“นี่...ข้าตาฝาดใช่หรือไม่? เขาอายุเพียง16 ปี และสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาระงับร่างกายได้ เขาเป็สุดยอดอัจฉริยะ!” ชายคนหนึ่งะโขึ้นด้วยความใ
“ดูเหมือนว่าคุณภาพของเม็ดยาระงับิญญาจะมีมากกว่าเม็ดยาที่เราใช้กันบ่อยๆคิดไม่ถึงเลยว่า เฉินเซี่ยง จะปิดบัง เขาปิดบังความแข็งแกร่งของเขามาตลอด! เพียงแค่ทักษะการปรุงยาของเขาอย่างเดียวก็ทำให้เขามีค่ามากกว่าพวกอัจฉริยะที่มีเส้นชีพจริญญาระดับสูงเสียอีก” ชายอีกคนหนึ่งอุทานออกมา
สมาชิกหลักในตระกูลเฉินทุกคนรวมตัวกันในพื้นที่แห่งนี้พวกเขาต่างพากันถอนหายใจด้วยความอิจฉาริษยา
เฉินหาวไห่ เองก็ใ เศร้า และโกรธเคืองในเวลาเดียวกันท่าทางของเขาได้เปลี่ยนเป็อัปลักษณ์ไปอย่างมาก
เหตุผลมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาต้องสูญเสียหญ้าิญญาโลหิตพันปีถ้าใช้มันในการประมูล มันคงจะขายได้ในราคาที่สูงอย่างมาก
ผู้าุโของตระกูลเฉินผู้หนึ่งถึงกับมือสั่นเทาดวงตาทั้งสองข้างเปิดกว้างขณะที่จ้องมองไปที่เม็ดยาสีขาวในฝ่ามือของเขา “ตระกูลเฉินของข้า..ในที่สุดก็มีนักปรุงยาเสียที!!”
ท้ายที่สุดตระกูลเฉินก็มีนักปรุงยาอยู่ข้างเดียวกันกับพวกเขาแค่เพียงคำง่ายๆ เพียงคำเดียวก็ทำให้โลหิตของสมาชิกตระกูลเฉินทุกคนเดือดพล่าน แต่ละคนล้วนทราบว่าตระกูลเฉินไม่มีนักปรุงยาแม้แต่คนเดียวดังนั้นพวกเขาต้องใช้ทรัพย์สินจำนวนมากในการซื้อเม็ดยาที่ปรุงขึ้นโดยผู้อื่น ด้วยเหตุนี้พวกเขามักจะถูกนักสู้ที่ดุร้ายบางส่วนที่สังกัดอยู่ภายใต้ตระกูลชั้นสูงเยาะเย้ยอยู่บ่อยๆ
แต่ตอนนี้ ตระกูลเฉินมีนักปรุงยาแล้ว ไม่ต้องกล่าวถึงว่าเด็กหนุ่มคนนี้ยังเยาว์อยู่มากไม่ช้าก็เร็วเขาต้องบรรลุถึงขอบเขตระดับปรมาจารย์ปรุงยาแน่นอน!
“เฉินหาวไห่ เ้าเต็มใจเดิมพันกับลูกชายข้า ตอนนี่เ้าควรยอมรับความพ่ายแพ้ของเ้า!” เฉินเทียนหู่กล่าวพลางหัวเราะ
“ฮึ่ม!” เฉินหาวไห่รู้สึกอิจฉาพร้อมกับเศร้าในเวลาเดียวกันเขาโยนหญ้าิญญาโลหิตพันปีไปให้กับ เฉินเซี่ยง อย่างไม่เต็มใจ
ตอนนี้ไม่มีใครในตระกูลเฉินกล้ามองเฉินเซี่ยงอย่างดูแคลนอีกแล้วเขาในตอนนี้เป็นักปรุงยาที่มีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น สาวๆ มากมายจากตระกูลสาขาก็เริ่มที่จะใช้เรือนร่างและคารมของตนเพื่อมัดใจเฉินเซี่ยง
ชายหนุ่มรุ่นเยาว์จำนวนมากจากตระกูลเฉินจ้องมองเฉินเซี่ยงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความริษยาพวกเขาอิจฉา เฉินเซี่ยง จนแทบกระอักตาย
เฉินเซี่ยง เลือกที่จะไม่สนใจการกระทำของคนเ่าั้เนื่องจากเขาจำได้ว่ามีหลายคนในที่แห่งนี้เคยเยาะเย้ยเขามาก่อน
“แม้ว่าลูกชายเ้าเป็นักปรุงยา แต่เ้ายังต้องต่อสู้เพื่อตำแหน่งผู้นำตระกูล” เฉินหาวไห่โต้ตอบ
ชายวัยกลางคนอีก 2 คน ที่ก่อนหน้านี้ที่กำลังแข่งขันกับเฉินเทียนหู่ เพื่อตำแหน่งผู้นำตระกูลได้ประกาศถอนตัว พวกเขาสามารถบอกได้ว่า เฉินเซี่ยงซึ่งมีอายุเพียง 16 ปี แต่เขากลับสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาิญญาระดับต่ำได้แล้ว กล่าวได้ว่าอนาคตของเฉินเซี่ยง ย่อมต้องก้าวหน้าอย่างไม่สิ้นสุด ฉะนั้นจึงไม่ผิดอะไรที่เขาทั้ง 2 จะเลือกถอนตัวเช่นนั้น
นอกจากเฉินหาวไห่และเฉินเทียนหู่แล้ว ยังมีชายวัยกลางคนอีก1 คนที่ยังคงอยู่เพื่อแข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล
เฉินหาวไห่กล่าว “เฉินเทียนหู่ตอนนี้เ้าต้องสู้กับพวกเรา 2 พี่น้อง ถ้าเ้าเอาชนะได้ เช่นนั้นแล้วตำแหน่งผู้นำตระกูลก็เป็ของเ้า!”
เฉินเทียนหู่หลี่ตาลงพร้อมกับกล่าว “นี่คือสิ่งที่เ้าอยากจะกล่าวใช่มั้ย?”
“ดี งั้นพวกเ้าจะเข้ามาพร้อมกัน หรือจะเข้ามาทีละคน?”
แม้ว่าเฉินเทียนหู่จะมีจำนวนคนน้อยกว่าแต่น้ำเสียงของเขาก็ไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมาแต่อย่างใด กลับกันเขากลับแสดงความแข็งแกร่งของเขาออกมาแทนเฉินเทียนหู่แท้จริงแล้วเป็คนที่สามารถทำให้ผู้อื่นต้องอ่อนน้อมต่อเขา
“แน่นอนว่ามันต้องเป็ 1 ต่อ 1 พวกเราพี่น้องไม่้าให้ผู้อื่นคิดว่าเราเป็พวกชอบรังแกตอนนี้เราจะเริ่มกันได้หรือยัง?”เมื่อได้ยินคำกล่าวเฉินหาวไห่ฝูงชนเริ่มถอยหลังกลับเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับพวกเขา
คลื่นพลังอันน่าหวาดหวั่นแผ่ออกมาจากการต่อสู้ระหว่างผู้เข้าชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลที่มีพลังระดับ7 ขอบเขตนักสู้
ทุกๆ คนต่างพากันถอยออกห่างจากที่นั่นจนติดขอบห้องโถงทั้งเฉินเทียนหู่และเฉินหาวไห่ต่างเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมๆ กัน ต่างฝ่ายต่างเหวี่ยงฝ่ามือเข้าจู่โจมฝ่ามือของแต่ละฝ่ายต่างเข้าใกล้กันมากขึ้น พวกเขาเริ่มใช้ปราณแท้จริงเข้าต่อสู้ในจังหวะนั้น
ทั่วร่างของเฉินหาวไห่ปกคลุมไปด้วยปราณแท้จริงอันร้อนระอุขณะที่เฉินเทียนหู่ไม่มีการเคลื่อนไหวใดแต่เส้นชีพจรสีฟ้าที่น่าสยดสยองเต็มไปด้วยปราณแท้จริงกำลังปรากฏขึ้นตามร่างกายเฉินเทียนหู่
ทั้งสองคนอยู่ไม่ห่างกันมากนัก ต่างฝ่ายต่างจ้องมองด้วยสายตาจริงจังทันใดนั้นทั่วทั้งบริเวณห้องโถงเริ่มสั่นะเื พื้นห้องโถงเริ่มปริแตก มวลอากาศกระโชกไปมาอย่างรุนแรงไปทั่วทั้งบริเวณ
เฉินเทียนหู่คำรามลั่น แม้แต่มวลอากาศที่กระโชกอย่างรุนแรงเมื่อครู่นี้ยังหยุดลงเฉินหาวไห่ถูกพัดปลิวไปด้านหลังพร้อมกับกระอักเืคำโตออกมา เฉินเทียนหู่เองก็ถอยหลังไปเล็กน้อย
เฉินห่าวไห่ที่ถูกพัดปลิวตกกระแทกพื้นพยายามยืนลุกขึ้นยืนเขารู้ว่าเขาพ่ายแพ้ แต่ใบหน้าของเขายังมีเศษเสี้ยวของรอยยิ้มที่หยิ่งผยอง
การแข่งขันในครั้งนี้เฉินเทียนหู่เป็ฝ่ายชนะแต่ใบหน้าของเขาเองก็ซีดขาวเช่นเดียวกัน
เฉินหาวไห่หัวเราะขณะที่กล่าว “แม้ว่าเ้าจะชนะการต่อสู้นี้แต่เ้าก็ยังจะแพ้ในแข่งขัน ด้วยสภาพของเ้าในตอนนี้ แม้แต่นักสู้ระดับ 6 ยังสามารถเอาชนะเ้าได้ง่ายๆ!” ขณะที่เขากำลังหัวเราะอยู่เขาก็ได้กระอักเืออกมามากมายในเวลาเดียวกันเห็นได้ชัดว่าเขาได้รับาเ็ภายในอย่างรุนแรง
“ระดับพลังของเ้าอยู่ในระดับ 8 ขอบเขตนักสู้รึ?” เฉินเทียนหู่ถามขณะที่เอามือข้างหนึ่งกุมท้องเขาไม่คิดว่าเฉินหาวไห่จะก้าวขึ้นสู้ระดับ 8 แห่งขอบเขตนักสู้อย่างรวดเร็วเช่นนี้
“เ้าเองก็เช่นกันไม่ใช่รึ?” เฉินหาวไห่เยาะเย้ย
ทั้งเฉินหาวไห่และเฉินเทียนหู่แท้จริงแล้วเป็นักสู้ระดับ8 ขอบเขตนักสู้ และด้วยเื่นี้ต่างทำให้ทุกคนใ ทุกๆ คนสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเฉินหาวไห่ไม่ลังเลที่จะทำร้ายเฉินเทียนหู่ จนทำให้าเ็อย่างรุนแรง
เฉินเทียนหู่ยังต้องต่อสู้อีกครั้งและคู่ต่อสู้ของเขาก็คือน้องชายของเฉินหาวไห่ที่อายุอ่อนกว่า!
เฉินเซี่ยง เดินมาหาเฉินเทียนหู่อย่างรวดเร็วเพื่อสนับสนุนบิดาของเขาที่กำลังจะพ่ายแพ้“ท่านพ่อท่านเป็อย่างไรบ้าง?” ขณะที่กำลังถามเฉินเซี่ยงวางมือลงบนท้องของพ่อเขาพร้อมกับถ่ายปราณแห่งไม้เข้าไปในร่างกาย เมื่อรับรู้ถึงปราณแห่งไม้ที่รุนแรงกำลังไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วทันใดนั้นเฉินเทียนหู่พลันจ้องมองไปที่เฉินเซี่ยงด้วยท่าทางใ แต่ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็สงบลง
“ข้าได้รับาเ็ภายในบางส่วน เฉินหาวไห่ไม่ลังเลที่จะทำร้ายข้าจนาเ็หนักเช่นนี้ดังนั้นอย่างได้เสียปราณแท้จริงของเ้ากับข้าไปโดยเปล่าประโยชน์เลย” จิตใจของเฉินเทียนหู่กำลังตื่นเต้นเนื่องจากปราณแท้จริงของบุตรชายเขาค่อนข้างแข็งแกร่ง และมันแข็งแกร่งมากกว่าที่เค้าคาดคิดไว้มากนัก
หัวใจของ เฉินเซี่ยง กลับกลายเป็หนักอิ้งอย่างมากหลังจากได้ฟังเฉินเทียนหู่ถ้าบิดาของเขาพ่ายแพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้ สถานการณ์นี้คงเปลี่ยนเป็สิ้นหวังทันที
“เริ่มการต่อสู้รอบที่ 2 อย่าทำให้เวลาเสียเปล่า!” เฉินหาวไห่กล่าวด้วยน้ำเสียที่อ่อนแรงและผิวที่ซีดเซียวแต่ภายในเขากลับตื่นเต้นเขา้ามองเห็นฉากที่น้องชายเขาเอาชนะเฉินเทียนหู่
เฉินเซี่ยงจ้องมองเฉินเทียนหู่ด้วยรัศมีที่เฉียบคมภายในดวงตาของเขาพร้อมกับกล่าว“ข้าจะสู้เอง!!”
เฉินเซี่ยง้าต่อสู้อย่างกะทันหันแทนบิดาของเขานี้เป็เหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนค่อนข้างใ พวกเขารู้ว่าเฉินเซี่ยงไม่มีแม้แต่เส้นชีพจริญญาใดๆดังนั้นเขาจึงค่อนข้างอ่อนแอ แม้ว่าเขาสามารถปลดปล่อยเพลิงปราณแท้จริงและสามารถควบคุมมันได้ตามใจปรารถนาแต่ด้วยเวลาอันสั้นนี้เขาย่อมไม่สามารถฟื้นฟูปราณแท้จริงได้ทัน
เฉินเซี่ยงในตอนนี้ไม่ได้เผชิญหน้ากับคนทั่วๆไป แต่คู่ต่อสู้ของเขาเป็ถึงนักสู้ระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ คนส่วนใหญ่คิดว่าเพื่อทำให้บิดาของเขาได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลเฉินเซี่ยง จึงได้ตัดสินใจโง่ๆ เช่นนี้
เฉินเซี่ยง ได้ทำให้เฉินเทียนหู่ตกตะลึงอย่างมากเช่นกันแต่เมื่อเขาเห็นสายตาของเฉินเซี่ยงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ความกังวลของเขาพลันหายไปนอกจากนี้ตัวเขาเองยังาเ็อย่างรุนแรง ถ้าเขาต่อสู้ด้วยสภาพของเขาในตอนนี้ย่อมหนีไม่พ้นความพ่ายแพ้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาการาเ็ของเขาที่จะรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย
ชายหนุ่มรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งหัวเราะออกมา“เ้าไม่มีเส้นชีพจริญญาแต่ก็ยัง้าเข้าร่วมต่อสู้ชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลช่วยพ่อของเ้าเช่นนั้นรึ? ด้วยความสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาระดับต่ำของเ้าเ้ากลับคิดว่าเ้ามีความแข็งแกร่งเช่นนั้นรึ? เพียงข้าคนเดียวก็สามารถจัดการเ้าได้ง่ายๆ แล้ว!ในยามนี้ข้าได้เข้าสู่ระดับ 5 ขอบเขตนักสู้แล้ว!”
ชายหนุ่มคนนั้นคือเฉินเซินหัว ซึ่งมีข้อขัดแย้งกับเฉินเซี่ยง ใน ตึกเม็ดยาิญญา ในตอนก่อนหน้านี้ นอกจากนี้เขายังเป็บุตรชายของเฉินหาวไห่
การเข้าสู่ระดับ 5 ขอบเขตนักสู้ด้วยอายุเพียงเท่านี้ทำให้กลายเป็อัจฉริยะที่หาได้ยาก ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงความเย่อหยิ่งจองหองของเขา
“เฉินเซินหัว ถ้าข้าชนะเ้า..มันจะเป็เช่นใด?” เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างเบื่อหน่ายท่าทางของเขาสงบนิ่งอย่างมาก........
.............................