คิมหันต์กับก๊วนปราบผี!

    ตอนที่ 16 ค่อยๆเปลี่ยนแปลงทีละนิดทีละน้อย

    ณ เวลายามค่ำคืน

    “ กรี๊ด ! ช่วยด้วย ! ”

    เสียงร้องโวยวายของคิมหันต์ดังลั่นไปทั่วตึกเนื่องจากขณะนี้เจ้าตัวได้โดนเพื่อนผู้แสนดีทั้งสองคนใช้เป็นเหยื่อล่อในการปราบเหล่าวิญญาณร้าย

    พวกเขาให้เหตุผลว่าตั้งแต่เหตุการณ์คราวก่อนเริ่มสังเกตเห็นว่าวิญญาณร้ายขั้นต่ำหรือที่พวกนักปราบผีเรียกอย่างเป็นทางการว่า เทอร์เรอร์ นั้นดูจะชอบเด็กสาวเป็นพิเศษเลยทีเดียว นี่แหละคือสาเหตุที่เธอต้องมาวิ่งหนีในยามค่ำคืนแบบนี้

    หลังจากเหตุการณ์ที่ตึกร้างแห่งนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กสาวมันทำให้เธอเริ่มเห็นสิ่งลี้ลับในชีวิตประจำวันของเธอมากขึ้นและนับวันจากที่เห็นเพียงแค่เลือนลางมันเริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นแถมยังรบกวนการใช้ชีวิตของเธอเป็นอย่างมากอีกด้วย

    “ ตอนนี้แหละ จัดการเลยซูซาคุ ! ”

    เจ้าของผมสีบลอนด์ทองตะโกนเรียกคู่หูของเธอทันทีเมื่อเธอร่ายเวทมนต์สำหรับพันธนาการวิญญาณได้สำเร็จจนมันไม่สามารถไล่ตามคิมหันต์ได้อีก

    “ หายไปซะ ! ” เด็กหนุ่มรับรู้หน้าที่ของเขาทันที

    เจ้าตัวพุ่งออกมาจากด้านหลังของไพลินอย่างรู้งานพร้อมกับดาบไม้คู่ใจของเขาพอใกล้ถึงเป้าหมายเจ้าตัวใช้ดาบไม้ฟันใส่มันโดยไม่ออมแรงเลยสักนิดจนมันสลายหายไป

    “ แฮ่กๆ ” เด็กสาวผมสีน้ำตาลพอรู้ว่าตัวเองรอดพ้นจากวิญญาณร้ายเทอร์เรอร์แล้วก็หยุดวิ่งแล้วยืนหายใจอย่างเหนื่อยหอบ

    “ อะไรกัน ? แค่นี้เธอก็เหนื่อยแล้วรึไง ยัยบื้อ ” ไพลินที่เห็นเพื่อนของเธอยืนหอบอยู่ก็อดที่จะกวนประสาทเธอไม่ได้

    “ ลองมาวิ่งหนีตายแบบฉันดูบ้างไหมล่ะ เธอจะได้รู้ว่ามันเหนื่อยแค่ไหน ! ” และแน่นอนว่าคนอย่างคิมหันต์พอตัวเองโดนกวนประสาทก็มักจะสวนไพลินไปอย่างลืมตัวทุกที

    “ ถือว่าออกกำลังกายยามค่ำคืนไง ฮ่าๆ ” คราวนี้ก็เป็นซูซาคุที่แซวเธออีก

    ออกกำลังกายยามค่ำคืนกับผีน่ะเซ่ ! เอ่อ ถึงมันจะต้องมาวิ่งหนีผีก็เถอะ แต่เจ้าพวกนี้ใช้งานเธอโหดชะมัดเลย

    อย่าให้ถึงทีฉันบ้างล่ะกัน ! เธอได้แต่คิดในใจอย่างแค้นเคือง

    กว่าจะถึงวันที่คิมหันต์ได้เปรียบสองคนนี้คงจะอีกนานแสนนานเลยทีเดียว

    กริ๊ง


    เสียงออดแจ้งเตือนว่าหมดเวลาเรียนดังขึ้นตามเวลา เหล่านักเรียนทั้งหลายพอได้ยินก็ต่างแยกย้ายกันไปทำกิจกรรมต่างๆหลังเลิกเรียน ยกเว้นแค่เพียงคิมหันต์คนเดียวเท่านั้น

    “ คุณคิมหันต์คะ รบกวนตามมาที่ห้องพักครูด้วยค่ะ ” คุณครูประจำวิชาคณิตศาสตร์เรียกตัวเธอทันทีพอเห็นว่าเธอกำลังจะหยิบกระเป๋านักเรียน

    “ เอ๊ะ คะ ค่ะ ”

    คิมหันต์ขานรับอย่าง งงๆ ว่าทำไมตัวเองถึงโดนเรียกไปพบพอเธอหันไปมองเพื่อนทั้งสองของเธอ ซูซาคุนั้นเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนไพลินโบกมืออำลาเธอพร้อมกับขยับปากว่า ‘ โชคดี ’

    ยัยนี่มันน่าโมโหจริงๆ !

    จากนั้นเธอก็เดินตามคุณครูไปยังห้องพักครู หญิงสาววัยสามสิบต้นๆนั่งลงตรงที่ของเธอก่อนจะมองลูกศิษย์ของเธอที่ดูท่าทางตื่นกลัวเกินเหตุ

    “ ช่วงนี้รู้สึกว่าเธอจะหลับในคาบของครูบ่อยเป็นพิเศษนะ คุณคิมหันต์ ” หญิงสาวผู้เป็นครูไม่รีรอและเข้าประเด็นทันที

    “ ขะ ขอโทษค่ะ ” เจ้าตัวเอ่ยอย่างสำนึกผิด

    ความจริงคิมหันต์นั้นเป็น เด็กขยัน ตั้งใจเรียน จนครูหลายๆวิชาถึงกับเอ่ยปากชมเธออยู่บ่อยๆ แต่ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมพอเป็นวิชาคณิตศาสตร์ทีไรเธอจะมีอาการเหม่อลอยบ้างแหละ ไม่ก็ทำหน้าเหมือนโลกจะแตกตลอด

    เหตุผลมันก็ไม่มีอะไรมาก คิมหันต์เกลียดวิชาคณิตศาสตร์ที่สุดยังไงล่ะ มันเป็นวิชาเดียวที่ต่อให้เธอขยันแทบตายก็ไม่สามารถเข้าใจโจทย์ตัวเลขเหล่านั้นได้สักที

    เมื่อก่อนเธอยังมีเรียวคอยสอนให้ตลอดแต่ตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว แถมช่วงนี้เธอเริ่มออกไปปราบผีตอนกลางคืนกับพวกซูซาคุบ่อยขึ้นทำให้นอนไม่พอเลยเป็นเหตุที่ทำให้เผลอหลับอยู่บ่อยครั้ง ยังโชคดีที่ว่าซูซาคุกับไพลินเก่งวิชานี้เธอเลยพอจะถูไถไปได้บ้าง

    “ เฮ้อ ครูไม่ได้จะว่าอะไรเธอหรอก แค่อยากถามเหตุผลเฉยๆว่าช่วงนี้มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า ? หรือไม่ก็ไปทำงานพิเศษที่ไหนถึงมีอาการอ่อนเพลียแบบนี้ ”

    อยากจะบอกว่าไปวิ่งไล่กับผีทุกคืนมันจะไม่เพลียได้ยังไงล่ะคะ แต่ขืนพูดออกไปต้องโดนหาว่าประสาทหลอนชัวร์

    “ ถ้าขืนเป็นแบบนี้บ่อยๆ ครูอาจจะต้องเรียกผู้ปกครองของเธอมาพบนะ ”

    “ ไม่ได้นะคะ ! พวกเขาไม่มีเวลาว่างพอจะมาหรอกค่ะ หนูจะไม่หลับอีกแล้วค่ะ ขอร้องนะคะอย่าเรียกผู้ปกครองเลย ”

    คิมหันต์รีบพูดสวนกลับไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินว่าครูจะเอาไปฟ้องผู้ปกครองเพราะแค่นี้น้องชายต่างสายเลือดก็ยังมาวนเวียนอยู่รอบตัวไม่เลิก ขืนรู้ถึงหูแม่ของเธอมันจะวุ่นวายกว่านี้แน่นอนซึ่งนั่นคือสิ่งที่คิมหันต์ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น

    “ โอเคๆ ถ้าเธอสำนึกผิดจริงๆก็ถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกัน ถ้ามีอะไรก็มาปรึกษาครูได้ทุกเมื่อเลยนะ ” คนเป็นครูอดที่จะเป็นห่วงเด็กสาวไม่ได้

    “ ค่ะ งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ ” เธอเอ่ยขอตัวเมื่อเห็นว่าคุณครูไม่ได้มีอะไรจะพูดกับเธอต่อแล้ว

    เจ้าตัวเดินออกมาจากห้องพักครูพร้อมกันถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะตอนแรกเธอนึกว่าจะโดนเรียกเรื่องที่มันหนักกว่านี้

    สงสัยเธอจะเป็นพวกคิดมากเกินเหตุซะแล้วสิ