เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    ทำลายล้าง

    หลังจากได้ผู้ติดตามสาวกลับมาอยู่ข้างกาย เย่หยุนซีก็คล้ายจะออกไล่ล่าอย่างโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเก่า เหล่าศัตรูคนแล้วคนเล่าตกตายอย่างน่าอนาถมิอาจต่อต้านได้เลยสักนิด แม้แต่ระดับมหาจักรพรรดิขั้นปลายบางคนก็ยังดับสิ้นภายใต้คมกระบี่และไหวพริบอันเจ้าเล่ห์ของเขา

     

    "คิกคิก สมกับเป็นท่านจอมมารน้อย" แม่นางซีซวนที่เฝ้าดูสถานการณ์ทุกอย่างอยู่ตลอดกล่าวพลางหัวเราะขบขัน

     

    แต่ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งสองจะออกเดินทางกันต่อ! เสียงหัวเราะสะท้านฟ้าสะเทือนดินก็พลันดังก้องไปทั่วผืนป่า ก่อนที่เบื้องหน้าจะปรากฏชายหนุ่ม 3 คนซึ่งดูทรงพลังยิ่งกว่าผู้ฝึกตนทั้งหมดที่พวกเขาสังหารไป

     

    "มหาจักรพรรดิขั้น 9?......... ไม่! ไม่ใช่! พวกเจ้าคือระดับเซียนดิน" เย่หยุนซีหรี่ตามองแล้วกล่าวอย่างเรียบนิ่ง ไม่ได้แสดงท่าทีหวั่นเกรงอีกฝ่าย

     

    "เจ้าถึงกับสัมผัสขอบเขตพลังของพวกข้าได้ สมแล้วที่ใครต่อใครก็ขนานนามเจ้าว่า 'เทพสังหาร'" ชายหนุ่มอาภรณ์สีแดงกอดอกพลางกล่าวออกมาเช่นนั้น แต่สายตาของมันกลับมองต่ำเสมือนกำลังดูถูกดูแคลนเย่หยุนซี

     

    "โอ้ นี่ข้ามีฉายาอะไรแบบนี้กับเขาด้วยหรือ อืมๆ ถือว่าดูดีใช้ได้"

     

    "เหอะ กะอีแค่ฉายาที่พวกขยะตั้งให้ การที่ภูมิใจกับอะไรแบบนี้ก็หมายความว่าเจ้าไม่ต่างอะไรจากพวกมัน" ชายหนุ่มรูปงามอาภรณ์ขาวว่ากล่าวเหยียดหยาม

     

    "พวกเจ้าอย่าไปพูดกับมันให้มากความ สังหารเลยเถอะ จะได้ไม่เสียเวลา" คราวนี้เป็นชายร่างกำยำอาภรณ์สีน้ำตาลที่กล่าวออกมา น้ำเสียงฟังดูเบื่อหน่าย

     

    "ท่านจอมมารน้อย พวกเขาคือเฟิ่งหยาง หลิงลั่วเฉิน และหนานกงเหว่ย เจ้าชายแห่งราชวงศ์ผู้ยิ่งใหญ่อันดับ 4 ,2 และ 5" ซีซวนพุ่งทะยานราวสายฟ้าแล้วเอ่ยปากบอกข้อมูลของอีกฝ่าย

     

    "อืม ศึกนี้ให้ข้าจัดการเอง ส่วนเจ้าก็คอยป้องกันพื้นที่เอาไว้ อย่าให้ใครเข้ามารบกวนข้าโดยเด็ดขาด"

     

    "เอ๋! แต่อีกฝ่ายทะลวงระดับเซียนดินแล้วนะเจ้าคะ พวกเราร่วมมือกันสู้ไม่ดีกว่าหรือ?" โฉมสะคราญเอ่ยถาม

     

    ใบหน้าของเย่หยุนซีประดับรอยยิ้มบาง "ไม่เป็นไรๆ เจ้าแค่ทำตามที่ข้าสั่งแล้วรอดูผลลัพธ์ก็พอ"

     

    "จะ เจ้าค่ะ" แม้ในใจจะไม่ค่อยยินยอม แต่ซีซวนก็ได้แต่ทำตามที่ผู้เป็นนายสั่ง นางถอยร่นออกห่างจากร่างของเย่หยุนซีโดยไม่คิดรอช้า

     

    "เหอะ! คิดหนีงั้นรึ เจ้าสองคนอย่าได้หวังว่าจะรอดจากเงื้อมมือพวกข้า!!" หนานกงเหว่ยสบถเสียงเย็นชา พลังระดับเซียนดินขั้นต้นปะทุอย่างรุนแรงพุ่งเข้ากดทับร่างชายหญิงซึ่งเป็นเป้าหมาย

     

    "หึหึ ช้าไป"

     

    เย่หยุนซีเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มเปิดฉากก็พลันสบัดชายแขนเสื้อหนึ่งครา ธงค่ายกล 10 เล่มปรากฏขึ้นมา จากนั้นพุ่งกระจายออกไปทั่วทุกสารทิศก่อเกิดเป็นม่านพลังสีทองบางๆปกคลุมพื้นที่โดยรอบประดุจสนามประลองปิดตาย

     

    "พระเจ้า! นี่มันค่ายกลระดับ 7!!" แม่นางซีซวนซึ่งอยู่ด้านนอกม่านพลังอุทานด้วยความตกใจ เมื่อได้มองเห็นภาพที่น่าเหลือเชื่อนี้

     

    "ค่ายกลระดับ 7 พื้นที่ต้องห้าม" ทางฝั่งของเย่หยุนซียังคงเผยรอยยิ้มบาง "ภายใต้ค่ายกลของข้า ต่อให้พวกเจ้าอยากจะกระชากมิติหนีก็คงจะทำไม่ได้"

     

    "ฮ่าๆๆ เจ้ากำลังพูดเรื่องตลกอะไร พวกข้าไม่จำเป็นต้องหนีเจ้าด้วยซ้ำ" เฟิ่งหยางหัวเราะกล่าวขบขัน ทันใดนั้น ด้้านหลังปรากฏร่างเงาวิหคเพลิงสีขาวที่ดูจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าวิหคเพลิงอมตะของตระกูลจู

     

    "หึ! ก็แค่ระดับจักรพรรดิผู้หนึ่ง ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้จิตอสูรเลยสักนิด" หลิงลั่วเฉินโบกมือเบาๆ เบื้องบนท้องฟ้าปรากฏกลีบดอกบัวปราณหลายร้อยกลีบแผ่กลิ่นอายคมกริบพุ่งเข้าโหมกระหน่ำโจมตีเป้าหมาย

     

    เย่หยุนซีมิได้โง่งมปะทะตรงๆกับอีกฝ่าย เขาเคลื่อนที่หลบหลีกอย่างเร็วไวจนกลายเป็นร่างเงาเลือนลางราวภูติผี ลูกบาศก์สมปรารถนาเปลี่ยนสภาพเป็นกระบี่ปัดป้องการโจมตีที่เขาหลบไม่พ้น

     

    "ฮ่าๆๆ สมบัติที่ดีๆ เอามันมาให้ข้า!!!" หนานกงเหว่ยเกิดประกายความโลภโมโทสัน ในขณะที่บุรุษหนุ่มกำลังรับมือกลีบดอกบัวอยู่นั้น ตัวมันก็พลันพุ่งเข้าไปที่ด้านหลัง พร้อมทั้งซัดหมัดปราณตรงไปยังศีรษะซึ่งเป็นจุดตายหมายสังหาร

     

    "โง่เง่า"

     

    ร่างกายของเย่หยุนซีพร่าเลือนลาง ยังไม่ทันที่หมัดปราณจะมาถึง เขาก็อันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา แล้วมาปรากฏตัวอีกคราด้านบนท้องฟ้าห่างจากจุดเดิมไม่ไกลนัก กระบี่ในมือฟาดฟันคลื่นกระบี่เพลิงโจมตีตอบโต้กลับแบบไม่เลือกหน้า

     

    แต่ทว่า 3 เซียนดินก็หาได้เพลี่ยงพล้ำไม่ เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ คลื่นกระบี่เพลิงเหล่านั้นก็ถูกป้องกันเอาไว้อย่างง่ายดาย ทางฝั่งเย่หยุนซีมิได้แปลกใจ เพราะมันคือหลักฐานบ่งบอกถึงความห่างชั้นของพลังอำนาจ

     

    "สมกับที่เป็นขอบเขตเซียน ถ้าหากคิดจะเอาชนะดูเหมือนข้าต้องงัดพลังออกมาให้มากกว่านี้"

     

    "เหอะ! เป็นแค่จักรพรรดิคิดจะเอาชนะเซียนงั้นรึ จะอวดดีก็ให้มันน้อยๆหน่อยไอ้สวะชั้นต่ำ!!"

     

    "กรงเล็บหมีอสูรทองคำ"

     

    หนานกงเหว่ยเรียกจิตอสูรหมียักษ์ขนสีทองอร่ามออกมา จากนั้นสั่งการให้มันฟาดฟันคลื่นกรงเล็บปราณห้ากรงเล็บแหวกอากาศไปทางเย่หยุนซี

     

    "เห้ยๆ ข้าขอร่วมวงด้วยสิ"

     

    "ฝนดาวตกเพลิงสวรรค์"

     

    เฟิ่งหยางไม่อยากน้อยหน้า ปลดปล่อยจิตอสูรเช่นกัน วิหคเพลิงสีขาวบริสุทธิ์สยายปีกท่ามกลางฟากฟ้ากว้างปลดปล่อยลูกไฟจำนวนมากหมายแผดเผาทำลายล้างทั้งพื้นที่

     

    ทางฝั่งผู้เป็นเป้าหมายการโจมตีอย่างเย่หยุนซีก็มิได้นิ่งนอนใจ ชุดเกราะสีดำลวดลายสีทองปรากฏขึ้นบนร่างกาย จิตอสูรราชันมังกรเพลิงทมิฬเก้าชั้นฟ้าและราชันมังกรเหมันต์นิมิตมายาเผยความน่าเกรงขามต่อหน้า 3 เซียนดิน ทำเอาพวกมันนิ่งอึ้งราวกับตกอยู่ในภวังค์

     

    "เหมันต์นิมิตมายา ม่านผลึกน้ำแข็งสิบชั้น"

     

    "โฮก!"

     

    เมื่อได้รับคำสั่ง มังกรสีขาวบริสุทธิ์คำรามลั่นก่อเกิดเป็นม่านป้องกันสิบชั้นตามที่ผู้เป็นนายปรารถนา ถึงแม้สุดท้ายการโจมตีจากกรงเล็บปราณสีทองและฝนดาวตกเพลิงจะฝ่าทะลุเข้ามา แต่ทว่าก็ทำให้เย่หยุนซีบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

     

    "บูม"

     

    "มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!!" จิตใจของ 3 เซียนดินเริ่มสั่นคลอน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแค่มีบาดแผลเล็กๆและเลือดไหลที่มุมปาก

     

    "ต่อไปตาข้าบ้าง!" เย่หยุนซีรู้ตัวเองดีว่ามิอาจสวมเกราะทองคงกระพันได้นานนัก จึงคิดจะจบการต่อสู้ด้วยการโจมตีเพียงหนึ่งครั้ง

     

    "บูม"

     

    ตบะระดับจักรพรรดิขั้น 5 พุ่งทะยาน เปลวเพลิงเทวะอัมพัน เปลวเพลิงหิมะจันทรา เปลวเพลิงทมิฬเก้าชั้นฟ้า ถูกชายหนุ่มนำมาหลอมรวมกันจนกลายเป็นหอกเพลิงยักษ์ที่แผ่กลิ่นน่าสะเทือนขวัญราวกับจะแผดเผาได้แม้กระทั่งห้วงมิติ

     

    "บัดซบ! นี่มันคิดจะฆ่าตัวตายไปกับพวกเรางั้นรึ!!" หลิงลั่วเฉินซึ่งเคยเป็นคนที่สงบที่สุดในกลุ่มเผยสีหน้าร้อนรนออกมา ผิดกับหนานกงเหว่ยและเฟิ่งหยางที่บัดนี้ได้แต่เงยหน้ามองหอกเพลิงด้วยแววตาเหม่อลอย ร่างกายสั่น

     

    "แล้วเจอกันใหม่นะ ท่านผู้สูงส่งทั้ง 3 ท่าน"

     

    เย่หยุนซีเอ่ยคำอำลา จากนั้นบังคับหอกเพลิงยักษ์พุ่งตรงไปยังพื้นที่เป้าหมาย

     

    "บัดซบ! พวกเจ้าจะยืนนิ่งไปถึงเมื่อไหร่!!" หลิงลั่วเฉินคำรามกระตุ้นผู้เป็นสหาย ก่อนที่ทั้งสามจะเรียกใช้จิตอสูรผสานกายและรวมพลังป้องกันการโจมตี

     

    "ฮ่าๆๆเปล่าประโยชน์น่า อัสนีบาตสวรรค์!" ดวงตาของบุรุษหนุ่มฉายแววเหี้ยมหาญ สายฟ้าสีทองอร่ามฟาดฝ่าม่านพลังของ 3 เซียนดินจนกระทั่งเกิดรอยแตกร้าว

     

    "อ๊ากก!! ข้าจะฆ่าเจ้า!!" หนานกงเหว่ยและเฟิ่งหยางคำรามอย่างคลั่งแค้นดวงตาแดงก่ำ

     

    "ฮ่าๆๆข้าจะรอก็แล้วกัน!!" เย่หยุนซีหัวเราะอย่างขบขัน ก่อนที่จะสั่งการให้หอกเปลวเพลิงยักษ์นั้นระเบิดต่อหน้าต่อหน้าของ 3 เซียนดินแห่ง 3 ราชวงศ์ผู้ยิ่งใหญ่ ส่งผลให้ฟ้าดินสั่นไหว มิติแตกร้าวราวกับกระจกก็มิปาน แม้แต่ค่ายกลระดับ 7 ก็ยังพังทะลายสิ้นซาก

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน