“นี่มัน ไม่คิดว่าแร่ระดับ 5 จะหาได้ง่ายขนาดนี้”
“ทุกคนดูนั่น พวกมันที่อยู่ตรงนั้นเป็นแร่ระดับ 6 ”
สายตาของกลุ่มคนนับพันที่เดินเข้ามาในถ้ำทอดยาวลึกเข้าไปไกลจนไม่รู้ระยะทาง ต่างมองไปรอบๆถ้ำขนาดใหญ่ที่พวกเขาเดินทางเข้ามาได้เกือบครึ่งวัน
ตลอดการเดินทางพวกเขาพบสิ่งน่ากลัวเข้าให้ สิ่งนั้นคือลาวาสีแดงกำลังไหลตามผนังของถ้ำลงไปยังรูเล็กๆสองข้างทางเดินที่พวกเขากำลังผ่าน ด้วยการมีลาวาสีแดงร้อนเปล่งแสงออกมานำทางให้พวกเขาเห็นเส้นทางที่กำลังก้าวเดินไป ตอกย้ำพวกเขาให้รู้ว่าสถานที่ตรงหน้าจะต้องเต็มไปด้วยลาวาและความร้อนมหาศาลอย่างแน่นอน
ถึงอย่างนั้นมันกลับมอบประโยชน์จำนวนมากให้พวกเขาไม่น้อย การมีลาวาสีแดงปะทุออกมาตามทางเดิน พวกมันล้วนแล้วเกิดการสะสมจนแข็งตัวกลายเป็นแร่ระดับต่างๆ ยิ่งเดินลึกเข้าไปแร่ที่พวกเขาเจอก็ยิ่งมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จนตอนนี้ตรงหน้าพวกเขานับพันมีแร่ระดับ 6 แข็งตัวเป็นก้อนหลากหลายขนาดรอให้พวกเขาเดินทางเข้าไปเก็บพวกมัน
“หยุด ถ้าไม่อยากตายอย่าเข้าไป”
หัวหน้ากลุ่มราชสีห์เขี้ยวเหล็กร้องตะโกนบอกคนของมันให้หยุด ห้ามไม่ให้ขยับเข้าไปเก็บแร่ตามทางเดิน เขาสัมผัสได้ถึงบ้างอย่างที่อันตรายมาก ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบร่างของกลุ่มคนที่อยู่หน้าสุดพยายามเก็บแร่ก็ถูกสัตว์อสูรคล้ายแมงมุมยักษ์กระโจนเข้าใส่ มันไม่ได้มาเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้นกลับมีอีกนับร้อย คลานออกมาจากลาวาสีแดง
“ตรงนั้นมีทางเดิน รีบวิ่งเร็วเข้า~!”
หลวงจีนชี้บอกเส้นทางไร้สัตว์อสูร ทุกคนจึงรีบวิ่งไม่คิดชีวิต แม้ตรงหน้าพวกเขาจะเป็นแร่ระดับ 6 กลับทิ้งมันไปโดยง่าย การคลานออกมาของแมงมุมสีแดงเพลิงที่ค่อยๆทยอยออกมามากมาย พวกเขาเชื่อว่าพวกมันจะต้องมีรังใหญ่อยู่แถวนี้อย่างแน่นอน
“วิ่ง วิ่งเร็วเข้า~!”
กลุ่มคนที่วิ่งอยู่แนวหลังพยายามใช้พลังของพวกเขาต้านทานสัตว์อสูรเอาไว้ให้ได้ ตงฟางที่อยู่ในกลุ่มนักยันต์ก็รีบวิ่งไม่สนใจความเป็นตายของคนอื่น
การเดินทางเข้ามาในถ้ำแห่งนี้ เขาวางแผนเอาไว้เพียงแค่หนึ่งแผนนั่นคือนำกล้วยไม้วิญญาณออกไปให้ได้ โดยใช้คนเหล่านี้เป็นเหยื่อล่อให้กับเขา ไม่ว่าจะเป็นค่ายกลหรือสัตว์อสูร พวกมันจะตกเป็นเครื่องมือในการเดินทาง ซ้ำยังถูกเขาใช้เป็นเครื่องตรวจสอบความปลอดภัยของเส้นทางที่กำลังเดิน
“อร๊าก~!”
เสียงร้องตะโกนทรมานไล่หลังหายไป หลังจากกลุ่มคนที่พยายามต้านทานสัตว์อสูรตกตายไปทั้งหมด ไม่มีเหลือ
“หัวหน้าหายไป 20 คน”
กลุ่มราชสีห์มองดูคนของมัน ปรากฎว่าการเดินทางอันแสนง่ายดายตลอดครึ่งวันที่ผ่านมา พวกเขาเพียงแค่เจอสัตว์อสูรระดับ 5 กลับมีคนตกตายไปถึง 20 คน ไม่ใช่แค่ฝั่งของพวกมันเท่านั้น กลุ่มอื่นๆก็เช่นกัน จากการถูกแมงมุมขนาบข้างโจมตีเมื่อครู่ ทำให้คนของพวกเขาลดจำนวนลงไปมาก
“ทุกคน ดูนั่น~!”
สายตาของทุกคนมองไปยังบึงลาวาขนาดใหญ่ พลางเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาจากร่างกาย บางคนสวมชุดเกราะหนักถึงขั้นนำชุดเกราะหนังออกมาเปลี่ยนเพราะเขากำลังถูกความร้อนของพื้นที่โจมตีชุดเกราะจนไม่สามารถทนรับความร้อนได้
ตงฟางที่กระจายตาทิพย์เข้าไปในบึงลาวาขนาดใหญ่ เขาก็เห็นหน้าผามีทางเดินเล็กๆให้พวกเขาเดินไป มันไม่ใช่ทางเดินใหญ่การจะเดินผ่านไปจำเป็นต้องเดินต่อแถวกัน
บุ๋ง ฟู่~!
“ความร้อนนี่มัน ฆ่าได้แม้กระทั่งระดับจารึก”
ทุกคนหันมองหน้ากัน ภายในกลุ่มที่เดินทางมาส่วนมากเป็นระดับผันแปรวิญญาณ โดยมีหัวหน้ากลุ่มเป็นระดับราชา แต่ยังมีส่วนหนึ่งเป็นระดับจารึกนั่นคือนักยันต์และกลุ่มคนที่เชี่ยวชาญด้านการรักษา ส่งผลให้การเดินทางข้างหน้ายากยิ่งเพราะความร้อนอันตรายต่อพวกเขา
“ดูนั่นสิ ค่ายกล”
ตงฟางชี้นิ้วให้ทุกคนมองตามเขาไป บนเส้นทางเล็กๆติดกับบึงลาวามีค่ายกลวางเอาไว้ มันไม่ใช่ค่ายกลโจมตี ถึงอย่างนั้นมันกลับเป็นค่ายกลที่ทำให้พวกกเขาเสียเวลาบนทางเดินเล็กๆจนถูกความร้อนเผาไหม้ หากอยากจะเดินข้ามไปมีทางเดียวคือจำเป็นต้องบิน
“ข้าไปก่อน มันจะต้องเป็นของข้า~!”
ชายคนหนึ่งพูดออกมาด้วยท่าทางอวดดี หลังจากรู้ว่าเส้นทางข้างหน้าไม่จำเป็นต้องเดินเท้า มันจึงเรียกเอาดาบบินขึ้นมาขี่มุ่งหน้านำทุกคนไป ขณะที่มันบินออกจากฝั่งไปได้เพียง 30 เมตรเท่านั้น ร่างของมันก็กรีดร้องออกมาเสียงดัง พลางถูกไฟลุกไหม้จนสลายกลายเป็นเถ้าร่วงตกลงสู่บ่อลาวา
“ทุกคน ที่นี่มีค่ายกลป้องกัน เราไม่สามารถบินได้”
หนึ่งในนักยันต์ชี้นิ้วไปยังเพดานถ้ำ ด้านบนนั้นมีค่ายกลขนาดใหญ่คลุมบึงลาวาเอาไว้ พวกเขาทำได้เพียงแค่เดินตามทางเดินเล็กๆและพยายามแก้ค่ายกลเหล่านี้ หากจะเดินทางข้ามไป
“เดี๋ยวก่อน ทางเดินมันไปได้ครั้งละ 1 คนเท่านั้น คนที่เดินนำหน้าจะต้องเป็นนักยันต์ แล้วนักยันต์คนไหนล่ะที่ต้องไป”
นักยันต์ทั้งหมดมองหน้ากัน การเดินนำหน้าอันตรามาก ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังต้องใช้พลังในการปลดค่ายกลออกไปด้วยเพื่อให้เดินข้ามบึงลาวาได้
แต่การเดินนำหน้าและการแก้ค่ายกล เป็นสิ่งที่อันตราย หากพวกเขาเดินทางข้ามไปได้ คนที่ลงมือแก้ค่ายกลจะกลายเป็นขยะในทันทีเพราะเขาใช้พลังวิญญาณตลอดเส้นทาง ถ้ามีอันตรายเกิดขึ้นเขาจะเป็นหนึ่งในคนที่ถูกทิ้ง
“ข้าเอง”
ตงฟางเสนอตัว เขาคิดว่าหากให้คนเหล่านี้แก้ไขค่ายกลพวกเขาคงใช้เวลาเป็นวันในการเดินทางผ่านบึงลาวานี้อย่างแน่นอน ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่รู้ว่าลึกเท่าไหร่ เขาจึงจำเป็นต้องเดินนำ ตอนนี้เขาคิดว่าอันตรายยังไม่มาก ไว้หลังจากนี้เขาค่อยไปหลบอยู่แนวหลังก็ได้ ด้วยการอ้างว่าเขาใช้พลังวิญญาณปลดค่ายกลจนหมดพลัง
“เจ้าเป็นแค่นักยันต์ระดับ 3 จะไปทำอะไรได้”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าไป” ตงฟางชี้หน้านักยันต์ระดับ 4 มันกลับถอยหลังไม่คิดเดินเป็นคนแรก ทางฝั่งหัวหน้ากลุ่มราชสีห์เขี้ยวเหล็ก เมื่อรู้ว่าคนของมันจะนำไปคนแรกมันกลับยิ้ม หากเดินผ่านบึงลาวานี้ไปได้ มันมีโอกาสสูงในการครอบครองกล้วยไม้วิญญาณเจ็ดกลีบ
“ถ้าไม่มีใครข้าจะเดินแล้ว”
ตงฟางนำผ้าออกมาชุบน้ำแล้วคลุมร่างของเขา ทำเหมือนว่าบึงลาวามีผลกับตัวของเขาจำเป็นต้องหาน้ำมาลดอุณหภูมิ คนอื่นๆที่เห็นต่างทำตามจนน้ำส่วนหนึ่งของพวกเขาถูกใช้ไป สำหรับตงฟางความร้อนของลาวาที่เทียบเท่ากับความร้อนเปลวไฟหลอมยาระดับ 5 ยังไม่มากพอจะสร้างความเสียหายให้เขาได้เพราะเขาสามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นไฟได้ แล้วความร้อนที่เขาสร้างได้ก็เท่ากับเปลวไฟหลอมยาระดับ 6 ไฟระดับ 5 จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา
เพล้ง~!
“เจ้าทำอะไร?”
สีหน้าของคนที่เดินตามหลังตงฟางแสดงความสงสัยพลางตื่นตกใจกับวิธีที่ตงฟางใช้ปลดค่ายกล เนื่องจากเขาเพียงแค่ตวัดนิ้วไปด้านหน้าจิ้มไปยังค่ายกล 5 - 6 ครั้งด้วยความรวดเร็ว ค่ายกลกลับระเบิดพังเสียหาย ไม่สามารถใช้การได้อีก
ด้วยการปลดค่ายกลที่เร็วแบบนี้แม้มันจะเป็นนักยันต์ระดับ 4 ก็ไม่สามารถทำได้
“ข้ากำลังใช้สมาธิ อย่ารบกวน”
ตงฟางย่นคิ้วทำเหมือนว่าการปลดค่ายกลอันสุดแสนจะง่ายดายของเขา ต้องใช้สมาธิเป็นจำนวนมาก เมื่อทุกคนรู้ว่าค่ายกลแรกแตกกระจาย ต่างก็รีบวิ่งตามตงฟางมาเป็นแถว ยิ่งพวกเขาออกจากเส้นทางนี้ได้รวดเร็ว พวกเขาก็ยิ่งปลอดภัย กระทั่งพวกเขาวิ่งมาถึงค่ายกลต่อไปที่ปิดเส้นทางเดิน ตงฟางก็ลงไปนั่งคุกเข่ามองค่ายกลอยู่นาน กระทั่งผ่านไป 10 นาทีเขาก็ตวัดนิ้วด้วยความรวดเร็วอีกครั้งค่ายกลก็ระเบิดแตกกระจายสร้างความรู้สึกตกใจให้กับนักยันต์ระดับ 4 ที่วิ่งตามเพราะมันยังทำความเข้าใจค่ายกลเมื่อครู่ไม่ถึง 4 ส่วนเลยด้วยซ้ำ จาก 10 ส่วนที่มันประเมินเอาไว้
เพล้ง~!
“วิ่ง วิ่งเร็วเข้า~!”
กลุ่มคนที่มีหน้าที่ออกคำสั่งต่างก็ตะโกนบอกกันเป็นทอดๆ ตงฟางที่มองตามหลังเห็นแถวทอดยาวออกไปไกลเขาก็เริ่มหลับตาสำรวจรอบๆนี้พลางแกล้งทำเป็นเหมือนเขากำลังปลดค่ายกลตรงหน้า ทั้งๆที่เขาสามารถทำลายมันได้เพียงแค่มองเห็น อย่างไรก็ตามเขาจำเป็นต้องลดจำนวนคนพวกนี้ลง เพื่อให้การเดินทางรวดเร็วกว่านี้ เขาจึงใช้ตาทิพย์สำรวจภายในบึงลาวา ตั้งแต่วิ่งตามทางเดิน เขารู้สึกว่าใต้บึงนี้มีบางอย่างทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย ทันทีที่เขามองจ้องลงไป สัตว์อสูรมากมายหลายร้อยตัวรูปร่างคล้ายกับจระเข้ล้วนค่อยๆว่ายขึ้นมาหาพวกเขา
ตู้ม~!
“สัตว์! สัตว์อสูรระดับ 5 ทุกคนระวังตัวด้วย~!”
“นั่น นั่นมันสัตว์อสูรระดับ 6”
เสียงร้องของกลุ่มคนมากมายดังเป็นทอดๆ พลางพยายามบอกให้ตงฟางรีบแก้ค่ายกลเพื่อพาพวกมันเดินหน้าต่อไป ภายใต้เสียงมากมายที่กำลังร้องตะโกนแทรกกันไปมา ตงฟางก็เริ่มทำลายค่ายกลตรงหน้า จนแถวของพวกเขาวิ่งต่อไปได้
บรึ้ม~!
การต่อสู้กับจระเข้เพลิงหยวนระดับ 5 เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางผู้ใช้จิตวิญญาณระเบิดวิญญาณยุทธ์ของพวกเขาเข้าต่อสู้ ใครที่มีช่องว่างให้วิ่งพวกเขาก็รีบวิ่ง ใครที่ถูกขวางทางด้วยจระเข้เพลิงหยวนพวกเขาก็รีบฆ่ามัน ทางฝั่งตงฟางที่วิ่งไปนั่งหน้าค่ายกลอีกครั้งก็เริ่มหลับตาแกล้งทำเป็นพยายามปลดค่ายกลต่อไป ปล่อยให้คนมากมายที่วิ่งมาตามทางเดินแคบๆถูกจระเข้เพลิงหยวนฆ่าตายเพื่อลดจำนวนพวกมัน
“ปลดเร็วเข้า รีบปลดค่ายกลเร็วเข้า~!”
กลุ่มคนที่ไม่สามารถวิ่งไปข้างหน้าร้องตะโกนให้ตงฟางรีบปลดค่ายกล ตงฟางจึงรีบปลดแล้วก็พาทุกคนวิ่งไปอีกครั้ง นอกจากต้องการฆ่าทุกคนในบึงนี้แล้ว เขาต้องการทำให้กลุ่มคนที่จะเดินทางไปกับเขาลดขนาดลงด้วยการถูกทอดทิ้ง ใครที่ตามมาไม่ทันก็ถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับสิ่งอันตราบ
บรึ้ม ตู้ม ตู้ม ~!
เสียงปลดค่ายกลดังปะปนกับเสียงระเบิดพลังวิญญาณเข้าต่อสู้กับจระเข้เพลิงหยวนดังสนั่นหวั่นไหว ตงฟางที่ใช้ความเร็วปลดค่ายกลที่ 5 นาทีเขาก็เริ่มยินดีเพราะตอนนี้กลุ่มที่วิ่งตามเขาเหลือเพียงแค่สองร้อยเท่านั้น กระทั่งเขาวิ่งไปยังอีกฝั่งได้ในที่สุด กลุ่มคนที่วิ่งตามมาก็เหลือร้อย ไม่มากและไม่เยอะเกินกว่าที่เขาอยากจะได้
“ทุกคนดูนั่น”
ท่าทางตื่นตกใจของตงฟาง ทำให้กลุ่มคนที่วิ่งขึ้นฝั่งแล้วมองไปด้านหลังเพื่อโจมตีจระเข้เพลิงหยวน รีบหันมองไปดูสิ่งที่ตงฟางชี้
สายตาทุกคนที่มองไปยังสิ่งที่ตงฟางชี้ล้วนแล้วแสดงท่าทางตื่นตกใจออกมาหลังจากพวกเขาเห็นสมุนไพรต้นหนึ่งกำลังเติบโตอยู่ท่ามกลางความร้อนสูง
“นั่นมัน กล้วยไม้วิญญาณเจ็ดกลีบ”
ทุกคนล้วนแสดงท่าทางดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดหลังจากเห็นกล้วยไม้วิญญาณเจ็ดกลีบอยู่ตรงหน้า แต่แล้วใบหน้าของพวกเขากลับคิดหนักเพราะเส้นทางเดินเข้าหากล้วยไม้วิญญาณเจ็บกลีบต้องเดินไปบนโซ่เส้นใหญ่เชื่อมต่อไปยังเกาะที่ลอยอยู่ในลาวาลึกลงไปหลายพันเมตร ดูจากความร้อนของโซ่ที่กลายเป็นสีแดง มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถเหยียบย่างไปได้หากไม่ใช่ผู้ที่มีระดับพลังระดับผันแปรวิญญาณขั้น 9 หรือสูงขึ้นไปกว่านี้