มองท่าทางหดหู่ของเสิ่นจื่อโยวโม่จื่อเซวียนก็ทำใจร้ายไม่ลง
“อันที่จริงก็ใช่ว่าจะไม่สามารถแก้ไขได้ทุกสรรพสิ่งไม่เที่ยงแท้จึงย่อมมีหนทางถึงแม้ตามตำนานจะกล่าวว่ารากแก่นิญญาที่มิใช่ธาตุใดจะเป็รากแก่นิญญาที่ไร้ประโยชน์ที่สุดทว่าหากสำเร็จถึงเงื่อนไขบางประการก็ไม่แน่ว่าอาจแปรเปลี่ยนเป็รากแก่นิญญาที่แข็งแกร่งที่สุด”โม่จื่อเซวียนกล่าวปลอบประโลม
“เงื่อนไข? เงื่อนไขอะไร”
“รากแก่นิญญาที่มิใช่ธาตุใดถูกขนานว่าเป็‘รากแก่นิญญาที่ไร้ประโยชน์ที่สุด’ นั่นเพราะรากแก่นิญญาประเภทนี้ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรคาถาอาคมใดๆ ได้ และด้วยเหตุนี้มันจึงมีความสามารถในการซึมซับพลังได้มากที่สุดหากสามารถค้นพบเทหิญญาระดับเก้าของหนึ่งในธาตุทองคำ ไม้ น้ำ ไฟดินอย่างใดอย่างหนึ่ง และได้รับการปรับสมดุลด้วยยาชะล้างไขกระดูกหลอมเส้นเอ็นแล้วก็จะสามารถรับพลังของธาตุนั้นได้กระทั่งว่าหากสามารถรวบรวมเทหิญญาระดับเก้าได้ครบทั้งห้าธาตุก็สามารถเปลี่ยนเป็ปรมาจารย์ปราณิญญาทุกสรรพธาตุที่หมื่นปียากจะพานพบได้”
เสิ่นจื่อโยวสำลักก่อนกล่าว“ยังไม่ต้องกล่าวถึงทั้งห้าธาตุ เพียงธาตุเดียวข้าก็ยังหาไม่พบ? ทุกเทหิญญาระดับเก้าล้วนเป็สิ่งล้ำค่าที่ทุกคนต่างหมายปองเป็สิ่งที่สามารถพานพบแต่ไม่อาจไขว่คว้า หากพบแล้วก็จะถูกผู้มีอำนาจเก็บกักไว้แอบซ่อนในหอสูงแล้วข้าจะไปหาจากที่ใด”
เสิ่นจื่อโยวแหงนหน้ามองฟ้าน้ำตาคลอเบ้ากล่าวแล้วก็เสมือนไม่ได้กล่าว...
โม่จื่อเซวียนหยิกแก้มของเสิ่นจื่อโยวเขาเอ่ยว่า “อย่างน้อยก็ยังมีความหวังมิใช่หรือ”
เอาเถิดเสิ่นจื่อโยวกล้ำกลืนน้ำตาแห่งความน่าสมเพชลงไปเงียบ ๆ นางปลอบประโลมตนเองหากไร้หนทางจริงนางก็ตั้งใจขีดเขียนยันต์ของตนไปแล้วกัน
เพราะอย่างไรการสร้างยันต์ก็ไม่มีขีดจำกัดว่าต้องมีแก่นรากิญญาของธาตุใด
โม่จื่อเซวียนเคาะหน้าผากนางเบา ๆ แล้วกล่าว“ไม่เชื่อคำพูดข้าหรือ”
“เชื่อ...”เสิ่นจื่อโยวพูดอย่างไร้เรี่ยวแรง นางเผยอเปลือกตาขึ้นแล้วเอ่ยถาม “จะว่าไปดูท่านมั่นใจเหลือเกินว่าพวกที่รากแก่นิญญาไม่ใช่ธาตุใดยังมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็รากแก่นิญญาทุกสรรพธาตุได้หรือว่ารากแก่นิญญาทุกสรรพธาตุของท่านก็แปรเปลี่ยนมาจากรากแก่นิญญาที่มิใช่ธาตุใด”
“ไม่ใช่ รากแก่นิญญาทุกสรรพธาตุของข้ามีมาโดยกำเนิด”โม่จื่อเซวียนกล่าวแทงใจอีกครั้ง
เสิ่นจื่อโยว “...”
คนบางคนเกิดมาเพื่อสร้างความชอกช้ำให้กับผู้อื่นจริงๆ
ทว่าพี่ชายท่านนี้ท่านยังไม่เคยประสบกับเหตุการณ์นี้ก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าผู้ที่รากแก่นิญญามิใช่ธาตุใดมีโอกาสที่จะแปรเปลี่ยนเป็รากแก่นิญญาที่แข็งแกร่งที่สุดนี่ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือสักเท่าไร
เสิ่นจื่อโยวกุมขมับอย่างจนปัญญา
“เอาล่ะ ฟ้าใกล้สว่างแล้วข้าจะส่งเ้ากลับไปพักผ่อน” โม่จื่อเซวียนกล่าวแล้วก็โอบเอวของเสิ่นจื่อโยวไว้
ถึงจะมีประสบการณ์จากขามา ทว่าในขณะที่ภาพเบื้องหน้าเสิ่นจื่อโยวเปลี่ยนเป็ดำมืดใกล้เข้าสู่ความหลับใหลนั้นนางก็อยากจะฟาดโม่จื่อเซวียนสักฝ่ามือแม้ว่าเขาจะถือเป็ผู้มีบุญคุณของตนก็ตาม
ทำให้นางไม่สลบไม่ได้หรือ?!
เมื่อเสิ่นจื่อโยวฟื้นขึ้นมาอีกครั้งท้องฟ้าก็สว่างจ้าแล้วแขกที่ไม่ได้รับเชิญเมื่อคืนวานหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
นางรู้สึกคล้ายตนเองตื่นขึ้นจากความฝันดูไม่เหมือนความจริง
ทว่าไม่นานนางก็พบกระดาษแผ่นเล็ก ๆ แผ่นหนึ่งข้างหมอนบนนั้นมีตัวอักษรงดงาม เป็การยืนยันว่า ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ ท่านนั้นมีตัวตนอยู่จริง
เสี่ยวโยวเอ๋อร์ข้าไปแล้วนะ จะแอบบอกกับเ้าเื่หนึ่ง เพียงไม่นานเ้าก็จะได้พบกับเทหิญญาระดับเก้าชนิดหนึ่งจงคิดหาวิธีมันเถอะ ส่วนเ้าก็อย่าได้คิดถึงข้าจนเกินไป
มุมปากของเสิ่นจื่อโยวกระตุกนางขยำกระดาษแผ่นนั้นเป็ก้อนกลมก่อนจะโยนลงกับพื้น
ตื่นนอน ล้างหน้าล้างตา ฝึกฝนตน!
มีเพียงระดับการบำเพ็ญเพียรของนางสูงขึ้นเท่านั้นนางจึงจะสามารถสร้างยันต์ที่มีพลังอำนาจสูงกว่านี้ได้
แต่เสิ่นจื่อโยวไม่ทันสังเกตว่าหลังจากที่นางโยนกระดาษทิ้งลงบนพื้นไม่นานกระดาษแผ่นนั้นก็ค่อย ๆ เผาไหม้เปลี่ยนเป็กองเถ้าสีดำ
• • •
รุ่งอรุณนี้ถูกกำหนดให้เป็เช้าที่ไม่สงบสุขั้แ่เช้าตรู่เสิ่นเชียนซีก็วิ่งไปร้องห่มร้องไห้ที่เรือนของบิดามารดาเล่าให้พวกเขาฟังว่าเมื่อคืนเสิ่นจื่อโยวรังแกนางมากมายทั้งยังทำให้ตนต้องสูญเสียสาวใช้ข้างกายไปคนหนึ่ง
เป็ไปตามคาด เสิ่นอี้กวงโมโหอย่างรุนแรงเขาตบโต๊ะที่อยู่ด้านข้างจนแหลกละเอียด ส่วนพันไป๋เหอนั้นยังคงแสดงท่าทีเช่นที่ผ่านมานั่นคือแสร้งปั้นท่าอ่อนโยนกล่าววาจาเกลี้ยกล่อมด้วยท่าทีห่วงใยภายนอกพูดอ้อนวอนแทนเสิ่นจื่อโยวทว่าความจริงแล้วกลับเป็การยั่วยุอารมณ์โกรธของเสิ่นอี้กวงให้โหมกระหน่ำยิ่งขึ้นเพื่อให้เขาลงโทษเสิ่นจื่อโยวให้หลาบจำ
ต้องรู้ว่าเสิ่นเชียนซีเป็สิ่งล้ำค่าในหัวใจของพันไป๋เหอครั้นเห็นบุตรสาวกล่าวเสียงสะอื้นน้ำตานองหน้ามีท่าทีเจ็บช้ำเสียใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนพันไป๋เหอก็ปวดใจแทบไม่ทันแล้วนางจะร้องขอความเมตตาแทนเสิ่นจื่อโยวด้วยความจริงใจได้อย่างไร
นางกล่าวพลางก้มศีรษะต่ำใช้ผ้าเช็ดหน้าปกปิดความเกลียดชังในแววตา
แล้วก็ไม่ผิดจากที่คาด หลังจากคำกล่าวของพันไป๋เหอโทสะบนใบหน้าของเสิ่นอี้กวงนอกจากจะไม่ลดน้อยลงแล้วกลับยิ่งเพิ่มทวีเขาลุกขึ้นเตะโต๊ะน้ำชาที่อยู่เบื้องหน้าจนล้มลง “ไม่ต้องขอร้องแทนสตรีชั่วนั่นอีกแล้ว!ข้าจะไม่ยอมอ่อนข้ออีกต่อไป เมื่อก่อนโง่เขลาสติไม่สมประดีก็ช่างเถิดไม่ง่ายเลยกว่ายามนี้จะเปลี่ยนเป็ปกติแต่นี่นางกลับเริ่มรู้จักรังแกน้องสาวของตนแล้ว หากปล่อยปละละเลยไปจะเป็อย่างไร?! องครักษ์ตามข้าไปจับหญิงสารเลวผู้นั้นมาลงโทษตามกฎตระกูล!”
คำสั่งของผู้นำตระกูลแน่นอนว่าย่อมมีประสิทธิผลเพียงพริบตาเบื้องหน้าเสิ่นอี้กวงก็มีบ่าวไพร่พร้อมโซ่ตรวนยืนเรียงสองแถวดูจากลักษณะท่วงท่าแล้วหากผู้ที่ไม่รู้เื่ราวย่อมคิดว่าพวกเขากำลังไปจับนักโทษหลบหนี
ทว่าโชคชะตาคนกำหนดไม่เท่าฟ้าลิขิตเขายังไม่ทันออกคำสั่ง ถัดไปด้านนอกก็มีเสียงสูงแหลมดังขึ้น
“ราชโองการ ท่านเสนาบดีฝ่ายขวาเชิญรับราชโองการ”
เสิ่นอี้กวงรีบก้าวฝีเท้ากระชั้นวิ่งออกไปคุกเข่าลง
“ขอฝ่าาทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆปี”
กงกงผู้มาเยือนเปิดราชโองการ“ด้วยโองการแห่ง์ ฮ่องเต้จึงทรงมีราชโองการ เทศกาลไหว้พระจันทร์ย่างเข้าใกล้ทั่วทุกสารทิศสงบสุข คืนนี้จะจัดงานเลี้ยงในวังหลวงเพื่อรับรองขุนนางทุกท่านจบราชโองการ ท่านเสนาบดีเสิ่นเชิญรับราชโองการ”
“ขอบพระทัยฝ่าากระหม่อมน้อมรับราชโองการ”
หลังจากเสิ่นอี้กวงรับราชโองการแล้วกงกงผู้นั้นก็ตั้งใจเดินมาหยุดข้างกายเขาก่อนกระซิบ “ฮ่องเต้ทรง้าพบบุตรสาวทั้งสามของท่านคืนนี้จงพาเข้าไปด้วยกันเถิด”
“ได้ขอรับ ขอบคุณกงกงเป็อย่างยิ่ง”เสิ่นอี้กวงรีบยัดเงินให้แก่เขา
รอจนเมื่อกงกงจากไปแล้วเสิ่นอี้กวงถึงได้ตบศีรษะตนเองเพื่อเรียกคืนสติ...
เขาไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่ บุตรสาวทั้งสาม?! นี่มิได้หมายถึงหญิงสารเลวผู้นั้นด้วยหรือ?!
เป็ที่รู้โดยทั่วกันว่าบุตรสาวคนโตของท่านเสนาบดีฝ่ายขวาเป็คนสติวิปลาสที่ทั้งอัปลักษณ์และไร้ประโยชน์เพียงได้พบก็แทบอยากเอาน้ำล้างตา เหตุใดฝ่าาจึงทรงมีพระราชดำริเช่นนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหันให้เขาพาบุตรสาวคนโตผู้นี้ไปด้วย?
เสิ่นอี้กวงงุนงงอดตกอยู่ในภวังค์ไม่ได้
“ท่านพี่ เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ” พันไป๋เหอเห็นเสิ่นอี้กวงจิตใจเลื่อนลอยจึงอดถามไม่ได้
“คืนนี้ฮ่องเต้ทรงจัดงานเลี้ยงในวังหลวงเพื่อเลี้ยงรับรองเหล่าขุนนางพระองค์ยังทรงกำชับให้ข้าพาบรรดาบุตรสาวไปด้วย”
“พาไปด้วยก็ดีเหล่าองค์ชายทรงเติบใหญ่กันหมดแล้วไม่แน่ว่านี่อาจเป็การคัดสรรพระชายาให้แก่บรรดาองค์ชาย” พันไป๋เหอกล่าวอย่างดีใจ
บุตรสาวของนางยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ต้องได้อภิเษกสมรสกับองค์ชายเป็แน่ไม่แน่ว่ากาลข้างหน้าอาจได้ขึ้นเป็ฮองเฮา
“ปัญหาก็คือฮ่องเต้ทรงกล่าวถึงบุตรีทั้งสามนั่นหมายถึงเสิ่นจื่อโยวก็ต้องไปด้วย”
“อะ...อะไรนะ” พันไป๋เหอเองก็ตะลึงงัน
เสิ่นเชียนซีฟังอยู่อีกด้านั์ตาฉายประกายสว่างวาบ มุมปากยกยิ้มก่อนกล่าว “ในเมื่อฝ่าาทรงมีรับสั่งถึงนางเช่นนั้นการให้นางไปด้วยจะเป็อะไรไปเ้าคะ”
คนอัปลักษณ์เช่นเสิ่นจื่อโยวไปแล้วก็มีแต่จะเป็ที่ขบขัน
ทันทีที่คิดถึงภาพเสิ่นจื่อโยวถูกหัวเราะเหยียดหยันถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยว ในใจของเสิ่นเชียนซีก็เกิดความคิดชั่วร้าย
หญิงอัปลักษณ์ก็คือหญิงอัปลักษณ์แม้จะเปลี่ยนเป็เฉลียวฉลาดแล้วก็ยังคงเป็หญิงอัปลักษณ์นางจะทะยานโผบินขึ้นสู่ยอดกิ่ง แปลงร่างเป็พญาหงส์ได้หรือ