“ดูเหมือนว่างานอดิเรกของทุกคนก็คล้ายๆกัน ข้าเองก็ชอบพนันหินแถมตั้งใจร่ำเรียนวิชาล่าสมบัติมาสักระยะ เซียวอวี้ เจ้าวางใจมีข้าอยู่พวกเราไม่มีทางแพ้หรอก” ทันทีที่ได้ยินว่าจะได้เล่นพนัน ซูเฮ่าดวงตาเป็นประกายทันที
หวงฝู่หลิงซีคลี่ยิ้มบางคนอื่นไม่รู้ฝีมือของเซียวอวี้ แต่นางเข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้ง อีกทั้งยังอาศัยเซียวอวี้ทลายค่ายกลภาพลวงตาที่อยู่นอกแดนวิญญาณอริยะค่ายนั้นนางสามารถสรุปได้ว่า ระดับความรู้ของเซียวอวี้ต่อศาสตร์เร้นรับไม่มีทางด้อยอย่างแน่นอน
วิชาล่าสมบัติวิถีแห่งค่ายกล วิถีแห่งฮวงจุ้ย สามารถเรียกรวมกันได้ว่าเป็นศาสตร์เร้นรับไม่ว่าจะเป็นในโลกมนุษย์หรือว่าโลกบำเพ็ญตน นักพรตที่เข้าใจในศาสตร์เร้นรับล้วนได้รับการนับถือเป็นพิเศษ
“ในเมื่อมีการรวมตัวจะขาดการพนันหินไปได้อย่างไร หินประหลาดที่ข้าเก็บรวบรวมไว้หลายพันก้อนเอามาให้ทุกคนเล่นสนุกกันได้” หลี่เสียวอวี่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนต่างเริ่มตื่นเต้นตู้เสี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พวกเราอิ่มหนำสำราญกันแล้วขอท่านหญิงโปรดนำทาง พวกเราไม่มีงานอดิเรกอย่างอื่น เพียงชอบการเดิมพันกันสักตาสองตา”
หลี่ผิงเฉากระซิบพูดกับเซียวอวี้“สหายเซียว ลูกหลานตระกูลใหญ่พวกนั้นส่วนใหญ่เคยร่ำเรียนวิชาล่าสมบัติที่ลึกล้ำอีกทั้งยังช่ำชองการพนันหินมากอีกด้วย หากพวกเขายั่วยุเจ้าก็ทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน”
เซียวอวี้คลี่ยิ้มเล็กน้อยพูดขึ้นว่า “สหายหลี่วางใจข้ารู้ว่าอะไรควรไม่ควร”
ทุกคนต่างลุกขึ้นเดินตามหลี่เสียวอวี่ออกจากตำหนักใหญ่มุ่งหน้าไปยังห้องโถงใหญ่ที่อยู่อีกแห่ง
ลูกหลานเจ้านครชั้นสูงกับลูกหลานเจ้าครองนครชั้นล่างแบ่งแยกเป็นสองฝักฝ่ายอย่างชัดเจนเดิมทีหวงฝู่หลิงซีอยู่ในตระกูลชนชั้นสูง แต่นางกลับอยู่เคียงข้างเซียวอวี้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข
คนมากมายต่างเห็นภาพนี้ลูกหลานเจ้านครชั้นล่างล้วนแต่แสดงสีหน้ากังวลใจ ส่วนตู้เสี่ยนและคนกลุ่มนั้นแต่ละคนกลับทำหน้าสาแก่ใจ
เซียวอวี้เป็นคนระดับไหนมองเห็นถึงความผิดปกติได้ตั้งนานแล้ว ในใจก็พอเดาออกว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่หวงฝู่หลิงซีไม่พูดเขาเองก็จะไม่ถามไปตามใจชอบด้วยเช่นกัน
ถึงแม้ซูเฮ่าจะเป็นพระราชนัดดาแห่งจักรวรรดิเหมิ่งหยวนฐานะสูงส่งสุดแสน แต่กลับปฏิเสธการตีสนิทของตู้เสี่ยนและคนอื่นๆยอมเดินอยู่เคียงข้างเซียวอวี้
หลี่ผิงเฉาก็เดินกับเซียวอวี้ด้วยเช่นกันเขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หากท่านก้วนจวินโหวสามารถควบคุมฝ่ายกลาโหมช่วงเวลาดีๆ ของเจ้านครชั้นล่างอย่างเราๆ ก็คงมาถึงแล้วละ”
เซียวอวี้ยิ้มละมุนละไม“หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น”
เพียงไม่นานขบวนผู้คนหลายสิบคนก็มาถึงห้องโถงใหญ่ที่หรูหรา ที่แห่งนี้มีความยาวโดยรอบร้อยกว่าจั้งวางกองพะเนินเต็มไปด้วยหินประหลาดต่างๆ นานาหินประหลาดบางส่วนเปล่งแสงระยิบระยับด้วยตัวของมันเอง พร่างพราวเจิดจ้าเหลือประมาณ
ลูกหลานตระกูลใหญ่พวกนี้มักจะรวมตัวพนันหินกันอีกทั้งวิธีการเดิมพันยังเรียบง่ายยิ่งนักเงินที่ซื้อหินจะแบ่งให้กับผู้จัดงานไปไม่น้อย อีกทั้งของมีค่าที่ผ่าออกมาได้ผู้จัดงานก็จะรับไปหนึ่งส่วนด้วย
เรียกได้ว่านี่เป็นวิธีทำเงินจำนวนมากวิธีหนึ่ง แต่ลูกหลานตระกูลใหญ่ทั่วไปจัดไม่ไหวงบประมาณที่ใช้จัดงานชุมนุมพนันหินใหญ่ครั้งหนึ่งสูงยิ่งนักแค่เก็บรวบรวมหินประหลาดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แล้วด้วย
กวาดตามองไปทั่วทั้งเมืองหลวงก็มีแค่ตระกูลชนชั้นสูงเก่าแก่และราชวงศ์ถึงจะสามารถเล่นได้
พระบิดาของหลี่เสียวอวี่เป็นรัชทายาทในราชวงศ์ปัจจุบันบางครั้งจัดกิจกรรมประเภทนี้สักครั้งหรือสองครั้งก็ยังพอไหว ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าหลี่เสียวอวี่เตรียมการอย่างพิถีพิถันแค่หินประหลาดที่อยู่ภายในห้องโถงใหญ่แห่งนี้ก็มีเป็นพันชิ้นเพียงพอให้กลุ่มลูกหลานตระกูลใหญ่กลุ่มนี้เล่นสนุกกันอย่างเต็มที่
พวกเขาพนันหินให้ความสำคัญกับรางวัลเดิมพัน ไม่ได้เห็นของมีค่าที่ผ่าออกมาได้อยู่ในสายตาพรรคพวกสองฝักฝ่ายพนันหินกันรางวัลเดิมพันมักจะคุ้มค่ายิ่งกว่าของมีค่าที่ผ่าออกมาได้
“ทุกคนเล่นกันตามสบายเถอะนี่คือหินประหลาดหนึ่งพันสามร้อยก้อนที่ข้าตั้งใจเก็บสะสมมาตลอดครึ่งปีมานี้ เพียงพอให้พวกท่านเล่นสนุกกันอย่างเต็มที่”หลี่เสียวอวี่มีบุคลิกงดงามสูงส่งทุกอากัปกิริยาส่งกลิ่นอายวางอำนาจถือดีเล็กน้อย
เซียวอวี้เหลือบมองซูเฮ่าด้วยความขบขันไม่รู้จริงๆ ว่าในอนาคตเจ้าหนุ่มนี่จะเอาชนะหลี่เสียวอวี่ได้หรือเปล่า
“การต่อสู้ของสหายเซียววันนี้ทำให้ผู้คนตกตะลึงกันทั่วหน้าเรียกได้ว่าเป็นผู้กล้าคนหนุ่มสาวที่โดดเด่นที่สุดในแผ่นดินต้าถังของเราข้ากงซุนกวนเลื่อมใสจริงๆ ไม่ทราบว่าจะเป็นเพื่อนกับสหายเซียวได้หรือเปล่า”
เด็กหนุ่มในชุดสีฟ้าคนหนึ่งค่อยๆย่างเท้าออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นดวงตาทั้งสองเป็นประกายเล็กน้อย ท่าทางไม่มีพิษสง
สีหน้าลูกหลานเจ้านครชั้นล่างต่างเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยหลี่ผิงเฉายิ่งขมวดคิ้วแน่นพลางไถ่ถาม “สหายกงซุนสนิทสนมกับสหายเยี่ยไม่ใช่หรือสหายเยี่ยถูกเอาชนะ ทำไมสหายกงซุนกลับไม่โมโหสักนิดเลยเล่า”
สีหน้าของกงซุนกวนนิ่งขรึมอย่างรวดเร็วแต่ต่อมาก็หัวเราะแห้งๆ แล้วพูดขึ้น “ข้ากับสหายเยี่ยเป็นเพื่อนรักกันแต่ก็คงไม่ได้เป็นอุปสรรคในการผูกมิตรกับสหายเซียวหรอกกระมัง”
ใบหน้าของตู้เสี่ยนและคนอื่นๆที่อยู่ไกลออกไปปรากฏรอยยิ้มมุ่งร้าย มีสามสี่คนในนั้นเดินเข้ามาด้วยเหมือนกันมีคนพูดขึ้น “นี่สหายเซียวไม่เต็มใจผูกมิตรกับพวกข้าหรือไง”
เซียวอวี้ยิ้มเรียบเฉยแล้วเอ่ยขึ้น “ย่อมไม่ใช่แน่ในเมื่อสหายทุกคนให้เกียรติข้า ข้าย่อมเต็มใจคบหาอยู่แล้ว”
นัยน์ตากงซุนเปล่งประกายทันทีแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้ากับสหายเซียวแม้พานพบกันเป็นครั้งแรกก็รู้สึกราวกับเป็นสหายกันมาก่อนถือโอกาสนี้ ข้ากับสหายเซียวมาเดิมพันกันสักตาดีกว่า หวังว่าสหายเซียวจะไม่ปฏิเสธ”
หลี่ผิงเฉาพลันหน้าถอดสีรีบกระซิบบอกว่า “สหายเซียวอย่าได้ตอบตกลงเขาเป็นอันขาดแม่ของกงซุนกวนคนนี้มาจากตระกูลล่าสมบัติ ทักษะพนันหินของเขายอดเยี่ยมเลิศล้ำเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างแน่นอน”
กงซุนกวนคล้ายจะยิ้มก็มิเชิงแววตาค่อยๆ เฉียบคม ใช้วาจาปลุกปั่น “นี่สหายเซียวไม่มีแม้แต่ความกล้าหาญนี้หรือไงไม่กล้าแม้แต่จะเดิมพันกับข้าสักตาอย่างนั้นหรือ”
ซูเฮ่าพูดไปด่าไป“นี่ กงซุนกวนใช่หรือไม่ เจ้าคิดว่าคุณชายอย่างข้าคนนี้พอจะพนันกับเจ้าได้หรือเปล่า”
กงซุนกวนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“สหายซูอยากจะเล่นกับข้าสักตาย่อมได้แน่รอหลังจากข้าพนันกับสหายเซียวสักตาแล้ว หากสหายซูเต็มใจข้าก็จะรับหน้าที่เล่นเป็นเพื่อนเอง”
เซียวอวี้ยิ้มละมุนละไมเอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อสหายกงซุนนึกสนุกเช่นนี้หากข้าปฏิเสธก็คงไม่ค่อยดีนัก เพียงแต่ข้าเล่นพนันหินเป็นครั้งแรกไม่รู้ว่าควรจะพนันอย่างไร แล้วของรางวัลเดิมพันคืออะไรกันน่ะ”
หวงฝู่หลิงซียืนอยู่ด้านหลังของเขาดวงตางดงามฉายรอยยิ้มเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เซียวอวี้คนนี้ร้ายกาจจริงๆ เชียวครั้งนี้จะต้มตุ๋นลูกหลานเจ้านครชั้นสูงกลุ่มนี้หรือนี่
กงซุนกวนเห็นเซียวอวี้ติดกับแล้วรอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งสดใส แสร้งทำลังเลใจชั่วขณะ เอ่ยขึ้น “ข้ากับสหายเซียวแม้พบกันเป็นครั้งแรกก็เหมือนเป็นเพื่อนกันมานานเล่นพนันหินครั้งแรก พวกเราก็วางเดิมพันเล็กๆ ก็แล้วกัน หินวิญญาณบรรพกาลระดับล่างห้าชั่งสหายเซียวคิดว่าไง”
เซียวอวี้ยังไม่ทันพูดซูเฮ่าก็ร้องเอ็ดตะโรขึ้นแล้ว “ของรางวัลเดิมพันนี่น้อยหรือนั่นมันหินวิญญาณบรรพกาลเชียวนะ เจ้าคิดว่าเป็นทองคำหรือไง”
กงซุนกวนยิ้มตาหยีแล้วเอ่ย“สหายเซียวเป็นถึงผู้สืบทอดจวนสกุลเซียว หินวิญญาณบรรพกาลเล็กน้อยไม่กี่ชั่งแค่นี้น่าจะไม่เป็นปัญหาอะไรหรอกมั้งสหายซูจำเป็นต้องพูดแบบนี้ด้วยหรือ”
เซียวอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“เช่นนั้นก็ได้ เดิมพันด้วยหินวิญญาณบรรพกาลระดับล่างห้าชั่งก็แล้วกัน”
ทันทีที่พูดประโยคนี้ออกมาลูกหลานเจ้านครชั้นล่างล้วนแต่เผยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวทว่าตู้เสี่ยนกับพรรคพวกกลับทำหน้าสะใจ ยังมีสามสี่คนทำหน้าเย็นชารอว่าเซียวอวี้จะทำปล่อยไก่อย่างไร
ความสามารถพนันหินของกงซุนกวนมองไปทั่วทั้งเมืองหลวงก็เลิศล้ำไม่เป็นสองรองใคร
“หินประหลาดพวกนี้ราคาไม่เท่ากันเพื่อความยุติธรรม พวกเราก็เลือกหินจากบริเวณที่คุ้มค่ากับหินวิญญาณบรรพกาลระดับล่างหนึ่งชั่งก็แล้วกันสหายเซียวคิดเห็นเป็นอย่างไร”
“ได้”เซียวอวี้ทำตัวตามสบายอย่างเห็นได้ชัด
กงซุนกวนหัวเราะลั่นสองทีแววตากลับกลายเป็นน่าประหวั่นพรั่นพรึง เอ่ยด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย “ข้าตั้งตารอการเดิมพันกับสหายเซียวในครั้งนี้ยิ่งนัก”
เซียวอวี้ยิ้มแย้มโดยไม่ปริปากพูดอะไร
ตู้เสี่ยนและคนอื่นๆพลันเฮโลเข้ารุมล้อมกงซุนกวนไปเลือกหินทันที ส่วนซูเฮ่ากลับทำหน้ากังวลใจรีบร้องถาม “เซียวอวี้เจ้าพนันหินเป็นหรือเปล่า”
“พอเข้าใจอยู่บ้างแต่ข้าโชคดีมาโดยตลอดเลยนะ บางทีอาจจะชนะก็ได้”
ซูเฮ่าร้อนอกร้อนใจร้องเอ็ดตะโรลั่น “มันเกี่ยวกับโชคที่ไหนกันเล่าเฮ้อ...นี่เป็นการพนันแบบหนึ่งต่อหนึ่งข้าก็หมดหนทางจะช่วยเจ้า คาดว่าเจ้าคงจะแพ้แล้วละ”
เซียวอวี้ขยิบตาให้ซูเฮ่าแล้วเดินไปยังบริเวณที่เลือกหินด้วยสีหน้าค่อนข้างสบายอารมณ์ ไม่มีใครสังเกตเห็นแววตาของเขาที่ฉายแสงสีทองขึ้นเล็กน้อยมือขวาลูบคลำบนหินประหลาดแต่ละชิ้นอย่างแผ่วเบา
จากนั้นเซียวอวี้ก็เลือกหินก้อนหนึ่งออกมาเรื่อยเปื่อยทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของกงซุนกวนที่อยู่อีกด้านยิ่งน่าครั่นคร้ามขึ้นเรื่อยๆนัยน์ตาทั้งสองข้างฉายแววดุดัน
“ไอ้บ้าเอ๊ยนี่เจ้าเลือกเสร็จแล้วหรือ” ซูเฮ่าร้อนใจจนเหงื่อผุดขึ้นตามหน้าผาก
เซียวอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“แค่ลองเสี่ยงดวงดูข้าไม่เข้าใจทักษะพนันหินอะไรสักหน่อยหยิบหินสักก้อนขึ้นมาเรื่อยเปื่อยก็สิ้นเรื่องแล้ว”
“เจ้า...เฮ้อ ข้านับว่าแพ้ให้เจ้าแล้วละ กลับเรือนไปเตรียมหินวิญญาณบรรพกาลระดับล่างห้าชั่งเอาไว้ให้เรียบร้อยดีกว่าครั้งนี้แพ้ได้น่าคับอกคับใจยิ่งนักเชียว” ซูเฮ่าร้องโอดครวญ
ลูกหลานเจ้านครชั้นสูงยิ่งยิ้มแย้มสดใสขึ้นเรื่อยๆกงซุนกวนนั่นแสดงฝีมือล่าสมบัติออกมา เพียงไม่นานก็เลือกหินประหลาดสูงเท่าครึ่งตัวคนออกมาด้วยเช่นกัน