เทพกระบี่เงาสังหาร

    เนตรหยินหยาง

    ใบหน้าของอู่หมิงกลายเป็นตื่นตะหนกอย่างมาก ถึงอู่หมิงพอจะเดาๆได้ว่าสำนักหยินหยางให้ความสำคัญกับคนที่มีเส้นลมปราณหยินหยางศักดิ์สิทธิ์อย่างมากอยู่แต่เขาไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้"แบบนั้นมันสุดยอดเลยไม่ใช่เหรอ" เจียงเฉินกล่าว"สุดยอดบ้านเจ้าสิ พวกเจ้าไม่รู้ความน่ากลัวของพวกมันดี และอีกอย่างเจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมสำนักหยินหยางถึงเป็นขุมอำนาจฝ่ายอธรรม" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรอาจารย์" เจียงเฉินกล่าว"อู่หมิงเจ้าจงจำไว้ให้ดีที่พวกสำนักหยินหยางเป็นขุมอำนาจฝ่ายอธรรมนั้นเพราะพวกมันไม่คิดจะนำคนที่มีเส้นลมปราณหยินหยางไปเลี้ยงดู กลับกกันพวกมันจะนำคนที่มีเส้นลมปราณหยินหยางส่งไปยังแดนเทพ เพื่อให้คนที่แดนเทพใช้วิธีบางอย่างเพื่อเข้าครอบครองร่างกายของเจ้า และคนที่จะเข้าครอบครองร่างของเจ้าก็คือพวกที่เป็นอัจฉริยะของสำนักหยินหยางในแดนเทพ พวกเจ้าคงเข้าใจแล้วสินะว่าพวกมันต้องการอะไรจากเจ้า" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"สรุปง่ายๆคือพวกมันไม่ได้ต้องการข้า แต่ต้องการร่างกายของข้าที่มีเส้นลมปราณหยินหยางศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่" อู่หมิงกล่าว"ใช่แล้ว เพราะงั้นสำหรับเจ้าพวกมันคือศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"แบบนั้นก็ดีเพราะข้าเองก็ไม่ชอบวิธีการของพวกมันอยู่แล้ว" อู่หมิงกล่าว"หัวหน้าอู่หมิง ข้าอยากถามมาสักพักแล้วละ เกิดอะไรข้นกับดวงตาของท่าน ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้นละ" หานเจี่ยกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่ดวงตาของอู่หมิง"จริงด้วย ดวงตาของเจ้าทำไมถึงเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีฟ้าละ" อู่เซียงกล่าวด้วยความตื่นตระหนกจิงเสวี่ยนเห็นอู่หมิงรู้สึกงุนงงก็ยื่นกระจกให้อู่หมิงส่องไม่นานอู่หมิงก็กลายเป็นตกตะลึงเช่นกันเพราะไม่เพียงแค่ดวงตาที่เปลี่ยนไปแต่ในดวงตาเองก็มีสัญลักษณ์ดวงตะวันและจันทราอยู่ นี่ทำให้อู่หมิงรู้สึกแปลกใจอย่างมาก"พวกเจ้าไม่ต้องแตกตื่น นี่ไม่ใช่เรื่องไม่ดีกลับกันมันเป็นเรื่องดีจนคนทั่วโลกยังต้องอิจฉาต่างหาก" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าอิจฉา"มันคืออะไรเสี่ยวฮุ่ย" อู่หมิงกล่าวถาม"เนตรหยินหยางยังไงละ เนตรหยินหยางจะปรากฎออกมาตอนที่คนที่มีกายหยินหยางหรือเส้นลมปราณหยินหยางทะลวงสู่ปราณราชันหรือเซียน แต่ว่าโอกาสที่จะเกิดน้อยมากซึ่งมีเพียงแค่ หนึ่งในล้านเท่านั้น แต่เจ้าก็ได้รับโอกาสหนึ่งในล้านนั่นมา บัดซบเอ้ย" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยใบหน้าสุดจะอิจฉา"แล้วมันทำอะไรได้บ้าง" อู่หมิงกล่าว"เนตรหยินหยางของเจ้าสามารถมองเห็นเส้นชีจรเซียนได้ แต่ด้วยเนตรหยินหยางของเจ้าพึ่งตื่นอย่างมากก็มองได้แค่เส้นชีพจรราชันเท่านั้น" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"สุดยอดไปเลยไม่ใช่เหรอถ้างั้นข้าสามารถมองหาเส้นชีพจรราชันบนเกาะนี้ได้ข้าก็จะสามารถใช้ชีพจรราชันนั้นบ่มเพราะได้อย่างสบายใจเลยนะสิ" อู่หมิงกล่าวด้วยความตื่นเต้น"อย่ามาเพ้อฝันกับข้า ไอ้ของแบบนั้น....มัน...จะ......มันน่าจะมีอยู่นะ" เสี่ยวฮุ่ยที่กำลังเย้ยหยันอู่หมิงก็กล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก"เจ้าจำภูเขาไฟที่มีกิ้งก่าเพลิงสวรรค์ได้สินะ ถ้าข้าเดาไม่ผิดที่นั่นจะต้องมีเส้นชีพจรราชันอยู่แน่ไม่งั้นเจ้ากิ้งก่านั่นไม่จำศิลอยู่ใต้ป่องภูเขาไฟนั่นเด็ดขาด" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวดวงตาของอู่หมิงเป็นประกาย ตัวเขาที่พึ่งทะลวงราชันยังไม่มีพื้นฐานที่ไม่มั่นคงนัก ยังต้องใช้เวลาปรับพื้นฐานให้มั่นคงและทำความเข้าใจกับพลังของราชันให้ถ่องแท้กว่านี้ และถ้าอู่หมิงได้รับเส้นชีพจรราชันมาละก็อู่หมิงก็จะใช้พลังของเส้นชีพจรราชันในการปรับพื้นฐานพร้อมกับทำความเข้าใจกับพลังของราชันไปด้วย"แต่ที่นั่นมีกิ้งก่าเพลิงสวรรค์ไม่ใช่เหรอ" เจียงเฉินกล่าว"พวกเจ้าจะกลัวอะไร ตอนนี้อู่หมิงกลายเป็นราชันแล้วและพลังของข้าก็กลับมาอยู่ระดับราชันแล้วเช่นกัน นี่ยังไม่นับเจ้าอสรพิษน้อยนั่นอีกนะ และรวมกันแล้วฝ่ายเรามีราชันถึง 3 คน ต่อให้เจ้ากิ้งก่านั่นอยู่จุดสูงสุดของราชันก็ไม่ใช่คู่มือพวกเราหรอก" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวอู่หมิงแสดงสีหน้าซับซ้อน ถ้าเป็นตอนที่พื้นฐานของอู่หมิงมั่นคงแล้วอู่หมิงจะไม่กลัวกิ้งก่าเพลิงสวรรค์เลยแต่ตอนนี้พื้นฐานของอู่หมิงยังไม่มั่นคงจึงมีกำลังรบจำกัดและสามารถท้าทายอย่างมากก็แค่ขั้นสูงของปราณราชันเท่านั้น"เอาตามที่เสี่ยวฮุ่ยว่าพวกข้าสามคนจะรองเสี่ยงดู ส่วนพวกเจ้าอยู่ดูแลคนพวกนี้ก่อนก็แล้วกัน" อู่หมิงกล่าว"ข้าจะไปด้วย" จิงเสวี่ยนกล่าว"แต่ว่ามันอันตราย" อู่หมิงกล่าวด้วยความกังวล"พวกเราจะเป็นคนปกป้องแม่นางจิงเสวี่ยนเอง" พวกเจียงเฉินก็กล่าวขึ้นหลังจากตกลงกันได้กลุ่มนภาทมิฬก็ไปกันหมดทุกคน เหลือเพียงพวกจ้าววั่นที่อยู่ภายในถ้ำและพักฟื้นพลังพร้อมกับคอยปกป้องคนของนิกายหมัดราชันที่เคยถูกสำนักสราญรมย์จับตัวไว้ด้วย กลุ่มของเสวี่ยอินมองไปยังจิงเสวี่ยนด้วยความอิจฉาเพราะพวกนางนั้นเดาออกว่าอู่หมิงเป็นชายหนุ่มที่ยึดมั่นใจความรักและมิตรภาพและที่สำคัญตั้งแต่อยู่กลุ่มเดียวกันมาอู่หมิงไม่เคยชายตามองมายังพวกนางเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งไม่ใช่เพราะหน้าตาของพวกนางไม่งดงามแต่เพราะในจิตใจของอู่หมิงมีจิงเสวี่ยนอยู่แล้ว ซึ่งขนาดเสวี่ยอินที่มีใบหน้างดงามเทียบเท่ากับจิงเสวี่ยนหรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำอู่หมิงก็ไม่ชายตามองเลยสักครั้งต่างจากชายหนุ่มจากขุมอำนาจอื่นอย่างพวกจ้าววั่นและกู่ไท่ และแม้แต่เจียงเฉินยังแอบมองพวกนางบ่อยครั้ง"ชั่งน่าเสียดายยิ่งนักรู้งี้ข้าจับเข้าไว้ตั้งแต่พบกันครั้งแรกก็ดีแล้วแท้ๆ" หญิงสาวกลุ่มเสวี่ยอินกล่าวด้วยความเสียดาย"เจ้าอย่าได้คิดเพ้อฝันเจ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจในตัวของพวกเราเลย" หญิงอีกคนก็กล่าวขึ้น"แล้วไง ถ้าข้าเป็นฝ่ายรุกเข้ามาอย่างหนักไม่แน่เขาอาจจะใจอ่อนก็ได้" หญิงสาวกล่าว"พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องเถียงกันด้วยเรื่องไร้สาระ" เสวี่ยอินกล่าวพร้อมกับนั่งบ่มเพาะอย่างสงบ แต่ภายในจิตใจของนางเองก็แอบหวั่นใหวเพราะสำหรับนาง ผู้ชายที่มองนางล้วนมองด้วยสายตาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่อยากจะครอบครองนาง แต่อู่หมิงต่างออกไปดวงตาของอู่หมิงเวลามองนางนั้นบริสุทธิ์ไม่มีความปรารถนาหรือเพลิงราคะอยู่ กลับกันดวงตาของเขาที่มองนางไม่ต่างจากที่อู่หมิงมองคนอื่นๆ จะมีเพียงที่อู่หมิงมองจิงเสวี่ยนและอู่เซียงเท่านั้นที่ต่างเวลาอู่หมิงมองอู่เซียงดวงตาของอู่หมิงจะเต็มไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัวและเวลามองจิงเสวี่ยนดวงตาของอู่หมิงก็จะเต็มไปด้วยความรักอย่างลึกซึ้ง--------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน