เสี่ยวเทียนลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้เขาอยู่ในห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง ภายในห้องมีวัยรุ่นเด็กชายเช่นเขาอีก 4 คน นอนกับพื้นบ้าง นั่งสมาธิบ้าง เสี่ยวเทียนหันมามองสำรวจตัวเอง มองแขนขาร่างกายยังเป็นของเขาอยู่ แต่พลังขั้นเซียนสวรรค์นั้นกลับไม่มีแล้ว มีพลังแค่ระดับขั้นปราณพรหมเทพ ระดับกลางเท่านั้น แถมยังมีรอยแผลเป็นอยู่เต็มตัวไปหมด ผิวพรรณดำคล้ำ หยาบกร้าน กระดูกที่เคยเป็นกระดูกทองคำ กายาอมตะ ก็เป็นเพียงแค่ กระดูกมนุษย์ธรรมดา กายาไม่เป็นอมตะอีกแล้ว เสี่ยวเทียน หลับตาทบทวนหลอมรวมชีวิต ที่ผ่านมาของร่างในโลกนี้ว่าเป็นอย่างไร ผลปรากฏว่า โลกของหยกมังกรฟ้าแผ่นแรก เสี่ยวเทียนใช้ชื่อว่าเฉินเสี่ยวเทียนเช่นเดิม
แต่ว่าที่ผ่านมาเขาเป็นเด็กกำพร้า พ่อขายพุทราเชื่อมอยู่ที่หน้าบ้านขุนนาง ถูกพวกนักฆ่ากวาดล้างคนในบ้านขุนนางจึงพลอยโดนลูกหลงไปด้วย ส่วนตัวเขาวัยเพียง 8 ปี อยู่กับพ่อในวันนั้น เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอด แต่ถูกพวกนักฆ่า จับมาที่เกาะแห่งนี้ เพื่อฝึกตนให้เป็นนักฆ่ารุ่นต่อไป และบัดนี้เด็กน้อยวัย 8 ปีก็มอายุครบ 16 ปีแล้ว เสี่ยวเทียนถอนหายใจยาวๆ ออกมา
“ ไม่รู้ว่าต้องทำภารกิจอะไรกันแน่ แก้แค้นรึ? ไม่น่าจะใช่ อาจารย์นะอาจารย์ให้ข้ามาฝึกแบบนี้ ยากเกินไปหรือเปล่า?”
เสี่ยวเทียนเปิดตาขึ้นมา พบเพื่อนๆ อีก สี่คนที่ถูกจับมาด้วยกัน ตั้งแต่เด็ก มีชื่อว่าอาตง อาฟาง อาหนัน อาเป่ย พวกเขาสี่คนนี้ ล้วนมีชื่ออะไรมาก่อนไม่รู้ แต่พอมาอยู่ที่นี่ พวกเขา สาบานเป็นพี่น้องกัน เลยตั้งชื่อ แบบนี้ ส่วนเสี่ยวเทียน เข้ามาเป็นเพื่อนภายหลัง เลยไม่ได้เปลี่ยนชื่อ
“ วันนี้ทางหัวหน้าจะให้พวกเราไปคัดตัว เป็น เทวราชสังหาร เพราะปีนี้เทวราชสังหารอันดับ 1ใน100 ถูกฆ่าตายไป 20 คน หัวหน้าจึงคัดเด็กฝึก ทั้งหมด เพื่อจะให้ ขึ้นแท่นเทวราชสังหาร อับดับที่ 81-100 จะได้ออกปฏิบัติการจริง ๆ เสียที
พวกเราฝึกมาแปดปี คราวนี้มีโอกาสแล้ว พวกเราทั้งหมด ต้องเข้าไปเป็น เทวราชสังหารในครั้งนี้ให้ได้” อาตง ผู้ที่อายุมากที่สุด บอกกับทุกๆ คน
“ พี่ใหญ่ตง พวกเราจะผ่านไปด้วยกันให้ได้” อาฟางเอ่ยขึ้น ทุกๆ คนต่างก็อยากออกไปจาก โรงเรียนฝึกนักฆ่าแห่งนี้กันทั้งหมด
พอตอนเช้า หัวหน้าก็เรียกรายชื่อ เด็กฝึกจำนวน 200 คน ที่จะเข้าไปเป็นเทวราชสังหาร เพียง 20 คน แล้วประกาศว่า
“ ทุกคน ที่พวกเจ้าฝึกฝนมาทั้งหมดก็เพื่อวันนี้ วันที่พวกเจ้าจะต้องถูกส่งตัวไป ทำงานรับใช้ สำนักเทวาลัยเร้นลับ ซึ่งเป็น สำนักมือสังหารอันดับ 1 ของแผ่นดิน
แต่ด้วยจำนวนที่ต้องการมีเพียง แค่ 20 คนเท่านั้น ดังนั้น พวกเจ้าต้องแข่งขันกัน
บนยอดเขาจะมีป้ายอันดับที่ 81-100 พวกเข้าใครถึงก่อน ก็หยิบมามันจะเป็นตราประจำตัวของเจ้าตลอดไป ระหว่างทาง เจ้าจะต้องเจอด่านที่หฤโหด ขอให้พวกเจ้าผ่านมันไปได้ เตรียมตัว เริ่มได้”
“ พวกเรากระจายเป็นดาวกระจายห้าแฉก ข้าจะเป็นฝ่ายนำหน้า ทุกคนระวังตัวด่านนข้างเหมือนเคย” พี่ใหญ่ตง ผู้เป็นผู้นำกลุ่ม ห้าคน เอ่ยออกมาแล้วพุ่งตัวนำไป อาฟาง อาหนัน ไปซ้ายขวา อาเป่ย กับ เสี่ยวเทียน รั้งท้าย ซ้ายขวา
ทั้งห้าคนพุ่งตะลุยไปทางที่ 5 ทั้งหมดมีทางขึ้น 4 เส้นทาง แต่สุดท้ายจะมีเส้นทางเดียวเท่านั้นที่จะขึ้นบนยอดเขาได้
ขณะที่กำลังพุ่งตัวขึ้นไปยอดเขา ก็มีเสียงคนร้องออกมา อย่างน่าหวาดกลัว เส้นทางเลือดไหลจากข้างบนเป็นทางยาวไหลลงมา หลายคนรวมทั้งกลุ่มของเสี่ยวเทียน เริ่มหยุด ไม่กล้าขึ้นเขาไปอย่างผลีผลาม
“ ทุกคนระวังตัว เข้าเขตอันตรายแล้ว” พี่ใหญ่ตงยกมือทำสัญญาณ ให้เดินช้าๆ
ทันใดนั้นเอง มีก้อนหินยักษ์กลิ้งมาจากยอดเขา หลายสิบลูก พุ่งตรงเข้าใส่ เด็กฝึกทั้งหลาย บางคนหนีไม่ทันถูกหินยักษ์ทับจนตายไปอย่างอนาถ ส่วนพวกของเสี่ยวเทียน อยู่ไกลจากก้อนหิน สามารถหลบหลังต้นไม้ใหญ่ได้อย่างสบาย
พอหินยักษ์ผ่านไป มีศพคนตายไม่น้อยกว่าสิบคน นอนเรียงรายกันในสภาพเหลือไม่ครบชิ้นส่วน ทุกคนมองด้วยสายตาเฉยเมย แล้ว วิ่งขึ้นไปกันต่อ เสี่ยวเทียนมองแล้วช่างน่าอนาถใจเหลือเกินที่เห็นเช่นนี้ จึงพุ่งตัวขึ้นไปอย่างรวดเร็ว และนำหน้า กลุ่มของตัวเอง ไม่ฟังคำร้องเตือน ของพี่ใหญ่ตง
ด้านข้างหน้ามีขอนไม้ยักษ์กลิ้งออกมาอีกหลายต้น เสี่ยวเทียนเห็นคนข้างหน้าถูกทับระเนระนาดไปแล้ว ก็รีบ ชักกระบี่ที่ธรรมดามาก ใช้พลังปราณพรหมเทพเท่านั้น แต่ท่าร่างนั้นเป็นท่ากระบี่เซียนมายาสังหาร เงากระบี่พุ่งกระจายออกไปหลายร้อยกระบี่ ทำลายขอนไม้นับสิบ จนกลายเป็นเศษไม้ ไม่สามารถทำอันตรายต่อใครได้อีก
คนที่ด้านหลังเห็นพลังกระบี่ที่ร้ายกาจเช่นนี้ก็ตกใจ แต่ก็รีบวิ่งขึ้นไปต่อเพื่อที่จะไปเอาป้ายประจำตัวให้ได้ก่อนใคร แต่ คนที่ขึ้นไปได้ก่อน กลับส่งเสียงร้องออกมาอีกหลายคน แล้วหัวของคนที่ขึ้นไป ก็กลิ้งไหลลงมาต่อหน้าคนที่เพิ่งขึ้นมา
สร้างตกใจกับทุกคนยิ่งนัก แต่เด็กฝึกพวกนี้ ถูกฝึกมาหลายรูปแบบ ไม่มีความเห็นใจใดใดทั้งสิ้น พุ่งตัวขึ้นไปต่อโดยหาได้เกรงกลังไม่ พบชายผู้หนึ่งถือดาบใหญ่ยืนจังก้า อยู่ทางขึ้น
“ ครูฝึกเหยียนชง” เด็กๆ ต่างตกใจไม่คิดว่าครูฝึกดาบให้พวกเขาจะมาขวางเขาได้ แล้วทำไมต้องฆ่า เด็กที่เขาฝึกมาด้วยเล่า
“ ข้าเองก็อยากเป็นเทวราชสังหาร หากข้าสังหารพวกเจ้าในเส้นทางนี้จนหมด ข้าจะได้เป็นเทวราชสังหาร พวกเจ้ามีทางเลือกสองทาง ถอยกลับไป หรือ เข้ามาสู้กับข้า”
เด็กฝึกสี่ห้าคนสบตากัน แล้วขยับตัวออกไปด้านข้าง เข้ากลุ้มรุม ครูฝึกเหยียนชงทันที ทั้งหมดลอยตัวออกมาพร้อมกัน แต่มีคนหนึ่งใช้ธนูที่แขนปล่อยใส่ออกมาสามดอก ตรงเป้ากลางหน้าอก แต่ว่า ครูฝึกเหยียนชง ใส่เสื้อเกราะเอาไว้ มันไม่สนใจลูกธนู มันใช้ดาบใหญ่ตวัดอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่าดาบใหญ่หามีน้ำหนักไม่
ฉัวะ ๆ ๆ ๆ !! หัวของสี่คนที่เข้าโจมตีพร้อมกันขาดกระเด็นออกไป ลูกธนูที่พุ่งเข้ามา ถูกเสื้อเกราะเหล็ก ยุบไปเล็กน้อยเท่านั้น ทันทีที่มือธนูกำลังตกใจ ก็มีหมัดยักษ์พุ่งเข้ามาอัดเต็มใบหน้า ตูม ! ใบหน้ามือธนูยุบไปกว่าครึ่ง ลูกตากระเด็นออกจาเบ้าดูแล้ว น่าสยดสยองยิ่งนัก
เสี่ยวเทียนกับ กลุ่มเพื่อนทั้งสี่มาเห็นฉากนี้ ต่างยืนนิ่ง มองอย่างตะลึง ไม่คิดว่าครูฝึกเหยียนชงจะโหดเช่นนี้
“ ยังมีใครกล้าขึ้นมาอีกไหม?”
เสี่ยวเทียน เตะหินก้อนหนึ่งที่อยู่ด้านหน้า พุ่งเข้าใส่ดวงตาของครูฝึกเหยียนชง ฟิ้ว !
หินก้อนเล็กพุ่งเข้าเจาะดวงตาซ้ายจนทะลุ กระโหลก เปรี้ยง ! อ๊ากกกกกก ๆ
ครูฝึกร้องลั่นดั่งควายถูกเชือดแล้วใช้มือซ้ายกดแผลเอาไว้ มันฟาดกระบี่ใส่เสี่ยวเทียน ด้วยความโกรธแค้น เสี่ยวเทียนก็ไม่ได้หลบกลับแทงกระบี่สวนกลับไป กระบี่ลอยเข้าไปใส่ดวงตาขวาที่เหลือของครูฝึกเหยียนอย่างรวดเร็ว ฉึก ! อ๊ากกกกก !!
คราวนี้มันทิ้งดาบปักลงพื้นดิน แล้วใช้มือ ทั้งสองข้างพยายามดึงกระบี่ของเสี่ยวเทียนออก เสี่ยวเทียนเตะสันดาบยักษ์ของมัน เปรี้ยง ! ดาบยักษ์ลอยละลิวไปตัดแขนทั้งสองข้างขาดแล้ว เลยไปตัดคอของครูฝึกเหยียนขาด กระเด็นไป เสี่ยวเทียนเดินช้าๆ ไปหยิบกระบี่เหล็ก ของตนออกมาจากหัวของ ครูฝึกเหยียน ท่ามกลางสายตา ของ คนที่มองเสี่ยวเทียนด้วยความตื่นตระหนก
“ พวกเราไปกันเถอะ” เสี่ยวเทียนเก็บกระบี่เข้าฝัก แล้วเดินขึ้นไปต่อ แต่บางคนกลับวิ่งแซงขึ้นไปก่อน โดยไม่สนใจเสี่ยวเทียน
“ ไอ้พวกนี้เห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว” พี่ใหญ่ตงเอ่ยด้วยความโมโห
“ อย่าห่วงเลย ข้างหน้ามีทางขึ้นลง แค่ทางเดียว ยังไงพวกมันก็ต้องเจอกับเราอย่างแน่นอน” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างเหี้ยมเกรียม ทั้งสี่คนฟังแล้ว ยังรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที
บนยอดเขาเวลานี้มีคนขึ้นมาได้เพียง 50 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือ 150 คน ตายกันเรียบไม่มีเหลือ พวกของเสี่ยวเทียนมาถึง ป้ายทองทั้งยี่สิบอัน ก็ยังอยู่ครบ ยังไม่มีใครเข้าไปหยิบ เพราะมัวแต่สู้กันอยู่ บางคนเห็นเช่นนั้นก็พุ่งตัวเข้าไปบนแท่นศิลาที่วาง ป้ายทองทั้งยี่สิบ แต่พอเข้าไปใกล้ก็พบกับชายชุดดำอีกแปดคน คอยยืนขวางอยู่ 8 ทิศ คนที่เขาไปคนแรกถูกกระบี่ฟันทีเดียวขาดครึ่ง ที่เหลือหยุดต่อสู้มองมาที่ชายชุดดำปิดหน้า ยังกับพวกนินจา ยืนตัวตรง ขวางทุกคนเอาไว้
ทั้ง ห้าสิบคน ต่างพยักหน้า เหมือนบอกว่าให้จัดการกับพวกนินจาพวกนี้ก่อน
พอทุกคนเห็นดีด้วย ก็แยกกันโจมตี แต่ไม่ทันเข้าใกล้ ก็เจอ อาวุธลับเป็นมีดเล็กๆ และ ดาวกระจายลอยมาเป็นห่าฝน ทั้งหมดต้องตั้งรับกันจ้าละหวั่น แล้วทันใดนั้นเอง ร่างของพวกมันทั้งแปดก็หายไปจนหมด
มาปรากฏอีกทีก็ด้านข้างบ้าง บนพื้นบ้าง กลางอากาศบ้าง แทงเข้าใส่ เด็กฝึกจนตายไปสิบกว่าคน แต่นินจาดำคนที่คิดจะแทงเสี่ยวเทียน ที่อยู่ใต้ดินกลับถูกเสี่ยวเทียนที่สัมผัสได้ว่ามันเคลื่อนไหวด้านล่างจึงใช้กระบี่ ดันไปที่พื้นดิน ไม่มีเสียงใดใด มีแต่เลือดไหลพุ่งออกมาจากพื้นดิน นินจาอีกเจ็ดคน เห็นเช่นนั้น ก็แค้นใจยิ่งนัก หายวับเข้ามาเพื่อโจมตีเสี่ยวเทียนแต่ผู้เดียว แต่ว่าไม่ว่าพวกมันจะมาทิศทางใด ก็ไม่อาจรอดพ้นกระบี่ที่ไวปานสายฟ้าแลบของเสี่ยวเทียนได้
คนสุดท้ายหายตัวมาจากบนฟ้า ก็ถูกเสี่ยวเทียนฟัน ฉัวะ ! ร่างขาดครึ่ง ทุกคนได้แต่อ้าป้าตาค้าง
“ พี่ใหญ่ตงหยิบป้ายมา 5 อัน พวกเจ้ามีปัญหาไหม” เสี่ยวเทียนหันไปหา เด็กฝึกที่เหลือไม่ถึงยี่สิบคน ต่างก็ส่ายหัวไม่มีใครกล้ากับเสี่ยวเทียน
ทั้งห้าคนได้ป้ายทองเทวราชสังหารมาแล้ว พี่ใหญ่ตงมอบ ป้ายอันดับที่ 81 ให้เสี่ยวเทียน แต่ว่าเสี่ยวเทียนขอเปลี่ยนเป็นป้ายที่ 100 ดีกว่า ทำให้พี่ใหญ่ตงสงสัยยิ่งนัก แต่ก็ไม่กล้าถาม ทั้งห้าคนจึงเปลี่ยนป้ายเป็นอันดับที่ 96-100แล้วรีบลงจากยอดเขาไม่สนพวกที่เหลือจะแย่งชิงกันอย่างไร
“ เสี่ยวเทียน เพลงกระบี่ไวของเจ้านี่ไปเรียนที่ไหนมา ข้าไม่เคยเห็นเจ้าฝึกวิชกระบี่นี้มาก่อนเลย” พี่ใหญ่ตงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ ข้าเพิ่งได้อาจารย์ในฝัน เป็นคนฝึกให้” เสี่ยวเทียนไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เลยตอบแบบนี้ไป
“ เพลงกระบี่ในฝัน มีเรื่องแบบนี้ด้วยรึ?”
“ เอาไว้ข้ามีเวลา ข้าจะสอนพวกท่านดีไหม” เสี่ยวเทียนบอกเช่นนั้น ทั้งสี่คนก็ดีใจยิ่งนัก ที่จะได้ฝึกสุดยอดเพลงกระบี่เช่นนี้
หลังจากที่ได้ เทวราชสังหาร อันดับ 81 -100 แล้ว เรือเหาะ ก็พาทั้งยี่สิบคนมาที่เมืองหลวงเซี่ยงอัน ซึ่งเป็นหนึ่งในอาณาจักรต้าซิ่ง ทั้งหมดถูกจับแต่งกายเป็นนักศึกษาทั่วไป เพื่อเข้าศึกษาที่สถานศึกษาที่ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินต้าซิ่ง ที่ชื่อว่า สำนักชิงหลง ว่ากันว่า จักรพรรดิต้าซิ่งทุกคนต้องเรียนจบจากสำนักชิงหลงเท่านั้น มือสังหารระดับเทวราชอันดับที่ 81-100 มีหน้าที่ต้องมาเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาชิงหลงแห่งนี้ นี่คือคำสั่งแรก
ส่วนภารกิจอื่น สำนักเทวาลัยเร้นลับยังไม่เปิดเผยออกมา โดยเทวราชสังหารทุกคน จะมีรอยสักตราประทับไว้ที่หลังมือ โดยที่คนอื่นจะมองไม่เห็น จะมีแต่ คนของสำนักเทวาลัยเร้นลับเท่านั้นที่จะมองเห็น
สำนักชิงหลงมีศิษย์ในสำนักมากกว่า ห้าพันคน ดังนั้น เทวราชสังหารที่เข้ามาปะปนในสำนักจะถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบสัดส่วน กับจำนวนลูกศิษย์ที่มีทั้งหมด ทั้งยี่สิบคนนี้ ถูกคำสั่งจากเบื้องบนให้แยกย้ายกันไปศึกษาตามหอวิชาที่มีการสอนทั้งหมด 18 หอวิชา เสี่ยวเทียนจับสลากได้ไปเรียนที่หอสดับพิณ เป็นหอที่สอนวิชาดนตรีหลากหลายชนิด แต่เน้นวิชาพิณ มากที่สุด
“ พี่ใหญ่ตง ข้าเปลี่ยนเป็นหอเทพกระบี่ หอเทพโอสถ หอเทพศาตราวุธ หอเจ้าแห่งค่ายกล หรือ หอจ้าวดาบสวรรค์ ได้ไหม?”
เสี่ยวเทียนเอ่ยเสียงอ่อย
“ น้องเล็ก ข้าจับสลากได้ หอจ้าวแพรไหม เน้นตัดเย็บเสื้อผ้า หากเจ้าสนใจ ข้าเองก็อยากเปลี่ยนเช่นกัน”
“ แลกกับข้าก็ได้ ข้าอยู่หอเทพเตาเพลิง ต้องทำอาหารทุกวัน ข้าก็ไม่อยากไปอยู่เลย” อาฟางเอ่ยแล้วส่ายหัว
“ ข้าอยู่หอนารีระบำฟ้า น้องเล็กแลกเปลี่ยนกับข้าเถอะ” อาหนันเอ่ยเสียงเครียด
“ ข้ายิ่งแล้วใหญ่ อยู่หอเทพกวี วันๆ ได้แต่ร่ายกาพย์กลอน ข้าคงอึดอัดตายแน่”
อาเป่ย เอ่ยเหมือนหมดอาลัยในชีวิต
เสี่ยวเทียนทีแรกคิดจะขอเปลี่ยน แต่พอเห็นหอวิชาของเหล่ารุ่นพี่แล้ว ก็รีบเอ่ยปากให้ลืมเรื่องที่ขอเปลี่ยนไปเลย คิดในใจ เรียนวิชาพิณน่าจะดีที่สุดแล้ว
เสี่ยวเทียนได้ป้ายศิษย์สำนักชิงหลง แห่งหอสดับพิณ จึงเดินทางไปที่หอสดับพิณเพื่อรายงานตัว พอหอสดับพิณ เป็นเจดีย์โบราณคล้ายกับเจดีย์สวรรค์ แต่ว่าใหญ่กว่ามาก เสี่ยวเทียนก้าวเข้าไปด้านใน เท่านั้น ก็มีเสียงพิณ ดังแว่วมาใส่ดวงจิตเข้าสมอง เหมือนคลื่นทะเลยักษ์กระแทกเข้าใส่ เป็นระลอก ๆ
แต่ระลอกคลื่นนั้นใหญ่มาก หัวใจเสี่ยวเทียนถึงกันเต้นเร็วขึ้น แล้วบรรยากาศโดยรอบ ก็เปลี่ยนไป กลายเป็นท้องฟ้าสดใส มีชายหาดทรายขาว ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มีคลื่นลมพัดมาเย็นสบาย พบหญิงสาวสวยงามนางหนึ่ง นั่งอยู่บนโขดหิน กำลังดีดพิณอย่างมีความสุข พอเห็นเสี่ยวเทียนมายืนอยู่ตรงหน้า ก็ขมวดคิ้ว ตกใจ แล้วหยุดบรรเลง เสี่ยวเทียนกำลังฟังเพลินรู้สึกได้ ถึงพลังในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พอเสียงพิณหยุด พลังในร่างก็เลยหยุดตามไปด้วย
“ เจ้าเป็นใคร เข้ามาที่แห่งนี้ได้อย่างไร?” หญิงสาวผู้สวยงามเอ่ยด้วยความสงสัยที่เห็นเสี่ยวเทียน
“ ข้าเฉินเสี่ยวเทียน ข้าได้ยินเสียงพิณของท่าน ข้าก็มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เหมือนเสียงพิณของท่านเป็นสิ่งที่นำพาข้ามา ณ ที่แห่งนี้”
“ เป็นไปไม่ได้ แดนเทพวิมานเมฆ ใช่มนุษย์เช่นเจ้าอยากมาก็มา ถ้าไม่อยากตายก็รีบกลับไปซะ”
“ อ้าว แล้วข้าจะกลับอย่างไร ข้าอยู่สำนักชิงหลงดีดี เสียงพิณของท่านก็นำพาข้ามา ท่านต้องพาข้ากลับไปซิ ถึงจะถูกต้อง” เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เพราะเห็นสาวสวยผู้นี้เริ่มตื่นกลัว เหมือนกับว่า ที่เสี่ยวเทียนมาปรากฏที่ จะทำให้นางต้องเดือดร้อน
“ ข้าน่ะหรือ เป็นคนนำพาเจ้ามา เป็นไปไม่ได้?” หญิงสาวปฏิเสธไปก่อน ทั้งๆที่นางเริ่มรู้แล้วว่าเสี่ยวเทียนมาที่นี่เพราะอะไร เป็นเพราะเพลงที่นางบรรเลงออกไปนั่นเอง
เสี่ยวเทียนเดินยิ้มเข้ามาใกล้ๆ เพื่ออยากเห็นหน้านางชัดๆ พบว่านางงดงามดังเทพธิดาจริงๆ วาวาที่ว่าสวยงามแล้ว พอพบหน้าหญิงสาวนางนี้ยังต้องยอมรับว่านางสวยกินกันไม่ลงจริงๆ หญิงสาวที่เห็นเสี่ยวเทียนมาใกล้ๆ ก็เริ่มหวาดกลัว เดินถือพิณถอยหลังออกไป
“ อย่าเข้ามานะ”
“ ข้าเฉินเสี่ยวเทียนเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ทำเรื่องชั่วช้าหรอกไม่ต้องกลัว ช่วยเล่าเรื่องดินแดนแห่งนี้หน่อย แล้วเพลงที่เจ้าดีดเมื่อสักครู่นี้เป็นเพลงอะไร ทำไมข้าได้ฟังแล้ว บังเกิดความรู้สึกที่แปลกประหลาดใจยิ่งนัก โดยเฉพาะหัวใจของข้า มันเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน”
หญิงสาวไม่พูดแต่หน้าแดงขึ้นไปอีกแต่ก็ยอมกล่าวว่า
“ ที่นี่คือ แดนเทพวิมารเมฆา อยู่แดนสวรรค์ชั้นที่ 2 คงมีบางอย่างผิดพลาด เพลงที่ข้าบรรเลงคือเพลงคู่ชีวิต ข้าจะบรรเลงเพลงอีกครั้ง หวังว่าท่านจะกลับไปในที่ที่ท่าน จากมา” เสี่ยวเทียนได้ฟังเสียงหวานๆ ก็ไม่อยากจากไป แต่ว่าไม่ทันแล้ว หญิงสาวบรรเลงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ นางบรรเลงเพลงย้อนหลัง บรรยากาศเลยเปลี่ยนไปในทันที เสี่ยวเทียนมายืนอยู่ในกลางหอสดับพิณ โดยที่มีเหล่าศิษย์ของหอสดับ พิณมาสะกิดให้เสี่ยวเทียนรู้สึกตัว พอเห็นเหล่าสตรีทั้งหลายยืนอยู่เต็มไปหมด เสี่ยวเทียนเลยประสานมือ กล่าวทักทายทันที
“ ศิษย์ใหม่เฉินเสี่ยวเทียน คำนับศิษย์พี่ทุกๆ ท่าน”
“ เจ้าเป็นอะไร อยู่ๆ ก็ทำตาเหม่อลอย หวานซึ้งอยู่คนเดียว เจ้าเป็นชายที่นี่มีศิษย์หญิงเป็นจำนวนมาก จะมาทำตาเจ้าชู้ที่นี่ไม่ได้นะ ไม่เช่นนั้น ข้าจะดีดไข่เจ้าให้สูญพันธุ์ไปเลย” หญิงสาวที่ดูมีอายุที่สุด น่าจะเป็นศิษย์คนโต วัย 28 ปี เอ่ยกับเสี่ยวเทียนเสียงแข็ง
“ ข้ามิกล้า ข้าเพียงแต่คิดถึงคนรักที่จากมาเท่านั้น”
“ เจ้าเด็กน้อยตัวเท่านี้ ริอ่านมีคนรักแล้วรึ?
ศิษย์หอสดับพิณ ต่างหัวเราะกันถ้วนหน้า
“ เอาละ ข้าคือ หนีเว่ยหนาน เป็นศิษย์พี่ใหญ่ คุมที่นี่อยู่ พวกเรามีศิษย์ประจำหอสดับพิณทั้งหมด สองร้อยคน มีบุรุษเพียง 10 คน นอกนั้นเป็นสตรี ดังนั้นเจ้าต้องไปพักนอกหอสดับพิณ ไปอยู่หอทางด้านนอก ไน่เกิง เจ้าพาเขาไปที่พักก่อน พรุ่งนี้เช้า อาจารย์ของเราจะออกจากกรรมฐาน ค่อยพาเขามาพบตอนบ่าย”
“ ขอรับศิษย์พี่” ไน่เกิง ที่เป็นบุรุษ 1 ใน 10 พาเสี่ยวเทียนเดินที่ห้องพัก
ณ แดนเทพวิมานเมฆ หญิงสาวที่ส่งตัวเสี่ยวเทียนกลับไปบัดนี้ใบหน้าแดงจัด เหมือนลูกตำลึง เพราะว่า เพลงคู่ชีวิตที่นางบรรเลงนั้น เป็นเพลงต้องห้ามของแดนวิมานเมฆ เป็นเพลงที่เรียกสามีในอนาคตให้ออกมาพบหน้ากัน
“ เฉินเสี่ยวเทียน ข้าชื่อ หลิงหลาน ยินดีที่ได้รู้จัก”.......