[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    106 พี่ฉาว

    ป๋องแป๋ง ป๋องแป๋ง ป๋องแป๋ง


    เสียงกลองของเล่นดังออกมาจากชั้น 1 ของตึก จังหวะการสั่นกลองทำให้รู้ว่าคนที่กำลังสั่นคงมีอายุไม่ถึง 3 ขวบอย่างแน่นอนเพราะดูสะเปะสะปะเกินไป


    หญิงสาวแต่งตัวด้วยชุดลูกไม้โพกหัวด้วยผ้าขาวบางๆสวมทับแว่นตาดำค่อยๆชะโงกหน้าเข้าไปด้านในเพื่อดูว่ามีอะไรขวางกั้นอยู่หรือเปล่า


    เมื่อเห็นว่าร้านปลอดภัยไม่มีบอดี้การ์ดและตระกูลใหญ่มาดักรอเธอจึงค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปข้างในช้าๆ แต่ก็ถูกม่านพลังโปร่งใสกระแทกใบหน้าจนก้าวถอยหลังออกมาด้านนอก


    “ คุณลูกค้าเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ ”


    อ้ายเสินรีบวิ่งออกมารับลูกค้าหลังจากเฟยหลงบอกให้มาดูสมาชิกคนใหม่


    เมื่อเห็นว่ามีหญิงสาวแต่งตัวคลุมศีรษะทำราวกับว่ากำลังปลอมตัวหลบหนีจากบางสิ่งบางอย่างจึงมองด้วยความสงสัย จากเลเวลที่ตรวจสอบไม่ได้แล้วเขาจึงกลัวว่าจะเป็นมือสังหารที่ถูกส่งมา


    “ คุณมังกร เราจะรับเขาดีหรือเปล่า ทำไมผมรู้สึกกลัวเขาแปลกๆ ”


    อ้ายเสินกลัวว่าการรับอีกฝ่ายเข้ามาในร้านจะทำให้คนอื่นเกิดอันตรายจึงรอมังกรตัดสินใจ


    “ ฉันเข้าไปข้างในได้ไหมคะ ”


    อ้ายเสินยิ้มแห้ง มังกรยังไม่ตอบคำถาม มันยังคงกลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นมือสังหาร ขณะที่กำลังยืนยิ้มรอคำตอบจากเฟยหลงนี้เอง หญิงสาวข้างหน้าก็เริ่มฮัมเพลงเบาๆ


    เสียงของเธอที่ส่งออกมาดูนุ่มนวลชวนให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เพียงแต่ว่าเพลงที่กำลังร้องเป็นเพลงกล่อมเด็ก


    เมื่อเห็นว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายคือใครอ้ายเสินรีบวิ่งเข้าไปในร้านหวังจะพาคุณหนูขึ้นไปชั้น 2 ทันที


    “ มีใยเหยอ ”

    ป๋อ

    เป่าเป้ยน้อยเห็นว่าลุงอ้ายวิ่งเข้ามาอุ้มจึงถามด้วยความสงสัย ก่อนจะมองไปหน้าทางเข้าร้านพบว่ามีใครบางคนยืนอยู่


    อีกฝ่ายไม่กล้าเปิดหน้าให้ใครดูเพราะกลัวว่าจะนำปัญหามาให้ การมาในครั้งนี้สร้างปัญหามากพอแล้ว


    “ หยุดก่อนลุงอ้าย ”


    “ เป่าเป้ย พี่สาวคนนั้นอันตราย เหมือนที่เราเล่นกัน เธอจะทำให้เราถูกเล่นงานนะ ”


    “ ไม่ไม่ เธอไม่ตราย ” อ้ายเสินเริ่มอ้ำอึ้งมันไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี ทันใดนั้นเฟยหลังก็บินเข้ามายืนใกล้แล้วบอกให้มันวางเป่าเป้ยบนพื้นแล้วให้อีกฝ่ายเป็นลูกค้า


    อ้ายเสินจึงรีบทำตามหลังจากนึกขึ้นได้ว่าภายในร้านพวกเขาไม่ต่างจากพระเจ้า ทว่าเป่าเป้ยกลับเดินเตาะแตะตามมาใกล้ๆประตู เขาจึงให้ป๋อหลินเข้าไปขวางเอาไว้


    “ เอ๊ะ คุ้นจังเยย ”


    เด็กสาวเอียงคอด้วยท่าทางสงสัย มือน้อยๆยกขึ้นมาแตะปากราวกับกำลังคิดว่าเคยเห็นพี่สาวตรงหน้าจากที่ไหน ต่อให้จะปิดหน้าตาเธอกลับรู้สึกคุ้นไม่น้อย เพลงที่ร้องยังคุ้นหูอีกด้วย น้ำเสียงที่เอยออกมาเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน


    “ เป่าเป้ยเราเข้าไปข้างในก่อนเถอะนะ ”


    “ เป่าเป้ยอยากคุยกับพี่ฉาว ”


    “ งั้นรอให้พี่สาวเข้ามาในร้านก่อนนะ ”


    อ้ายเสินรีบลงทะเบียนแล้วพาหญิงสาวเข้ามาในร้าน ป๋อหลินจึงพาเป่าเป้ยเดินมาถึงกลางร้าน หากอีกฝ่ายต้องการอุ้มเป่าเป้ยออกไปจะต้องวิ่งไกลหน่อย ทว่าพวกเขากลับสงสัย เหตุใดหญิงสาวที่กำลังร้องเพลงถึงร้องไห้  แม้จะสวมแว่นตาดำเอาไว้ก็ตาม แสงภายในชั้น 1 สะท้อนเข้าไปข้างในทำให้รู้ว่าเธอมีน้ำตา


    เด็กน้อยลงจากอ้อมแขนของป๋อหลินค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆพี่สาวคนสวยที่กำลังนั่งคุกเข่า ก่อนที่เธอจะค่อยๆยื่นมือไปช่วยเช็ดน้ำตาพลางทำสีหน้าสงสัย


    “ ไม่ร้องนะ ป๊ะป๋าบอกว่าคนเก่งจะไม่มีวันร้องไห้ ไม่ร้องนะ ”


    เด็กสาวเข้ากอดอีกฝ่ายพร้อมกับพูดปลอบใจ ในระหว่างที่เธอแนบหูลงไปบนหน้าอกของอีกฝ่าย เสียงหัวใจกลับดูคุ้นเคยจึงค่อยๆหลับตาลง ภายใต้เสียงการเต้นของหัวใจและเสียงฮัมเพลงที่คุ้นเคยทำให้เด็กน้อยค่อยๆสงบลงก่อนที่เธอจะผลอยหลับไปในอ้อมกอดของหญิงสาวแปลกหน้า


    อ้ายเสินเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างหันมองเฟยหลงพลางเลิกคิ้วขึ้นสูง มันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วไม่รู้ด้วยว่าหญิงสาวตรงหน้าคือใคร


    “ คุณเฟยหลง สมาชิกคนนี้ชื่ออะไรเหรอ ”


    “ จินม่ายเหรอ ”


    อ้ายเสินลองนึกเผื่อเขาจะเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่แล้วจางเยว่กลับสะดุ้งแล้วเผลอหลุดตะโกนออกมา


    “ คุณหนูใหญ่ตระกูลเจียง! ”


    หญิงสาวหันมองคนที่รู้ตัวตนของเธอด้วยท่าทางตกใจ เธอไม่คิดว่าสมาชิกร้านจะคิดไปไกลจนรู้ว่าจินม่ายที่เธอเขียนลงไปห้วนๆ จะถูกโยงไปถึงคุณหนูตระกูลเจียงได้


    เพียงแต่ว่าเสียงของจางเยว่ดังไปไกลแล้วทุกคนจึงหันมองมาที่เธอราวกับเจอเรื่องที่น่าตกใจ


    ท่ามกลางสายตามากมายที่มองมากลับไม่มีใครส่งเสียงสร้างความสงสัยให้จินม่ายไม่น้อย  แม้จะแสดงท่าทางตกใจออกมาทุกคนกลับเงียบเสียง


    “ คุณหนูจินม่าย คุณมาทำอะไรที่นี่อย่างนั้นเหรอ ”


    อ้ายเสินอยากรู้สาเหตุที่คุณหนูของตระกูลใหญ่เดินทางเข้ามาในฟิตเนส หากเธอต้องการออกกำลังกายเขาจะจัดห้องพิเศษให้ ทว่าหญิงสาวตรงหน้าปฎิเสธด้วยการส่ายหน้าแล้วกอดเป่าเป้ยน้อยเอาไว้ ราวกับว่าจะไม่ยอมพรากจากเด็กสาวคนนี้ไปที่ไหนอีก


    “ สามีฉันอยู่ที่ไหนเหรอ ”


    ประโยคต่อมาสร้างความตกใจให้กับอ้ายเสิน ทุกคนที่อยู่ในอาการตะลึงเมื่อรู้ว่าคนจากตระกูลใหญ่เข้ามาในร้านต่างตกใจไม่แพ้กันเพราะไม่รู้ว่าสามีของคุณหนูตระกูลเจียงเป็นใคร


    สาเหตุที่พวกเขาตกใจก็เพราะว่าคุณหนูตระกูลเจียงไม่เคยมีข่าวแต่งงานมาก่อน มีเพียงแค่ข่าวว่าจะหมั้นกับตระกูลหานในเร็วๆนี้  แม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับการที่เธอเคยมีแฟนเก่าก็ตาม มันกลับเป็นเพียงข่าวลือที่ไม่มีใครหาหลักฐานมายืนยันได้ 


    “ คุณหนู ผมขอถามได้ไหมว่าใครเป็นสามีของคุณ พอดีสมาชิกของทางร้านเยอะมาก ”


    อ้ายเสินเป็นฝ่ายสอบถาม บนชั้นสองไม่มีลูกค้า VIP เลยเขาจึงอยากรู้ว่าสามีของคุณหนูตระกูลเจียงคือใคร เหตุใดเขาจึงมาแอบออกกำลังกายที่นี่โดยไม่บอก


    “ เฉินห่าวไม่อยู่เหรอ ”


    “ เออคือว่า ตอนนี้เถ้าแก่ไม่อยู่ร้าน แต่ใกล้จะกลับมาแล้วล่ะ มีธุระอะไรกับเถ้าแก่เหรอครับ ” อ้ายเสินเป็นคนตอบคำถาม หลังจากอีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องสนทนา เขาจึงไม่สนใจเรื่องสามีของคุณหนูตระกูลเจียง มันอาจจะเป็นการอำกันเล่นก็เป็นได้


    “ ฉันอยากจะเจอเขาสักหน่อย ”


    “ ผมไม่รู้ว่าเถ้าแก่จะกลับมาช่วงไหนด้วยสิ แต่ถ้าให้ผมเดาน่าจะเร็วๆนี้ หรือไม่ก็ภายในอาทิตย์นี้แหละ ”


    “ เขาไม่อยู่บ้านนานแล้วเหรอ ”


    ด้วยท่าทางอีกฝ่ายที่ดูเป็นมิตร อ้ายเสินจึงพยักหน้ารับ


    “ แล้วเขาไปที่ไหนเหรอ ทำไมกล้าทิ้งลูกเอาไว้คนเดียว ”


    “ เถ้าแก่เดินทางไปล่าครับ ส่วนเป่าเป้ยน้อยเขาฝากพวกเราให้ช่วยกันเลี้ยง แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ เรามีมอนสเตอร์สัตว์เลี้ยงตัวนี้ช่วยเหลือ มันสามารถชงนม ซักผ้า ทำอาหารสำหรับเด็ก อะไรที่พี่เลี้ยงทำได้ มันทำได้หมดเลยครับ ”


    จินม่ายเลิกคิ้วขึ้นสูงแล้วมองไปยังกิ้งก่า เพียงแต่ว่าเธอรู้สึกกลัวเมื่อสัมผัสถึงตัวตนที่อยู่ข้างในของมัน


    “ มังกร ”


    “ ใช่ครับมังกร คุณลูกค้าคงได้ข่าวมาสินะครับจึงรู้ว่ามันไม่ใช่กิ้งก่า หลายคนกว่าจะรู้ก็ปาไปหลายอาทิตย์เลยล่ะครับ ”


    “ งั้นฉันขออยู่กับลูกสักพักได้ไหม ”


    “ ลูก!? ”


    รอยหยักเผยกลางหน้าผากของอ้ายเสิน ป๋อหลินที่ยืนอยู่ด้านข้างแสดงสีหน้าไม่ต่างกัน พนักงานร้านทุกคนที่ได้ยินล้วนแล้วหันมองมาที่หญิงสาวที่กำลังอุ้มเป่าเป้ยน้อยเอาไว้ในอ้อมอก เมื่อครู่พวกเขาเหมือนจะได้ยินอะไรผิดไป


    เหล่าฮันเตอร์ที่รอต่อแถวออกกำลังกายหันมาให้ความสนใจเพราะคำว่าลูกเอ่ยออกมาจากปากของคุณหนูตระกูลเจียง


    “ เออ คุณจินม่ายน่าจะพูดว่าขอเล่นกับลูกเถ้าแก่ใช่ไหมครับ ”


    จินม่ายกระอักกระอ่วนหลังจากเผลอหลุดปากออกไป เธอไม่รู้จะทำตัวอย่างไร ใจหนึ่งเธอกลัวว่าการยอมรับเป็นแม่ของเด็กจะนำปัญหามาให้ อีกใจหนึ่งเธอก็อยากจะบอกทุกคนว่าเป็นแม่ของเด็กคนนี้


    แม้ตอนนี้ทุกคนจะรู้แล้วว่าเธอเป็นใคร แต่ยังไม่มีใครรู้จุดประสงค์ที่เธอเข้ามาในร้าน เธอจึงพยายามทำตามให้ราวกับว่าเป็นสมาชิกคนหนึ่งที่เข้ามาใช้งานเท่านั้น ยังไม่เปิดเผยความสัมพันธ์กับเถ้าแก่ที่นี่


    อ้ายเสินไม่ได้คะยั้นคะยอเขาทำเพียงพยักหน้าแล้วยิ้มปล่อยให้หญิงสาวอยู่กับเป่าเป้ยเพราะดูเหมือนว่าเด็กสาวตัวน้อยจะชอบพี่สาวคนนี้เหมือนกันเพราะไม่เคยมีใครที่เป่าเป้ยปีนขึ้นไปนอนหลับบนตักแบบนี้ มีเพียงคนเดียวที่เธอจะปีนขึ้นไปนอนคือศีรษะมังกรเฟยหลง


     “ วันนี้วันที่ 14 แล้วใช่ไหมป๋อหลิน พรุ่งนี้ก็วันที่ 15 แล้วสินะ ”


    อ้ายเสินเดินมาหน้าร้านพลางมองหาลูกค้าคนใหม่ ผ่านมาแล้ว 14 วันที่เถ้าแก่หายตัวไปโดยไม่ส่งข่าวติดต่อกลับมา พวกเขาจึงต้องเลี้ยงลูกสาวเถ้าแก่แทน นับเป็นประสบการณ์ที่วุ่นวายไม่น้อย ถึงอย่างนั้นกลับรู้สึกสนุก แต่ละวันพวกเขาจะต้องวางแผนตลอดว่าจะพาเป่าเป้ยออกไปเล่นที่ไหนดี


    ทันใดนั้นพวกเขาก็พบว่าเป่าเป้ยน้อยที่นอนมาทั้งวันลืมตาตื่นแล้ว อีกฝ่ายยังคงมองพี่สาวที่ขึ้นไปนอนบนตักด้วยดวงตาแป๋วแหววแต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสงสัยภายในนั้น


    “ มาม้าเหยอ ? ”


    เด็กสาวตัวน้อยใช้มือจิ้มที่ปากพลางเอียงคอด้วยท่าทางสงสัย ท่าทางของเธอทำให้อีกฝ่ายถอดแว่นตาออกแล้วเข้าไปกอดอย่างเอ็นดูอีกครั้ง นับเป็นเวลา 1 ปีแล้วที่เธอจากลูกสาวไป ตอนนั้นอีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กตัวน้อยๆไม่สามารถคลานได้เลยด้วยซ้ำ ความทรงจำในวัยเด็กส่วนมากขาดหาย แต่เด็กสาวตรงหน้ากลับจำเธอได้จนจินม่ายน้ำตาคลอ


    “ ใช่แล้วจ้ะ มาม้าเอง มาม้าของเป่าเป้ยไง หนูเป็นเด็กดีหรือเปล่าเอ่ย ”


    จินม่ายกลัวคนอื่นจะได้ยินจึงกระซิบกับเด็กสาว เพียงแต่ว่ารอบตัวของเธอกลับปรากฎม่านพลังคลุมทับจึงแสดงท่าทางตกใจเพราะคิดว่าผู้อาวุโสตามมาพบ  แต่เมื่อมองออกไปรอบๆพบว่าคนอื่นๆมีม่านพลังคลุมทับเช่นกันเธอจึงรู้ว่ามันคือพลังที่ใช้ปิดกั้นเสียง


    “ เป่าเป้ยเป็นเด็กลี ป๊ะป๋าบอกว่าเป่าเป้ยเป็นเด็กลีมากๆย้วย ”


    “ เหรอจ๊ะ คิดถึงมาม้าไหมเอ่ย ” เด็กสาวใช้นิ้วจิ้มแก้มของตนเองราวกับกำลังคิดบางอย่าง 


    จินม่ายเห็นท่าทางลูกสาวรู้สึกเอ็นดูมาก จากพัฒนาการของเธอดูท่าจะรวดเร็วกว่าเด็กคนอื่นๆ


    “ คิดถึงมักมัก ”


    “ คิดถึงมากๆเลยเหรอ ไหนขอแม่หอมหน่อย ”


    เด็กสาวเอียงแก้มให้ผู้เป็นแม่หอมจนครบสองข้างแล้วขอหอมแก้มแม่ทั้งสองข้างเช่นเดียวกัน 


    แต่แล้วจินม่ายกลับแสดงสีหน้าลำบากเมื่อพบว่าแสงจากข้างนอกหมดลงไปแล้ว การอยู่ที่นี่นานเกินไปอาจจะทำให้เกิดอันตราย ซึ่งเธอไม่รู้เช่นกันว่าตอนนี้มีคนรู้ว่าเธอหายไปแล้วหรือยัง


    “ จาไปแย้วเหยอ  ” เด็กน้อยทำหน้าเศร้า ดวงตาทั้งสองเหมือนจะร้องไห้ออกมา


    จินม่ายเห็นท่าทางของลูกสาวทำเพียงกัดฟันอดทนอดกลั้น เธอไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานเพราะอันตรายจะมาเยือน


    “ จะไปแล้วจ้ะ ฝากบอกป๊ะป๋าด้วยนะว่าแม่มาหาแล้วอย่าไปบอกใครล่ะว่าแม่มาหานะ ”


    เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงึก แม้จะตัวเล็กเฟยหลังกับลุงอ้ายกลับสอนหลายอย่างทำให้รู้ความหมายที่อีกฝ่ายแสดงออกมา


    “ นอนด้วยกันได้ไหม ”


    “ นอนไม่ได้จ้ะ ถ้ามีโอกาสแม่จะกลับมาอีกนะ เป่าเป้ยช่วยดูแลคุณพ่อด้วยนะ ”


    เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงึกแล้วสั่นกลองป๋องแป๋งบอกลาผู้เป็นแม่ จนอีกฝ่ายเดินออกจากร้านไป


    อ้ายเสินไม่รู้ว่าทำไมเป่าเป้ยจึงแสดงสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ เขาจึงเข้ามากอด ดูเหมือนว่าเป่าเป้ยจะชอบพี่สาวที่เข้ามาไม่น้อยจนร้องไห้เมื่อต้องจากกัน


    “ ป๊ะป๋าใกล้มายังเหยอ ”


    “ ป๊ะป๋าเป่าเป้ยใกล้จะกลับแล้วครับ เล่านิทานอีก 2 ครั้งก็น่าจะกลับมาแล้ว ”


    เด็กสาวหันมองประตูทางออกอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะเช็ดน้ำตาแล้วสั่นกลองป๋องแป๋งต่อ เธอยังไม่ได้แนะนำตุ๊กตาให้แม่รู้จักเลย อีกฝ่ายกลับจากไปเสียก่อน


    เฟยหลงเห็นว่าได้เวลาอาหาร มันจึงขยายส่วนหัวแล้วพาคุณหนูกลับขึ้นข้างบน เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้มันตกใจไม่แพ้กันเพราะภรรยาของเถ้าแก่กลับมา  มันไม่รู้จักอีกฝ่าย แต่เรื่องที่ทำให้เถ้าแก่มีปัญหามากที่สุดคือเรื่องเกี่ยวกับภรรยา มันจึงพอจะรู้ว่าเธอเป็นใครหลังจากสมัครสมาชิกเลยคอยอำนวยความสะดวกให้