ตอนที่ 23 ปรากฏตัวกะทันหัน!
ฮ่องเต้มองภาพที่อ้านจิ่วกับจิ้งเยี่ยบอกลากัน ห้วงอารมณ์ซับซ้อนในแววตาพลันเพิ่มขึ้น ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นสีหน้าเขาเพราะล้วนแต่มุ่งความสนใจไปที่เหล่าองครักษ์ลับซึ่งเข้าไปในอุทยานหลวง
มีเพียงจิ้งเยี่ยที่แอบมองไปทางฮ่องเต้แวบหนึ่งอย่างยากสังเกต สีหน้าอีกฝ่ายมองไม่ออกว่าคิดอย่างไรต่ออ้านจิ่ว แต่น่าจะมิได้รังเกียจกระมัง จิตใจเขาจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ไม่รู้เริ่มั้แ่เมื่อไรที่จิ้งเยี่ยไม่้าให้อ้านจิ่วไปจากข้างกายตน ถึงขั้นอยากอีกฝ่ายเป็ของตัวเอง บางทีอาจเริ่มต้นหลังจากเขาหมดสติไปหนึ่งปีครึ่งแล้วฟื้นขึ้นมาพบว่า มีองครักษ์ลับผู้หนึ่งใส่ใจความปลอดภัยของตนเองเป็พิเศษกระมัง
จากนั้นจิ้งเยี่ยเองก็ชินเสียแล้ว ทุกวันมักหาเื่ยุ่งยากเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงและปล่อยให้องครักษ์ลับโผล่ออกมาช่วย
ทันใดนั้นเสียงร้องของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นในอุทยานหลวง ทุกคนมองตามไปทันที ไม่นานก็มีองครักษ์ลับจูงนางกำนัลเดินออกมา ครั้นเห็นว่าบนตัวหญิงสาวมีคราบเื ทุกคนจึงใ
ฮองเฮารีบก้าวมาข้างหน้าพร้อมเอ่ย “ทุกคนอย่าได้ตื่นตระหนก นี่เป็แค่อุปกรณ์ประกอบการแสดงเล็กๆ เท่านั้น ข้าให้องครักษ์ใช้น้ำมะเขือเทศจำนวนหนึ่งราดลงบนลูกดอกหรือลูกธนู อาวุธเหล่านี้ไม่มีทางทำร้ายใคร เพียงทิ้งร่องรอยจำนวนหนึ่งไว้บนตัวนางกำนัล แสดงให้เห็นส่วนที่พวกนางาเ็ ที่ทำแบบนี้เพื่อความยุติธรรมเท่านั้น”
ทุกคนยิ้มออกมา อดพากันชมว่าฮองเฮามีสติปัญญาล้ำเลิศเหนือคนทั่วไปไม่ได้ ฮ่องเต้ได้ยินก็ปลื้มปีติเป็อย่างมาก
ในอุทยานได้ยินเสียงไล่ล่าอยู่บ้าง ยิ่งกว่านั้นยังมองเห็นเงาร่างนางกำนัลจำนวนหนึ่งวิ่งหนีทหารองครักษ์ที่ไล่ตามมา
ยังมีองครักษ์ลับที่อุ้มนางกำนัลไว้มุ่งหน้ามาตลอดทาง พร้อมหลบหลีกทหารองครักษ์ที่ไล่ตามหลัง
จิ้งเยี่ยขมวดคิ้วแน่น คิดไม่ถึงว่ายามเห็นองครักษ์เ่าั้อุ้มนางกำนัลวิ่งมา จะนึกไปถึงตอนตนเองประสบอันตราย อ้านจิ่วเองก็ยื่นมือมาโอบรอบเอวเขาแล้วอุ้มพาไปยังสถานที่ปลอดภัย เหมือนก่อนหน้านี้ที่ตนเกือบตกลงไปในทะเลสาบ อีกฝ่ายก็รีบเหินกายมาจากกลางอากาศ อุ้มตนเองไว้แล้วพาขึ้นไปบนสะพาน
ตอนนี้อ้านจิ่วอยู่ที่ไหนกัน ในอ้อมแขนกำลังอุ้ม ‘นางกำนัลผู้เป็เ้านาย’ อยู่หรือไม่ คาดว่าอีกฝ่ายคงเหาะเหินอยู่ในป่าสักแห่ง บนต้นไม้สักต้น ไม่ก็บนหินจำลองสักก้อน
มิรู้ว่าภาพนั้นจะเป็สถานการณ์แบบใดกัน ระหว่างคนทั้งสองที่มีความรู้สึกดีต่อกัน คงจะเป็ภาพที่งดงามมากกระมัง
สีหน้าจิ้งเยี่ยไม่น่ามองขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นถ้วยชาในมือก็แตกกระจาย เสียงของแตกนั้นไม่ดังนัก ดึงดูดความสนใจคนรอบข้างเพียงไม่กี่คน ทว่าในบัดดล เงาดำสายหนึ่งพลันปรากฏออกมาทันที เขาคุกเข่าลงข้างเดียวแล้วพูดว่ากระหม่อมล่วงเกินแล้ว จากนั้นสะบัดผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนหนึ่ง จับมือจิ้งเยี่ยอย่างแ่เบาแล้วใช้ผ้าค่อยๆ เช็ดเศษกระเบื้องในมือให้อีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง
จิ้งเยี่ยมองดูแวบหนึ่ง แม้ถ้วยชาจะแตก ทว่าไม่ได้บาดมือเขาแม้แต่น้อย จากนั้นเลื่อนสายตาไปทางอ้านจิ่วที่เวลานี้ควรอยู่ในอุทยานหลวงเพื่อตามหา ‘นางกำนัลผู้เป็เ้านาย’ บนสนามประลองตน อีกฝ่ายกลับมาคุกเข่าอยู่ข้างเท้าเขาอย่างแน่วแน่ เพียงเพราะตนเองทำถ้วยชาใบหนึ่งแตก เ้าตัวจึงมาปรากฏกายกะทันหัน
ซู่ชิงอ๋องมุมปากกระตุก ถึงขั้นไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ผ้าเช็ดหน้าในมือที่ถูไปมาครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้จักจี้อยู่บ้าง ความตื่นเต้นบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกกระเพื่อมขึ้นลงภายในใจ เขาสะกดกลั้นไม่ไปคิดถึงมัน อารมณ์ที่ทำให้เืเดือดพล่านนี้แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่