ครู่ต่อมา สุราชั้นเลิศก็ถูกนำมาต้อนรับ
หวังลี่ซื่อจิบเพียงเล็กน้อย สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที "นายท่าน สุรานี้ดีจริง ๆ ขอรับ รสััแรกเผ็ดร้อน แต่รสหวานที่ตามมานั้นยาวนาน พอลงไปถึงท้องก็รู้สึกร้อนวูบวาบแต่กลับรู้สึกสบายยิ่งนักขอรับ"
"อย่างนั้นหรือ?"
จ้าวฉงหย่วนขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับยกจอกสุราตรงหน้าขึ้นจิบ และในไม่ช้าใบหน้าก็ปรากฏความประหลาดใจ
"สุรานี้มีจุดเด่นคล้ายกับสุรากลั่นของม่อเป่ย แต่เหตุใดรสััถึงต่างกันเพียงนี้ ทั้งที่ตอนเข้าปากเผ็ดร้อนจนแทบกลืนไม่ลง แต่พอลงคอไปกลับนุ่มนวลอย่างยิ่ง ทั้งเผ็ดร้อนและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน ทำได้อย่างไรกัน?"
จ้าวติ้งนั่งตัวตรง พลางกระแอมไอเล็กน้อย ใบหน้าปรากฏท่าทางลึกลับ ราวกับว่าเขามีความลับอันยิ่งใหญ่จะบอกแก่ทั้งสองท่าน
"ทั้งสองท่านอาจยังไม่ทราบ สุรานี้มิใช่สุราธรรมดาและมิใช่ว่าใครก็สามารถหมักได้ แต่นี่คือตำรับการหมักสุราที่เทพสุราตู้คังได้ถ่ายทอดไว้ด้วยตนเองเมื่อครั้งเดินทางผ่านโยวโจวของข้า และมีเพียงในโยวโจวเท่านั้นที่ทำได้ ดังนั้นภายนอกย่อมไม่มีให้ดื่มแน่นอนขอรับ"
จ้าวฉงหย่วนขมวดคิ้วเล็กน้อย "เทพสุราตู้คังหรือ?"
ที่ชายผู้นี้บอกว่าตนเองเป็พ่อค้าสุรานั้น เป็การพูดโกหกแน่นอน แต่ในฐานะประมุขของแผ่นดิน มีสุราชนิดใดที่เขาไม่เคยดื่มหรือมีปรมาจารย์ด้านการหมักสุราคนใดที่เขาไม่เคยพบ ทว่าเทพสุราตู้คังผู้นี้ เขากลับไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับชื่อนี้เลยแม้แต่น้อย ไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าเขาไม่เคยได้ยิน เพราะจ้าวติ้งกุเื่ขึ้นมาเองทั้งนั้น
"ใช่แล้ว เทพสุราตู้คังเคยเดินทางผ่านโยวโจวของพวกเรา เมื่อเห็นราษฎรในโยวโจวลำบากยากแค้น มีอาหารไม่เพียงพอต่อปากท้อง จึงได้ถ่ายทอดวิชาการหมักสุรานี้ให้ เพื่อให้ชาวบ้านในโยวโจวมีชีวิตที่มั่งคั่งขึ้น"
"อย่างสุราที่ทั้งสองท่านกำลังดื่มอยู่นี้ มีชื่อว่าสุราหยกนารี ั้แ่การทำลูกแป้ง การตากลูกแป้ง ไปจนถึงการหมักและการกลั่น ทุกขั้นตอนต้องดำเนินการโดยดรุณีน้อยที่อายุต่ำกว่าสิบแปดปีและยังเป็สาวบริสุทธิ์เท่านั้น โดยเฉพาะขั้นตอนการเหยียบลูกแป้ง ต้องเป็ดรุณีสาวบริสุทธิ์ที่มีกลิ่นกายหอมตามธรรมชาติเท่านั้นที่สามารถเหยียบได้"
"หากเป็ดรุณีที่ไม่มีกลิ่นกายหอมหรือมิใช่สาวบริสุทธิ์ก็ใช้ไม่ได้ และสำหรับบุรุษหยาบกระด้างอย่างพวกข้ายิ่งไม่ได้เด็ดขาด หากทำเช่นนั้น สุราที่หมักออกมาจะไม่มีความหอมกรุ่นรวมถึงไม่มีคุณสมบัติที่ทั้งเผ็ดร้อนและนุ่มนวลควบคู่กันเช่นนี้"
เมื่อได้ฟังจ้าวติ้งโอ้อวด จ้าวฉงหย่วนและหวังลี่ซื่อต่างก็ขมวดคิ้ว ก็แค่การหมักสุราต้องทำให้ดูลึกลับขนาดนี้เชียวหรือ?
"หากไม่เชื่อ ลองชิมตัวอื่นดูขอรับ"
จ้าวติ้งมองเห็นความสงสัยของทั้งสองคน จึงโบกมือเรียกเด็กรับใช้สองคนที่เดินเข้ามา และรินสุราให้จ้าวฉงหย่วนและหวังลี่ซื่ออีกจอกหนึ่ง
"ถุย! นี่มันอะไรกัน เผ็ดร้อนจนแทบตาย"
หวังลี่ซื่อจิบเข้าไปคำเดียว ยังไม่ทันได้กลืนก็พ่นออกมาทันที แม้แต่จ้าวฉงหย่วนเมื่อดื่มเสร็จก็ขมวดคิ้วเช่นกัน
รสชาติแตกต่างกันมากจริง ๆ
"เห็นหรือไม่ ข้าไม่ได้หลอกพวกท่าน"
จ้าวติ้งลากเสียงพูดจากนั้นจึงชี้ไปที่สุราหยกนารี พร้อมแนะนำว่า "สุราหยกนารีนี้ มีเพียงโยวโจวของพวกเราเท่านั้นที่หมักได้ เพราะในโยวโจวมีน้ำพุะปู้เหล่าเฉวียน ซึ่งนอกจากน้ำพุจะใสสะอาดและรสเลิศแล้วยังมีสรรพคุณช่วยยืดอายุขัย"
"สตรีดื่มแล้วจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้งดงาม บุรุษดื่มแล้วจะช่วยยืดอายุขัย และที่สำคัญที่สุดคือสามารถบำรุงหยินเสริมหยางได้! ข้าเองคืนหนึ่งเจ็ดครั้งก็ยังสบายมาก!"
แต่เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ จ้าวติ้งก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อว่า
"ข้ายังไม่ทันได้พูดอะไร วันรุ่งขึ้นก็แทบลุกจากเตียงไม่ไหว และต้องกินอวัยวะเพศวัวแทนข้าว ดื่มเหล้ากระดูกเสือแทนน้ำ ฟื้นตัวอยู่ตั้งครึ่งเดือนถึงจะกล้ากลับไปท้าทายจุดสูงสุดอีกครั้ง!"
จ้าวฉงหย่วนได้ยินดังนั้น หัวคิ้วก็กระตุกไม่หยุด
เ้าลูกระยำนี่!
แต่สุดท้ายเขาก็อดทนไว้ได้
ส่วนหวังลี่ซื่อที่อยู่ด้านข้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็เป็ประกายขึ้นมาทันที "นายท่าน นี่เป็ของดีจริง ๆ ขอรับ"
จะมีอะไรสำคัญไปกว่าการสืบทอดทายาทของราชวงศ์เล่า?
หึ ติดกับแล้ว
จ้าวติ้งยิ้มกว้าง
ลูกผู้ชายใครเล่าจะไม่ใส่ใจเื่นี้?
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระหว่างทางที่เขามา ได้ยินช่างนวดหญิงจากร้านนวดเท้าหวังเอ้อร์หมาจื่อบอกว่าจ้าวฉงหย่วนมีอาการไตพร่อง
ตอนนี้เขาพูดเช่นนี้ ไม่ติดกับก็แปลกแล้ว
จ้าวฉงหย่วนขมวดคิ้วเล็กน้อยทว่าลมหายใจกลับหนักหน่วงขึ้นโดยไม่รู้ตัว พร้อมถามเสียงเข้มว่า "สุรานี้ขายอย่างไร?"
จ้าวติ้งชูสองนิ้วขึ้นมา
"สองตำลึงต่อหนึ่งจินหรือ?" จ้าวฉงหย่วนเลิกคิ้ว
ราคานี้แม้จะไม่ถูก แต่ด้วยคุณภาพของสุราก็นับว่าคู่ควร
จ้าวติ้งส่ายหัวก่อนเอ่ยว่า "ทั้งสองท่านเข้าใจผิดแล้ว นี่คือยี่สิบตำลึงต่อหนึ่งเหลี่ยง"
"โอ้!"
หวังลี่ซื่อได้ยินดังนั้น สุราหยกนารีที่เพิ่งเข้าปากแทบจะพ่นออกมา แต่เมื่อนึกถึงราคานี้ หวังลี่ซื่อก็ฝืนกลืนลงไปแล้วมองจ้าวติ้งด้วยสีหน้าตกตะลึง
"เท่า... เท่า... เท่าไหร่กันนะพ่ะย่ะค่ะ?"
เด็กรับใช้ที่คอยดูแลอยู่ด้านข้าง มุมปากกระตุกอย่างรุนแรง
สมกับเป็ท่านอ๋องของตนจริง ๆ ! ใจดำอำมหิตแท้ ๆ
จากสองตำลึงต่อหนึ่งจิน พอผ่านปากท่านอ๋องกลายเป็ยี่สิบตำลึงต่อหนึ่งเหลี่ยง
แพงขึ้นร้อยเท่าเชียว!
"ท่าน... ท่านอ๋อง ท่านว่าอย่างไรนะ? ยี่สิบตำลึงต่อหนึ่งเหลี่ยง? หนึ่งจินสองร้อยตำลึง?"
จ้าวฉงหย่วนได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็เบิกกว้าง
นี่มันสุราหรือทองคำกันแน่
"เฮ้อ ใช่แล้ว ข้าเองก็รู้สึกว่าตั้งราคาต่ำไป แต่ช่วยไม่ได้ เพราะนี่เป็คำสั่งเสียของท่านเทพสุราตู้คัง อุดมการณ์ของท่านคืออยากให้ทุกคนในใต้หล้าได้ดื่มสุราดี ๆ ด้วยปณิธานอันยิ่งใหญ่นี้ แม้แต่ข้าก็ต้องปฏิบัติตาม" จ้าวติ้งทำสีหน้าซาบซึ้ง "ทั้งหมดนี้ก็เพื่อราษฎรในใต้หล้าทั้งสิ้น"
หัวข้อการสนทนาถูกยกระดับให้ดูสูงส่งขึ้นในทันที
"นายท่าน ข้าทำไมรู้สึกว่าร่างกายร้อนขึ้นมาเล็กน้อยเล่าขอรับ?"
ในขณะนั้นเอง หวังลี่ซื่อก็โพล่งขึ้นมา
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังลี่ซื่อ จ้าวฉงหย่วนหันไปมอง จึงเห็นว่าขณะนี้ใบหน้าแก่ ๆ ของหวังลี่ซื่อแดงก่ำราวกับหงอนไก่ มือดึงคอเสื้อออกโดยไม่รู้ตัว
"เห็นหรือไม่ ผลลัพธ์มาแล้ว ข้าถึงบอกให้มาที่นี่อย่างไรเล่า" จ้าวติ้งชี้ไปที่หวังลี่ซื่อด้วยท่าทางภูมิใจ
"เ้ามีความรู้สึกอย่างไร?" จ้าวฉงหย่วนมองหวังลี่ซื่อด้วยความสงสัย
หวังลี่ซื่อทำหน้าเศร้าแล้วเอ่ยว่า "ข้าแค่รู้สึกร้อนนิดหน่อย แล้วก็..."
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หวังลี่ซื่อก็พูดต่อไม่ได้ เขาเป็ขันทีจะให้พูดอะไรได้เล่า เขาก็แค่รู้สึกร้อนเฉย ๆ
หลังจากถามหวังลี่ซื่อ จ้าวฉงหย่วนก็อยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด ตนเองไปถามเื่พรรค์นั้นกับขันที เขาสมองเลอะเลือนไปแล้วหรือ
ทว่าเมื่อมองดูสุราหยกนารีในจอก สายตาของจ้าวฉงหย่วนกลับมีความสงสัย "ของสิ่งนี้มีผลจริง ๆ หรือ?"
จ้าวติ้งนั่งยิ้มร่าอยู่ด้านข้าง
มีผล? มีผีน่ะสิ มันก็แค่ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในสุราดีกรีสูงเท่านั้นเอง! ส่วนเื่ทางนั้นมีผลจริง ๆ แต่มีผลน้อยมากต่างหาก!
"สุรานี้ราคาสูงเกินไป ต่อให้ข้าซื้อกลับไปก็ไม่แน่ว่าจะมีคนซื้อไหว ท่านช่วยลดราคาลงหน่อยได้หรือไม่" จ้าวฉงหย่วนมองจ้าวติ้งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เขาเริ่มหวั่นไหวแล้วจริง ๆ เพราะเมื่อครู่ดื่มไปเพียงเล็กน้อย เขาก็รู้สึกว่าร่างกายร้อนขึ้น และทางนั้นก็มีความรู้สึกปั่นป่วนที่ห่างหายไปนานเกิดขึ้น!
ของสิ่งนี้มีผลจริง ๆ หรือ?
ในพริบตา สายตาที่จ้าวฉงหย่วนมองสุราหยกนารีก็เปลี่ยนไป
จ้าวติ้งยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า "แพงหรือขอรับ? ข้าไม่คิดเช่นนั้น ท่านลองคิดดูว่าสุรานี้เป็ตำรับที่ท่านเทพสุราถ่ายทอดมาด้วยตนเอง อีกทั้งตลอดกระบวนการต้องใช้ดรุณีสาวบริสุทธิ์อายุต่ำกว่าสิบแปดปีเป็ผู้หมัก และการเหยียบลูกแป้งต้องเป็ดรุณีที่มีกลิ่นกายหอมและเป็สาวบริสุทธิ์ อีกทั้งในระหว่างการเหยียบห้ามสวมถุงเท้า เพื่อให้เหงื่อหอมของดรุณีหลอมรวมกับลูกแป้งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงจะหมักสุราเลิศรสเช่นนี้ออกมาได้"
"อีกทั้งน้ำพุะปู้เหล่าเฉวียนในหนึ่งปีจะมีน้ำไหลออกมาเพียงสี่ห้าร้อยจิน เมื่อหักลบการสูญเสียในกระบวนการหมัก ปริมาณสุราหยกนารีต่อปีจะมีเพียงสี่สิบถึงห้าสิบจินเท่านั้น!"
"ของดีขนาดนี้ ไม่ถือว่าแพง และหากท่านรับจากข้าไปแล้วนำไปขายต่อ สี่ร้อยตำลึงต่อหนึ่งจินก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้"
จ้าวฉงหย่วนยังคงขมวดคิ้ว "แต่ราคานี้ก็ยังถือว่าสูงเกินไปอยู่ดี"
"สูง? ไม่มีทางสูงหรอก" จ้าวติ้งยิ้มกว้าง พลางมองจ้าวฉงหย่วนด้วยสายตามีเลศนัย "เื่จะสูงหรือไม่นั้น ท่านต้องดูว่าขายให้ใคร! ต้องวางตำแหน่งสินค้าอย่างไร! คนทั่วไปย่อมซื้อไม่ไหวแต่หากท่านขายให้เหล่าพ่อค้าผู้มั่งคั่งหรือขุนนางผู้มีอำนาจในเจียงหนาน ราคานี้จะไม่ถือว่าสูงเลยใช่หรือไม่?"
"แต่คนเ่าั้ไม่ใช่คนโง่ ท่านบอกว่าสี่ร้อยก็สี่ร้อย พวกเขาจะยอมจ่ายง่าย ๆ ได้อย่างไร?" จ้าวฉงหย่วนขมวดคิ้ว
จ้าวติ้งหัวเราะแล้วเอ่ยอีกครั้งว่า "นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านจะทำการตลาดอย่างไรไม่ใช่หรือ?"
"การตลาด?" จ้าวฉงหย่วนขมวดคิ้วเล็กน้อย
จ้าวติ้งกล่าวต่ออย่างใจเย็นว่า "วิชาการหมักสุรานี้ใครเป็ผู้ถ่ายทอดมาขอรับ?"
"เทพสุราตู้คัง" จ้าวฉงหย่วนตอบตามสัญชาตญาณ
"แล้วใครเป็ผู้หมัก?" จ้าวติ้งถามต่อ
"ต้องเป็ดรุณีสาวบริสุทธิ์อายุต่ำกว่าสิบแปดปี และการเหยียบลูกแป้งต้องเป็ดรุณีที่มีกลิ่นกายหอมและเป็สาวบริสุทธิ์" จ้าวฉงหย่วนตอบต่อ
"แล้วปริมาณการผลิตเป็อย่างไร?" จ้าวติ้งถามอีก
"ปีหนึ่งมีเพียงสี่สิบถึงห้าสิบจิน" จ้าวฉงหย่วนตอบ
แต่พูดไปพูดมา จ้าวฉงหย่วนก็เริ่มมึนงง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จ้าวติ้งเพิ่งบอกเขาไปหรอกหรือ
"ถ้าอย่างนั้น หากท่านบอกว่าปีหนึ่งมีเพียงยี่สิบจินแล้วอย่าขายเป็ไหให้ขายเป็ขวด! หนึ่งขวดบรรจุไม่ต้องมาก แค่หนึ่งเหลี่ยง จำกัดจำนวนการขายต่อวัน ขายเพียงครั้งละสิบขวด ต่อให้ให้เงินมากกว่านี้เราก็ไม่ขาย!"
"บรรจุภัณฑ์ก็ต้องดูหรูหรา สง่างามและมีระดับ หอการค้าตระกูลจ้าวของข้ามีเครื่องลายครามอยู่ ท่านสั่งเครื่องลายครามจากข้าชุดหนึ่งเพื่อนำมาใช้บรรจุสุราหยกนารีนี้โดยเฉพาะ และยังต้องเปลี่ยนชื่อด้วย อย่าเรียกว่าสุราหยกนารี ให้เรียกว่าสุราน้ำค้างเซียน จากนั้นจ้างคนมาต่อแถวซื้อที่หน้าร้านของท่านทุกวัน"
"วันเดียวไม่ได้ก็สองวัน สองวันไม่ได้ก็สามวัน สามวันไม่ได้ก็สี่วัน อย่างมากหนึ่งสัปดาห์ ผลลัพธ์จะปรากฏแน่นอน แล้วกล่าวสรรพคุณให้เกินจริงขึ้นอีกนิด สตรีดื่มแล้วบำรุงหยินเสริมหยาง บุรุษดื่มแล้วเป็ชายคืนหนึ่งเจ็ดครั้ง"
"เวลาขายอย่าบอกว่าเป็ของที่คนทั่วไปดื่มได้ ให้บอกว่าเป็ของที่เหลือมาจากพระราชวังหลวง ฮ่องเต้ดื่มแล้วทรงชมว่าดี พระสนมใช้แล้วทรงบอกว่ามีความสุขยิ่งนัก เช่นนี้แล้ว ข้าขอถามท่านว่าจะซื้อหรือไม่?"
"ส่วนเื่ราคาไม่ต้องกังวล เราเน้นความหรูหรา สนใจแต่ชื่อเสียง ไม่สนใจคุณภาพ คนรวยเ่าั้ซื้อเพราะความรู้สึกนี้แหละ จะเป็ฉี่ม้าหรือฉี่วัว ใครจะสนกันเล่า ในเมื่อคนทั่วไปดื่มไม่ได้ก็พอแล้วไม่ใช่หรือ?"
เมื่อได้ฟังจ้าวติ้งพูดจนน้ำลายกระเด็นเช่นนี้ หวังลี่ซื่อถึงกับเอามือปิดหน้าด้วยความละอาย เพราะเดิมทีคิดว่าการอยู่ในวังมาหลายสิบปีทำให้ตนเองมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวแล้ว วันนี้ได้เห็นจ้าวติ้งถึงได้รู้ว่าเื่การต้มตุ๋น เขายังต้องยอมแพ้จ้าวติ้งจริง ๆ
แต่ทำไมฟังดูแล้วรู้สึกคุ้นหูพิกล?
จ้าวติ้งกล่าวต่อว่า "ท่านลองคิดถึงเหล่าขุนนางผู้มั่งคั่งดูสิ พอมีเงินแล้วใครบ้างไม่อยากเสพสุข? แต่เสพสุขนานเข้า ร่างกายก็รับไม่ไหว และได้แต่เฝ้ามองด้วยความทรมาน"
"ท่านลองจินตนาการดู ทุกวันที่อนุภรรยาสวยราวกับดอกไม้ของท่านนอนรออยู่บนเตียงแต่ท่านกลับไร้กำลังจะทำอะไรได้ ท่านจะรู้สึกทรมานหรือไม่? ท่านอยากจะพิชิตนางหรือไม่? ท่านอยากให้นางได้ััถึงความเกรียงไกรของท่านหรือไม่? แต่ถ้าท่านไร้กำลังในเวลานี้ ท่านย่อม้าสิ่งนี้ใช่หรือไม่?"
เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวติ้ง ใบหน้าแก่ ๆ ของจ้าวฉงหย่วนก็แดงซ่าน หากไม่มั่นใจว่าจ้าวติ้งจำเขาไม่ได้จริง ๆ เขาคงสงสัยว่าจ้าวติ้งกำลังพูดถึงตัวเขาที่เป็พ่ออยู่แน่ ๆ
ไม่ใช่ว่าข้าไม่พยายามแต่เป็เพราะมีมากเกินไปต่างหาก
ในชั่วพริบตา ความรู้สึกร่วมอันรุนแรงก็เข้าครอบงำจิตใจของจ้าวฉงหย่วน ลมหายใจเริ่มหอบถี่ขึ้น
ปัง!
จ้าวติ้งตบโต๊ะเสียงดังแล้วกล่าวว่า "ข้าขอถามท่านว่าหากดำเนินการตามนี้ คนเ่าั้จะซื้อหรือไม่?"
"ซื้อ!"
ภายใต้การปลุกปั่นอารมณ์ จ้าวฉงหย่วนตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องคิด สายตาที่มองจ้าวติ้งถึงกับแดงก่ำ!
ส่วนจ้าวติ้งเองก็ใกับภาพตรงหน้าแล้วคิดว่า คนคนนี้ทำไมถึงเข้าถึงอารมณ์ได้ขนาดนี้?
หรือว่าที่บ้านจะมีสาวงามเยอะเหมือนกัน? ที่บ้านต้องนอนทอดถอนใจว่าค่ำคืนช่างยาวนานทุกคืนเลยหรือ?
ทว่าด้วยสัญชาตญาณของนักต้มตุ๋นมืออาชีพ จ้าวติ้งยังคงะโด้วยอารมณ์ฮึกเหิมว่า "ดังนั้น การค้านี้จะทำได้หรือไม่?"
จ้าวฉงหย่วนตอบกลับอย่างมั่นใจโดยไม่ต้องคิดว่า "ทำได้!"
แต่หลังจากพูดประโยคนี้ จ้าวฉงหย่วนก็ขยับปากและพูดต่อโดยไม่ลังเลว่า "แต่ข้าคิดว่าสุราหยกนารีนี้น่าจะขายในเจียงหนานได้ไม่ดีนัก หากอยากได้ตำลึงเงินต้องขายที่เมืองหลวง ขุนนางผู้มั่งคั่งในเมืองหลวงมีจำนวนมากที่สุด และคนกลุ่มนั้นยินดีจ่ายเงินมากที่สุด"
มุมปากของจ้าวติ้งกระตุก เขามองจ้าวฉงหย่วนโดยสัญชาตญาณ
ให้ตายเถอะ คิดจะเอาไปขายถึงเมืองหลวงเลยหรือ เ้าไม่กลัวว่าถ้าไม่มีผลแล้วเขาจะหาเื่เอาหรืออย่างไร?
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเื่นี้ล่วงรู้ไปถึงหูบิดาของเขา และหากความลับถูกเปิดเผย ด้วยนิสัยของบิดาของเขา คงไม่จับเขาแขวนคอแล้วตีจนน่วมหรอกหรือ?
จ้าวติ้งหัวเราะแห้ง ๆ พร้อมเออออตามว่า "ท่านมีความคิดที่ยอดเยี่ยม การคิดจะขยายกิจการของครอบครัวให้ไปถึงเมืองหลวงถือเป็ความคิดที่ดีมาก ในเมืองหลวงมีคนรวยมาก คนที่ซื้อสุราหยกนารีนี้นี้ได้ย่อมมีมากตามไปด้วย แต่ที่นั่นเป็แหล่งรวมเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูง การทำตัวโดดเด่นเช่นนี้จะดูโอ้อวดเกินไปหรือไม่?"
ขณะที่พูดคำเหล่านี้ ในหัวของจ้าวติ้งเริ่มจินตนาการถึงใบหน้าของพ่อเขา จ้าวฉงหย่วน หลังจากดื่มแล้วรู้สึกว่ามีผลใน่แรก แต่จริง ๆ แล้วไม่มีผลอะไรมากนัก
คิดแล้วจ้าวติ้งก็รู้สึกหนาวสั่น
"จะโอ้อวดอะไรกัน ท่านอ๋องก็บอกแล้วว่าสุรานี้เทพสุราตู้คังเป็ผู้ถ่ายทอด ปริมาณการผลิตก็น้อยยิ่ง และไม่ว่าชายหรือหญิงดื่มแล้วก็มีประโยชน์ ประโยชน์มากมายขนาดนี้ พวกเชื้อพระวงศ์จะไม่้าได้อย่างไร? และเมื่อถึงตอนนั้น พวกเขาต้องยอมควักกระเป๋าจ่ายแน่นอน!" จ้าวฉงหย่วนแค่นเสียง
จ้าวติ้งมองจ้าวฉงหย่วนด้วยมุมปากที่กระตุกเล็กน้อย คนคนนี้ใจใหญ่กว่าเขาเสียอีก
เอาเป็ว่าขอแค่สุราหยกนารีนี่ไม่ถูกขายไปถึงมือบิดาของเขาที่เป็ฮ่องเต้ ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา!
เมื่อเห็นว่าปูเื่มาได้ที่แล้ว จ้าวติ้งจึงหยิบสัญญาที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาจากแขนเสื้อ พร้อมมองจ้าวฉงหย่วนด้วยรอยยิ้ม
"ถ้าอย่างนั้น เรามาเซ็นสัญญากันก่อนดีหรือไม่?"
"ไม่มีปัญหา!" จ้าวฉงหย่วนพยักหน้า
เขายื่นมือไปประทับลายนิ้วมือลงบนสัญญาที่จ้าวติ้งเตรียมไว้ แต่เมื่อเห็นว่าในสัญญาระบุสุราหยกนารีถึงห้าร้อยจิน จ้าวฉงหย่วนก็มึนงงอีกครั้ง
ทำไมมันเยอะขนาดนี้?
"แค่ก ๆ " จ้าวติ้งกระแอมไอแล้วตอบว่า "อ้อ ของในคลังน่ะ ของในคลัง"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวฉงหย่วนจึงพยักหน้าอย่างพอใจ
"ในสัญญาระบุสุราหยกนารีห้าร้อยจิน ไม่ทราบว่าท่านอ๋องวางแผนจะส่งมอบอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?" จ้าวฉงหย่วนมีสีหน้าตื่นเต้น
ห้าร้อยจินเชียวนะ เขาจะขายทำไม จะเก็บไว้ดื่มเองทั้งหมดเพื่อทำให้วังหลังของเขาไม่มีเสียงตัดพ้ออีกต่อไป! เพื่อให้ฮ่องเต้อย่างเขากลับมามีความเกรียงไกรดังวันวาน!
"สามวันก็เรียบร้อยแล้ว ถึงตอนนั้นพวกท่านนำตำลึงเงินมา แล้วเราจะแลกเปลี่ยนเงินกับสินค้ากัน" หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จ จ้าวติ้งก็อารมณ์ดีมาก
"ตำลึงเงิน? หือ?" จ้าวฉงหย่วนชะงัก
เขานึกขึ้นได้ว่าดูเหมือนตอนนี้เขาจะไม่มีตำลึงเงินติดตัวเลย...
ทันใดนั้น จ้าวติ้งก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า "ข้าทราบว่าเ้าตอนนี้มีเงินติดตัวไม่มากแต่ไม่เป็ไร จวนเยียนอ๋องของพวกเราเพิ่งเปิดตัวสินเชื่อเพื่อการบริโภค ท่านสามารถกู้ยืมได้สูงสุดสี่แสนตำลึงเงิน ดอกเบี้ยไม่มาก เพียงแค่หนึ่งส่วนเท่านั้น"