การต่อสู้ไม่ได้กินเวลานานนัก เป็นเพราะหลงเฉินสามารถเอาชนะผู้คุมกฎซื่อได้อย่างไม่คาดคิด นี่จึงถือว่าเหนือความคาดหมายของหลี่หยานอย่างมาก!
หลังจากนั้น หวงเฟยหยางก็แสดงพลังอันน่าเหลือเชื่อออกมาและเอาชนะผู้คุมกฎชิน หลี่หยานตกตะลึงจนตาค้าง!
สองยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดทางฝ่ายเขาถูกกำจัดในทันทีโดยคนของตระกูลหลิงอู่ หลี่หยานจึงรู้ว่าพวกเขาคงถึงคราวจบสิ้นแล้วเป็นแน่
เมื่อรวมกับเหวินหยาที่บรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้น เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรคงไม่สามารถทำอะไรนอกจากถ่วงเวลา เมื่อเวลาหมดลงพวกเขาก็จะพ่ายแพ้
และลัทธิเซียนโลหิตก็คงจะถูกทำลายอย่างไม่เหลือซาก!
หลี่หยานตื่นตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ พลางนึกขึ้นได้ว่านี่อาจเป็นจังหวะดีที่จะหนีไป
อย่างไรก็ตาม ราวกับว่าหลงเฉินคาดเดาไว้แล้วว่าเขาคิดจะทำสิ่งใด ภายใต้แรงกดดันมหาศาลของหวงเฟยหยาง เขาก็หันไปหาหลี่หยานพลางเย้ยหยัน
“หากเจ้ากล้าก้าวเท้าออกไปแม้เพียงครึ่งก้าว ข้าขอบอกไว้เลยว่าเจ้าจะมีชีวิตไม่พ้นวันนี้แน่ ๆ อยู่นิ่ง ๆ ไปตรงนั้นแหละ แล้วข้าสัญญาว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้า”
แม้ว่าน้ำเสียงของหลงเฉินจะฟังรื่นหู หากแต่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งที่เขามิอาจต้านทานได้ หลี่หยานต้องการจะหนี แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของหลงเฉิน เท้าของเขาก็รู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นจนไม่สามารถหนีไปไหนได้
‘จากที่พวกเขาคุยกัน ข้าก็เดาได้ว่าพวกเขาจะต้องสู้กันจนถึงตายแน่ ๆ หากข้าหนีไป ใครคนหนึ่งจะต้องตามฆ่าข้า แต่หากข้ายังอยู่ตรงนี้ เมื่อพวกเขาบาดเจ็บสาหัสกันทั้งคู่ อาจจะยังพอมีโอกาสสำหรับข้าก็เป็นได้’
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นถึงความแข็งแกร่งของหวงเฟยหยาง หลี่หยานก็เริ่มไม่แน่ใจ
‘แม้ว่าเจ้าเด็กนั่นจะมีพรสวรรค์ ทว่าเขาก็ยังเด็กอยู่มากและมีคนมากมายที่เหนือกว่าเขา หากจะฝากชีวิตไว้กับเขามันจะไม่เป็นเรื่องโง่เขลาเกินไปหน่อยรึ?’
ทั้งสองกำลังจะต่อสู้กัน แม้ว่าหลี่หยานรู้สึกถึงความขัดแย้งในหัวใจ แต่เขาก็ตัดสินใจจะอยู่และคอยสังเกตการณ์นิ่ง ๆ
ทันใดนั้น หวงเฟยหยางที่เพิ่งสังหารผู้คุมกฎชินไปและเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดก็พุ่งเข้าใส่หลงเฉินอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง
“โอ้? จุดประสงค์ที่แท้จริงของเจ้าเปิดเผยออกมาแล้วสินะ เจ้าอยากจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองแล้วงั้นรึ?”
หลงเฉินมีท่าทีไม่เมินเฉิน เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ใช่ เขาไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
“แค่เจ้าเอาชนะผู้ที่บรรลุระดับแก่นมนุษย์ได้ด้วยโชคช่วย ก็มาทำท่าจองหองพองขนต่อหน้าข้าแล้วงั้นรึ?”
สายตาที่เย็นชาของหวงเฟยหยางไม่แปรเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย หลี่หยานเป็นเพียงคนไม่สำคัญและในเมื่อไม่มีใครอยู่รอบ ๆ เขาจึงยิ้มอย่างเย็นชาพลางเอ่ยขึ้น
“หลงเฉิน ในระหว่างภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เจ้ากลับถูกฆ่าตายโดยผู้คุมกฎซื่อแห่งลัทธิเซียนโลหิต ข้าแก้แค้นให้เจ้าด้วยการฆ่าทั้งผู้คุมกฎชินและผู้คุมกฎชื่อ เจ้าคิดว่าคำอธิบายนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไม่ได้เรื่องเท่าไร ถ้าจู่ ๆ มีไอ้งั่งที่ไหนมาอธิบายแบบนั้นมันก็คงไม่ต่างกันนักหรอก”
“อะไรนะ?”
เขากัดฟันแน่นด้วยความโกรธ คลื่นพลังของหวงเฟยหยางทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ความโกรธและคลื่นพลังของเขาพุ่งถึงขีดสุดขณะอยู่ห่างจากหลงเฉินไปราวห้าสิบเชียะ
“ข้าต้องขอยอมรับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เจ้าเป็นคนแรกที่สามารถทำให้ข้าโกรธได้ถึงเพียงนี้ หลงเฉิน การตายด้วยน้ำมือข้านับว่าเป็นเกียรติของเจ้าแล้ว!”
หวงเฟยหยางไม่สามารถให้ใครรู้ได้ว่าเขากำจัดหลงเฉิน ดังนั้นเขาจึงต้องฆ่าหลงเฉินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำ [วงล้อจรัสแสง]!”
เมื่อเทียบกับหวงเซียงแล้ว แม้จะเป็นเพียง [วงล้อจรัสแสง] ในแบบของหวงเฟยหยาง แต่มันก็มีประสิทธิภาพและแข็งแกร่งกว่ามาก
ทันใดนั้นเอง ทั่วทั้งผืนป่าก็เต็มไปด้วยเศษซากที่ปลิวว่อน ดินทรายและใบไม้ต่างลอยขึ้นไปในอากาศและเคลื่อนตัวเข้ามาด้วยความเร็ว วงล้อขนาดมหึมาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหวงเฟยหยางพุ่งเข้าใส่หลงเฉิน ต้นไม้ที่ขวางทางอยู่ถูกบดขยี้จนกลายเป็นขี้เลื่อย!
“ยังใช้การโจมตีแบบนี้อยู่อีกรึ น่าเบื่อชะมัด...”
หลงเฉินเย้ยหยัน แม้ว่าหวงเฟยหยางจะมีความเร็วมากกว่าผู้คุมกฎซื่อหลายเท่า แต่ทว่าก็ยังเร็วไม่พอ
เขาใช้เคล็ดวิชา [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] และทันใดนั้น เงาสีแดงโลหิตที่ดูราวกับมังกรก็ปรากฏขึ้น
ตอนที่หลงเฉินหลบหลีกผู้คุมกฎซื่อได้ หวงเฟยหยางก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก และเมื่อหลงเฉินสามารถหลบการโจมตีของเขาได้อย่างไม่คาดคิดเช่นกัน นั่นก็หมายความว่าหลงเฉินสามารถใช้เคล็ดวิชา [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] ซึ่งเป็นทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำเกือบจะสมบูรณ์แบบแล้ว!
‘เป็นไปได้อย่างไรกัน? เขาเพิ่งได้รับเคล็ดวิชานี้ไปเมื่อห้าวันก่อนเท่านั้นเอง!’
หวงเฟยหยางเริ่มมีสีหน้าตื่นตระหนก เด็กหนุ่มผู้หยิ่งผยองเบื้องหน้ากำลังทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว
การที่หลงเฉินเอาแต่หลบหลีกนั้นทำให้เขารู้สึกโล่งใจเล็กน้อย แต่เขาก็มิอาจวางใจได้อยู่ดี
‘เขาทำได้เพียงหลบหลีก! ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้วิธีรับมือกับกระบวนท่าที่สังหารผู้คุมกฎชินเมื่อครู่ได้! เขาต้องหลบกระบวนท่านั้นไม่พ้นแน่ ๆ ...บางทีอาจจะถึงเวลาที่ข้าควรหนีได้แล้ว!’
หลี่หยานรู้สึกกระวนกระวายใจราวกับหนูติดจั่น
‘หากข้าหนีไปตอนนี้ พวกเขาจะเสียเวลาตามฆ่าข้าหรือไม่? เจ้าเด็กนั่นคงไม่ปล่อยข้าไปแน่ ๆ แต่เด็กหนุ่มอีกคนอาจจะยอมก็เป็นได้’
ขณะที่หลี่หยานกำลังครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลงเฉินก็กำลังคำนวณเวลา และจากการคำนวณนี้ เหวินหยาน่าจะกลับมาได้แล้ว ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้นเอง หวงเฟยหยางหันกลับมาและพุ่งเข้าโจมตีพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย!
“เคล็ดวิชาเมฆาลมกระโชก ... [ดัชนีเทพยดาทรงศึก]!”
“[ผนึกมังกรลึกล้ำ]!”
การโจมตีของหลงเฉินบีบให้หวงเฟยหยางถูกดึงเข้ามา ก่อนหน้านี้หวงเฟยหยางคิดว่าหลงเฉินมีเพียงความสามารถในการหลบหลีก แต่กระบวนท่านี้ก็ทำให้หลงเฉินได้รับความยำเกรงบ้างไม่มากก็น้อย!
‘ก่อนหน้านี้เขาบรรลุเพียงขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปด แล้วเหตุใดตอนนี้เขาถึงกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว? ใช้เพียงซากสัตว์อสูรระดับลึกล้ำคงจะไม่เพียงพอแน่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาปิดบังความแข็งแกร่งที่แท้จริงเอาไว้ตั้งแต่ตอนเข้ารับการคัดเลือกของตระกูลหลิงอู่!?’
‘แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สำคัญ อย่างไรเสีย วันนี้เจ้าก็ต้องตายอยู่ดี!’
ขณะที่เขาจับจ้องหลงเฉินอย่างไม่วางตา หวงเฟยหยางก็รู้สึกว่าเวลาเหลือน้อยลงทุกที ขณะกำลังควบคุม [วงล้อสวรรค์เกิดดับ] เขาคิดในใจ
‘แม้ว่าเขาจะบรรลุระดับแก่นมนุษย์ แต่ในเมื่อเขาไม่ได้วิญญาณสัตว์อสูรระดับลึกล้ำไป เขาก็ไม่นับว่าเป็นภัยต่อข้าหรอก!’
ทั้งคู่ต่างต้องการกำจัดศัตรูให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นผลลัพธ์จึงชัดเจน ขณะที่หวงเฟยหยางใช้ [วงล้อสวรรค์เกิดดับ] หลงเฉินก็ใช้เคล็ดวิชา [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] เพื่ออ้อมหวงเฟยหยางไปขณะที่เตรียมการโจมตีอันทรงพลังเอาไว้!
เมื่อเห็นว่าร่างของหลงเฉินปลดปล่อยเปลวไฟมายาและดวงตาทั้งสองก็แปรเปลี่ยนเป็นลูกไฟ [วงล้อสวรรค์เกิดดับ] ของหวงเฟยหยางในตอนนี้ก็ไม่ได้มีคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวเหมือนเช่นเคยอีกต่อไปแล้ว
‘คิดจะใช้กระบวนท่าที่เจ้าใช้เอาชนะอาเซียงกับข้างั้นรึ? เหอะ! ข้ากำลังจะคิดบัญชีกับเจ้าแทนเขาอยู่แล้วเชียว ดูสิว่าการโจมตีของเจ้าจะแข็งแกร่งกว่า หรือ [วงล้อสวรรค์เกิดดับ] ของตระกูลหวงจะน่าสะพรึงกลัวกว่ากันแน่!’
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เกือบจะคล้ายการต่อสู้ระหว่างหลงเฉินและหวงเซียง ทว่าคู่ต่อสู้ในครั้งนี้ทรงพลังกว่ามากนัก!
สาเหตุของความบาดหมางในครั้งนี้ก็เช่นกัน มันเป็นเรื่องใหญ่กว่าครั้งก่อนมาก
ขณะที่หลี่หยานเฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ อย่างงุนงง เขามีความรู้สึกว่าหลงเฉินไม่ได้ด้อยไปกว่าหวงเฟยหยางเลยสักนิด ทำให้ปากของเขาแห้งผากจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
เขาสามารถเดาความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ได้ในระดับหนึ่ง ดูเหมือนว่าหวงเฟยหยางวางแผนจะสังหารอัจฉริยะผู้นี้ ทว่าหวงเฟยหยางก็ไม่คาดคิดว่าจู่ ๆ หลงเฉินจะพัฒนาฝีมือจนสามารถเทียบกับตนเองได้
ขณะที่เขาใช้ [หมัดอสูรสุริยันผลาญฟ้า] เป็นครั้งที่สอง หลงเฉินก็รู้สึกว่าครั้งนี้พลังปราณได้เผาไหม้แก่นมนุษย์ของเขา และภายในตันเถียนของเขาก็มีเปลวไฟสีแดงโลหิต พลังปราณที่ปะทุออกมานั้นเต็มไปด้วยเปลวเพลิงร้อนแรงขณะที่มันร้องคำรามออกมาจากในร่างกาย
‘ทักษะยุทธ์นี้ถูกทิ้งไว้โดยชายลึกลับในเปลวไฟ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นกลาง ทว่ามันต้องมีอะไรพิเศษซ่อนอยู่แน่!’
เวลานี้ ร่างของหลงเฉินเต็มไปด้วยเปลวไฟ และอุณหภูมิโดยรอบก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ อีกฟากหนึ่ง [วงล้อสวรรค์เกิดดับ] ของหวงเฟยหยางที่มีอักขระอยู่มากมายถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง!
หวงเฟยหยางเต็มไปด้วยจิตสังหารรุนแรง มุมปากของเขาปรากฏให้เห็นร่องรอยของการเยาะเย้ย ทันใดนั้น เงาของเขาก็พุ่งเข้าใส่หลงเฉินราวกับลูกธนู!
“หลงเฉิน ตายเสียเถอะ! [วงล้อสวรรค์เกิดดับ]!”
“เช่นนั้นรึ?”
หลงเฉินหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ พลังปราณทั่วทั้งร่างพุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด เขาหรี่ตามองขณะที่พลังทั้งหมดถูกรวมไว้ที่จุดจุดเดียว เขาปล่อยมันออกไปพร้อมกับเสียงตะโกนก้อง
“[หมัดอสูรสุริยันผลาญฟ้า] … [เพลิงสวรรค์มอดไหม้]!”
เมื่อหมัดและวงล้อปะทะเข้าด้วยกัน พลังปราณที่หลงเฉินมีในตอนนี้มากกว่านับร้อยเท่าหากเทียบกับครั้งที่แล้ว ก่อนหน้านี้พลังปราณของหลงเฉินเคยถือเป็นจุดอ่อน แต่ตอนนี้มันกลับเป็นจุดแข็งของเขาไปแล้ว!
เพียงสิบเท่าของปริมาณพลังปราณก่อนหน้า ก็เทียบเท่าได้กับหวงเฟยหยาง!
ไม้ตายของหลงเฉินคือ [หมัดอสูรสุริยันผลาญฟ้า] ทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นกลาง ขณะที่มันกำลังถูกใช้อยู่ในตอนนี้ พลังระเบิดของมันรุนแรงกว่าก่อนหน้านับร้อยเท่า!
ภายในเปลวไฟสีโลหิต ใบหน้าที่มองเห็นได้เลือนรางก็ปรากฏขึ้น ทันใดนั้นเอง ใบหน้าก็กลืน [วงล้อสวรรค์เกิดดับ] เข้าไป พลังอันรุนแรงปะทะเข้ากับหวงเฟยหยางด้วยเสียงดังสนั่น!
เมื่อเห็นว่า [วงล้อสวรรค์เกิดดับ] ที่เขาเชื่อว่าไร้เทียมทานถูกทำลายจนสิ้น ดวงตาของหวงเฟยหยางเบิกโพลงด้วยความตกใจและหวาดกลัวจนแทบจะล้มลงได้ทุกขณะ
‘เป็นไปไม่ได้! การโจมตีของเขาจะทรงพลังถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน แม้ว่ามันจะเป็นเพียงทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นกลาง เขาก็ไม่น่าจะเอาชนะข้าได้!’
หวงเฟยหยางแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เขาอยากจะหนีไป แต่ก็ถือเป็นเรื่องน่าขายหน้าเมื่อ [หมัดเพลิงอสูรผลาญฟ้า] กลับน่าสะพรึงกลัวได้ถึงขนาดนั้น ขณะที่หวงเฟยหยางชะงักไปด้วยความตกใจ เขาก็ถูกการโจมตีนั้นกลืนกินและแผดเผาจนมอดไหม้!
หวงเฟยหยางร้องคำรามกึกก้องและสิ้นใจในที่สุด แม้จะตายไปแล้วแต่ดวงตาของเขายังคงเบิกโพลง ด้วยสีหน้าราวกับเขามิอาจทำใจให้เชื่อได้
‘เป็นไปไม่ได้...’
นั่นคือความคิดสุดท้ายของเขาก่อนตาย
เมื่อทั้งคู่เผชิญหน้ากัน หลงเฉินไร้รอยขีดข่วน ในขณะที่หวงเฟยหยางได้ตายไปแล้ว
หลี่หยานเฝ้ามองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้างุนงง เขาคิดว่าฝันไป แต่เมื่อลองหยิกตัวเองดูแล้วเขาก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริง
“โอ... สวรรค์ เด็กคนนี้ช่างท้าทายฟ้าดินเหลือเกิน...”
หลี่หยานหุบปากเงียบและไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
ขณะที่หลงเฉินหันกลับมา หลี่หยานรู้สึกขนหัวลุกทันที แต่ถึงกระนั้นหลงเฉินเพียงพูดออกมา
“ดูเหมือนเจ้าจะมีไหวพริบพอตัวเลยนี่...”
หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้วุ่นวายกับหลี่หยานอีก และใช้เวลาเพียงชั่วครู่ในการจัดการเก็บร่างของหวงเฟยหยาง ผู้คุมกฎชิน และผู้คุมกฎซื่อเข้าไปในถุงมิติ ขณะที่เขาจัดการกับร่างของหวงเฟยหยาง เขาถ่มน้ำลายลงไปด้วย
‘อยากจะฆ่าข้านักนี่? สมควรแล้วที่ต้องมาลงเอยเช่นนี้!’
เมื่อเกิดเสียงที่ทำลายความเงียบขึ้น หลงเฉินก็ตระหนักดีว่าเรื่องวุ่นวายก่อนหน้านี้ทำให้เหวินหยารู้ตัวเข้าแล้ว!
******************