เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยแปดสิบสาม The Rice’s Man Burden

    ตอนที่หนึ่งร้อยแปดสิบสาม The Rice’s Man Burden

    ผมผ่านการเจอกับคนในยุคนี้มามากจนต้องหลั่งน้ำตาตอนกลางคืนก็ตั้งหลายครั้ง

    สุดท้ายก็ต้องจำใจที่จะต้องยอมรับ

    ภาระหน้าที่ของคนข้าว

    Rice’s Man Burden

    มาอยู่กับตนเองในที่สุด

    เพราะหากเราไม่ทำ

    แล้วใครจะทำเล่า?

    แบบเดียวกับคนข้าวพระเอกอิเซไคที่ต้องมีวิสัยทัศน์มองว่าการทำงานแบบคนญี่ปุ่นและอาหารญี่ปุ่น

    โชยุมายองเนสและไข่สดราดบนข้าวนั้นสุดยอดที่สุดแล้วไม่มีอะไรเทียบเท่า

    มันแสดงออกถึงจิตวิญญาณของคนข้าวได้ดี

    อย่างที่พวกเรซิสม์ผิวขาวกล่าวเอาไว้ว่า

    To be white man,To be master of theworld

    การเป็นคนขาว,คือการเป็นเจ้านายของโลกนี้

    ว่าจิตวิญญาณของคนขาวจักรวรรดิล่าอาณานิคมนั้นไม่ใช่คิดแบบคนพื้นเมืองว่า

    ของมันต้องเป็นเช่นนี้

    แต่คือการที่คิดว่ามันเปลี่ยนแปลงได้

    To be master of your own destiny

    คือเป็นเจ้านายแห่งชะตาชีวิตของเราเอง

    ว่าโลกนี้สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามที่เราคิดและแสงสว่างของอารยธรรมของคนขาวนั้นสามารถส่องแสงไปได้จากแดนนิวยอร์กจนถึงดินแดนที่มืดมิดที่สุดในแอฟริกา

    นั่นคือความหมายของการเป็นคนขาวที่เป็นเจ้านายของโลกนี้

    เราคือ

    Shining city on the hill

    เมืองที่ส่องสว่างอยู่บนเนิน

    คือแบบอย่างของความดีงามความร่ำรวยและความก้าวหน้าที่คนอื่นจะต้องจ้องมองเราด้วยความอิจฉา

    ภาระหน้าที่ของคนข้าวก็เช่นกัน

    พวกเขาไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยว่าควรจะรักษาวัฒนธรรมระเบียบประเพณีของชนพื้นเมืองอิเซไคเอาไว้หรือไม่

    เพราะคนข้าวมองว่าการแนะนำ ซอสโชยุกับมายองเนสและข้าวที่ราดด้วยไข่สดคือจุดสุดยอดของวัฒนธรรมอาหาร

    ไม่มีอะไรเหนือไปกว่านี้อีกแล้ว

    จึงมองว่าการแนะนำความเจริญก้าวหน้าคือความดีงามคือเรื่องที่ควรจะกระทำ

    เพราะหากพวกชนพื้นเมืองอิเซไคไม่ได้รับวัฒนธรรมที่สูงส่งของคนข้าว

    พวกเขาก็คงได้แต่เกลือกลิ้งอยู่กับพื้นไร้อารยะธรรมไปอีกหลายร้อยปี

    จึงเป็นหน้าที่ทางศีลธรรมของคนข้าวที่จะต้องช่วยเหลือชาวพื้นเมืองอิเซไคให้พวกเขาพ้นจากความยากจนและอารยธรรมล้าหลังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

    นี่ล่ะคือหน้าที่ของคนข้าวหรือพระเอกอิเซไคที่ผมต้องแบกรับ

    ก่อนอื่นผมให้พวกลูกน้องของผมและภูตผีบริวารของอาจารย์คง

    มารวบรวมบรรดาผีผีที่มารวมตัวกันนั่งดูภาพยนตร์ในบริเวณวัดนี้

    ว่าให้พวกเรามาร่วมมือกันกันเป็นกลุ่มหรือองค์กรก็จะไม่มีใครสามารถหยุดเราได้

    ผมคิดว่าผมคนเดียวไม่น่าจะเอาชนะปู่โสมเฝ้าทรัพย์ได้

    แต่หากผมรวบรวมได้วิญญาณได้สักสามร้อยตนน่าจะพอสูสี

    การศึกคือจำนวน

    แสนตรีเพชรกล้าที่เก่งกาจก็ไม่สามารถเอาชนะจำนวนที่มากกว่าได้

    “ไอ้หนูมาอยู่กับนายเจิดของข้าเอ็งจะได้ทานน้ำแดงทุกวัน”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนพยายามเจรจากับวิญญาณเด็กที่กำลังแอบดูดน้ำแดงของคนที่มาดูหนัง