พลังของไป๋เหวินโจวและถัวปาไถต่างเร่งถึงขีดสุด ปะทะกันอย่างรุนแรงจนจุดที่ทั้งสองยืนอยู่กลายเป็นหลุมกว้าง แต่ทันใดนั้นพลังของไปเหวินโจวพลันสิ้นสลายไป วิชาดรรชนีดาบกระบี่สิ้นสลายคือสุดยอดวิทยายุทธ์อันลึกล้ำ พลังของมันเวิ้งว้างว่างเปล่าตรงกับเคล็ดคำว่า ‘สิ้นสลาย’ อย่างแท้จริงถัวปาไถพลันรู้สึกอวัยวะภายในเจ็บปวด คล้ายถูกกระบี่แทงใส่และถูกดาบเชือดเฉือนขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทั่วทั้งร่างมันสั่นสะท้าน ต้องกัดฟันอดทนที่แท้พลังดาบกระบี่สิ้นสลายไม่ปะทะลมปราณกับมันอีกแล้ว แต่คล้ายหนอนชอนไชเข้าไปในร่างถัวปาไถและจู่โจมจากภายในแทน วิชาประหลาดเช่นนี้ถัวปาไถมิเพียงไม่เคยเจอ แม้กระทั่งคาดยังคาดไม่ถึงถัวปาไถร่ำร้องอย่างเจ็บปวด มันเร่งลมปราณกระแทกออก ทำเอาร่างไป๋เหวินโจวถอยไปเจ็บแปดเก้า ส่วนมันเองยังคงนิ่งกับที่การที่ไป๋เหวินโจวถอยตามสภาวะเพื่อสลายพลังศัตรู นับว่าถูกต้องตามหลักวิทยายุทธ์ แต่ถัวปาไถถูกพลังดาบกระบี่สิ้นสลายทำร้ายจากภายใน ไม่สามารถถอยกายสลายพลังได้ มันจึงเร่งลมปราณจากภายในสลายพลังไป๋เหวินโจวทันที “อั่ก” ถัวปาไถกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง เหล่าคนชุดดำต่างตื่นตระหนกยิ่ง ขุนพลถัวปาเป็นสุดยอดฝีมือไม่เคยพ่ายแพ้ผู้ใดมาก่อน ครั้งนี้ถึงกับบาดเจ็บสาหัสไป๋เหวินโจวยืนสงบนิ่ง ดูน่าเกรงขามไม่น้อย เหล่าคนชุดดำรีบไปประคองถัวปาไถ
ขณะเดียวกันชายชุดดำหลายสิบคนก็รายล้อมไป๋เหวินโจวไว้ ชายชุดดำคนหนึ่งตะโกน“จัดการมัน!”ชายชุดดำหลายคนสิบคมเข้ากลุ้มรุมไป๋เหวินโจวทันที แต่ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงฟิ้วดังมา เหล็กแหลมเล็กๆ อาวุธลับของสำนักง้อไบ๊ซัดทำร้ายชายชุดดำจำนวนมากเห็นร่างสีเหลืองร่างหนึ่งพุ่งทะยานมาดุจพญาวิหคสยายปีก รัศมีกระบี่ทำร้ายคนชุดดำไปไม่น้อย ศิษย์ง้อไบ๊อีกสิบกว่าคนก็วิ่งตามมา ต่างสะบัดกระบี่ต่อสู้ศัตรูถัวปาไถเห็นว่าวันนี้ไม่อาจมีเปรียบศัตรูได้ ต่อให้มันฆ่าพวกง้อไบ้ได้หมดก็ไม่ได้ตัวจูโหย่วเฉิงมา อย่าว่าแต่หากไป๋เหวินโจวลงมืออีก พวกมันต้องตายอีกหลายสิบศพแน่ มันจึงตะโกนว่า “หยุด”ทุกคนต่างหยุดต่อสู้ พวกกานเป่าซิงต่างมายืนเคียงข้างไป๋เหวินโจวถัวปาไถจ้องพลันถามว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่”“ปราชญ์มารบริสุทธิ์” ไป๋เหวินโจวรู้สึกชื่นชมฝีมือถัวปาไถไม่น้อยจึงตอบความจริงถัวปาไถพยักหน้า มันเป็นชาวมองโกลเคยได้ยินชื่อเสียงปราชญ์มารบริสุทธิ์มาบ้าง ครั้งนี้มันได้รับทราบฝีมือของชาวจงหยวนแล้ว มันครุ่นคิดขึ้น‘หากชาวมองโกลคิดครอบครองแผ่นดินหมิง นับว่าไม่ง่าย’“ข้าถัวปาไถ” ถัวปาไถกล่าว ตอนนี้ม้าราชาทมิฬของมันก็เดินมาถึงข้างกาย มันขึ้นม้า สั่งให้ลูกน้องทั้งหมดถอยไป
หลังผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือดมาค่อนคืน ผ่านไปอีกสักพักแสงจันทราเริ่มหลบเร้นหาย แสงตะวันก็เข้ามาแทนที่ ไป๋เหวินโจวพลันกล่าวว่า“จูโหย่วเฉิงเล่า?”กานเป่าซิงตอบ “เขาปลอดภัย ท่านใช้กลยุทธ์ดุจเทพยดาเทียบเท่าได้กับขงเบ้งในอดีต ข้านับถือยิ่ง”ไป๋เหวินโจวพยักหน้า จากนั้นร่างส่ายโงนเงนคราหนึ่ง กานเป่าซิงรีบถาม “จอมยุทธ์ไป๋ ท่านเป็นอะไรหรือไม่?”“ถัวปาไถสมเป็นผู้กล้าอันดับหนึ่งของมองโกล การต่อสู้กับมันทำให้พลังภายในข้าเหลือไม่มากนัก อวัยวะภายในก็ได้ความกระทบกระเทือนด้วย” ไป๋เหวินโจวกล่าว“ถ้าเช่นนั้น?” กานเป่าซิงรีบถาม “ข้าจำเป็นต้องฟื้นฟูพลังภายในสักสองวัน” ไป๋เหวินโจวกล่าว“ท่านขึ้นเขาง้อไบ๊ รักษาอาการก่อนดีหรือไม่?”ไป๋เหวินโจวพยักหน้า ในระหว่างเดินกำลังภายใน ไม่อาจถูกสิ่งใดรบกวนมิเช่นนั้นจะถูกธาตุไฟเข้าแทรกมีอันตรายได้ ดังนั้นการรักษาตัวในสำนักง้อไบ๊น่าจะดีกว่านั่งฟื้นฟูพลังลมปราณตามป่าเขา
เหล่าศิษย์ง้อไบ๊นำไป๋เหวินโจวขึ้นเขาง้อไบ๊ สำนักง้อไบ๊ส่วนใหญ่เป็นสตรี ไม่ต้อนรับบุรุษ แต่ไป๋เหวินโจวถือเป็นกรณีพิเศษ กานเป่าซู่สั่งเตรียมห้องพักให้ไป๋เหวินโจวห้องหนึ่ง ทั้งหมดเหน็ดเหนื่อยมาค่อนคืน ต่างก็หลับพักผ่อน ไป๋เหวินโจวเองก็นั่งที่เตียงฟื้นฟูลมปราณหลายชั่วยาม จากนั้นก็พักผ่อนหลับไปก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้น “จอมยุทธ์ไป๋ท่านตื่นแล้วหรือไม่?”ไป๋เหวินโจวลุกขึ้นจากเตียง “ตื่นแล้ว”เสี่ยวหนิงเปิดประตูเดินเข้ามา จากนั้นกล่าวว่า “ข้านำอาหารมาให้ สำนักง้อไบ๊เป็นสำนักชี มีแต่อาหารเจ หวังว่าจอมยุทธ์ไป๋คงไม่ตำหนิ แต่ข้ายังต้มโสมร้อยปีหายากซึ่งขุดจากเขาฉางไป๋มาให้ดื่มด้วย ศิษย์พี่กานบอกว่าโสมนี้ช่วยฟื้นฟูพลังภายในให้ท่านได้” ไป๋เหวินโจวยิ้มกล่าวขอบใจ มันเองก็หิวโหยไม่น้อยแล้ว เสี่ยวหนิงหลังส่งอาหารยังคงไม่ไป ไป๋เหวินโจวถามว่า “เป็นไรหรือ?”“ท่านคือปราชญ์มารบริสุทธิ์ไป๋เหวินโจวจริงๆ หรือ?” เสี่ยวหนิงถามไป๋เหวินโจวพยักหน้าเสี่ยวหนิงกล่าว “ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงท่าน นึกไม่ถึงท่านจะช่วยข้าไว้ เสี่ยวหนิงขอขอบคุณ” จากนั้นนางย่อกายคารวะ ไป๋เหวินโจวโบกมือกล่าวว่า “ไม่เป็นไร”“อาการบาดเจ็บของท่านเล่า?” เสี่ยวหนิงถาม“พรุ่งนี้ข้าจำต้องเดินพลังอีกครั้งหนึ่ง อาการจึงกลับเป็นปกติ” ไป๋เหวินโจวกล่าวเสี่ยวหนิงพยักหน้า จากนั้นบอก “ขอให้ท่านหายโดยไว”นางเดินออกจากห้องไปทันที
ไป๋เหวินโจวพักผ่อนอีกเล็กน้อยจวบจนถึงยามบ่ายก็ออกมาเดินชมดูสำนักง้อไบ๊ เห็นโบสถ์ วิหารภายในวัดล้วนทาสีทองเมื่อสะท้อนกับแสงตะวันยิ่งให้ความงดงามจับตา ไป๋เหวินโจวได้ฉายาปราชญ์ จึงอ่านตำราศาสนาต่างๆ มามาก แต่มันกลับไม่นับถือสักศาสนาเดียว แต่ก็นำหลักคิดที่เห็นว่าเป็นประโยชน์มาใช้ บางส่วนยังนำมาดัดแปลงเป็นวิทยายุทธ์ เห็นอารามจินติ่ง (ยอดทอง) อันเป็นอารามเอกของสำนักง้อไบ๊ มีลักษณะเป็นอารามทรงสูง ทั่วทั้งหลังทาสีทอง งดงามราวกับตำหนักเซียนบนสรรค์ มันอดยืนชมด้วยความสนใจมิได้ไป๋เหวินโจวเดินเข้าอาราม เห็นในอารามมีทั้งรูปปั้นพระยูไล (พระพุทธเจ้า) พระโพธิสัตว์อีกสององค์ยืนประณมมือให้ คือพระโพธิสัตว์กวนอิมผู้ทรงเมตตาและพระโพธิสัตว์ผู่เสียนผู้ทรงกรุณาบรรยากาศในโบสถ์เย็นสบายอย่างบอกไม่ถูก ทำให้จิตใจไป๋เหวินโจวรู้สึกสงบ แต่ไม่นานมันก็ได้ยินเสียงเดินเข้ามา คือกานเป่าซิง นางถามขึ้น“อาการท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”“เดินลมปราณอีกวันหนึ่งก็เป็นปกติ”กานเป่าซิงพยักหน้า นางเอ่ยว่า “ชาวง้อไบ๊ยังไม่ได้ขอบคุณท่าน ท่านไม่เพียงนำจดหมายมาให้ ยังเสี่ยงอันตรายอีกด้วย โปรดรับการขอบคุณ”กานเป่าซิงคารวะจรดพื้น ไป๋เหวินโจวรีบใช้มือดันแขนนางขึ้นมา “ไม่ต้อง ข้าทำเพื่อให้ประชาชนอยู่อย่างสงบ มิใช่ทำเพื่อคนผู้ใดผู้หนึ่ง”กานเป่าซิงหน้าแดงวูบ นางเกิดมาเพิ่งเคยสัมผัสกายบุรุษ นางกล่าว“ฝ่ายธัมมะนัดประชุมชาวยุทธจักรเพื่อเล่นงานท่าน ข้าตัดสินใจว่าจะไปแจ้งต่ออาจารย์ที่เขาบู๊ตึ๊งว่าท่านมิได้เป็นอย่างข่าวลือ”ไป๋เหวินโจวกล่าวว่า “แม้ข้าจะช่วยพวกเจ้าไว้ แต่เรื่องที่ข้าฆ่าพวกเส้าหลิน บู๊ตึ๊งก็เป็นเรื่องจริง”กานเป่าซิงตอบ “แม้เป็นเช่นนั้น อย่างน้อยสำนักง้อไบ๊ก็จะขอถอนตัว ไม่ร่วมมือกับเส้าหลินบู๊ตึ๊ง”ไป๋เหวินโจวกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ดี”ไม่นานก็มีแม่ชีนางหนึ่งวิ่งมากล่าวว่า “ศิษย์พี่กาน อาจารย์อาเจิงหลุนขอพบ เขาบอกว่าหากจอมยุทธ์ไป๋ยังอยู่ก็อยากพบด้วย”กานเป่าซิงมองหน้าไป๋เหวินโจว ปราชญ์มารบริสุทธิ์พยักหน้า จากนั้นก็เดินไปพบกับเจิงหลุนแม่ทัพแห่งราชวงศ์หมิงซึ่งเป็นศิษย์เก่าของง้อไบ๊
เจิงหลุนได้พบหน้าไป๋เหวินโจวก็ยินดี มันรีบคารวะ ไป๋เหวินโจวก็คารวะตอบ เจิงหลุนหัวร่อเล็กน้อยกล่าวว่า“ตอนแรกข้าคิดว่าท่านเป็นศิษย์ง้อไบ๊จริงๆ แม้ในใจจะสงสัยอยู่บ้าง แต่สถานการณ์คับขันเร่งด่วน จึงได้แต่ลองเชื่อใจท่าน”ไป๋เหวินโจวยิ้ม “ข้าทราบว่าหลอกท่านได้ไม่นาน”เจิงหลุนกล่าว “ปราชญ์มารบริสุทธิ์มีชื่อเสียงไปทั่วยุทธจักร ได้พบด้วยตนเองนับว่าสมคำลือ” เจิงหลุนหันไปกล่าวกับพวกกานเป่าซิง “ฝ่าบาททรงตรัสว่าเมื่อกลับถึงวังจะส่งของขวัญมาให้ ตอนนี้ได้แต่สั่งจัดทำป้ายขอบคุณ ติดไว้ที่หน้าสำนัก นับแต่นี้สำนักง้อไบ๊จะได้รับการประกาศความชอบไปทั่วทั้งแผ่นดิน”กานเป่าซิงเหลือบไปมองหน้าไป๋เหวินโจว หากมิใช่มันยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ศิษย์ง้อไบ๊ยี่สิบคนคงตายไปหมดแล้ว เจิงหลุนกล่าวว่า“จอมยุทธ์ไป๋ ฝ่าบาทอยากเรียกตัวท่านเข้าวังรับราชการ เสนอตำแหน่งนายพลเสนาธิการให้”ไป๋เหวินโจวหัวร่อแล้ว เจินหลุนรีบกล่าวว่า “ข้าเคยเป็นชาวยุทธจักร ทราบว่ามิอาจใช้ลาภยศมาผูกท่านได้ ฝ่าบาททรงรับสั่ง หากท่านอยากได้สิ่งใดให้ส่งป้ายทองไปในวัง ขอเพียงไม่ขัดต่อกฎหมาย ฝ่าบาทจะทำให้ท่าน”เจิงหลุนยื่นป้ายทองรูปมังกรเล็กๆ ให้ไป๋เหวินโจว ปราชญ์มารบริสุทธิ์โบกมือว่า “ไม่ต้อง คนแซ่ไป๋ไม่คิดขอร้องผู้ใด”เจินหลุนกล่าวอีก “ฝ่าบาทมาที่เสฉวน ความจริงเป็นราชการลับ นึกไม่ถึงถูกคนรู้เข้า คาดว่าภายในวังมีไส้ศึก”กานเป่าซู่ถามว่า “เป็นผู้ใด”เจินหลุนมองหน้าไป๋เหวินโจว “ได้ข่าวว่าท่านมีนัดประลองกับหลี่กวนหยาง?”“ใช่”“เรื่องชาวมองโกลจู่โจมฮ่องเต้ อาจเกี่ยวข้องกับหลี่กวนหยาง!” เจินหลุนกล่าวไป๋เหวินโจวตกใจเล็กน้อย ถามว่า “แม่ทัพเจินหลุนทราบได้อย่างไร?”“ตำหนักเทพธรณินครองความยิ่งใหญ่ในแดนเหนือ เมืองหลวงปักกิ่งเราก็อยู่แดนเหนือ หลี่กวนหยางลอบติดต่อกับคนของมองโกล มิใช่เราไม่ทราบ แต่ไม่มีหลักฐาน” เจิงหลุนกล่าวไป๋เหวินโจวพยักหน้า มันทราบว่าหลี่กวนหยางเป็นทายาทของจักรพรรดิเหลิ่งเถียนแห่งคุนหลุน หากคิดเดินตามรอยบรรพบุรุษก็มิใช่เรื่องแปลกหลังพูดคุยกันสักพัก ไป๋เหวินโจวก็เข้าห้องเก็บตัว
เช้าวันต่อมาไป๋เหวินโจวยังคงนั่งสมาธิฟื้นลมปราณรักษากาย เสี่ยวหนิงเคาะประตูเรียกให้มันกินข้าว มันก็ไม่สามารถตอบได้เสี่ยวหนิงจึงยกอาหารกลับไป ไม่นานก็ปรากฏคนชุดแดงผู้หนึ่งเปิดหน้าต่างทะลวงเข้ามา มันถือกระบี่ใช้ผ้าคลุมปิดใบหน้าไว้ คนชุดแดงครุ่นคิดด้วยโทสะ‘เจ้าเป็นเหตุให้สกุลเจียงล่มสลาย คุณชายเจียงหายสาบสูญ นับว่าฟ้ามีเมตตาต่อสกุลเจียง เปิดโอกาสให้ข้าได้ล้างแค้น!!’กล่าวจบคนชุดแดงก็แทงกระบี่ใส่ไป๋เหวินโจวที่กำลังฝึกลมปราณไม่อาจขยับเยื้อนกายทันทีได้ยินเสียงฉึก กระบี่คนชุดแดงแทงลงไปในเลือดเนื้อไป๋เหวินโจวแล้ว!
------- จบตอน -------จะเกิดอะไรขึ้นต่อ คนคลุมหน้าเป็นใคร กระบี่นี้จะสังหารไป๋เหวินโจวได้หรือไม่โปรดติดตาม!!
พระสมันตภัทรโพธิสัตว์(ผู่เสียนโพธิสัตว์) พระโพธิสัตว์ประจำเขาง้อไบ๊