สิ่งที่ธัญญ่าพูดออกมาไม่มีใครคาดคิด คนที่แสนเย็นชาที่สามารถฆ่าคนได้ราวกับการกะพริบตา จู่ ๆ ก็พูดออกมาว่าจะรับเด็กที่เพิ่งเจอกันไปอยู่ด้วย มันทำให้ทุกคนต่างความสงสัยและไม่มั่นใจว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
“จะดีเหรอครับ? หัวหน้า” เทพไทดูไม่มั่นใจในตัวหัวหน้าของเขาสักเท่าไร
“ทำไม? ฉันดูมีปัญหาอะไรหรือไง?” ธัญญ่าพูดอย่างเย็นชา
ดิเรกมีสีหน้าที่บิดเบี้ยว เขาส่ายหัวเล็กน้อยขณะพูด “ถือว่าสงสารเด็กมันเถอะ อย่าให้เด็กมันโตมาเป็นคนบ้าไล่ฆ่าคนเหมือนเธอเลย”
แม้ดิเรกจะพูดเช่นนั้นออกไป แต่เขาในใจเขาก็รู้สึกว่าได้เห็นธัญญ่าในมุมใหม่ ๆ ขึ้น เขาคิดมาตลอดว่าเธอจะเป็นคนแข็งกระด้าง ไม่สนใครนอกจากตัวเอง และชอบเข่นฆ่าคนอย่างไร้ความรู้สึก
“นายอยากเป็นศพรายต่อไปหรือเปล่าล่ะ?” ธัญญ่าจ้องดิเรกอย่างเลือดเย็นขณะพูด ดาบเวทมนตร์ถูกเรียกออกมาพร้อมประจัญบานแล้ว
“พอเลย” ดารินห้ามทัพ แล้วเธอก็หันไปพูดกับเด็กน้อยทั้งสองคน “ฉันจะรับสองพี่น้องไปเอง”
“ไม่ต้องหรอกครับ พวกผมอยู่กันได้” เก้ารู้สึกตื้นตันใจแต่เขาก็ปฏิเสธความหวังดีจากทุกคน
“แล้วเธอกับน้องจะอยู่ยังไง? เดี๋ยวก็ไปโดนใครเขาหลอกอีก คราวหน้าอาจจะไม่มีใครใจดีแบบพวกฉันที่ยื่นมือมาช่วยอีกแล้วก็ได้นะ” ดารินพยายามโน้มน้าว “แล้วน้องเธอล่ะ? ไม่คิดจะให้น้องสาวเธอได้เข้าโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือเหรอ?”
“โรงเรียนคืออะไรคะ?” เกตเอียงคอถามพี่ชายของเธอ
ดารินคุกเข่าลงต่อหน้าเด็กผู้หญิง เธอพูดด้วยเสียงน่ารัก “โรงเรียนก็คือที่ที่หนูจะได้เรียนหนังสือ พอหนูเรียนหนังสือเก่ง ๆ หนูก็จะมีงานมีเงินเยอะ ๆ มาช่วยพี่ของหนูไง และหนูจะได้มีเพื่อน ๆ ด้วย”
“หนูอยากไปโรงเรียนค่ะพี่” เกตดูตื่นเต้นขณะบอกพี่ชายของเธอ
“แต่ผม...ไม่มีเงิน...” เก้าอึกอักที่จะพูดต่อเพราะกลัวจะทำให้น้องเขาเสียใจ
“ฉันถึงชวนไปอยู่กับฉันไง ฉันจะดูแลพวกเธอเอง” ดารินยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับสองพี่น้อง “พวกเราสามคนมีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันนะ”
เก้าดูงุนงงกับสิ่งที่ดารินพูดออกมา เธอพูดต่อว่า “พวกเธอกับฉันไม่มีพ่อแม่เหลืออยู่กันแล้วไง ฉันถึงอยากช่วยพวกเธอ ฉันรู้ดีว่าการต้องอยู่โดยไม่มีพ่อแม่มันโหดร้ายและน่าเศร้าขนาดไหน”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เก้าก็ปล่อยโฮออกมาทันที เขายอมแพ้ให้กับความใจดีของดารินแล้ว เขาไม่เคยขาดหวังมาก่อนว่าวันนี้จะมาถึง เขาไม่เคยขออะไรให้กับตัวเองนอกจากความปลอดภัยและความอิ่มท้องของน้องสาวของเขา
“นี่เก้า ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ฉันขอถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับพ่อแม่ของเธอสักหน่อยสิได้ไหม?” ดารินอยากรู้เรื่องอะไรบางอย่างจึงถามออกมา
เมื่อเห็นเก้าพยักหน้า เธอจึงถามทันทีว่า “เธอพอรู้บ้างไหมว่าพ่อแม่ของเธอมีธาตุเลือดอะไร?”
“เท่าที่ผมรู้ พ่อกับแม่เป็นแค่พ่อค้าแม่ค้าในตลาด ผมแทบไม่เคยเห็นพวกท่านใช้เวทมนตร์เลย” เก้าตอบหลังจากพยายามนึก
“ถ้าอย่างนั้นเธอล่ะ รู้หรือเปล่าว่าตัวเองมีธาตุเลือดอะไร?” เก้าส่ายหัวให้กับดารินทันที
“ทั้งที่ไม่รู้แต่กลับใช้เวทมนตร์ได้” ดารินเลิกคิ้วขึ้น ม้วนริมฝีปากพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย
“ผมจำมาจากลูกพี่ ผมเห็นตอนเขาสอนคนอื่น ๆ แต่ก็ไม่มีใครทำได้” เก้าดูภูมิใจหน่อย ๆ ขณะพูดออกมา
ทุกคนดูประหลาดใจ แต่ดารินเธอคิดเอาไว้แล้วว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์
“ถ้าอย่างนั้นลองทำตามที่ฉันจะบอกต่อไปนี้หน่อย” เธออธิบายพร้อมสาธิตไปด้วย “ยกมือขึ้นไปข้างหน้า แล้วให้นึกถึงน้ำ จะแม่น้ำ ทะเล มหาสมุทร หรืออะไรก็ได้ที่เป็นน้ำ แล้วพูดว่า...”
เก้าทำตามที่ดารินบอกทุกอย่าง รวมถึงประโยคที่ว่า “มนตร์แห่งน้ำ จงออกมา กระสุนวารี”
โครม!
ทันใดนั้นบ้านที่สภาพทรุดโทรมอยู่แล้วก็พังทลายลงมา แม้ทุกคนจะรู้ว่าตึกรามบ้านช่องแถวนี้จะทรุดโทรมมากแล้ว แต่ถ้าพลังเวทมนตร์ไม่รุนแรงมากพอก็อาจทำให้ได้เพียงเขย่าตัวบ้านให้สั่นไหวเท่านั้น
“เป็นไปได้ไง?! ก่อนหน้านี้ยังเห็นเด็กคนนี้ใช้เวทมนตร์ธาตุลมอยู่เลยนี่นา” เทพไทอดไม่ได้ที่จะสงสัย เขาไม่เคยเห็นใครใช้มนตร์ได้สองธาตุมาก่อน “แถมครั้งนี้ดูเหมือนมนตร์ธาตุน้ำจะรุนแรงกว่าธาตุลมกว่านี้เสียอีก”
“พวกกลายพันธุ์” น้ำเสียงของธัญญ่าดูเรียบเฉยเมื่อพูดออกมา