มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 48 กลายพันธุ์ (1)

    สิ่งที่ธัญญ่าพูดออกมาไม่มีใครคาดคิด คนที่แสนเย็นชาที่สามารถฆ่าคนได้ราวกับการกะพริบตา จู่ ๆ ก็พูดออกมาว่าจะรับเด็กที่เพิ่งเจอกันไปอยู่ด้วย มันทำให้ทุกคนต่างความสงสัยและไม่มั่นใจว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่



    “จะดีเหรอครับ? หัวหน้า” เทพไทดูไม่มั่นใจในตัวหัวหน้าของเขาสักเท่าไร



    “ทำไม? ฉันดูมีปัญหาอะไรหรือไง?” ธัญญ่าพูดอย่างเย็นชา



    ดิเรกมีสีหน้าที่บิดเบี้ยว เขาส่ายหัวเล็กน้อยขณะพูด “ถือว่าสงสารเด็กมันเถอะ อย่าให้เด็กมันโตมาเป็นคนบ้าไล่ฆ่าคนเหมือนเธอเลย”



    แม้ดิเรกจะพูดเช่นนั้นออกไป แต่เขาในใจเขาก็รู้สึกว่าได้เห็นธัญญ่าในมุมใหม่ ๆ ขึ้น เขาคิดมาตลอดว่าเธอจะเป็นคนแข็งกระด้าง ไม่สนใครนอกจากตัวเอง และชอบเข่นฆ่าคนอย่างไร้ความรู้สึก



    “นายอยากเป็นศพรายต่อไปหรือเปล่าล่ะ?” ธัญญ่าจ้องดิเรกอย่างเลือดเย็นขณะพูด ดาบเวทมนตร์ถูกเรียกออกมาพร้อมประจัญบานแล้ว



    “พอเลย” ดารินห้ามทัพ แล้วเธอก็หันไปพูดกับเด็กน้อยทั้งสองคน “ฉันจะรับสองพี่น้องไปเอง”



    “ไม่ต้องหรอกครับ พวกผมอยู่กันได้” เก้ารู้สึกตื้นตันใจแต่เขาก็ปฏิเสธความหวังดีจากทุกคน



    “แล้วเธอกับน้องจะอยู่ยังไง? เดี๋ยวก็ไปโดนใครเขาหลอกอีก คราวหน้าอาจจะไม่มีใครใจดีแบบพวกฉันที่ยื่นมือมาช่วยอีกแล้วก็ได้นะ” ดารินพยายามโน้มน้าว “แล้วน้องเธอล่ะ? ไม่คิดจะให้น้องสาวเธอได้เข้าโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือเหรอ?”



    “โรงเรียนคืออะไรคะ?” เกตเอียงคอถามพี่ชายของเธอ



    ดารินคุกเข่าลงต่อหน้าเด็กผู้หญิง เธอพูดด้วยเสียงน่ารัก “โรงเรียนก็คือที่ที่หนูจะได้เรียนหนังสือ พอหนูเรียนหนังสือเก่ง ๆ หนูก็จะมีงานมีเงินเยอะ ๆ มาช่วยพี่ของหนูไง และหนูจะได้มีเพื่อน ๆ ด้วย”



    “หนูอยากไปโรงเรียนค่ะพี่” เกตดูตื่นเต้นขณะบอกพี่ชายของเธอ



    “แต่ผม...ไม่มีเงิน...” เก้าอึกอักที่จะพูดต่อเพราะกลัวจะทำให้น้องเขาเสียใจ



    “ฉันถึงชวนไปอยู่กับฉันไง ฉันจะดูแลพวกเธอเอง” ดารินยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับสองพี่น้อง “พวกเราสามคนมีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันนะ”



    เก้าดูงุนงงกับสิ่งที่ดารินพูดออกมา เธอพูดต่อว่า “พวกเธอกับฉันไม่มีพ่อแม่เหลืออยู่กันแล้วไง ฉันถึงอยากช่วยพวกเธอ ฉันรู้ดีว่าการต้องอยู่โดยไม่มีพ่อแม่มันโหดร้ายและน่าเศร้าขนาดไหน”



    เมื่อได้ยินแบบนั้น เก้าก็ปล่อยโฮออกมาทันที เขายอมแพ้ให้กับความใจดีของดารินแล้ว เขาไม่เคยขาดหวังมาก่อนว่าวันนี้จะมาถึง เขาไม่เคยขออะไรให้กับตัวเองนอกจากความปลอดภัยและความอิ่มท้องของน้องสาวของเขา



    “นี่เก้า ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ฉันขอถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับพ่อแม่ของเธอสักหน่อยสิได้ไหม?” ดารินอยากรู้เรื่องอะไรบางอย่างจึงถามออกมา



    เมื่อเห็นเก้าพยักหน้า เธอจึงถามทันทีว่า “เธอพอรู้บ้างไหมว่าพ่อแม่ของเธอมีธาตุเลือดอะไร?”



    “เท่าที่ผมรู้ พ่อกับแม่เป็นแค่พ่อค้าแม่ค้าในตลาด ผมแทบไม่เคยเห็นพวกท่านใช้เวทมนตร์เลย” เก้าตอบหลังจากพยายามนึก



    “ถ้าอย่างนั้นเธอล่ะ รู้หรือเปล่าว่าตัวเองมีธาตุเลือดอะไร?” เก้าส่ายหัวให้กับดารินทันที



    “ทั้งที่ไม่รู้แต่กลับใช้เวทมนตร์ได้” ดารินเลิกคิ้วขึ้น ม้วนริมฝีปากพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย



    “ผมจำมาจากลูกพี่ ผมเห็นตอนเขาสอนคนอื่น ๆ แต่ก็ไม่มีใครทำได้” เก้าดูภูมิใจหน่อย ๆ ขณะพูดออกมา



    ทุกคนดูประหลาดใจ แต่ดารินเธอคิดเอาไว้แล้วว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์



    “ถ้าอย่างนั้นลองทำตามที่ฉันจะบอกต่อไปนี้หน่อย” เธออธิบายพร้อมสาธิตไปด้วย “ยกมือขึ้นไปข้างหน้า แล้วให้นึกถึงน้ำ จะแม่น้ำ ทะเล มหาสมุทร หรืออะไรก็ได้ที่เป็นน้ำ แล้วพูดว่า...”



    เก้าทำตามที่ดารินบอกทุกอย่าง รวมถึงประโยคที่ว่า “มนตร์แห่งน้ำ จงออกมา กระสุนวารี”



    โครม!



    ทันใดนั้นบ้านที่สภาพทรุดโทรมอยู่แล้วก็พังทลายลงมา แม้ทุกคนจะรู้ว่าตึกรามบ้านช่องแถวนี้จะทรุดโทรมมากแล้ว แต่ถ้าพลังเวทมนตร์ไม่รุนแรงมากพอก็อาจทำให้ได้เพียงเขย่าตัวบ้านให้สั่นไหวเท่านั้น



    “เป็นไปได้ไง?! ก่อนหน้านี้ยังเห็นเด็กคนนี้ใช้เวทมนตร์ธาตุลมอยู่เลยนี่นา” เทพไทอดไม่ได้ที่จะสงสัย เขาไม่เคยเห็นใครใช้มนตร์ได้สองธาตุมาก่อน “แถมครั้งนี้ดูเหมือนมนตร์ธาตุน้ำจะรุนแรงกว่าธาตุลมกว่านี้เสียอีก”



    “พวกกลายพันธุ์” น้ำเสียงของธัญญ่าดูเรียบเฉยเมื่อพูดออกมา

    คล้ายกับเรื่องมหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book) ที่คุณอ่าน