ตอนที่95 ลูกสาวของเขา
ชายชราซ่งกลับไปที่บ้านของตนเองก่อนเขารู้ว่าฟู่เยี่ยนต้องไปโรงเรียน ดังนั้นเขาจึงเตรียมของขวัญและเงินจากที่บ้านเมื่อเห็นว่าเป็นเวลาที่เด็ก ๆ เลิกเรียนแล้ว เขาจึงไปหาครอบครัวฟู่ซึ่งเขาไม่ได้ไปคนเดียว แต่มีซ่งต้ากั๋วไปด้วย
ในตอนที่ชายชราซ่งและผู้ใหญ่บ้านมาที่บ้านหวังซู่เหมยและฟู่ต้านีกำลังเย็บผ้าห่มให้ฟู่ต้าอัน วันแต่งงานใกล้เข้ามาทุกทีแล้วเธอจึงต้องเร่งมือเย็บผ้าห่มให้น้องชายสามี
ฟู่ต้าหย่งเชิญทั้งสองคนให้นั่งลงเขานำใบชาที่ฟู่เยี่ยนเด็ดมาเมื่อครั้งที่แล้วออกมาต้มชาให้พวกเขาดื่ม
“ต้าหย่งชาของนายกลิ่นหอมมาก ดื่มแล้วรู้สึกสบายจริง ๆ” ชายชราซ่งจิบชาแล้วก็ชมไม่ขาดปาก
“นี่คือใบชาที่เสี่ยวฮั่วเด็ดมาจากบนภูเขาเมื่อครั้งที่แล้วผมไม่รู้ว่าจะนำมันไปทำอาหารอย่างไร จึงเอามาตากแห้งทำเป็นใบชาต้มดื่มคุณไม่รังเกียจก็ดีใจแล้ว”
“ไม่เลยรสชาติดีกว่าที่อาเขยของจืออันนำมาให้เสียอีก”ปกติชายชราซ่งมีงานอดิเรกคือการดื่มชาทุกคนที่ใกล้ชิดและสนิทสนมกับเขามักรู้เรื่องนี้ดี ดังนั้นฟู่ต้าหย่งจึงดีใจมาก
“หากลุงชอบมันตรงผมยังมีอีก อีกเดี๋ยวผมจะไปนำมาใส่ห่อให้”
“งั้นฉันคงต้องขอของดีจากนายไปหน่อยแล้ว! ”
“ของจากป่าจากเขาน่ะครับว่าแต่คุณลุงมีเรื่องอะไรหรือเปล่า ? ” หลังจากทักทายกันเสร็จแล้วฟู่ต้าหย่งรู้ดีว่าพวกเขามาเพราะอะไร แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“หลานชายลุงล่ะจนปัญญาจริง ๆเมื่อวานยันต์เพียงแค่แผ่นเดียวของลูกสาวนายสามารถรักษาจืออันได้ซึ่งดูแล้วเหมือนจืออันจะสัมผัสโดนสิ่งที่ไม่ควรสัมผัสจริง ๆและเมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาก็ไม่ได้ไปที่อื่น นอกจากบ้านของลูกสาวฉัน”
“ตอนเช้าฉันถึงได้เรียกให้คนในครอบครัวไปที่นั่นด้วยกันใครจะไปคิดว่าเมื่อไปถึง อาหญิงของจืออันจะนอนอยู่บนพื้นและยังแท้งลูกอีกด้วย เฮ้อลูกในท้องของเธอเป็นเด็กผู้ชาย หากสาวน้อยไม่ได้เตือนฉันก่อนแล้วพวกเราไม่ได้ไปที่นั่น ตอนนี้คนหัวหงอกคงต้องมาจัดงานศพให้คนหัวดำแล้ว”
“และตอนที่เกิดเรื่องกลับไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลยสักคน! ฉันมาที่นี่เพื่อขอบคุณนอกจากนี้ยังมาเพื่อถามลูกสาวของนายว่าเรื่องที่อาหญิงของจืออันเผชิญเป็นฝีมือของคนชั่วใช่ไหม ! ”
“หลานชายฉันมาเพื่อมาขอความช่วยเหลือ ! ” ชายชราซ่งพูด ๆ อยู่นั้น น้ำตาของเขาก็ไหลออกมา
“มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ? ลุงไม่ต้องขอบคุณหรอก พวกเราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน อีกทั้งลุงก็มีบุญคุณกับผมผมยังไม่ได้ตอบแทนลุงเลย เสี่ยวฮั่วเป็นเด็กที่ชอบต่อสู้เพื่อความยุติธรรมเธอทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้ ลุงไม่ต้องขอร้องหรอก ผมเชื่อว่าเมื่อเธอกลับมาเธอจะต้องช่วยอย่างแน่นอน”
“เพียงแต่……พี่ซ่งช่วงนี้ดูเหมือนจะมีคนคอยสะกดรอยตามและจับตาดูเสี่ยวฮั่วอยู่ตลอดเวลาผมกลัวว่าหากเธอช่วยเรื่องนี้ เธออาจจะถูกคณะกรรมการปฏิวัติจับตัวไปได้”ในใจของฟู่ต้าหย่งรู้ดีเขาได้สอบถามและเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มคณะกรรมการปฏิวัติมาจากฟู่ต้าอันแล้วและเมิ่งเทียนฮัวคือศัตรูตัวฉกาจที่สุดของเจิ้งจือ
ผู้ใหญ่บ้านซ่งต้ากั๋วไม่ใช่คนโง่เช่นกันเขาย่อมฟังเข้าใจถึงความหมายของเรื่องนี้ เดิมทีเขาไม่เชื่อเรื่องนี้เลยเพราะถึงอย่างไรเขาก็เกิดอยู่ใต้ร่มธงแดงเขาได้รับการศึกษาแบบลัทธิมาร์กซิสต์มาหลายปีทำให้มองว่าลัทธิวัตถุนิยมเป็นเพียงความเชื่องมงายเท่านั้น
แต่เมื่อวานนี้ยันต์แผ่นนั้นของฟู่เยี่ยนทำให้เขาต้องเปิดมุมมองใหม่ ๆเพราะลูกชายของเขาฟื้นขึ้นมาหลังจากเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมงพอดีเป๊ะ ดังนั้นวันนี้เขาจึงขอตามมาด้วย
“ต้าหย่งนายไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ฉันและพ่อเก็บซ่อนเรื่องนี้ไว้เป็นอย่างดีจะไม่มีวันพูดให้ใครฟังเด็ดขาด พวกเราเติบโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็กฉะนั้นนายวางใจในตัวฉันได้”
ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันฟู่เยี่ยนและพี่ ๆ ของเธอก็กลับมาจากโรงเรียนแล้ว
ฟู่เยี่ยนเห็นพวกเขาสองคนก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรเธอรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าวันนี้คนในครอบครัวซ่งจะมาหาเธอก่อนหน้านี้เธอไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับเมิ่งเทียนฮัวกล่าวได้ว่านี่เปรียบเสมือนหมอนที่ถูกส่งมาให้เธอตอนจะล้มหัวลงนอน
ฟู่เยี่ยนวางกระเป๋านักเรียนลงแล้วเชิญให้ทั้งสองเข้าไปในห้องหนังสือของตัวเอง ด้านนอกมีคนคอยจับตาดูเธออยู่จึงไม่สามารถพูดคุยกันที่ลานบ้านได้ เพราะมันสะดุดตาเกินไป
“ปู่ซ่งพี่จืออันหายดีแล้ว เรื่องเขาไม่มีอะไรให้เป็นห่วงส่วนเรื่องที่สองที่ปู่ซ่งต้องการมาถามหนู ทางที่ดีปู่ให้เจ้าตัวมาถามหนูเองดีกว่ามิเช่นนั้นจะไม่เพียงแต่ไม่สามารถทำนายได้อย่างแม่นยำเท่านั้นแต่อาจพลาดโอกาสลงโทษฆาตกรอีกด้วย” ฟู่เยี่ยนรอให้ทั้งคู่นั่งลงเธอก็เอ่ยปากออกไปทันที
ชายชราซ่งยังวางตัวนิ่งสงบได้แต่ซ่งต้ากั๋วนั่งไม่ติดที่แล้ว
“พวกเรายังไม่ทันได้พูดอะไรเธอก็รู้แล้วหรือว่าต้องทำอย่างไร ? ” ซ่งต้ากั๋วมองไปยังฟู่เยี่ยนด้วยความสงสัยเมื่อครู่นี้เขาไม่เห็นฟู่ต้าหย่งคุยอะไรกับฟู่เยี่ยนเลย ?
“ลุงซ่งพ่อไม่ได้เป็นคนบอกหนู นี่เป็นสิ่งที่หนูทำนายออกมาได้หนูรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าลุงกับปู่ซ่งมาหาหนูทำไมภายในสามวันนี้ให้ลูกสาวของปู่ซ่งกับสามีของเธอมาที่นี่ด้วยกัน”
“ตอนนี้เธออยู่ที่โรงพยาบาลจะให้เธอมาอย่างไร ? สาวน้อย พอจะหาวิธีช่วยก่อนได้ไหม ? ” ชายชราซ่งรู้สึกร้อนใจมาก
“ปู่ซ่งตอนนี้หนูบอกได้แค่ว่ามันเกิดปัญหามาจากทางฝั่งครอบครัวสามีของลูกสาวปู่ลูกสาวของปู่จะต้องทุกข์ทรมานจากมันหนูขอแนะนำว่าหลังจากที่เธอออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว ให้มาที่หมู่บ้านของพวกเราก่อนอย่าเพิ่งกลับบ้าน ไม่เช่นนั้นพวกคุณจะเสียโอกาสจับตัวฆาตกร”
ฟู่เยี่ยนไม่ได้พยายามทำตัวลึกลับเมิ่งเทียนฮัวเป็นส่วนสำคัญในแผนการของเธอและเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บ้านของเขาเกิดเรื่องขึ้นเช่นกันดังนั้นเธอจึงต้องพบเขาด้วยตนเอง
ชายชราซ่งคิดดูแล้วก็ดีเหมือนกันเขาจะให้ลูกสาวมาพักอยู่ที่บ้านสักระยะคนในครอบครัวเมิ่งจะได้รู้ว่าเจียเหอยังมีบ้านของเธอให้คอยพักพิง
“ปู่ซ่งนำผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ไปมอบให้ลูกสาวสิมันช่วยรับประกันได้ว่าร่างกายของเธอจะฟื้นตัวได้ดี”ฟู่เยี่ยนมอบผ้าเช็ดหน้าปักคาถายันต์ให้ เธอเป็นคนทำมันขึ้นมาหากไม่กลัวว่าใครจะสังเกตเห็นเข้า เธอคงวาดยันต์ลงบนกระดาษไปแล้วเพราะเธอใช้เวลาทำผ้าเช็ดหน้าผืนนี้อยู่ในดินแดนต่างมิติตั้งนาน!
ชายชราซ่งรับมันมาเก็บไว้อย่างดีเขาตั้งใจว่าจะนำไปให้ลูกสาวในวันพรุ่งนี้ตอนไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลสองพ่อลูกนั่งคุยอยู่ที่นี่เพียงครู่เดียวก็รีบกลับไปเพราะที่บ้านยังมีคนป่วยอยู่อีกคน
ฟู่ต้าหย่งเดินไปส่งชายชราซ่งหน้าประตูรั้วแล้วมอบใบชาให้อีกห่อจากนั้นเขาก็กลับเข้าไปในห้องหนังสือของฟู่เยี่ยน
“พ่อมาแล้วหรอคะแม่กับอาหญิงของหนูไปไหนแล้วล่ะ ? ” ฟู่เยี่ยนกลับมาบ้านไม่เจอหวังซู่เหมยและฟู่ต้านี
“อยู่ในห้องกำลังทำผ้าห่มให้อาต้าอันของลูกน่ะ เป็นไงบ้าง ? ” ฟู่ต้าหย่งให้ความสนใจกับเรื่องนี้เพราะหากเสี่ยวฮั่วถูกจับขึ้นมาก็จะต้องติดคุก
“หนูโน้มน้าวปู่ซ่งไปแล้วเขาจะพามาให้ได้ และหากเมิ่งเทียนฮัวไม่มา เราคงต้องเริ่มลงมือจากขั้นบนเขามาแล้วจะต้องเกิดความสนใจแน่นอน อีกอย่างมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรทั้งยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของเขาเอง เขาไม่มีทางปฏิเสธแน่นอนค่ะ”ฟู่เยี่ยนคิดไว้แล้ว เมิ่งเทียนฮัวจะต้องมาอย่างแน่นอน
ฟู่ต้าหย่งถามกับฟู่ต้าอันอยู่นานถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วลูกเขยของตระกูลซ่งเป็นมือรองของเจิ้งจื้อแถมยังรู้มาด้วยว่าที่ผ่านมาเขาไม่ชอบวิธีการอันโหดร้ายของเจิ้งจื้อเลยนอกจากนี้เขายังรักซ่งเจียเหอมาก ถ้าความรู้สึกของเขาไม่เปลี่ยนไปเขาจะต้องเป็นคนที่อยากรู้มากที่สุดว่าใครคือฆาตกร
เช้าวันต่อมาชายชราซ่งให้หลานชายคนโตพาเขาไปที่โรงพยาบาลเมื่อคืนลูกสะใภ้ใหญ่ของเขาค้างคืนที่โรงพยาบาลมาหนึ่งคืนแล้ววันนี้เขาจึงจะให้หลานสะใภ้ทั้งสองคนมาช่วยกันดูแลแทนหลานสะใภ้ทั้งสองต่างก็เต็มใจ เพราะถึงอย่างไรอาหญิงก็เป็นคนจิตใจดีและไม่เคยเอาเปรียบพวกเธอสองคนมาก่อน
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลแม่ของเมิ่งเทียนฮัวกลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้วที่โรงพยาบาลจึงเหลือเพียงจางอิงและเมิ่งเทียนฮัวที่อยู่ช่วยกันดูแล
ชายชราซ่งจึงถือโอกาสให้หลานชายคนโตพาแม่ของเขากลับไปบ้านให้หลานสะใภ้ทั้งสองออกไปหาซื้อข้าวมา จากนั้นเขาถึงได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังแต่ชายชราซ่งไม่ได้บอกว่าเป็นใคร
เมิ่งเทียนฮัวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบตกลงเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเป็นใคร ทำไมถึงได้รู้เรื่องครอบครัวของเขาขนาดนี้
ซ่งเจียเหอใช้นิ้วกำฟูกที่นอนไว้แน่นเป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด เธอถูกใครบางคนในตระกูลเมิ่งทำร้ายจริงด้วย
หลังจากที่ตกลงกันได้แล้วว่าวันพรุ่งนี้เมื่อซ่งเจียเหอออกจากโรงพยาบาลพวกเขาจะไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านอันผิงชั่วคราวเมิ่งเทียนฮัวจึงกลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้าให้ภรรยาทำให้ในห้องผู้ป่วยเหลือเพียงแค่พ่อและลูกสาวเท่านั้น
“พ่อตอนนี้เหลือแค่หนูกับพ่อแล้ว พ่อยังไม่ยอมบอกอีกหรือว่าเป็นใคร ? หรือพ่อคิดจะปิดบังแม้กระทั่งหนู? ” ซ่งเจียเหออยากรู้ว่าเป็นใครกันที่ทำนายดวงชะตาได้แม่นขนาดนี้
ชายชราซ่งไม่ได้มีเจตนาจะปิดบังลูกสาวเช่นกันเขาจึงบอกไปตามตรงว่าเป็นลูกสาวของฟู่ต้าหย่ง ซ่งเจียเหอแปลกใจมากคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ทำนายจะเป็นเด็กสาว แถมยังเป็นลูกสาวของเขาอีกด้วย