ตอนที่ห้าสิบเอ็ด พักจิบน้ำชา
“ชั้นจะให้ยืมห้องเอาไหม?”อาจารย์ฮานะยังแซวไม่เลิกตอนที่รินน้ำชาให้เราแต่คานาเอะก็ยังลากเก้าอี้มาข้างๆตัวผมและซบไหล่ผมอยู่แบบไม่ห่าง
“เอ่อ ไม่ล่ะครับผมกำลังรีบก่อนที่จะหายตัวไปจากสังคมของคนปรกติสักพักถ้าไม่ผิดพลาดก็ประมาณสักสองสัปดาห์” ผมคำนวณตามแผนการเก็บเลเวล
แน่นอน พอมาเจอสถานการณ์จริงที่แตกต่างจากเกมส์ในหลายๆอย่างทำให้ผมยืดหยุ่นขึ้นจนกระทั่งหมดหนทางต้องมาขอความช่วยเหลือจากอาจารย์อีกครั้งหนึ่ง
เพราะรู้ว่ามีเรื่องบางอย่างเราทำคนเดียวไม่ได้
จึงต้องมีสังคมมนุษย์สินะ?
หรือที่เรียกกันว่า action economy เราอาจจะทำทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียวแต่สิ่งที่จำกัดอีกอย่างและหาชดเชยไม่ได้คือ”เวลา” ทำให้เราต้องพึ่งพาคนอื่นจนก่อเกิดเป็นสังคม
ผมจิบชาที่อาจารย์ชงให้อีกครั้งและระบายลมหายใจอย่างมีความสุข
คานาเอะก็กินอย่างเรียบร้อยเช่นกันแต่พวกเราก็ไมได้พูดอะไรไปสักพัก
จนอาจารย์ทนไม่ไหวพูดออกมาก่อน
“เธอ..แข็งแกร่งขึ้นนะ”
อาจารย์หรี่ตาจ้องมาพลังมานาของผมที่อยู่ในร่างกาย
“รัศมีคุกคามดูอ่อนลงแต่เคลื่อนไหวอย่างหนักแน่นไร้ความสูญเปล่ามากขึ้น เก็บพลังไว้ภายในมากขึ้นท่าทางเธอดูไม่ร้อนรนทั้งที่บอกว่าพวกสูทดำจะตามแม่หนูไซโจวมา”
อาจารย์สูบไปป์และวิเคราะห์ไปด้วย
ผมผงกศีรษะรับ
ก็แหงล่ะ
จะบอกว่าอาจารย์จะแพ้สูทดำก็เหมือนจะบอกว่าเฒ่าทารกจะแพ้พี่น้องสกุลบู๊ กิลกาเมธจะแพ้ชินจินั่นล่ะ มันเป็นไปไม่ได้
ถ้ามาใกล้ถึงจริงๆผมก็แค่เอาคานาเอะขึ้นหลังและวิ่งหนีไปด้วยความรวดเร็วอีกครั้งเท่านั้นเอง
เวลาทันถมเถ
อีกอย่างได้จิบชาก่อนสักหน่อยก่อนที่จะไปตะลุยดันเจี้ยนตามป่าตามเขาก็เป็นประสบการณ์ที่ผมอยากสัมผัสการใช้ชีวิตแบบมนุษย์ปรกติไว้อีกสักหน่อยก่อนจะกลายเป็น
”นักเล่นเกมส์ผู้บ้าคลั่ง”
ที่อยู่ตามดันเจี้ยนมิติวิญญาณตามป่าตามเขาที่ผมกะไปเก็บพวกพลังวิญญาณและวิชาทักษะต่างๆที่ผมตั้งเป้าหมายไว้
“แต่งตัวให้ช้าๆหน่อย ผมกำลังรีบ”คำกล่าวของนโปเลียนและนักการทหารใช้มาจนถึงปัจจุบันเชื่อมั่นว่าตราบใดที่การปฏิบัติการณ์นั้นยังราบรื่นก็ยังดีกว่าเร่งรีบจนทำผิดพลาดและทำให้เรื่องราวทั้งหมดนั้นช้าลงไปอีก
ไหลรื่นก็ทำให้เรารวดเร็วมากขึ้นในภาพรวมทั้งหมด
ผมยื่นหนังสือตำราห้าธาตุคืนให้อาจารย์
“ขอบคุณมากครับผมจำได้หมดแล้วพอมีตำราชำระล้างหรือการไล่ผี ควบคุมพลังวิญญาณบ้างไหมครับ?”
ผมถามอาจารย์
“ที่นี่ไม่ใช่ห้องสมุดนะเดี๋ยวจะไปหยิบมาให้”
อาจารย์ถึงจะบ่นแต่ก็เดินไปหาหนังสือตามชั้นหนังสือและเอาตำรามาเพิ่มให้ผมอีกสองสามเล่ม
“มันก็เป็นอย่างง่ายๆล่ะนะการไล่วิญญาณและการชำระล้างขั้นพื้นฐาน ฟู่ การเรียนรู้เรื่องพวกนี้น่ะเรียนรู้ทั้งชีวิตก็ยังไม่พอ”
อาจารย์สูดยาสูบเข้าลึกๆอีกครั้งและพ่นควันออกมา
“และเธอก็จะต้องได้ใช้มันแน่ๆ”
ผมผงกศีรษะรับคำของอาจารย์
“แล้วพอมีอุปกรณ์เดินป่าหรือเต็นท์บ้างไหมครับ?”
“ที่นี่ไม่ใช่ร้านขายอุปกรณ์เครื่องใช้นะ”
แต่อาจารย์ก็เปิดตู้เก็บของและเอากระเป๋าเดินป่าที่มีอุปกรณ์อย่างเตาแก๊สเต็นท์ต่างๆมาให้
“ชั้นเองก็ไม่ได้ไปบำเพ็ญเพียรในป่าสักพักแล้วเหมือนกันชั้นชอบบรรยากาศในเมืองอย่างนี้มากกว่า ไม่เหมือนคนบางคน” และอาจารย์ก็บ่นอย่างอุบอิบ
น่าจะเป็นพวกตัวละครแนวนักพรตที่บำเพ็ญเพียรกินดิน ดื่มสุราวานรอยู่ตามป่าตามเขานั่นล่ะนะ
มันมีเควสต์ที่เราต้องไล่จับลิงและไล่เก็บสุราวานรที่ลิงเฝ้าไว้อยู่เหมือนกัน