ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    บัตรเชิญงานประลอง

    หลังจากที่หนานหมิงได้รับสมบัติต่างๆจากเหรินปี้ฮวา เขาก็ไม่รอชาที่จะมุ่งหน้ากลับสู่ตระกูลหนานทันที ส่วนเรื่องของตระกูลจางและตระกูลซือ หนานหมิงก็มอบหมายให้กับหลู่เซียงเป็นผู้จัดการแทน เพราะเรื่องนี้เขาไม่จำเป็นที่จะต้องออกหน้าจัดการ เพียงแค่หลู่เซียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว

    หลู่เซียงก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะถึงอย่างไรคำสั่งของหนานหมิงถือว่าเป็นคำสั่งที่สำคัญที่สุด 

    หลังจากนั้นหนานหมิงก็ได้มอบคนจำนวนหนึ่งให้กับหลู่เซียงเพื่อใช้งาน

    บนเรือบินของหนานหมิง

    หนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีกำลังฝึกฝนทักษะบ่มเพาะของเหรินปี้ฮวามอบให้

    ถึงอย่างไรเหรินปี้ฮวาก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับจักรพรรดิเซียน ซึ่งทักษะของเหรินปี้ฮวาก็ต้องทรงพลังอย่างมากและแน่นอนว่าอย่างน้อยๆทักษะของเหรินปี้ฮวาก็ต้องอยู่ในระดับต้องห้าม

    ทักษะต้องห้ามนับว่าเป็นทักษะระดับสูงเป็นรองเพียงแค่ทักษะระดับเทวะเท่านั้น 

    ด้วยการที่มีเหรินปี้ฮวาเป็นผู้ฝึกสอนทำให้ทักษะต่างๆของหนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว 

    ส่วนทางด้านของหนานเทียนอวิ๋นอายุยังน้อยจึงยังไม่ถึงเวลาที่จะเริ่มการฝึกฝน เพราะอย่างน้อยๆหนานหมิงคิดว่าต้องรอให้อายุแปดขวบขึ้นไปก่อนถึงจะค่อยเริ่มฝึกฝนก็ยังไม่สาย เพราะขนาดหนานหมิงเขายังเริ่มฝึกฝนตอนอายุสิบขวบเลยด้วยซ้ำ 

    ผ่านไปประมาณหนึ่งเดือนเศษ ตอนนี้หนานหมิงก็กลับมายังโลกเทียนจวินแล้ว

    เมื่อหนานหมิงมาถึงเขาก็สัมผัสได้ว่าพลังของโลกเทียนจวินเพิ่มสูงมากกว่าเดิมมาก 

    “ โลกเทียนจวินจะแข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆ สามารถรองรับพลังของเซียนศักดิ์สิทธิ์ได้ขนาดนี้ก็คงจะไม่แปลกใจแล้ว ” หนานหมิงพึมพำ

    ตอนนี้โลกเทียนจวินแข็งแกร่งขึ้นมากแล้วแต่มันก็ยังไม่พอ เพราะเขาต้องการให้โลกเทียนจวินสามารถรองรับพลังของมหาจักรพรรดิเซียนได้ และนั้นจะทำให้โลกเทียนจวินกลายเป็นโลกที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของจักรวาลทั้งหลาย

    ‘ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะทำให้โลกใบนี้กลายเป็นโลกระดับนิรันดร์ได้ ’ หนานหมิงครุ่นคิดและถอนหายใจ การที่จะทำให้โลกเข้าสู่ระดับนิรันดร์ได้จำเป็นต้องใช้เวลามากและจะต้องใช้พลังของชีพจรโลกสูงมากเช่นกัน อย่างน้อยๆจะต้องไปเอาชีพจรโลกที่เป็นโลกระดับนิรันดร์มาเพิ่มพลังจึงจะสามารถทำให้โลกใบนี้ยกระดับขึ้นได้ 

    แน่นอนว่าการปล่อยให้โลกเทียนจวินพัฒนาไปเองก็สามารถทำได้เหมือนกัน เพียงแต่นั้นจะต้องใช้เวลานานมาก ไม่รู้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาสิบปีหรือร้อยปี แม้กระทั้งมากกนั้นก็เป็นไปได้

    หนานหมิงครุ่นคิดก่อนที่จะถอนหายใจเบาๆและคิดว่าเรื่องพวกนี้ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตแล้วกัน ถึงอย่างไรเขาก็ตัวละครที่สามารถอัญเชิญได้ตลอดเวลา แถมตอนนี้เขาก็ยังมีเหรินปี้ฮวาที่เป็นถึงยอดฝีมือระดับจักรพรรดิเซียน เพียงแค่นี้โลกของเขาก็ปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายแล้ว 

    เนื่องจากหนานหมิงรู้ว่าเส้นทางจิวหยางและเส้นทางอื่นๆที่อยู่รอบๆเส้นทางจิวหยาง อย่างมากก็มีเพียงแค่ยอดฝีมือระดับนิรันดร์ที่แข็งแกร่งที่สุด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่หนานหมิงมีระดับเซียนอมตะหรือจ้าวเซียนหลายคน แค่นี้ก็ไม่มีกองกำลังไหนกล้าสร้างปัญหากับโลกเทียนจวินแล้ว

    หลังจากที่หนานหมิงมาถึงตระกูลหนาน เขาก็บอกให้เหรินปี้ฮวาไปจัดการวางหัวใจแห่งสมุทรรัตติกาลทันที พร้อมกับวางสมบัติที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับตระกูลหนานอย่างรวดเร็ว

    ทางด้านของเซี่ยเล่ยจี นางได้พาหนานเทียนอวิ๋นไปหาหนานหยุนเฟยและซวีลั่ว 

    สำหรับเรื่องของตระกูลซือและตระกูลจาง หนานหมิงได้ยินมาว่าตระกูลซือได้ส่งยอดฝีมือที่เหลืออยู่มายังโลกเทียนจางเพื่อพูดคุยกับหลู่เซียง 

    ในตอนแรกตระกูลซือมั่นใจในฝีมือของตัวเองเป็นอย่างมาก แต่เมื่อพวกเขาได้พบกับหลู่เซียงจริงๆ พวกเขาจึงรู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นพวกเขาที่อ่อนแอเอง และยิ่งหวาดกลัวและเคารพตระกูลหนานมากกว่าเดิม

    เมื่อทางฝั่งของผู้นำตระกูลซืออย่างซือฮ่าวเทียนรู้เรื่องที่ว่าหลู่เซียงแห่งตระกูลหนานเป็นยอดฝีมือระดับเซียนนิรันดร์อยู่ด้วย ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างก่อนที่จะถอนหายใจออกมา ก่อนที่เขาจะเดินไปยังคลังสมบัติพร้อมกับมุ่งหน้ามายังโลกเทียนจางด้วยตัวเอง

    เนื่องจากจู่ๆตระกูลซือก็ยอมแพ้ในการต่อสู้แย่งชิงพื้นที่การปกครองของตระกูลจาง ทำให้กองกำลังทั้งหลายพากันสับสนและงุนงง พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดีๆตระกูลซือถึงได้ยอมแพ้แบบนี้

    แต่ไม่นานกองกำลังทั้งหลายก็รู้ว่าสาเหตุที่ตระกูลซือขอยอมแพ้ในการแย่งชิงสิทธิ์ในการปกครองของตระกูลจาง สาเหตุก็เพราะตระกูลหนานได้เข้ามาช่วยเหลือและทำให้ตระกูลซือยอมแพ้ไปในที่สุด

    ด้วยเหตุนี้ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลหนานถูกพูดถึงอีกครั้งแถมยังดูเหมือนจะกลายเป็นจุดสนใจมากกว่าเดิม แม้กระทั้งตระกูลจิวเองก็ยังให้ความสนใจ เพราะพวกเขารู้ว่าตระกูลซือแข็งแกร่งแค่ไหน พวกเขามีแม้กระทั้งยอดฝีมือระดับเซียนศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูง แต่พวกเขาก็ยังต้องยอมแพ้อย่างช่วยไม่ได้

    ทำให้กองกำลังทั้งหมดส่งสายลับไปตรวจสอบความแข็งแกร่งของตระกูลหนานในทันทีและสืบหาโลกที่ตระกูลหนานปกครองอยู่ด้วย

    สำหรับโลกที่ตระกูลหนานปกครองอยู่นั้นไม่นานสายลับทั้งหลายก็สืบหาได้ เนื่องจากตระกูลหนานก็ไม่ได้ปกปิดแต่อย่างใด ทำให้ไม่นานสายลับจำนวนมากก็เดินทางมายังโลกเทียนจวิน

    แต่น่าเสียดายที่สายลับเหล่านั้นไม่สามารถเข้ามาในโลกเทียนจวินได้ เนื่องจากภายนอกโลกเทียนจวิน หนานหมิงได้มอบหมายให้ยอดฝีมือระดับเซียนศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์เป็นคนเฝ้าระวังเอาไว้ เพราะฉะนั้นแลัวสายลับที่อยู่ในระดับเซียนศักดิ์สิทธิ์หรือต่ำกว่านั้นจึงไม่สามารถเข้าไปยังโลกเทียนจวินได้ 

    เพราะแบบนี้ทำให้กองกำลังทั้งหลายรู้ว่าตระกูลหนานมียอดฝีมือระดับเซียนศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์คอยปกป้องอยู่  และทุกๆคนก็คิดว่าเซียนศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์นี้ก็น่าจะไม่ใช่กำลังรบสูงสุดของตระกูลหนานอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นตระกูลหนานคงไม่ส่งยอดฝีมือระดับนี้มาคุ้มกันโลกหรอก 

    หรือก็คือตระกูลหนานอาจจะมียอดฝีมือระดับเซียนนิรันดร์คอยปกป้อง แม้ว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นเพียงแค่ข่าวลือ แต่สำหรับตระกูลจางและตระกูลซือแล้ว พวกเขารู้ดีว่าข่าวลือนี้คือความจริง แต่พวกเขาก็ไม่คิดที่จะประกาศเรื่องนี้ออกไป

    ด้วยเหตุนี้ทำให้กองกำลังทั้งหลายไม่กล้าที่จะสร้างปัญหากับตระกูลหนาน พวกเขาพยายามที่จะทำทุกวิธีทางเพื่อที่จะสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลหนานแทน 

    นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่ใจกล้าแบ่งชีพจรโลกของโลกตัวเองให้กับตระกูลหนานเพื่อเป็นการซื้อใจตระกูลหนาน เพียงไม่นานผู้นำโลกทั้งหลายก็พากันมอบชีพจรโลกหนึ่งส่วนให้กับตระกูลหนานเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อตระกูลหนาน

    หนานหมิงที่ได้ยินข่าวก็ถึงกับหัวเราะเบาๆ ในตอนแรกกองกำลังทั้งหลายต่างก็หวาดกลัวและโกรธแค้นตระกูลหนานที่แย่งชิงชีพจรโลกของพวกเขามา แต่ดูตอนนี้สิพวกเขาแทบจะยกชีพจรโลกของพวกเขาให้กับตระกูลหนานด้วยความสมัครใจ

    หนานหมิงจึงบอกให้จนรายชื่อของโลกทั้งหลายที่มอบชีพจรโลกให้กับตระกูลหนาน และบอกกับพวกเขาว่าถ้าหากมีปัญหาใดๆก็ให้มาขอความช่วยเหลือจากตระกูลหนานได้หนึ่งครั้ง และพวกเขาจะต้องเป็นกองกำลังที่ดีไม่ได้สร้างปัญหาให้กับผู้อื่นแล้วถูกไล่ล่าจนมาขอความช่วยเหลือจากตระกูลหนาน ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงๆตระกูลหนานก็จะเป็นคนลงมือด้วยตัวเอง

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปนานกว่าสิบปี

    ในช่วงสิบปีมานี้โลกเทียนจวินก็ยังคงติดอยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์อยู่ เห็นได้ชัดว่าการที่จะพัฒนาโลกไปยังระดับนิรันดร์ได้เป็นเรื่องที่ยากเย็นอย่างมาก 

    ในช่วงเวลาที่ผ่านมา หนานหมิงได้ส่งยอดฝีมือของตัวเองมุ่งหน้าไปยังโลกระดับสูงของเส้นทางอื่นๆเพื่อรวบรวมชีพจรโลกต่างๆมาเพิ่มให้กับโลกเทียนจวิน แม้กระทั้งโลกที่อยู่ในเส้นทางอื่นๆอย่างเส้นทางเจียงหยางซึ่งเป็นโลกที่ตั้งของตระกูลซือก็ถูกตระกูลหนานไปแย่งชิงชีพจรโลกมาเช่นกัน

    แม้กระทั้งโลกของตระกูลซือเองก็ยังถูกแย่งชิงชีพจรโลกไปหนึ่งในสิบโดยที่พวกเขาไม่สามารถขัดขืนได้ เพราะพวกเขารู้ดีว่าถ้าหากพวกเขากล้าขัดขืนเกรงว่าวันต่อมาตระกูลซืออาจจะถูกลบออกจากโลกแล้ว

    เพียงไม่นานชื่อเสียงของตระกูลหนานก็กระจายไปยังเส้นทางเจียงหยางแล้ว ด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่มีใครสามารถต้านทานได้ แม้กระทั้งกองกำลังผู้ปกครองพื้นที่ห้าแห่งภายในเส้นทางเจียงหยางก็ถูกตระกูลหนานแย่งชิงชีพจรโลกไป 

    ด้วยเหตุนี้ทำให้ตระกูลหนานโด่งดังอย่างมากและไม่มีใครกล้าที่จะหาเรื่องตระกูลหนาน

    ณ ตระกูลหนาน เมืองรุ่งอรุณ

    หนานหมิงกำลังฝึกฝนหนานเทียนอวิ๋นอยู่ โดยหนานหมิงให้หนานเทียนอวิ๋นบุกโจมตี ส่วนเขาก็เอาแต่ตั้งรับและคอยชี้แนะการต่อสู้ให้กับหนานเทียนอวิ๋นเป็นครั้งคราว

    สำหรับหนานเทียนอวิ๋น เขาได้ใช้ดาบเป็นอาวุธ ไม่เหมือนกับหนานหมิงที่เขาใช้กระบี่เป็นหลัก

    เวลานี้หนานเทียนอวิ๋นอายุเพียงแค่สิบสองปี แต่เขาก็พัฒนามาถึงระดับเซียนแท้แล้ว นับว่าเป็นความเร็วที่เหลือเชื่อมากๆ สำหรับคนอื่นๆ

    แต่สำหรับหนานหมิงแล้ว ถ้าหากหนานเทียนอวิ๋นไม่ได้มาถึงกึ่งเซียนด้วยอายุแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายมาก เพราะถึงอย่างไรหนานเทียนอวิ๋นก็คือบุตรแห่งสวรรค์ ความเร็วในการฝึกฝนของหนานเทียนอวิ๋นนับว่ารวดเร็วอย่างมาก

    และอีกอย่างตอนนี้โลกเทียนจวินนับว่าเป็นโลกที่แข็งแกร่งที่สุดในเส้นทางจิวหยางแล้วก็ได้ เนื่องจากตอนนี้โลกจิวหยางใกล้ที่จะทะลวงสู่ระดับนิรันดร์แล้ว

    เวลานี้หนานหมิงได้พัฒนาตัวเองมาถึงเซียนศักดิ์สิทธิ์ขั้นปลายแล้ว นับว่าเร็วอย่างมากเมื่อเทียบกับความเร็วในการบ่มเพาะของคนอื่นๆ

    ส่วนทางด้านของตระกูลหนาน พวกเขาก็เติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยตอนนี้ตระกูลหนานมีเซียนศักดิ์สิทธิ์อยู่แค่สิบกว่าคนเท่านั้น แม้ว่าจะเป็นเซียนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้นก็ตาม ส่วนเซียนทองคำมีมากกว่าหนึ่งพันคนแล้ว ถือว่าตอนนี้ตระกูลหนานได้กลายเป็นหนึ่งในกองกำลังแถวหน้าของเส้นทางจิวหยาง โดยที่ไม่จำเป็นต้องให้ตัวละครของหนานหมิงออกโรง

    นอกจากนี้หนานหมิงยังได้ให้ผู้ติดตามของเขาออกค้นหาศิษย์ที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสมกับทักษะของพวกเขา ซึ่งทำให้ศิษย์ของตระกูลหนานหรือกองกำลังอื่นๆกลายเป็นศิษย์ของพวกเขาโดยตรง ถือว่าเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตระกูลหนานเช่นกัน

    หลังจากที่ฝึกฝนหนานเทียนอวิ๋นเสร็จแล้ว หนานหมิงก็ได้รับบัตรเชิญจากหลู่เซียง

    บัตรเชิญนี้เป็นบัตรเชิญของตระกูลจิวที่แจ้งเรื่องการประลองระดับสูงของเส้นทางจิวหยางที่จะรวบรวมกองกำลังนับร้อยให้พวกเขาส่งรุ่นเยาว์มาเพื่อประลองฝีมือกัน

    สำหรับรุ่นเยาว์ในขอบเขตเซียนถือว่าคนที่อายุต่ำกว่าสองร้อยปีจะเป็นรุ่นเยาว์ทั้งหมด เพราะถึงอย่างไรขอบเขตเซียนนั้นมีอายุยืนยาวหลายพันปี เพราะฉะนั้นแล้วอายุเพียงแค่สองร้อยปีนับว่าเพิ่งจะเป็นรุ่นเยาว์เท่านั้น

    สำหรับตระกูลหนาน ต้องบอกว่าคนส่วนมากในตระกูลหนานมีอายุต่ำกว่าสองร้อยปีทั้งนั้น เพราะพวกเขาส่วนมากก็เป็นศิษย์ที่รับเข้ามาหรือเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีอายุเพียงแค่หนึ่งร้อยกว่าปีเท่านั้น ทำให้จำนวนเจ็ดในสิบของตระกูลหนานมีอายุต่ำกว่าสองร้อยปี

    ในเมื่อตระกูลจิวเป็นคนส่งคำเชิญมา เช่นนั้นตระกูลหนานก็ไม่ปฏิเสธ เพียงแต่การประลองนี้จะเริ่มขึ้นในอีกครึ่งปี เพราะฉะนั้นแล้วจึงยังมีเวลาเตรียมตัวสำหรับการประลองที่จะเกิดขึ้น

    โดยการประลองนั้นง่ายมาก เพียงแค่แต่ละกองกำลังให้ส่งรุ่นเยาว์จำนวนสิบคนเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งรุ่นเยาว์เหล่านั้นจะถูกส่งไปยังมิติพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งภายในนั้นมีทั้งสมบัติและสิิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับหุ่นเชิดคอยจัดการกับรุ่นเยาว์ทั้งหมด

    รุ่นเยาว์เพียงแค่ต้องสังหารหุ่นเชิดเหล่านั้นให้ได้เพื่อที่จะสะสมคะแนนเพื่อชิงอันดับหนึ่ง

    ว่ากันว่าหุ่นเชิดภายในนั้นมีตั้งแต่เซียนปฐพีจนไปถึงเซียนศักดิ์สิทธิ์เลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อเข้าไปในนั้นจะต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ แถมถ้าหากได้รับบาดเจ็บสาหัสก็จะถูกส่งตัวออกมาจากมิติพิเศษทันทีและการแข่งขันของคนๆนั้นก็จะจบลงไปด้วยเช่นกัน

    ส่วนถ้าหากตกอยู่ในอันตรายจริงๆ ยันต์ป้องกันที่ถูกมอบติดตัวเอาไว้จะทำงานและดึงให้รุ่นเยาว์คนนั้นออกมาจากมิติพิเศษเช่นกัน 

    ถือได้ว่าการประลองนี้เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับกองกำลังต่างๆเป็นอยางมาก เพราะมันทำให้แสดงให้เห็นว่ากองกำลังเหล่านั้นมีรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังมากแค่ไหน และในอนาคตรุ่นเยาว์เหล่านี้ก็จะกลายเป็นเสาหลักของกองกำลังเหล่านั้นต่อไปเช่นกัน