เหล่าเจ้าสำนักต่าง ๆ ประชุมกันอย่างเคร่งเครียด มีเจ้าสำนักบางคนคัดค้าน
พวกเขากลัวว่าจอมยุทธ์ผู้มีพรสวรรค์ในสำนักจะถูกดึงตัวออกไปนอกดินแดนร้อยแคว้น
อาจส่งผลให้ดินแดนร้อยแคว้นสั่นคลอน ไร้จอมยุทธ์รุ่นใหม่ผู้มีพรสวรรค์ในภายภาคหน้า
แต่ก็มีเจ้าสำนักบางคนเห็นด้วยหากทำให้ 10 ประตูวิถีสมบูรณ์ได้ภายภาคหน้าจอมยุทธเหล่านั้นจะเดินไปได้อีกไกล
หากยังดึงดันรั้งตัวไว้อาจจะไม่ส่งผลดีกับพวกเขา
อย่างไรพวกเขาก็ยังเป็นคนดินแดนร้อยแคว้นอยู่ดี มันเปลี่ยนชาติกำเนิดไม่ได้
ไม่นานเหล่าเจ้าสำนักทั้ง11ก็ได้ข้อสรุป พวกเขาจะพาเหล่าศิษย์ไป สุสานเทพ หากศิษย์คนไหนถูกทาบทามจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์
พวกเขาจะไม่รั้งตัวไว้ พวกเขาจะเลือกเลี้ยงดูศิษย์ที่มีความจริงใจต่อสำนัก เหมือนเป็นบททดสอบใหญ่ของเหล่าศิษย์น้อยใหญ่
ข่าวแพร่กระจายออกไปทั่วสำนักเซียน
เหล่าเจ้าสำนักทั้ง11คน จะพาเหล่าศิษย์ไปยัง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเข้าร่วมสำรวจสุสานเทพในอีก3เดือนข้างหน้า
หลายคนที่รู้ข่าวต่างดีใจ มีหลายๆ คนที่10ประตูวิถี ไม่ได้ดูดซับของล้ำค่าเข้าไป
มีแม้กระทั่งบางคนดูดปราณพลังฟ้าดินเข้าไปเติมเต็ม 10ประตูวิถี
สำนักเซียนคึกคักเป็นอย่างมาก ผู้คนหลั่งไหล มาเข้าสำนักกันเป็นจำนวนมาก แม้แต่สำนักนอกยังได้ไปเข้าร่วมสุสานเทพ
เกิดการท่าประลองแย่งชิงตำแหน่งศิษย์สำนักนอกกันยกใหญ่
หลังจากที่อี้เฉินกลับขึ้นยอดเขาสำนักเซียน เขาก็เอาแต่ขลุกอยู่ในถ้ำส่วนตัวของเขา
เขานั่งฝึกควบคุมปราณพลังสายฟ้า ปราณพลังสายฟ้าที่เขาสำแดงตอนนี้มันน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับปราณพลังสีเลือดดั้งเดิมของเขา
อี้เฉินพยามจะรวมปราณพลังทั้งสองเข้าด้วยกัน ปราณพลังมันกลับตีกันไม่ยอมผสานกัน ยิ่งเขาพยายามผสานมากเท่าไร่ มันยิ่ง
ระเบิดออกมารุนแรงมากเท่านั้น ถึงกับทำให้อี้เฉินบาดเจ็บภายใน อี้เฉินคิดว่าปราณพลังทั้งสองต้องผสานกันได้อย่างแน่นอน
หากได้หยั่งรู้วิถีจอมยุทธคนอื่น ๆ มากกว่านี้ก็อาจจะเป็นไปได้ อี้เฉินไม่รั้งรออีกต่อไปเขาออกจากการปิดขั้นพลังทันที
หมายเข้าไปหยั่งรู้วิถีเพิ่มเติมที่วิหารแห่งการหยั่งรู้
แต่ทันใดภายในถ้ำกลับมีม้วนภารกิจสำนักเข้ามา มันระบุ รายละเอียดภารกิจเอาไว้ทั้งหมดอย่างชัดเจน
ให้กวาดล้างกลุ่มโจรแล้วตัดหัวกลับมาอย่างน้อย1คน
อี้เฉินหน้ามืดทะมึน มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่าอยู่ ๆ ภารกิจก็มาในเวลาแบบนี้แถมเป็นภารกิจระดับสูงกวาดล้างกลุ่มโจร
อี้เฉินรู้สึกถึงสิ่งไม่ชอบมาพากล กับภารกิจนี้ มันต้องมีอะไรแอบแฝงแน่น ต้องระวังตัวไว้หน่อยดีกว่า
ถึงจะเป็นภารกิจกลุ่ม4คนก็ตามเขาไม่มั่นใจจะไว้ใจใครได้หรือไม่
อี้เฉินเร่งฝีเท้าไปหน้าหอภารกิจ เพื่อรวมทีม ทันทีที่ไปถึงเขาเห็น ซีเผิง หริ่นหลัน กงหนาน
อี้เฉินเองก็รู้สึกแปลกใจพวกเขามาทำอะไรที่นี่ อี้เฉินไต่ถาม"พวกเจ้ามาทำอะไรที่หอภารกิจ"
พวกเขาเองก็อยากถามอี้เฉินเหมือนกันว่ามาทำอะไรที่นี่
"อย่าบอกนะพวกเราได้ภารกิจเดียวกันกับข้า" อี้เฉินปวดหัวเป็นอย่างมาก หากภารกิจนี้ไม่ชอบมาพากล อย่างที่เขาคิด
พวกเขาทั้งสามคนที่ตามไปทำภารกิจด้วยได้จะตกอยู่ในอันตราย
"ใช่พวกเราไม่คิดเหมือนกันจะเป็นเจ้าที่มาอยู่ทีมเดียวกับพวกเรา" พวกเขา4คนต่างพากันพูดคุย
หริ่นหลันไต่ถาม "อี้เฉินเจ้าเป็นอะไรหรือเปล่าสีหน้าเจ้าไม่สู้ดีนัก"
"ข้าไม่เป็นไร เจ้าอย่าคิดมาก" อี้เฉินไม่อยากทำให้คนอื่น ๆ เป็นกังวลมาก ทุกคนล้วนเป็นคนรู้จักของอี้เฉิน
"เจ้า เจ้ายังไม่ตายงั้นหรือ" กงหนานตกใจมาก นางเองก็เคยเป็นศิษย์สำนักมังกรมาก่อน ว่ากันว่าอี้เฉินสูญหาย
หลังจบการประลองกับคนดินแดนร้อยแคว้น ก็ไม่มีใครพบเขาอีกเลย หลายคนคาดเดาอี้เฉินหน้าจะถูกกลุ่มจอมยุทธร้อยแคว้นสังหารไปแล้ว
อี้เฉินยิ้ม "ท่านเองก็ดูสนิทสนมกับ พี่ซีเผิงมากเลย ข้าไม่เห็น เคยรู้มาก่อนหน้านี้เลย"
กงหนานหน้าแดงก่ำ "เจ้า เจ้า อย่ามาพูดมั่วๆ"
"ไปกันได้แล้วภารกิจนี้อาจจะใช้เวลานาน อย่ามั่วเสียเวลาพูดคุยเลย" ซีเผิงเร่งพวกเขา
กงหนานทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ ไอ้หมอนี่มันไม่เปลี่ยนไปเลย นิสัยยังแข็งกระด้างเช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน
หริ่นหลันพึมพำ"ข้าไม่เคยไปแคว้นเล่ย"
พวกเขาเริ่มออกเดินทางออกจากสำนักเซียน ไปยังเมืองหลวงแคว้นพยัคฆ์เพื่อใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย
แคว้นพยัคฆ์เป็นจุดศูนย์กลางของ ดินแดนร้อยแคว้น ทำให้มีค่ายกลเคลื่อนย้ายของทุก ๆ แคว้น ที่อยู่รอบ ๆ
ทันทีที่พวกเขาใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมายังแคว้นเล่ย แคว้นนี้เป็นแคว้นที่เด่นเรื่องการค้าขาย ทำให้เมืองหลวงที่นี่ใหญ่โตมาก
สิ่งปลูกสร้างแน่นขนัดตา ร้านค้าใหญ่หลายแห่งผุดเป็นดอกเห็ดทั่วเมืองหลวง ผู้คนพลุกพล่านเดินกันขวักไขว่
พวกเขาทั้ง4หาข้อมูลที่โรงเตี๊ยม พวกเขาไม่อยากเชื่อทั้งหมดในห่อภารกิจหากเกิดข้อผิดพลาดจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที
จนพวกเขาได้ข้อมูลว่า กลุ่มโจรพวกนี้มักปล้นฆ่า ตระกูลต่างๆ ที่ส่งของล้ำค่ามาขายที่เมืองหลวง มีบางคนเล่าว่าพวกมันโหดเหี้ยมมาก
กองคาราวานสินค้าที่ถูกพวกมันปล้น จะถูกตัดหัวทุกคน หากมีหญิงงามติดตามไปด้วย จะถูกพวกมันจับไปเป็นนางบำเรอ
หัวหน้าโจรคนนี้ยังมีใบประกาศจับอยู่ภายในเมืองมา5เดือนแล้ว ไม่มีใครปราบมันได้ มันมีนามว่าจอมโหด กุ้ยกัง ขั้นวีรชน ระดับ ปลาย
ทำให้พวกพ่อค้า ต้องจ้างเหล่าจอมยุทธ์คุ้มกันสินค้าระหว่างไปกลับตลอด แต่ก็ไม่พ้นโดนปล้นฆ่า
จนพ่อค้าส่วนใหญ่ไม่กล้ามาค้าขายระหว่างเมือง
เมื่อพวกเขาได้ข้อมูลที่มากพอ ซีเผิงเอ่ยพูด "ข้าว่าเราต้องหา กองคาราวานสินค้า เพื่อแฝงตัวเข้าไปคุมกัน
หากให้ไปตามหารังของพวกมันคงเวลานานเกินไป"
"ข้าก็คิดเช่นนั้น"
"เอาแบบนั้นก็ได้"