มหาวิทยาลัยเหยียนหลง
ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาทางตอนเหนือของเมืองหลวงหลงกั๋ว
อาคารเรียนมากมายเรียงรายทั้งศาลาหอคอย อาคารสูงตระหง่านผสมผสานความงามแบบโบราณและความทันสมัยเข้ากันได้อย่างลงตัวก่อเกิดเป็นความงามลึกลับชวนตะลึง
แม้จะถูกเรียกว่ามหาวิทยาลัยแต่กลุ่มอาคารที่ตั้งอยู่ในภูเขานี้กลับกินพื้นที่กว้างขวางไม่แพ้เมืองขนาดเล็กเลยทีเดียว
ที่แห่งนี้มีประชากรอาศัยอยู่ถาวรราวสองล้านคนโดยมีจำนวนคณาจารย์และนักศึกษาเกือบหนึ่งพันคนส่วนที่เหลือล้วนเป็นผู้ที่คอยให้บริการแก่เหล่าอัจฉริยะและผู้แข็งแกร่งทั้งหลาย
ใจกลางของกลุ่มอาคารแห่งนี้มีหอคอยสูงกว่าสามร้อยเมตรตั้งตระหง่านราวกับคมดาบที่แทงทะลุฟ้า
นี่คืออาคารเรียนหลักของมหาวิทยาลัยเหยียนหลง‘หอคอยนิรันดร์’ นั่นเอง
มันไม่เพียงเป็นสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่แต่ยังเป็นป้อมปราการแห่งสงครามระดับที่เกินจะจินตนาการได้
ตลอด700ปีนับตั้งแต่เจตจำนงแห่งสวรรค์ตื่นขึ้นมาหอคอยนิรันดร์ได้ปรากฏกายขึ้นในสนามรบแห่งพิภพสวรรค์นับครั้งไม่ถ้วนบดขยี้ศัตรูนับไม่ถ้วนเพื่อหลงกั๋วและดาวเคราะสีน้ำเงิน
พื้นผิวของมันเต็มไปด้วยรอยดำนับไม่ถ้วนรวมถึงร่องรอยการต่อสู้ที่พาดผ่านล้วนเป็นเหรียญตราแห่งเกียรติยศที่ส่องประกายหลังการต่อสู้แต่ละครั้ง
แม้เพียงยืนมองใกล้ๆก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเลือดและไฟที่อบอวล
ในตอนนี้
ตึงตึง ตึง!!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่ชั้นบนสุดของหอคอยนิรันดร์
“เชิญ!”
เสียงอันอบอุ่นดังขึ้นเมื่อมู่หว่านอิ๋งอาจารย์ระดับหนึ่งผู้เป็นอาจารย์แนะแนวได้ผลักประตูเข้ามายังโต๊ะทำงานอันกว้างขวาง
“ท่านคณบดี!”
เธอเฝ้ามองร่างที่กำลังขะมักเขม้นเขียนหนังสืออยู่บนโต๊ะทำงานแล้วเอ่ยทักทายอย่างระมัดระวัง
“มาแล้วเหรอ!”
คณบดีได้ยินดังนั้นจึงวางปากกาในมือลงแล้วเงยหน้าขึ้นเผยรอยยิ้มอ่อนโยน
ชายผู้นี้มีอายุราวสามสิบปีรูปร่างหน้าตาธรรมดา สายตาอบอุ่น ดูแล้วไม่สะดุดตาเป็นพิเศษ
แต่ภายใต้สายตาอันอบอุ่นนี้ไม่ว่ามู่หว่านอิ๋งจะมาที่นี่กี่ครั้ง เธอก็ยังคงรู้สึกประหม่าหรือจะเรียกได้ว่านอบน้อมเป็นพิเศษ
ท่านคณบดีผู้นี้คือผู้แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นแปดที่มีบทบาทสำคัญในหลงกั๋วชื่อเสียงของ ‘อัศวินโลหิต’ ก้องกังวานไปทั่วสมรภูมิพิภพสวรรค์เขาคือบุคคลผู้ผ่านการสังหารมานับไม่ถ้วน!
“ท่านคณบดี วันนี้เป็นวันรายงานตัวนักศึกษาใหม่ฉันมารับรางวัลของนักศึกษาใหม่หวังเฉินค่ะ”
เมื่อความคิดสงบลงแล้วมู่หว่านอิ๋งจึงกล่าวด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
“หวังเฉิน?”
“ลูกสัตว์อสูรยักษ์นั้นไม่ต้องรีบร้อนนักเล่าเรื่องเจ้าหนุ่มน้อยคนนี้ให้ฉันฟังหน่อยฉันต้องการความเห็นที่ตรงไปตรงมาที่สุดจากคุณ”
คณบดีได้ยินดังนั้นก็ดูเหมือนจะสนใจเอนหลังพิงเก้าอี้พลางมองมู่หว่านอิ๋งอย่างอ่อนโยน
“เขาอัจฉริยะเหนือโลกค่ะ!”
มู่หว่านอิ๋งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม
“ฉันไม่เคยเห็นนักเรียนคนไหนที่เชี่ยวชาญเทคนิคการต่อสู้ได้ถึงขีดสุดในวัยนี้ราวกับมันหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของสัญชาตญาณในร่างกายเลยค่ะ”
“แล้วมังกรของเขาล่ะ?”
“แม้ว่าครั้งนี้ฉันจะยังไม่เห็นมังกรน้ำแข็งตนนั้นออกมาต่อสู้แต่จากพลังที่หวังเฉินแสดงให้เห็น…” มู่หว่านอิ๋งเว้นช่วงไปครู่หนึ่งด้วยสีหน้าตกตะลึงแล้วกล่าวต่อว่า “น่าจะเป็นสัตว์อสูรเทพบรรพกาลระดับจักรพรรดิขึ้นไปเลยค่ะ!”
“ระดับจักรพรรดิ?”
เมื่อได้ยินดังนั้นดวงตาของคณบดีก็พลันมีประกายไฟฟ้าแลบแปลบปลาบราวกับมีสายฟ้ากำลังก่อตัวอยู่เบื้องหลัง
“ช่างเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!”
“เขามาถึงแล้ว…”
รอยยิ้มบนใบหน้าของคณบดีกว้างขึ้นสายตาพลันหันไปมองนอกห้องราวกับจะทะลุสิ่งกีดขวางมากมายมองเห็นสิ่งที่ทำให้เขายินดี
“ไปเถอะ มอบสัตว์อสูรยักษ์ให้เขา แล้วบอกเขาด้วยว่าหากมีอะไรสงสัยสามารถมาถามฉันได้ที่นี่”
“นี่…”
เมื่อได้ยินคำพูดแฝงนัยของคณบดีมู่หว่านอิ๋งก็ตกตะลึง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่ออย่างยิ่ง
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะถามรายละเอียดพลังเวทมนตร์สายหนึ่งก็เปล่งประกาย แล้วเธอก็ถูกส่งตัวออกจากห้องทันที
...
ด้านหน้ามหาวิทยาลัยเหยียนหลง
“นี่คือมหาวิทยาลัยเหยียนหลงเหรอ?”
“ให้ความรู้สึกว่าใหญ่กว่าเมืองตงหลิงของเราซะอีก!”
ซือถูอวี้พึมพำกับตัวเองหน้าตาท่าทางดูราวกับบ้านนอกเข้ากรุง
ด้านข้างหวังเฉินเองก็มีสีหน้าเหม่อลอยเล็กน้อย
กลุ่มอาคารอันยิ่งใหญ่แห่งนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่จนมองไม่เห็นสุดขอบเขตด้วยตาเปล่า
สิ่งที่เรียกว่าเมืองมหาวิทยาลัยในชาติก่อนของเขานั้นเปรียบเทียบกับที่นี่แล้วก็แค่เศษเสี้ยว!
เมื่อคิดว่านี่จะเป็นที่ที่เขาจะใช้ชีวิตอยู่ไปอีกสามปีเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
“น่าตกตะลึงใช่ไหมล่ะ?”
ในตอนนี้เสียงผู้หญิงใสๆ ก็ดังขึ้นจากด้านข้าง อาจารย์แนะแนว มู่หว่านอิ๋งมาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
“ยินดีต้อนรับพวกเธอสู่มหาวิทยาลัยเหยียนหลง!”
“สวัสดีครับ/ค่ะ อาจารย์มู่!”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายหวังเฉินและซือถูอวี้ก็รีบทักทายอย่างสุภาพ จากนั้นก็มองสำรวจอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
ทั้งสองคนได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเหยียนหลงมาบ้างในช่วงสองสามวันนี้จึงทราบดีว่าอาจารย์ผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนคนนี้คืออาจารย์ระดับหนึ่งผู้แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นห้า
การที่เธอออกมาต้อนรับด้วยตัวเองเช่นนี้พวกเขารู้สึกเกรงใจเหลือเกิน
“บังเอิญเจอกันพอดี งั้นฉันถือโอกาสพาพวกเธอไปลงทะเบียนเลยก็แล้วกัน”
“จะได้ไม่โดนพวกรุ่นพี่ตัวร้ายเล่นงานเอา”
มู่หว่านอิ๋งอธิบายสั้นๆแล้วหันหลังพาคนทั้งสองเดินเข้าไปในโรงเรียน
โดนเล่นงาน?
หวังเฉินที่เดินตามหลังมาหัวเราะหึๆในใจ แน่นอนว่าไม่ว่าจะที่ไหน ก็หนีไม่พ้นการที่รุ่นพี่‘แสดงความรัก’ ต่อรุ่นน้องหรอก
“สวัสดีครับอาจารย์มู่!”
ในเวลานั้นมู่หว่านอิ๋งพาคนทั้งสองมาถึงจุดลงทะเบียนภายในประตูของมหาวิทยาลัยนักเรียนสามคนซึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะก็รีบลุกขึ้นยืนทักทายอย่างนอบน้อม
นักเรียนทั้งสามคนเป็นชายสองหญิงหนึ่งอายุไม่เกินยี่สิบปี และทุกคนมีพลังระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นสามแล้ว
“อาจารย์มู่คะ แบบนี้มันไม่ดีเลยนะคะ คะแนนหน่วยกิตแค่จิ๊บๆแบบนี้ก็ยังไม่เว้น”
เมื่อมู่หว่านอิ๋งเดินมาใกล้เด็กสาวในสามคนก็เผยสีหน้าไม่พอใจออกมา
“เอาล่ะ! ฉันก็แค่ผ่านมาพอดี ไม่ได้จะมาแย่งหน่วยกิตของพวกเธอหรอก”
มู่หว่านอิ๋งมองเด็กสาวอย่างหงุดหงิด
เด็กสาวได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟังหยิบแบบฟอร์มลงทะเบียนขึ้นมา แล้วจ้องมองหวังเฉินตาไม่กะพริบ
หล่อมาก!ดูเหมือนว่าตำแหน่งหนุ่มฮอตประจำมหาวิทยาลัยในปีนี้คงต้องเปลี่ยนคนแล้ว
“สวัสดีจ้ะรุ่นน้อง รบกวนกรอกข้อมูลส่วนตัวด้วยนะจ๊ะ!”
“สวัสดีครับรุ่นพี่!”
หวังเฉินพยักหน้าอย่างสุภาพกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนแล้วยื่นกลับไป
“หวังเฉิน?!!!”
รุ่นพี่ปีสองที่ตั้งใจจะแอบจดข้อมูลติดต่อได้เห็นชื่อบนแบบฟอร์มลงทะเบียนก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
ไม่น่าแปลกใจเลยที่อาจารย์มู่ถึงได้พาเขามาลงทะเบียนด้วยตัวเอง
ที่แท้ก็คือผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์ผู้ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรเทพบรรพกาลนั่นเอง!
“รุ่นน้อง มีแฟนหรือยังคะ?” รุ่นพี่ปีสองมองหวังเฉินดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ
นี่คือผู้แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นเจ็ดในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย!
“รุ่นพี่คะ ของฉันกรอกเสร็จแล้วค่ะ!”
ยังไม่ทันที่หวังเฉินจะพูดซือถูอวี้ก็เบียดเข้ามาด้วยความไม่พอใจจ้องมองรุ่นพี่สาวด้วยท่าทางดุดันราวกับเสือดาวตัวน้อยที่ถูกรุกรานอาณาเขต
น่าโมโหชะมัด!
ทำไมถึงทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนแบบนี้ล่ะ?
แต่รุ่นพี่ปีสองกลับไม่สนใจรับแบบฟอร์มลงทะเบียนอย่างขอไปที สายตายังคงจ้องมองหวังเฉินไม่วางตาราวกับติดหนึบอยู่บนตัวเขา
ไม่รู้ว่ารุ่นน้องจะรังเกียจไหมถ้ามีแฟนเพิ่มอีกคน?
เมื่อเห็นฉากนี้รุ่นพี่ปีสองอีกสองคนข้างๆ ก็เผยรอยยิ้มขมขื่นในใจ อดไม่ได้ที่จะอิจฉา
ผู้หญิงคนนี้ช่างตื้นเขินเสียจริง
จำเป็นต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ?
รุ่นน้องคนนี้ก็แค่หล่อกว่าพวกเรานิดหน่อยเท่านั้นเอง!