกอง แล้ววิ่งวนอย่างนั้นไปเรื่อยๆ มันเป็นการสร้างแนวป้องกันลมไม่ให้มีอาการไหลของแก๊สเข้าสู่ทางค่ายของพวกเขา ในกรณีที่แย่ที่สุดที่ลมไม่เป็นใจ ก็ยังทำให้แก๊สเลื่อนไปทางข้างๆแทน ถึงตอนนั้นแล้วรีออนจะให้ทุกคนสวมหน้ากากเอาไว้ก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาสูดดมเข้าไป ในอีกด้านหนึ่งทัพของดีไวท์ก็ได้ยินเสียงของม้าและกำลังคนกำลังเคลื่อนตัวดังไปทั่วบริเวณ ผู้บัญชาการทัพยิ้มออกมา เพราะว่าพวกนั้นคงจะติดกับแผนของเขาที่วางเอาไว้ เขาจึงสั่งการไปในทันที“พลธนู.. เตรียม... ดึง... ยิงได้!!” พลธนูที่ได้เตรียมตัวไว้พร้อมอยู่แล้วก็ได้ยิงธนูที่ปลายติดเปลงเพลิงเอาไว้ จากนั้นธนูนับหมื่นก็พุ่งเข้าไปทางป่าที่มีแต่ความมืดมิด นอกจากนั้นเขายังสั่งให้ยิงออกไปอีกหลายสิบชุด ธนูที่มีเกือบทั้งหมดถูกยิงออกไป ไฟจากเปลวเพลิงนับหมื่นนับแสนก็ค่อยๆแสดงประสิทธิภาพของมันออกมา จากกองไฟเล็กตอนนี้มันกลับเป็นเพลิงขนาดใหญ่ ผู้บัญชาการทัพที่ได้เห็นผลงานของตัวเองอย่างนั้นก็สั่งจัดทัพเท้าเพื่อที่จะเคลื่อนกำลังพลในทันที พวกเขาต้องจัดการกับแนวป่านี้ให้ได้ในเร็วไว ไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจจะเสียหายมากที่สุดก็เป็นไปได้“เคลื่อนพลได้...” ผู้บัญชาการสั่งเมื่อเห็นว่าเปลงเพลิงจากป่าเริ่มที่จะดับลงไปแล้ว ถึงบรรยากาศมันจะร้อนอวมๆ แต่พวกเขาก็จะต้องทน ก่อนเช้าวันนี้พวกเขาจะต้องได้เห็นกำแพงเมืองเลบานอนให้จงได้ แต่เขากลับไม่คาดคิดเลยว่าจะมีการโต้กลับของฝั่งซาทารอสได้ทันควันอย่างนี้ แถมลูกเหล็กแตกกระจายนั้น ยังลงได้แม่นราวกับจับวางมาที่ทัพหน้าของพวกเขา ตูมมมม!!!ตูมมมม!!!ตูมมมม!!!ตูมมมม!!!ตูมมมม!!! “กระบอกที่ 6-10 หันปลายกระบอกปืนมา 45 องศา...” เสียงสั่งการของรีออนดังออกมา ตอนนี้เรื่องลมไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปแล้ว และโชคดีที่ลมนั้นเปลี่ยนทิศมาช่วยเหลือพวกเขา หรือมันอาจจะเป็นเพราะผลจากการสร้างลมปลอมก็ไม่มีใครสามารถทราบได้“รับทราบขอรับ...” กองปืนใหญ่ตอนนี้ทำงานหนักที่สุด ทหารม้าเองก็กลับมาอยู่แนวหลังเพื่อพักผ่อนเอาแรงก่อน หากเห็นศัตรูแล้ว พวกเขาก็จะต้องพร้อมกลับไปเป็นแนวหน้าอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้ทั้งทหารราบ และทหารม้าของดีไวท์ได้รับผลกระทบเต็มๆ และก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้างที่ผู้บัญชาการทัพเชื่อในสิ่งที่สายลับแจ้งเข้ามา โดยที่เขาจัดทัพให้คนเดินห่างจากกันประมาณ 2 ช่วงแขนทั้งแนวตอนลึก และแนวแถวนอน ทำให้ได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่ควรจะเป็นทหารของดีไวท์วิ่งเขามาอย่างไม่กลัวอะไร พวกเขาบางคนก็โดนแรงของระเบิดเข้าเต็มเปา และอีกเพียงไม่เท่าไร พวกเขาก็จะก้าวเท้าเข้าไปถึงเขตชายป่าแล้ว แต่ยิ่งเข้าใกล้ตาของพวกเขาก็เริ่มที่จะมัวลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มีทหารคนหนึ่งร้องออกมาโวยวาย และวิ่งแตกทัพ “ไม่น่า... เมียจ๋า.. ข้ากลัวแล้ว อย่าตีข้าอีกเลยนะ...” ชายคนนั้นวิ่งเตลิดเปิดเปิงไป...