คุณนครพูด“คุณพล็อต สุดยอดเลย คุณรู้ได้ยังไงรัฐบาลจะมีมาตรการออกมา”
ผมเลี่ยงที่จะตอบเพราะเรื่องคุยกับรัฐมนตรีไม่ใช่สิ่งที่น่าเปิดเผย
“วรเดชอยู่เบื้องหลังพาต่างชาติทุบตลาดหุ้นไทย มันไม่มีวันสำเร็จหรอกครับ ตอนนี้มันเล่นชอตไว้เยอะแยะ ตอนนี้เงินมันก็คงถูกขังไว้ มันหมดตัวแล้วครับ”
“ทำไมเธอพูดแบบนั้น?”
“เพราะพรุ่งนี้พอตลาดหุ้นเปิด ตลาดมีแนวโน้มบวกอีก วรเดชที่มันชอตไว้จะยิ่งขาดทุน ส่วนเงินที่มันได้กำไรมาก่อนหน้าจะถูกตรวจสอบ”
คนที่ยิ้มแก้มปริที่สุดคือธีร์เพราะเขาสั่งกองทุนไทยสตาร์ของเขาซื้อหุ้นไปถึงพันกว่าล้านได้กำไรเต็มๆธีร์บอก “คุณพล็อต คุณสุดยอดมากๆ”
“ขอบคุณที่เชื่อใจผม” ผมตอบ
เราสองคนมองหน้ากัน ก่อนหน้าธีร์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมติดคุก แต่ตอนนี้เขากลับช่วยเหลือผม เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ข้อกินแหนงแคลงใจของเราหมดสิ้นไป
ระหว่างที่เราคุยกันก็มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ DSI ไปที่บริษัทหลักทรัพย์วรเดช พวกผมเปิดทีวีดู
นักข่าวรายงาน “ขณะนี้เจ้าหน้าที่ DSI ได้เข้าตรวจสอบบริษัทหลักทรัพย์วิทยทรัพย์ของคุณวรเดช เนื่องจากมีหลักฐานว่าคุณวรเดชมีส่วนพัวพันกับกองทุนต่างชาติหลายกองทุนในการทุบตลาดหุ้นไทย”
ชื่อเสียงวรเดชตอนนี้เน่าและเสียหายแน่นอน เรื่องที่มันปล่อยกู้ผิดกฎหมายผลกระทบเพียงแค่อยู่ในธนาคารรักเมืองไทย แต่ครั้งนี้มันทุบหุ้นทั้งตลาดผลกระทบมากมายมหาศาลทั้งต่อคนเล่นหุ้นนับล้านและความมั่นคงต่อระบบเศรษฐกิจในประเทศ
ดูข่าวอยู่พักหนึ่ง แต่ผมไม่เห็นวรเดชในข่าวนะ ผมบอกทุกคนว่า “ขอตัวก่อนนะครับ”
วันนี้ผมอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ก่อนจะขับรถกลับบ้าน ผมโทรหาอิ๊ง
“อิ๊งทำอะไรอยู่?”
“อยู่ที่หอ”
“ผมไปรับไหม?”
“พล็อตว่างเหรอ?”
“ใช่”
ผมขับรถไปหาอิ๊งที่หอของเธอแถวมหาลัยและรับเธอไปทานอาหารด้วย เมื่ออิ๊งขึ้นมาบนรถผมก็จับมือเธอไว้
“เป็นอะไรไปพล็อต?”
“แค่จับมือต้องถามแบบนี้ด้วยเหรอ?”
“ปกติไม่เคยเห็นพล็อตทำแบบนี้”
ผมหัวเราะ“ปกติเราห่างเหินกันแบบนั้นเชียว?”
อิ๊งเงียบ
ผมโน้มหน้าไปหอมแก้มอิ้ง เธอตีแขนผม
“พล็อตบ้า ทำอะไร?”
“เป็นแฟนกันหอมกันไม่ได้หรือไง?”
“เป็นตอนไหน?” อิ๊งถาม
จะว่าไปผมยังไม่เคยขออิ๊งเป็นแฟนเลย
“เป็นแฟนกับผมนะอิ๊ง ต่อไปนี้ผมจะมีเวลาให้ ไม่ทำตัวแบบเดิมๆ แล้ว”
อิ๊งหน้าแดงระเรื่อ เธอพยักหน้า
“เย้” ผมร้องดีใจเสียงดัง อิ๊งตีแขนผม
“ร้องเป็นเด็กๆ ไปได้” อิ๊งพูด
“หรืออิ๊งอยากแก่?” ผมย้อน
“พล็อตแก่ไปคนเดียวเหอะ”
เราสองคนนั่งขับรถกินลมกันไป คุยกันไป วันนี้ผมรู้สึกมีความสุขมาก หลังเราทานอาหารเสร็จ ผมก็บอกอิ๊ง
“ไปบ้านพล็อตนะ”
“ไปทำไม?”
“พล็อตอยากให้อิ๊งไปเจอพ่อแม่พล็อต”
อิ๊งพยักหน้า
ผมพาอิ๊งกลับบ้านผม เมื่อเข้าไปในบ้านก็เจอพ่อแม่นั่งอยู่ ผมและอิ๊งยกมือไหว้ ผมแนะนำอิ๊งกับพ่อแม่
“อิ๊งเป็นลูกคุณหญิงวิมลรัตน์?” พ่อผมถาม
“ใช่ค่ะ รู้จักแม่อิ๊งเหรอ?”
พ่อผมส่ายหน้า “ไม่รู้จักหรอก แต่เคยเห็นตามข่าวแวดวงไฮโซน่ะ พล็อตเองก็พูดถึงอิ๊งและคุณหญิงวิมลรัตน์ให้พ่อฟังบ้าง”“อ้อ ค่ะ” อิ๊งยิ้ม
“ทานอะไรมาหรือยัง เดี๋ยวแม่ทำกับข้าวให้” แม่ผมบอก
“อ้อ ทานมาแล้วค่ะ แล้วคุณแม่ทานหรือยังคะ”
“จ๊ะ เรียบร้อยแล้ว”
“แม่ เสาร์นี้ไปไหว้พระกันไหม?” ผมถาม
“พล็อตมีเวลาเหรอ?”
“โธ่แม่ พูดเหมือนอิ๊งเลย เวลาผมมีเยอะน่า”
“มีเยอะยังไง ปกติก็เห็นไม่ว่าง”
“ไว้ผมซื้อนาฬิกาเยอะๆ ก็มีเวลาเยอะเอง”
พ่อแม่ผมหัวเราะ วันนี้ผมมีความสุขมากเลย ผมรู้สึกวูบขึ้นในใจ มันเป็นความรู้สึกอบอุ่นของความรักในครอบครัว
ผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานมากแล้ว นานโคตรๆ
ผมไปส่งอิ๊งที่บ้านเธอ จากนั้นผมก็โทรไปหาคุณกิตติหัวหน้าหน่วยสอบสวนของ DSI เพื่อนัดเข้าพบ ผมรู้ว่าคนอย่างวรเดชถ้าปล่อยให้ลุกขึ้นมาอีก คงรังควาญผมไม่จบไม่สิ้น
ผมไปเจอคุณกิตติที่ DSI ในห้องสอบสวน คุณกิตติถามผม
“คุณมีข้อมูลอะไรจะให้ผม?”
“ผมรู้มาว่าวรเดชอยู่เบื้องหลังทุบหุ้นธนาคารรักเมืองไทย ราวเดือนก่อนวรเดชไปหาหลินกับพ่อของเธอที่ชื่อว่าฟง วรเดชชวนให้พ่อของหลินเข้าร่วมการทุบหุ้นครั้งนี้ด้วย”
กิตติรีบถาม“จริงเหรอ?”
ผมบอก “ใช่ครับ หลินบอกผมว่าพ่อเธอไม่ได้ร่วมด้วย แต่จริงๆ ตรวจสอบไม่ยาก พ่อของหลินบริหารกองทุนของฮ่องกงห้าแห่ง เราสามารถตรวจสอบได้ว่ากองทุนห้าแห่งนั้นได้ชอตหุ้นไทยไว้หรือเปล่า ถ้าชอต พ่อหลินก็เป็นพวกเดียวกับวรเดช ถ้าเราจับกุมพ่อหลินได้ เขาก็คงสารภาพและซักทอดถึงวรเดชด้วย ซึ่งจะทำให้หลักฐานในการจับกุมวรเดชแน่นหนายิ่งขึ้น”
ผมบอกชื่อกองทุนทั้งห้าแห่งให้คุณกิตติฟัง คุณกิตติยิ้มและพูด
“ยอดเยี่ยมจริงๆ หากที่คุณพูดเป็นจริงผมเอาวรเดชเข้าคุกได้แน่ รับรองรอบนี้มันไม่ได้ประกันตัว”
ผมพยักหน้าบอกต่อ“กองทุนวรเดชที่ใช้ปั่นหุ้นชื่อกองทุนนิวคิงส์ (NEW KING) ผมคิดว่ามันคงโดนเปลี่ยนชื่อไปแล้ว ถ้าเป็นไปได้ให้ตรวจสอบกองทุนของวรเดชที่ไปเปิดที่ต่างประเทศด้วยครับ ผมเชื่อว่าตอนนี้เงินวรเดชจำนวนมากถูกขังอยู่ในตลาดหุ้น มันขายหุ้นออกมาไม่ได้ ถ้าจะอายัดต้องรีบอายัด ตอนนี้เลยครับ”
คุณกิตติรีบพยักหน้า“ได้ ถ้าเราเริ่มสืบจากคนชื่อฟงก็จะสาวไปยังวรเดชได้แน่ๆ”
“จริงสิ เรื่องคดีของผม..”
คุณกิตติถามว่า“ทำไมครับ?”
“คดีที่ผมถอนเงินร้อยแปดสิบล้านมาจากบัญชีกองทุนซื้อหุ้นธนาคารรักเมืองไทย วรเดชก็มีส่วนรับรู้ด้วย ไม่งั้นผมจะเอาเงินออกมาได้ยังไง ตามกฎวรเดชต้องรับทราบก่อนผมถึงถอนเงินออกมาได้”
“แล้วคุณมีหลักฐานไหมว่าวรเดชรับรู้”
ผมส่ายหน้า“ไม่มี แต่อย่างน้อยวรเดชก็ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารสูงสุดของกองทุน”
คุณกิตติบอกว่า“คุณจะให้ผมฟ้องวรเดชด้วย?”
ผมพยักหน้า“ใช่ แม้ผมจะเบิกเงินออกมาโดยไม่มีลายเซ็นของวรเดช แต่วรเดชก็รับรู้ทุกอย่างเพราะก่อนหน้าผมได้เข้าไปคุยกับวรเดชแล้ว”
คุณกิตติพยักหน้า “ได้ คดีนี้อาจยากหน่อยเพราะหลักฐานอ่อน แต่ฉันจะลองทำดู”
หลังจากให้ข้อมูลเสร็จ ผมก็กลับมาที่บ้านรอฟังข่าว วันต่อมาคุณกิตตินำเจ้าหน้าที่ DSI ไปที่บ้านคุณฟง
ไม่นานผมก็เห็นคุณฟงเดินออกมาพร้อมกับถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว แต่ที่ผมตกใจเล็กน้อยก็คือ..มีหลินด้วย!
ทั้งหลินและคุณฟงต่างถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว คุณกิตติให้สัมภาษณ์นักข่าว
“ผมตรวจสอบหมดแล้ว นายเทวรักษ์หรือฟง ซึ่งบริหารกองทุนของเกาะฮ่องกงห้าแห่งก็ชอตหุ้นธนาคารรักเมืองไทยด้วย ส่วนคุณหลินลูกสาวเขาก็มีส่วนรู้เห็นด้วย นายเทวรักษ์กับวรเดชร่วมมือกันในการทุบราคาหุ้นทั้งตลาด ซึ่งถือว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ”
“แล้ววรเดชล่ะคะ?”“ตอนนี้ผมกำลังรวบรวมหลักฐานขอศาลให้ออกหมายจับครับ” คุณกิตติบอก
ผมเห็นหลินถูกใส่กุญแจมือมันก็รู้สึกบอกไม่ถูก ใจหนึ่งก็คิดว่าถูกต้องแล้ว แต่อีกใจก็อดสงสารไม่ได้
ได้ยินคุณกิตติยังให้สัมภาษณ์ต่อ“ผมยังพบว่ามีนักลงทุนไทยที่ไปเปิดบัญชีที่สิงค์โปร เกาะปานามา เกาะเคย์แมนเพื่อปกปิดชื่อจริงตนเอง ซึ่งหลายคนเปิดบัญชีไว้เพื่อฟอกเงิน คนไทยเหล่านี้ยังอยู่เบื้องหลังในการทุบตลาดหุ้นครั้งนี้ด้วย โดยคนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นต่างชาติ”
ผมยิ่งเข้าใจมากขึ้น ผมก็ว่าวรเดชมันไปหาต่างชาติมาทุบหุ้นไทยซะเละขนาดนั้นได้ยังไง ที่แท้มีคนไทยใจคดคิดหวังรวยบนซากศพคนอื่นร่วมมือกับวรเดชและต่างชาติบางส่วนด้วย
พอตกเย็นหมายจับวรเดชก็ออกมาพร้อมทั้งคำสั่งอายัดทรัพย์ทั้งหมด รวมทั้งหุ้นของวรเดชในบริษัทวิทยทรัพย์และธนาคารรักเมืองไทยด้วย
หลักของกฎหมายก็ง่ายๆ วรเดชอยู่เบื้องหลังทุบหุ้น ได้ผลประโยชน์มากมายมหาศาล ซึ่งทรัพย์สินไม่รู้ไปอยู่จุดไหนบ้าง ดังนั้นวรเดชจึงถูกอายัดทรัพย์ทั้งหมดไว้ก่อน
ส่วนตัววรเดชหายไปอย่างลึกลับ
สามวันต่อมาผมพาครอบครัวไปไหว้พระที่วัดแถวบ้าน ซึ่งหลายเดือนก่อนผมเคยมากับแม่
พอไหว้พระเสร็จเราก็เป็นเจอหลวงตาเจ้าอาวาสสวัด ใบหน้าท่านอ่อนโยนน่าศรัทธามากๆ
หลังพวกผมถวายสังฆทานให้หลวงตา ท่านก็สวดมนต์ทำพิธีกรวดน้ำให้ พอเสร็จพิธีหลวงตาก็ถามผม
“วันนี้เรามีสีหน้าดีขึ้นกว่าครั้งก่อนที่มานะ” หลวงตาพูดกับผม
“ครับ”
“ปล่อยวางได้แล้วสิ?”
“ฮะ ฮะ ไม่ขนาดนั้นครับ”
“ดีแล้ว ยิ่งปล่อยวางได้จะยิ่งพบความสุขในชิวิต”
“ผมก็อยากให้เป็นแบบนั้นครับ”พ่อกับแม่ผมนั่งคุยกับหลวงตา ส่วนผมก็มองไปรอบๆ ผมรู้สึกว่าบรรยากาศในวัดสดชื่นมาก ทำไมเข้าวัดครั้งก่อนผมไม่รู้สึกแบบนี้นะ
ผมรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาก็เลยขอตัวไปฉี่ในห้องน้ำวัด ในวัดค่อนข้างกว้างผมเดินไปในห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านหลังของโบสถ์
ผมเดินออกมาก็ตกใจ
วรเดช ทำไมมันมาอยู่ที่นี่ได้?!
วรเดชตอนนี้แต่งตัวธรรมดา มันมองมาที่ผมอย่างอาฆาตมาดร้าย!
ตอนที่ 62 จบวรเดชมาได้ยังไงนะ ตอนหน้าก็จะเป็นตอนจบของเรื่องนี้แล้วนะคร้าบ โปรดติดตามได้เลยเป็นตอนค่อนข้างยาว อ่านจุใจแน่นอนเป็นตอนสุดท้ายแล้วขอบริจาคสัก 3 กำลังนะครับ ขอบคุณมากเลยที่ตามมาถึงตรงนี้