เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 144 โลกที่ 1 หอสดับพิณ

    เสี่ยวเทียนลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้เขาอยู่ในห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง ภายในห้องมีวัยรุ่นเด็กชายเช่นเขาอีก 4 คน นอนกับพื้นบ้าง นั่งสมาธิบ้าง เสี่ยวเทียนหันมามองสำรวจตัวเอง มองแขนขาร่างกายยังเป็นของเขาอยู่ แต่พลังขั้นเซียนสวรรค์นั้นกลับไม่มีแล้ว มีพลังแค่ระดับขั้นปราณพรหมเทพ ระดับกลางเท่านั้น แถมยังมีรอยแผลเป็นอยู่เต็มตัวไปหมด ผิวพรรณดำคล้ำ หยาบกร้าน กระดูกที่เคยเป็นกระดูกทองคำ กายาอมตะ ก็เป็นเพียงแค่ กระดูกมนุษย์ธรรมดา กายาไม่เป็นอมตะอีกแล้ว  เสี่ยวเทียน หลับตาทบทวนหลอมรวมชีวิต ที่ผ่านมาของร่างในโลกนี้ว่าเป็นอย่างไร  ผลปรากฏว่า โลกของหยกมังกรฟ้าแผ่นแรก เสี่ยวเทียนใช้ชื่อว่าเฉินเสี่ยวเทียนเช่นเดิม

    แต่ว่าที่ผ่านมาเขาเป็นเด็กกำพร้า พ่อขายพุทราเชื่อมอยู่ที่หน้าบ้านขุนนาง ถูกพวกนักฆ่ากวาดล้างคนในบ้านขุนนางจึงพลอยโดนลูกหลงไปด้วย ส่วนตัวเขาวัยเพียง 8 ปี อยู่กับพ่อในวันนั้น เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอด แต่ถูกพวกนักฆ่า จับมาที่เกาะแห่งนี้ เพื่อฝึกตนให้เป็นนักฆ่ารุ่นต่อไป  และบัดนี้เด็กน้อยวัย 8 ปีก็มอายุครบ 16 ปีแล้ว เสี่ยวเทียนถอนหายใจยาวๆ ออกมา

    “ ไม่รู้ว่าต้องทำภารกิจอะไรกันแน่ แก้แค้นรึ? ไม่น่าจะใช่ อาจารย์นะอาจารย์ให้ข้ามาฝึกแบบนี้ ยากเกินไปหรือเปล่า?”

    เสี่ยวเทียนเปิดตาขึ้นมา พบเพื่อนๆ อีก สี่คนที่ถูกจับมาด้วยกัน ตั้งแต่เด็ก มีชื่อว่าอาตง อาฟาง อาหนัน อาเป่ย พวกเขาสี่คนนี้ ล้วนมีชื่ออะไรมาก่อนไม่รู้ แต่พอมาอยู่ที่นี่ พวกเขา สาบานเป็นพี่น้องกัน เลยตั้งชื่อ แบบนี้ ส่วนเสี่ยวเทียน เข้ามาเป็นเพื่อนภายหลัง เลยไม่ได้เปลี่ยนชื่อ

    “ วันนี้ทางหัวหน้าจะให้พวกเราไปคัดตัว เป็น เทวราชสังหาร  เพราะปีนี้เทวราชสังหารอันดับ 1ใน100 ถูกฆ่าตายไป 20 คน หัวหน้าจึงคัดเด็กฝึก ทั้งหมด เพื่อจะให้ ขึ้นแท่นเทวราชสังหาร อับดับที่ 81-100 จะได้ออกปฏิบัติการจริง ๆ เสียที

    พวกเราฝึกมาแปดปี คราวนี้มีโอกาสแล้ว พวกเราทั้งหมด ต้องเข้าไปเป็น เทวราชสังหารในครั้งนี้ให้ได้”  อาตง ผู้ที่อายุมากที่สุด บอกกับทุกๆ คน

    “ พี่ใหญ่ตง พวกเราจะผ่านไปด้วยกันให้ได้” อาฟางเอ่ยขึ้น ทุกๆ คนต่างก็อยากออกไปจาก โรงเรียนฝึกนักฆ่าแห่งนี้กันทั้งหมด

    พอตอนเช้า หัวหน้าก็เรียกรายชื่อ เด็กฝึกจำนวน 200 คน ที่จะเข้าไปเป็นเทวราชสังหาร เพียง 20 คน แล้วประกาศว่า

    “ ทุกคน ที่พวกเจ้าฝึกฝนมาทั้งหมดก็เพื่อวันนี้ วันที่พวกเจ้าจะต้องถูกส่งตัวไป ทำงานรับใช้ สำนักเทวาลัยเร้นลับ ซึ่งเป็น สำนักมือสังหารอันดับ 1 ของแผ่นดิน

    แต่ด้วยจำนวนที่ต้องการมีเพียง แค่ 20 คนเท่านั้น ดังนั้น พวกเจ้าต้องแข่งขันกัน

    บนยอดเขาจะมีป้ายอันดับที่ 81-100 พวกเข้าใครถึงก่อน ก็หยิบมามันจะเป็นตราประจำตัวของเจ้าตลอดไป  ระหว่างทาง เจ้าจะต้องเจอด่านที่หฤโหด ขอให้พวกเจ้าผ่านมันไปได้ เตรียมตัว เริ่มได้”

    “ พวกเรากระจายเป็นดาวกระจายห้าแฉก ข้าจะเป็นฝ่ายนำหน้า ทุกคนระวังตัวด่านนข้างเหมือนเคย”  พี่ใหญ่ตง ผู้เป็นผู้นำกลุ่ม ห้าคน เอ่ยออกมาแล้วพุ่งตัวนำไป อาฟาง อาหนัน ไปซ้ายขวา อาเป่ย กับ เสี่ยวเทียน รั้งท้าย ซ้ายขวา

    ทั้งห้าคนพุ่งตะลุยไปทางที่ 5  ทั้งหมดมีทางขึ้น 4  เส้นทาง แต่สุดท้ายจะมีเส้นทางเดียวเท่านั้นที่จะขึ้นบนยอดเขาได้ 

    ขณะที่กำลังพุ่งตัวขึ้นไปยอดเขา ก็มีเสียงคนร้องออกมา อย่างน่าหวาดกลัว เส้นทางเลือดไหลจากข้างบนเป็นทางยาวไหลลงมา หลายคนรวมทั้งกลุ่มของเสี่ยวเทียน เริ่มหยุด ไม่กล้าขึ้นเขาไปอย่างผลีผลาม

    “ ทุกคนระวังตัว เข้าเขตอันตรายแล้ว” พี่ใหญ่ตงยกมือทำสัญญาณ ให้เดินช้าๆ

    ทันใดนั้นเอง มีก้อนหินยักษ์กลิ้งมาจากยอดเขา หลายสิบลูก พุ่งตรงเข้าใส่ เด็กฝึกทั้งหลาย บางคนหนีไม่ทันถูกหินยักษ์ทับจนตายไปอย่างอนาถ ส่วนพวกของเสี่ยวเทียน อยู่ไกลจากก้อนหิน สามารถหลบหลังต้นไม้ใหญ่ได้อย่างสบาย

    พอหินยักษ์ผ่านไป มีศพคนตายไม่น้อยกว่าสิบคน นอนเรียงรายกันในสภาพเหลือไม่ครบชิ้นส่วน ทุกคนมองด้วยสายตาเฉยเมย แล้ว วิ่งขึ้นไปกันต่อ เสี่ยวเทียนมองแล้วช่างน่าอนาถใจเหลือเกินที่เห็นเช่นนี้ จึงพุ่งตัวขึ้นไปอย่างรวดเร็ว และนำหน้า กลุ่มของตัวเอง ไม่ฟังคำร้องเตือน ของพี่ใหญ่ตง 

    ด้านข้างหน้ามีขอนไม้ยักษ์กลิ้งออกมาอีกหลายต้น  เสี่ยวเทียนเห็นคนข้างหน้าถูกทับระเนระนาดไปแล้ว ก็รีบ ชักกระบี่ที่ธรรมดามาก ใช้พลังปราณพรหมเทพเท่านั้น แต่ท่าร่างนั้นเป็นท่ากระบี่เซียนมายาสังหาร เงากระบี่พุ่งกระจายออกไปหลายร้อยกระบี่ ทำลายขอนไม้นับสิบ จนกลายเป็นเศษไม้ ไม่สามารถทำอันตรายต่อใครได้อีก

    คนที่ด้านหลังเห็นพลังกระบี่ที่ร้ายกาจเช่นนี้ก็ตกใจ แต่ก็รีบวิ่งขึ้นไปต่อเพื่อที่จะไปเอาป้ายประจำตัวให้ได้ก่อนใคร  แต่ คนที่ขึ้นไปได้ก่อน กลับส่งเสียงร้องออกมาอีกหลายคน แล้วหัวของคนที่ขึ้นไป ก็กลิ้งไหลลงมาต่อหน้าคนที่เพิ่งขึ้นมา

    สร้างตกใจกับทุกคนยิ่งนัก แต่เด็กฝึกพวกนี้ ถูกฝึกมาหลายรูปแบบ ไม่มีความเห็นใจใดใดทั้งสิ้น  พุ่งตัวขึ้นไปต่อโดยหาได้เกรงกลังไม่   พบชายผู้หนึ่งถือดาบใหญ่ยืนจังก้า อยู่ทางขึ้น 

    “ ครูฝึกเหยียนชง”   เด็กๆ ต่างตกใจไม่คิดว่าครูฝึกดาบให้พวกเขาจะมาขวางเขาได้ แล้วทำไมต้องฆ่า เด็กที่เขาฝึกมาด้วยเล่า

    “ ข้าเองก็อยากเป็นเทวราชสังหาร หากข้าสังหารพวกเจ้าในเส้นทางนี้จนหมด ข้าจะได้เป็นเทวราชสังหาร พวกเจ้ามีทางเลือกสองทาง ถอยกลับไป  หรือ เข้ามาสู้กับข้า”

    เด็กฝึกสี่ห้าคนสบตากัน แล้วขยับตัวออกไปด้านข้าง เข้ากลุ้มรุม ครูฝึกเหยียนชงทันที ทั้งหมดลอยตัวออกมาพร้อมกัน แต่มีคนหนึ่งใช้ธนูที่แขนปล่อยใส่ออกมาสามดอก ตรงเป้ากลางหน้าอก แต่ว่า ครูฝึกเหยียนชง ใส่เสื้อเกราะเอาไว้ มันไม่สนใจลูกธนู มันใช้ดาบใหญ่ตวัดอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่าดาบใหญ่หามีน้ำหนักไม่

    ฉัวะ  ๆ ๆ ๆ  !!  หัวของสี่คนที่เข้าโจมตีพร้อมกันขาดกระเด็นออกไป ลูกธนูที่พุ่งเข้ามา ถูกเสื้อเกราะเหล็ก ยุบไปเล็กน้อยเท่านั้น  ทันทีที่มือธนูกำลังตกใจ ก็มีหมัดยักษ์พุ่งเข้ามาอัดเต็มใบหน้า  ตูม !   ใบหน้ามือธนูยุบไปกว่าครึ่ง ลูกตากระเด็นออกจาเบ้าดูแล้ว น่าสยดสยองยิ่งนัก

    เสี่ยวเทียนกับ กลุ่มเพื่อนทั้งสี่มาเห็นฉากนี้ ต่างยืนนิ่ง มองอย่างตะลึง ไม่คิดว่าครูฝึกเหยียนชงจะโหดเช่นนี้ 

    “ ยังมีใครกล้าขึ้นมาอีกไหม?”

    เสี่ยวเทียน เตะหินก้อนหนึ่งที่อยู่ด้านหน้า พุ่งเข้าใส่ดวงตาของครูฝึกเหยียนชง ฟิ้ว ! 

    หินก้อนเล็กพุ่งเข้าเจาะดวงตาซ้ายจนทะลุ กระโหลก  เปรี้ยง !   อ๊ากกกกกก ๆ 

    ครูฝึกร้องลั่นดั่งควายถูกเชือดแล้วใช้มือซ้ายกดแผลเอาไว้  มันฟาดกระบี่ใส่เสี่ยวเทียน ด้วยความโกรธแค้น เสี่ยวเทียนก็ไม่ได้หลบกลับแทงกระบี่สวนกลับไป กระบี่ลอยเข้าไปใส่ดวงตาขวาที่เหลือของครูฝึกเหยียนอย่างรวดเร็ว  ฉึก !  อ๊ากกกกก !!  

    คราวนี้มันทิ้งดาบปักลงพื้นดิน แล้วใช้มือ ทั้งสองข้างพยายามดึงกระบี่ของเสี่ยวเทียนออก เสี่ยวเทียนเตะสันดาบยักษ์ของมัน เปรี้ยง !  ดาบยักษ์ลอยละลิวไปตัดแขนทั้งสองข้างขาดแล้ว เลยไปตัดคอของครูฝึกเหยียนขาด กระเด็นไป เสี่ยวเทียนเดินช้าๆ ไปหยิบกระบี่เหล็ก ของตนออกมาจากหัวของ ครูฝึกเหยียน ท่ามกลางสายตา ของ คนที่มองเสี่ยวเทียนด้วยความตื่นตระหนก

    “ พวกเราไปกันเถอะ”  เสี่ยวเทียนเก็บกระบี่เข้าฝัก แล้วเดินขึ้นไปต่อ แต่บางคนกลับวิ่งแซงขึ้นไปก่อน โดยไม่สนใจเสี่ยวเทียน

    “ ไอ้พวกนี้เห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว”  พี่ใหญ่ตงเอ่ยด้วยความโมโห

    “ อย่าห่วงเลย ข้างหน้ามีทางขึ้นลง แค่ทางเดียว ยังไงพวกมันก็ต้องเจอกับเราอย่างแน่นอน”  เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างเหี้ยมเกรียม ทั้งสี่คนฟังแล้ว ยังรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที

    บนยอดเขาเวลานี้มีคนขึ้นมาได้เพียง 50 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือ 150 คน ตายกันเรียบไม่มีเหลือ พวกของเสี่ยวเทียนมาถึง ป้ายทองทั้งยี่สิบอัน ก็ยังอยู่ครบ ยังไม่มีใครเข้าไปหยิบ เพราะมัวแต่สู้กันอยู่   บางคนเห็นเช่นนั้นก็พุ่งตัวเข้าไปบนแท่นศิลาที่วาง ป้ายทองทั้งยี่สิบ แต่พอเข้าไปใกล้ก็พบกับชายชุดดำอีกแปดคน คอยยืนขวางอยู่ 8 ทิศ คนที่เขาไปคนแรกถูกกระบี่ฟันทีเดียวขาดครึ่ง ที่เหลือหยุดต่อสู้มองมาที่ชายชุดดำปิดหน้า ยังกับพวกนินจา ยืนตัวตรง ขวางทุกคนเอาไว้

    ทั้ง ห้าสิบคน ต่างพยักหน้า เหมือนบอกว่าให้จัดการกับพวกนินจาพวกนี้ก่อน

    พอทุกคนเห็นดีด้วย ก็แยกกันโจมตี แต่ไม่ทันเข้าใกล้ ก็เจอ อาวุธลับเป็นมีดเล็กๆ และ ดาวกระจายลอยมาเป็นห่าฝน ทั้งหมดต้องตั้งรับกันจ้าละหวั่น แล้วทันใดนั้นเอง ร่างของพวกมันทั้งแปดก็หายไปจนหมด 

    มาปรากฏอีกทีก็ด้านข้างบ้าง บนพื้นบ้าง กลางอากาศบ้าง แทงเข้าใส่ เด็กฝึกจนตายไปสิบกว่าคน แต่นินจาดำคนที่คิดจะแทงเสี่ยวเทียน ที่อยู่ใต้ดินกลับถูกเสี่ยวเทียนที่สัมผัสได้ว่ามันเคลื่อนไหวด้านล่างจึงใช้กระบี่ ดันไปที่พื้นดิน ไม่มีเสียงใดใด มีแต่เลือดไหลพุ่งออกมาจากพื้นดิน  นินจาอีกเจ็ดคน เห็นเช่นนั้น ก็แค้นใจยิ่งนัก หายวับเข้ามาเพื่อโจมตีเสี่ยวเทียนแต่ผู้เดียว แต่ว่าไม่ว่าพวกมันจะมาทิศทางใด ก็ไม่อาจรอดพ้นกระบี่ที่ไวปานสายฟ้าแลบของเสี่ยวเทียนได้ 

    คนสุดท้ายหายตัวมาจากบนฟ้า ก็ถูกเสี่ยวเทียนฟัน  ฉัวะ !   ร่างขาดครึ่ง  ทุกคนได้แต่อ้าป้าตาค้าง

    “ พี่ใหญ่ตงหยิบป้ายมา 5 อัน พวกเจ้ามีปัญหาไหม” เสี่ยวเทียนหันไปหา เด็กฝึกที่เหลือไม่ถึงยี่สิบคน ต่างก็ส่ายหัวไม่มีใครกล้ากับเสี่ยวเทียน

    ทั้งห้าคนได้ป้ายทองเทวราชสังหารมาแล้ว พี่ใหญ่ตงมอบ ป้ายอันดับที่ 81 ให้เสี่ยวเทียน แต่ว่าเสี่ยวเทียนขอเปลี่ยนเป็นป้ายที่ 100 ดีกว่า  ทำให้พี่ใหญ่ตงสงสัยยิ่งนัก แต่ก็ไม่กล้าถาม ทั้งห้าคนจึงเปลี่ยนป้ายเป็นอันดับที่ 96-100แล้วรีบลงจากยอดเขาไม่สนพวกที่เหลือจะแย่งชิงกันอย่างไร

    “ เสี่ยวเทียน เพลงกระบี่ไวของเจ้านี่ไปเรียนที่ไหนมา ข้าไม่เคยเห็นเจ้าฝึกวิชกระบี่นี้มาก่อนเลย”  พี่ใหญ่ตงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

    “ ข้าเพิ่งได้อาจารย์ในฝัน เป็นคนฝึกให้” เสี่ยวเทียนไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เลยตอบแบบนี้ไป

    “ เพลงกระบี่ในฝัน มีเรื่องแบบนี้ด้วยรึ?”

    “ เอาไว้ข้ามีเวลา ข้าจะสอนพวกท่านดีไหม”  เสี่ยวเทียนบอกเช่นนั้น ทั้งสี่คนก็ดีใจยิ่งนัก ที่จะได้ฝึกสุดยอดเพลงกระบี่เช่นนี้

    หลังจากที่ได้ เทวราชสังหาร อันดับ 81 -100 แล้ว เรือเหาะ ก็พาทั้งยี่สิบคนมาที่เมืองหลวงเซี่ยงอัน ซึ่งเป็นหนึ่งในอาณาจักรต้าซิ่ง ทั้งหมดถูกจับแต่งกายเป็นนักศึกษาทั่วไป  เพื่อเข้าศึกษาที่สถานศึกษาที่ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินต้าซิ่ง ที่ชื่อว่า สำนักชิงหลง   ว่ากันว่า จักรพรรดิต้าซิ่งทุกคนต้องเรียนจบจากสำนักชิงหลงเท่านั้น มือสังหารระดับเทวราชอันดับที่ 81-100 มีหน้าที่ต้องมาเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาชิงหลงแห่งนี้  นี่คือคำสั่งแรก 

    ส่วนภารกิจอื่น สำนักเทวาลัยเร้นลับยังไม่เปิดเผยออกมา โดยเทวราชสังหารทุกคน จะมีรอยสักตราประทับไว้ที่หลังมือ โดยที่คนอื่นจะมองไม่เห็น จะมีแต่ คนของสำนักเทวาลัยเร้นลับเท่านั้นที่จะมองเห็น

    สำนักชิงหลงมีศิษย์ในสำนักมากกว่า ห้าพันคน ดังนั้น เทวราชสังหารที่เข้ามาปะปนในสำนักจะถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบสัดส่วน กับจำนวนลูกศิษย์ที่มีทั้งหมด  ทั้งยี่สิบคนนี้ ถูกคำสั่งจากเบื้องบนให้แยกย้ายกันไปศึกษาตามหอวิชาที่มีการสอนทั้งหมด 18 หอวิชา เสี่ยวเทียนจับสลากได้ไปเรียนที่หอสดับพิณ เป็นหอที่สอนวิชาดนตรีหลากหลายชนิด แต่เน้นวิชาพิณ มากที่สุด

    “ พี่ใหญ่ตง ข้าเปลี่ยนเป็นหอเทพกระบี่  หอเทพโอสถ หอเทพศาตราวุธ หอเจ้าแห่งค่ายกล หรือ หอจ้าวดาบสวรรค์ ได้ไหม?”

    เสี่ยวเทียนเอ่ยเสียงอ่อย

    “ น้องเล็ก ข้าจับสลากได้ หอจ้าวแพรไหม เน้นตัดเย็บเสื้อผ้า  หากเจ้าสนใจ ข้าเองก็อยากเปลี่ยนเช่นกัน”

    “ แลกกับข้าก็ได้ ข้าอยู่หอเทพเตาเพลิง ต้องทำอาหารทุกวัน ข้าก็ไม่อยากไปอยู่เลย”   อาฟางเอ่ยแล้วส่ายหัว

    “ ข้าอยู่หอนารีระบำฟ้า น้องเล็กแลกเปลี่ยนกับข้าเถอะ” อาหนันเอ่ยเสียงเครียด

    “ ข้ายิ่งแล้วใหญ่ อยู่หอเทพกวี วันๆ ได้แต่ร่ายกาพย์กลอน ข้าคงอึดอัดตายแน่”

    อาเป่ย เอ่ยเหมือนหมดอาลัยในชีวิต

    เสี่ยวเทียนทีแรกคิดจะขอเปลี่ยน แต่พอเห็นหอวิชาของเหล่ารุ่นพี่แล้ว ก็รีบเอ่ยปากให้ลืมเรื่องที่ขอเปลี่ยนไปเลย คิดในใจ เรียนวิชาพิณน่าจะดีที่สุดแล้ว

    เสี่ยวเทียนได้ป้ายศิษย์สำนักชิงหลง แห่งหอสดับพิณ จึงเดินทางไปที่หอสดับพิณเพื่อรายงานตัว พอหอสดับพิณ เป็นเจดีย์โบราณคล้ายกับเจดีย์สวรรค์ แต่ว่าใหญ่กว่ามาก เสี่ยวเทียนก้าวเข้าไปด้านใน เท่านั้น ก็มีเสียงพิณ ดังแว่วมาใส่ดวงจิตเข้าสมอง เหมือนคลื่นทะเลยักษ์กระแทกเข้าใส่ เป็นระลอก ๆ 

    แต่ระลอกคลื่นนั้นใหญ่มาก หัวใจเสี่ยวเทียนถึงกันเต้นเร็วขึ้น  แล้วบรรยากาศโดยรอบ ก็เปลี่ยนไป กลายเป็นท้องฟ้าสดใส มีชายหาดทรายขาว ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มีคลื่นลมพัดมาเย็นสบาย พบหญิงสาวสวยงามนางหนึ่ง นั่งอยู่บนโขดหิน กำลังดีดพิณอย่างมีความสุข  พอเห็นเสี่ยวเทียนมายืนอยู่ตรงหน้า ก็ขมวดคิ้ว ตกใจ แล้วหยุดบรรเลง  เสี่ยวเทียนกำลังฟังเพลินรู้สึกได้ ถึงพลังในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พอเสียงพิณหยุด  พลังในร่างก็เลยหยุดตามไปด้วย

    “ เจ้าเป็นใคร เข้ามาที่แห่งนี้ได้อย่างไร?” หญิงสาวผู้สวยงามเอ่ยด้วยความสงสัยที่เห็นเสี่ยวเทียน

    “ ข้าเฉินเสี่ยวเทียน  ข้าได้ยินเสียงพิณของท่าน  ข้าก็มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เหมือนเสียงพิณของท่านเป็นสิ่งที่นำพาข้ามา ณ ที่แห่งนี้”

    “ เป็นไปไม่ได้ แดนเทพวิมานเมฆ ใช่มนุษย์เช่นเจ้าอยากมาก็มา ถ้าไม่อยากตายก็รีบกลับไปซะ”

    “ อ้าว แล้วข้าจะกลับอย่างไร ข้าอยู่สำนักชิงหลงดีดี เสียงพิณของท่านก็นำพาข้ามา ท่านต้องพาข้ากลับไปซิ ถึงจะถูกต้อง”  เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เพราะเห็นสาวสวยผู้นี้เริ่มตื่นกลัว เหมือนกับว่า ที่เสี่ยวเทียนมาปรากฏที่ จะทำให้นางต้องเดือดร้อน

    “ ข้าน่ะหรือ เป็นคนนำพาเจ้ามา เป็นไปไม่ได้?”  หญิงสาวปฏิเสธไปก่อน ทั้งๆที่นางเริ่มรู้แล้วว่าเสี่ยวเทียนมาที่นี่เพราะอะไร เป็นเพราะเพลงที่นางบรรเลงออกไปนั่นเอง

    เสี่ยวเทียนเดินยิ้มเข้ามาใกล้ๆ เพื่ออยากเห็นหน้านางชัดๆ พบว่านางงดงามดังเทพธิดาจริงๆ  วาวาที่ว่าสวยงามแล้ว พอพบหน้าหญิงสาวนางนี้ยังต้องยอมรับว่านางสวยกินกันไม่ลงจริงๆ  หญิงสาวที่เห็นเสี่ยวเทียนมาใกล้ๆ ก็เริ่มหวาดกลัว เดินถือพิณถอยหลังออกไป

    “ อย่าเข้ามานะ”

    “ ข้าเฉินเสี่ยวเทียนเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ทำเรื่องชั่วช้าหรอกไม่ต้องกลัว ช่วยเล่าเรื่องดินแดนแห่งนี้หน่อย แล้วเพลงที่เจ้าดีดเมื่อสักครู่นี้เป็นเพลงอะไร ทำไมข้าได้ฟังแล้ว บังเกิดความรู้สึกที่แปลกประหลาดใจยิ่งนัก โดยเฉพาะหัวใจของข้า มันเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน”

    หญิงสาวไม่พูดแต่หน้าแดงขึ้นไปอีกแต่ก็ยอมกล่าวว่า

    “ ที่นี่คือ แดนเทพวิมารเมฆา อยู่แดนสวรรค์ชั้นที่ 2 คงมีบางอย่างผิดพลาด เพลงที่ข้าบรรเลงคือเพลงคู่ชีวิต  ข้าจะบรรเลงเพลงอีกครั้ง หวังว่าท่านจะกลับไปในที่ที่ท่าน จากมา” เสี่ยวเทียนได้ฟังเสียงหวานๆ ก็ไม่อยากจากไป แต่ว่าไม่ทันแล้ว หญิงสาวบรรเลงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ นางบรรเลงเพลงย้อนหลัง บรรยากาศเลยเปลี่ยนไปในทันที เสี่ยวเทียนมายืนอยู่ในกลางหอสดับพิณ โดยที่มีเหล่าศิษย์ของหอสดับ พิณมาสะกิดให้เสี่ยวเทียนรู้สึกตัว พอเห็นเหล่าสตรีทั้งหลายยืนอยู่เต็มไปหมด เสี่ยวเทียนเลยประสานมือ กล่าวทักทายทันที

    “ ศิษย์ใหม่เฉินเสี่ยวเทียน คำนับศิษย์พี่ทุกๆ ท่าน”

    “ เจ้าเป็นอะไร อยู่ๆ ก็ทำตาเหม่อลอย หวานซึ้งอยู่คนเดียว เจ้าเป็นชายที่นี่มีศิษย์หญิงเป็นจำนวนมาก จะมาทำตาเจ้าชู้ที่นี่ไม่ได้นะ ไม่เช่นนั้น ข้าจะดีดไข่เจ้าให้สูญพันธุ์ไปเลย”  หญิงสาวที่ดูมีอายุที่สุด น่าจะเป็นศิษย์คนโต วัย 28 ปี เอ่ยกับเสี่ยวเทียนเสียงแข็ง

    “ ข้ามิกล้า ข้าเพียงแต่คิดถึงคนรักที่จากมาเท่านั้น”

    “ เจ้าเด็กน้อยตัวเท่านี้ ริอ่านมีคนรักแล้วรึ? 

    ศิษย์หอสดับพิณ ต่างหัวเราะกันถ้วนหน้า

    “ เอาละ ข้าคือ  หนีเว่ยหนาน เป็นศิษย์พี่ใหญ่ คุมที่นี่อยู่ พวกเรามีศิษย์ประจำหอสดับพิณทั้งหมด สองร้อยคน มีบุรุษเพียง 10 คน นอกนั้นเป็นสตรี ดังนั้นเจ้าต้องไปพักนอกหอสดับพิณ ไปอยู่หอทางด้านนอก  ไน่เกิง เจ้าพาเขาไปที่พักก่อน พรุ่งนี้เช้า อาจารย์ของเราจะออกจากกรรมฐาน ค่อยพาเขามาพบตอนบ่าย”

    “ ขอรับศิษย์พี่”  ไน่เกิง ที่เป็นบุรุษ 1 ใน 10 พาเสี่ยวเทียนเดินที่ห้องพัก

    ณ แดนเทพวิมานเมฆ หญิงสาวที่ส่งตัวเสี่ยวเทียนกลับไปบัดนี้ใบหน้าแดงจัด เหมือนลูกตำลึง เพราะว่า เพลงคู่ชีวิตที่นางบรรเลงนั้น เป็นเพลงต้องห้ามของแดนวิมานเมฆ  เป็นเพลงที่เรียกสามีในอนาคตให้ออกมาพบหน้ากัน

    “ เฉินเสี่ยวเทียน ข้าชื่อ หลิงหลาน ยินดีที่ได้รู้จัก”.......

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน