ตอนที่ 134 รายงานตัว
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
แคลนของนิวโฮปคือองค์กรย่อยที่อยู่ในต้นสังกัดเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นทุกภาคส่วนก็ยังมีการแข่งขันกัน
ว่ากันว่าแคลนนิวโฮปภาคกลางนั้นเป็นแคลนระดับท็อปห้าของประเทศ
แม้แคลนนิวโฮปภาคเหนือจะไม่ติดอันดับแคลนระดับท็อปห้า แต่หัวหน้าแคลนก็มีการบ่มเพาะดาราแดงเก้าแฉกเลยทีเดียว
‘พลังระดับนี้หากเป็นการบ่มเพาะระบบเซียน คงจะอยู่ในขอบเขตแตกหน่อได้ เขาสามารถทำลายการป้องกันของพลังอักขระขั้นสีฟ้าได้อย่างสบายๆ เขาต้องการข่มขู่เราตั้งแต่พบหน้ากันเลยอย่างนั้นหรอ?’
แต่ถึงอย่างนั้น ...
ต่อให้คนเบื้องหน้านี้จะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุดที่เฟิร์สเคยเจอ แม้แต่เฟิร์สในโลกก่อนเขายังมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าเขาคนนี้
ท่าทางของเฟิร์สเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ แรงกดดันที่แผ่ออกมาเขาทำราวกับว่ามันเป็นสายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านไป ต่อให้ฟ้าถล่มแผ่นดินพังทลายเขาก็ดูไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
“สวัสดีครับ เป็นเกียรติที่ได้พบคุณเช่นกัน” เฟิร์สเอ่ยด้วยท่าทางที่สบายๆ
แต่หัวหน้าพิเชษกลับรู้สึกประหลาดใจ
‘เขาสามารถทนแรงกดดันที่ฉันปล่อยออกมาได้อย่างนั้นหรอ? ไม่ใช่ว่าเขาพึ่งบรรลุดาราแดงหรอกหรือ ด้วยพลังของฉันแล้วต่อให้ดาราแดงเจ็ดแฉกมายืนอยู่ตรงหน้า พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ’
หัวหน้าพิเชษไม่รู้ว่าด้วยขั้นวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ของเฟิร์สนั้นเหนือกว่าเขามาก ต่อให้ขั้นพลังของเขาจะสูงส่งกว่าเฟิร์สแล้วสามารถปลดปล่อยแรงกดดันออกมาได้มากมายเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถกดดันให้เฟิร์สรู้สึกย่ำแย่ได้
“ฉันได้ข่าวว่าเธอต้องการมาที่นี่ด้วยตนเอง”
“ไม่ผิด ผมต้องการแบบนั้นจริงๆ และหากเป็นไปได้ผมต้องการเริ่มงานให้เร็วที่สุดเช่นกัน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูเหมือนเธอจะเป็นคนที่ดูมุ่งมั่นไม่น้อย ฉันได้ยินมาว่าเธอชื่นชอบการกวาดล้างอบิสด้วยตัวคนเดียว”
เฟิร์สยิ้มและเอ่ย “เรื่องนั้นก็ไม่ใช่ความลับอะไร”
“โอ้ เธอดูไม่ถ่อมตัวเลยนะ”
“เพราะผมมีคุณสมบัติที่จะทำมันนั่นแหละ”
เฟิร์สต่อปากต่อคำกับผู้กำกับพิเชษอย่างเฉยชา ในดวงตาของเขาไม่มีความหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าขั้นพลังของพวกเขาทั้งสองจะห่างกันมากก็ตาม
“แต่ว่าเมื่อเธอมาทำงานที่นี่ มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ”
“หืม ... ทำไมล่ะครับ”
“อบิสระดับสีขาวนั้นเป็นเพียงสนามเด็กเล่นเท่านั้น ความยากของมันนั้นเทียบไม่ได้เลยกับระดับสีแดง”
เฟิร์สพยักหน้าก่อนจะยิ้มออกมา
“แต่ผมได้ยินมาว่ามอนสเตอร์ระดับสีแดงนั้นไม่ต่างไปจากราชาและนางพญาของอบิสสีขาวระดับสูงมากนัก หากมีฝีมือเท่านั้นผมมั่นใจว่าผมรับมือพวกมันได้”
“เหอะๆ เธอจะดูถูกอบิสระดับสีแดงมากเกินไปแล้ว นอกจากมอนสเตอร์ที่เป็นอันตรายแล้ว สภาพแวดล้อมข้างในนั้นยังเลวร้ายกว่าอบิสสีขาวเช่นกัน ด้วยสองอย่างนี้จึงทำให้อบิสสีแดงมีความยากกว่าสีขาวหลายเท่าตัว”
“ดูเหมือนว่าคุณจะลืมไปแล้วนะครับว่าผมเป็นเวเนเตอร์สายสนับสนุน และผมก็มั่นใจในการต้านทานสถานะของผมเช่นกัน”
“สรุปว่าเธอต้องการจะลุยเดี่ยวในอบิสให้ได้?” หัวหน้าพิเชษเอ่ย
เฟิร์สพยักหน้า “มันเป็นการฝึกฝนของผม ยิ่งผมต่อสู้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มพลังบ่มเพาะได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น”
“โอ้ ดูเหมือนว่าเธอจะมีความลับหลายอย่างน่าดู แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่อนุญาตให้เธอทำอย่างนั้นได้ ... เอาอย่างนี้เป็นไง ถ้าเธอสามารถพิสูจน์ให้ฉันเห็นได้ ไม่แน่ว่าฉันอาจจะให้อนุญาตเธอก็ได้”
ผู้กำกับพิเชษไม่ต้องการขัดขวางเส้นทางการบ่มเพาะของเด็กหนุ่มคนนี้ เขายอมรับว่าตกใจจริงๆ ที่เด็กหนุ่มบอกว่าการต่อสู้คือการเพิ่มพลังบ่มเพาะของตัวเอง ซึ่งนั่นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังจากเด็กหนุ่มเริ่มกวาดล้างอบิสด้วยตัวคนเดียว การบ่มเพาะของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมากจริงๆ
หากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ไม่แน่ว่าในอนาคตแคลนนิวโฮปภาคเหนืออาจจะปรากฏเวเนเตอร์ดาราน้ำเงินขึ้นมาอีกคนก็ได้
ภายในแคลนแห่งนี้ เขาไม่ใช่ผู้ที่มีพลังบ่มเพาะสูงสุด แต่เป็นรองหัวหน้าแคลนที่ไม่ใช่พนักงานนิวโฮปต่างหาก ที่เขาเป็นถึงเวเนเตอร์ดาราน้ำเงิน
มีเพียงแต่เวเนเตอร์ดาราน้ำเงินเท่านั้นที่สามารถได้ชื่อว่าเป็นตัวตนชั้นแนวหน้าได้อย่างแท้จริง
แต่ถึงอย่างนั้นแม้พวกเขาจะใฝ่ฝันเพียงใด แต่การก้าวข้ามขอบเขตก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน อย่างผู้กำกับพิเชษคนนี้แม้เขาจะอยู่ในระดับดาราแดงเก้าแฉก แต่ก็ติดอยู่ในขั้นนี้มาเนิ่นนานจนแทบจะถอดใจกับเรื่องนี้ไปแล้ว
“อย่างน้อยก็มีโอกาสเป็นไปได้ใช่ไหมครับ” เฟิร์สเอ่ย
“นั่นก็ขึ้นอยู่กับเธอแล้ว” ชายคิ้วเข้มกล่าวพลางยิ้ม
พวกเขาพูดคุยกันอีกสักพักหนึ่งก่อนจะเดินออกมาจากห้อง
เมื่อเขาเปิดประตูออกมาก็พบว่ามีชายร่างอ้วนคนหนึ่งได้รอเขาอยู่ที่นี่แล้ว ชายหน้ากลมคนนี้มีน้ำหนักคาดกว่าจะหนึ่งร้อยกว่ากิโลกรัมได้ แต่เฟิร์สกับสังเกตได้ว่าท่าทางของเขาดูเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วเป็นอย่างมาก
“สวัสดีฉันสายลมแดง ฉันจะพาเธอไปยังห้องพักที่เตรียมไว้”
“แคลนแห่งนี้มีพนักงานมากมาย คุณที่เป็นสมาชิกแคลนถึงกับมาต้อนรับผมด้วยตัวเองเลยหรอครับ?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พอดีหัวหน้าบอกว่าถ้าฉันว่างฉันก็ควรมาทำความรู้จักกับนายหน่อยน่ะ ยังไงการลงเทรดครั้งหน้าฉันต้องคอยดูแลนายอยู่แล้ว”
“ลงเทรดครั้งหน้า? หมายความว่าตารางการลงเทรดได้ออกมาแล้วอย่างนั้นหรอ?”
“ใช่ นายจะได้รับมันเมื่อถึงห้อง ที่นั่นมีทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้สำหรับนายอยู่แล้ว อ้อ ... คือว่าที่นี่มีห้องพักส่วนตัวสำหรับเวเนเตอร์ทุกคน เผื่อบางช่วงเวลาต้องลงเทรดในสถานการณ์เร่งด่วนจะได้เรียกตัวได้ทันที แต่ถึงอย่างนั้นที่นี่ก็ไม่ใช้แรงงานทาสหรอกนะ ทุกคนสามารถขอวันหยุดพักผ่อนได้ทุกเวลาอยู่แล้ว” แล้วเขาก็เดินเข้ามาข้างๆ เด็กหนุ่มแล้วเอ่ยกระซิบ
“บางคนถึงกับขอพักผ่อนถึงห้าปีก็มี”
“ห้าปีเลยหรอ?”
เฟิร์สรู้สึกประหลาดใจเมื่อเขาได้ยินว่าสมาชิกแคลนมีอิสระขนาดนี้
‘แล้วที่ผ่านมาฉันมัวแต่ไปกังวลกับอะไรกันเนี้ย’
“อย่าเสียงดังไปสิ หากไม่ใช่สถานการณ์เร่งด่วนแคลนไม่บังคับพวกเราอยู่แล้ว พวกเรามีอิสระที่จะทำงาน เพียงแต่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครอยากที่จะหยุดงานหรอกนะ เพราะการหยุดงานคือการหายไปของแกนสปีริตที่จะได้รับ ... สำหรับเวเนเตอร์ดาราแดงอย่างพวกเรา เรื่องเงินนั้นแทบจะไม่ใช่ปัญหา แต่ทรัพยากรบ่มเพาะนี่สิ หากไม่อยู่ในแคลนก็หามันมาไม่ได้ ขนาดนายที่เป็นเจ้าหน้าที่นิวโฮปยังต้องถ่อมาที่นี่ไม่ใช่หรอ?”
เฟิร์สเมื่อเห็นว่าสายลมแดงจ้อไม่หยุดเขาก็เอ่ยออกไปว่า “ดูเหมือนคุณจะเป็นคนช่างพูดจังนะครับ”
“นี่นายว่าฉันพูดมากอย่างนั้นหรอ!”
“ไม่ ไม่ ไม่ ผมแค่จะบอกว่าคุณเป็นคนที่คุยได้สนุกดี อย่าถือสาคำพูดของเด็กอย่างผมเลย”
“นายนี่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังโดนหลอกด่าอยู่ยังไงไม่รู้ ช่างเถอะเอาเป็นว่าพวกเรารีบไปที่ห้องพักของนายกันเถอะ”
สายลมแดงรีบเดินนำออกไปทันที
แคลนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ภูเขาทั้งลูกเป็นฐานที่ตั้ง ดังนั้นภายในจึงกว้างใหญ่กว่าที่ตาเห็นเป็นอย่างมาก
ในส่วนที่เฟิร์สกำลังจะเข้าไปคือส่วนด้านในที่ห้ามคนนอกเข้า
พวกเขาทั้งสองผ่านเครื่องแสกนรูปลักษณ์ที่ตรวจสอบทั้งหน้าตา ม่านตา ลายมือ ทุกสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ผ่านเข้าไป
เนื่องจากเฟิร์สมีข้อมูลอยู่กับนิวโฮปอยู่แล้ว เมื่อคำสั่งแต่งตั้งมาถึง เขาจึงถูกบรรจุเป็นสมาชิกคนหนึ่งในทันที
เขตพื้นที่ภายในของภูเขาถูกเจาะเป็นหลุมกว้าง ซึ่งจะมีสิ่งก่อสร้างแต่ละชั้นสร้างอยู่ ตรงกลางเป็นรูขนาดใหญ่ที่มีสิ่งก่อสร้างทรงกลมแทรกอยู่ในทุกๆ ชั้น
“ที่นั่นคืออะไร?” เฟิร์สเอ่ยถาม
“อ่อ สนามฝึกซ้อมน่ะ ภายในห้องนั้นจะมีเวทีสนามพลังเพื่อให้เวเนเตอร์อย่างพวกเราฝึกซ้อม อย่างที่รู้กันว่าพลังของพวกเราแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดา แคลนจึงจัดลานประลองพิเศษเพื่อไม่ให้ได้รับความเสียหายจากพลังของพวกเรา ว่ากันว่าพวกมันถูกสร้างมาจากศิลาที่นำมาจากอบิสระดับสีนำ้เงินเลยทีเดียว สามารถรองรับพลังการโจมตีของเวเนเตอร์ดาราน้ำเงินลงมาได้เป็นอย่างดี” สายลมแดงเอ่ยอธิบาย
ระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทางไปยังที่พักของเฟิร์สอยู่นั้น เฟิร์สก็พบเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกำลังเดินผ่านพวกเขา
“สวัสดีครับ/ค่ะ คุณสายลมแดง”
พวกเขากล่าวทักทายสายลมแดงอย่างมีความเคารพก่อนจะเดินผ่านไปโดยที่ไม่เห็นเฟิร์สอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
ไม่ต้องรอให้เฟิร์สเอ่ยถาม สายลมแดงก็เอ่ยแนะนำในทันที
“พวกนั้นคือเด็กฝึกของแคลนน่ะ เห็นว่าบางคนยังมีอายุมากกว่านายด้วยนะ ดูสายตาของเด็กพวกนั้นที่มองนายสิ ดูเหมือนว่านายจะไม่เป็นที่รักของพวกรุ่นน้องพวกนี้เท่าไหร่นะ” สายลมแดงเอ่ยอย่างหยอกล้อ